ลักษณ์ เรขานิเทศ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ลักษณ์ เรขานิเทศ จากรายการ ศึก 12 ราศี

ลักษณ์ เรขานิเทศ เป็นหมอดู เจ้าของฉายา หมอลักษณ์ฟันธง สร้างชื่อเสียงจากการทำนายเหตุการณ์ เช่น ทำนายว่านายบรรหาร ศิลปอาชา จะลงจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอย่างฉับพลัน และทำนายว่าแหม่ม คัทลียา แมคอินทอช จะตั้งครรภ์นอกสมรส เป็นต้น

หมอลักษณ์ เป็นนักโหรศาสตร์ที่มีบทบาททางการเมืองในการสนับสนุนกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และมักจะมีการทำนายเกี่ยวกับการเมืองสนับสนุนกลุ่ม นปช. แต่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง เช่น กรณีทำนายว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะพ้นจากตำแหน่งหากกลุ่ม นปช. ชุมนุมยืดเยื้อต่อไป[1] และกรณีทำนายว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะกลับมามีอำนาจอีกครั้งหลังวันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2553

ประวัติ[แก้]

หมอลักษณ์ มีชื่อจริงว่า "ไพฑูรย์ อ่อนบัว" เกิดเมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2514 ที่จังหวัดปราจีนบุรี จบประถมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนวัดหัวกรด อำเภอเมือง ปราจีนบุรี ย้ายภูมิลำเนามาอยู่กรุงเทพฯ ในปี พ.ศ. 2528 เพื่อศึกษามัธยมต้นที่โรงเรียนมัธยมวรนารถวิทยา ต่อมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่โรงเรียนมัธยมวัดมกุฏกษัตริย์ แต่มาจบมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่โรงเรียนดอนเมืองทหารอากาศบำรุง และศึกษาระดับปริญญาตรีในคณะเศรษฐศาสตร์ เอกเศรษฐธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

หมอลักษณ์เริ่มศึกษาโหราศาสตร์ ในระหว่างที่ศึกษามัธยมศึกษาปีที่ 4 ใช้เวลาหลังเลิกเรียนไปอ่านตำราพรหมชาติที่หอสมุดแห่งชาติ ระยะต่อมาก็ไปเรียนที่สมาคมโหรแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และศึกษาตำราโหราศาสตร์ของหลวงวิศาลดรุณกร

ในปีพ.ศ. 2534 หมอลักษณ์เริ่มศึกษาวิชาหัตถศาสตร์ (ลายมือ) กับครูคนแรกคือ พันเอกปรีชา แดงบุปผา อาจารย์สอนวิชาโหราศาสตร์ไทยคนแรกคือ พัฒนา พัฒนศิริ ครูโหรโบราณคนแรก คือ ชุก โทนมณี ทั้งยังศึกษาตำราของ เทพ สาริกบุตร ไปด้วย หมอลักษณ์เริ่มใช้วิชาหมอดูส่งตัวเองเรียนตั้งแต่เรียนปริญญาตรีปี 2 เทอม 2 ในงานกาชาด จากนั้นก็ดูเป็นอาชีพหาเงินส่งตัวเองเรียนจนจบ

ในปีพ.ศ. 2547 หมอลักษณ์เริ่มมีชื่อเสียงจากการเป็นหมอดูที่จัดรายการโทรทัศน์ ได้มีหมอดูหลายคนลองผูกดวงของเขาพบว่ามีลัคนาราศีตุลย์ แต่ดาวมฤตยูไม่สัมพันธ์ลัคนา วงการหมอดูจึงมองว่าหมอลักษณ์เหมือนเป็นดารามากกว่าหมอดู เพราะการพูดที่มีเสน่ห์ ความสามารถในการเอ็นเตอร์เทนและความคิดสร้างสรรค์ ทำให้มีผู้ชมรายการของเขาจำนวนมาก แต่อย่างไรก็ดีมีเสียงติติงว่าการทำนายไม่แม่น เนื่องจากในพื้นดวงดาวมฤตยูไม่สัมพันธ์ลัคนา และการทำนาย 12 ราศีนั้นกว้างเกินไป แต่ด้วยดวงชะตาเป็นคนมีเสน่ห์ จึงไม่อาจจะทำให้ความนิยมจากมหาชนสั่นคลอนได้เลย อีกทั้งหมอลักษณ์ยังทำให้คนไทยหันมาสนใจโหราศาสตร์มากขึ้นด้วย

การทำงาน[แก้]

หมอลักษณ์ได้เริ่มงานในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น เป็นผู้จัดการร้านฝึกหัด และได้เข้าอบรมหลักสูตรผู้นำเป็นรุ่นแรก เรียกว่า ซีพีป่าหวายรุ่นที่ 1 และในขณะนั้น หมอลักษณ์ก็ได้เป็นนักพยากรณ์ ประจำที่ศูนย์อนุรักษ์โหราศาสตร์แห่งประเทศไทย

ในช่วงปี พ.ศ. 2538 หมอลักษณ์ได้ก่อตั้งระเบียงโหรที่โรงแรมชาลีน่า ซอยมหาดไทย พร้อมกับเป็นผู้ดำเนินรายการหมอดูสเปเชียล ในไทยสกายทีวี ช่อง 6 ต่อมาในปี พ.ศ. 2539 หมอลักษณ์เริ่มเขียนหนังสือให้กับนิตยสารบริการทองสมัครงาน ในต้นปี พ.ศ. 2540 ได้ก่อตั้งมุมพยากรณ์ที่โรงแรมรอยัลปริ้นเซส หลานหลวง และได้เป็นผู้ดำเนินรายการวิทยุที่เกี่ยวกับโหราศาสตร์ ชื่อรายการว่า สปอร์ตฟอร์จูน ในคลื่นวิทยุ FM.99 เมกกะเฮิร์ต

ในปี พ.ศ. 2556 รายการเกมโชว์ชื่อดังของหมอลักษณ์ติดอันดับ 1 จากการโหวตของผู้ชมรายการโทรทัศน์ในนิตยสารรายเดือนฉบับหนึ่ง แม้ว่าจะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากวงการโหรว่าทำนายผิดหลักวิชาก็ตามที แต่รายการนี้ให้ความบันเทิงกับผู้ชมอย่างมาก และผู้ชมไม่กังวลกับการทำนายร้ายเพราะอาจจะไม่เกิดขึ้นจริงก็ได้ แทบทุกบ้านจะต้องดูรายการนี้ในวันอาทิตย์

การเมือง[แก้]

เมื่อวันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2552 หมอลักษณ์ ได้ขึ้นเวทีของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และทำนายว่า ช่วงสงกรานต์ (13-15 เมษายน) ดวงเมืองคล้ายกับช่วงเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง หากไม่มีการยุบสภา จะเกิดเหตุจลาจล และภายในวันที่ 20 เมษายน หากกลุ่มนปช.ยังชุมนุมต่อ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแต่อย่างไรก็ตาม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ไม่ได้พ้นจากตำแหน่งตามคำทำนายของหมอลักษณ์แต่อย่างใด[2]

คำทำนายที่เกิดขึ้นจริง[แก้]

คำทำนายที่ไม่เกิดขึ้นจริง[แก้]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]