ลอสท์โพรเฟ็ทส์
| ลอสท์โพรเฟ็ทส์ 250px |
||
|---|---|---|
|
|
||
| แหล่งกำเนิด | เวลส์ | |
| แนวเพลง | อัลเทอร์เนทีฟ | |
| ปี | ค.ศ. 1997 - ปัจจุบัน | |
| ค่าย | โซนี่ บีเอ็มจี (Sony BMG) โคลัมเบีย เร็คคอร์ด (Columbia Records) วิซิเบิ้ล นอยส์ (Visible Noise) |
|
| เว็บไซต์ | เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ | |
|
|
||
| เอียน วัตคินส์ (ร้องนำ) ไมค์ ลิวอิส (กีตาร์) ลี เกซ (กีต้าร์) สจ๊วต ริชาร์ดสัน (เบส) เจมี่ โอลิเวอร์ (คีย์บอร์ด,โปรแกรมมิ่ง) ลุค จอห์นสัน (กลอง, เพอร์คัชชัน) |
||
|
|
||
| ดีเจ สเตปแซค ไมค์ ชิปลิน อิแลน รูบิน |
||
ลอสท์โพรเฟ็ทส์ (อังกฤษ: Lostprophets) เป็นวงอัลเทอร์เนทีฟจาก เวลส์, สหราชอาณาจักร ก่อตั้งวงในปี ค.ศ. 1997 เจ้าของรางวัล เคอร์แรง! อวอร์ด ในฐานะวงอังกฤษหน้าใหม่ยอดเยี่ยมประจำปี 2001 จากอัลบั้มเปิดตัว "thefakesoundofprogress"
เนื้อหา |
ประวัติ [แก้]
ลอสท์โพรเฟ็ทส์ ประกอบด้วยสมาชิก 6 หนุ่มจากเวลส์ได้แก่ เอียน วัตคินส์ Ian Watkins (ร้องนำ) , ไมค์ ลิวอิส Mike Lewis (กีตาร์) , ลี เกซ (กีต้าร์) , สจ๊วต ริชาร์ดสัน (เบส) , อีแลน รูบิน Ilan Rubin (กลอง) และ เจมี่ โอลิเวอร์ Jamie Oliver (คีย์บอร์ด,โปรแกรมมิ่ง)
ช่วงแรก (1997–2000) [แก้]
จากจุดเริ่มต้นก่อตั้งวงในปี 1997 โดยนำชื่ออัลบั้ม Bootleg ของ ดูแรน ดูแรนมาเป็นชื่อวง [1] ในช่วงแรกๆนั้น พวกเขาใช้ชื่อวงว่า "Lozt Prophetz" และภายหลังจึงเปลี่ยนมาเป็น "Lostprophets" ลอสท์โพรเฟ็ทส์ก็เริ่มเป็นที่รู้จักจากการที่นิตยสาร เมทัล แฮมเมอร์ ให้คะแนนผลงานในฐานะวงอินดี้ของ ลอสท์โพรเฟ็ทส์ถึง 10 คะแนนเต็ม [2] ก่อนที่ทางวงจะส่งเดโมให้กับ วิสิเบิล นอยซ์ และได้รับการเซ็นสัญญาเข้าสู่สังกัด โซนี่ มิวสิก ในที่สุด
อัลบั้ม thefakesoundofprogress (2000–2002) [แก้]
ผลงานในรูปแบบอัลบั้มชุดแรกของพวกเขา "thefakesoundofprogress" ได้ออกวางตลาดในปี 2001 ด้วยความยอดเยี่ยมของอัลบั้มนี้จึงทำให้พวกเขาคว้ารางวัลวงอังกฤษหน้าใหม่ยอดเยี่ยมประจำปี 2001 จากนิตยสารยักษ์ใหญ่อย่าง เคอร์แรง![3] และกลายเป็นที่จับตามองของทุกคน ตามด้วยการตระเวนทัวร์อย่างต่อเนื่องถึง 3 ปี รวมทั้งการทัวร์ร่วมกับ ลินคิน พาร์ค, แอนดรู ดับเบิลยู เค และยังเป็น 1 ในวงจากอังกฤษ เพียงไม่กี่วงที่มีโอกาสได้ขึ้นโชว์ในเทศกาลดนตรีร็อกชั้นนำอย่าง อ๊อซเสต์อีกด้วย
อัลบั้ม Start Something (2003–2004) [แก้]
หลังจากเก็บเกี่ยวทั้งฝีมือและประสบการณ์จากผลงานที่ผ่านมาอย่างเต็มที่ อัลบั้มใหม่ “Start Something” ผลงานชุดที่ 2 ที่แสดงถึงความสามารถและพัฒนาการทางดนตรีอย่างเห็นได้ชัด โดยในอัลบั้มนี้ลอสท์โพรเฟ็ทส์ ได้บินไปถึงลอสแอนเจลิส เพื่อทำงานร่วมกับอีริค วาเลนไทน์ (Eric Valentine) โปรดิวเซอร์มือทองที่เคยร่วมงานกับวงดังอย่าง กู้ด ชาร์ล็อตต์ (Good Charlotte) และ ควีน ออฟ เดอะ สโตน เอจ (Queen Of The Stone Age) มาแล้ว โดยใช้เวลาในการทำงานถึง 4 เดือน ประเดิมด้วยซิงเกิลแรก “Burn Burn” เพลงร็อกมันๆ ตามด้วย “Last Train Home” ซิงเกิลที่2 ผลงานชั้นเยี่ยมในแนวเมนสตรีมร็อกที่ผสานความหนักแน่นและเมโลดี้สวยๆ ซึ่งในเพลงนี้ยังได้สมาชิกวงกู้ด ชาร์ล็อตต์มาช่วยร้องแบ็คอัพให้อีกด้วย พวกเขาได้รับความนิยมอย่างสูงทั้งในบ้านเกิดฝั่งอังกฤษ และข้ามไปดังถึงในอเมริกา โดยอัลบั้มนี้ทำยอดขายทั่วโลกกว่า 1.2 ล้านก๊อปปี้
อัลบั้ม Liberation Transmission (2006-2007) [แก้]
วันที่ 19 มิถุนายน 2005 ไมค์ ชิปลิน มือกลองผู้ร่วมก่อตั้งวงออกได้จากวง และย้ายไปอยู่วงใหม่ ที่ชื่อ ดิ อันซัง (The Unsung) เขายังเปิดสตูดิโอเป็นของตัวเองสำหรับนักดนตรีหน้าใหม่ที่อยากจะก่อตั้งวงของตัวเองอีกด้วย ถึงไมค์จะออกจากวงไป แต่ลอสท์โพรเฟ็ทส์ก็ยังคงเดินหน้าผลิตผลงานต่อไป หลังกลับจากการทัวร์คอนเสิร์ต พวกเขาก็ดำเนินการอัดอัลบั้มชุดใหม่ โดยมีเด็กหนุ่มวัยเพียง 17 ปี อิแลน รูบิน มาเป็นมือกลองคนใหม่ของวง และอัลบั้มที่ 3 Liberation Transmission ก็ได้เปิดตัวที่อันดับ Top 5 ในอันดับเพลงในสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นอัลบั้มที่แสดงถึงวิวัฒนาการทางดนตรีของวงที่เติบโตขึ้นมาก แนวเพลงยังคงความมันสะใจ ไม่แพ้สองอัลบั้มแรก ถึงแม้จะได้รับคำวิพากษ์วิจารณ์จากเหล่าสาวกในหลายแง่ถึงแนวดนตรีที่ดูจะเบาลงจากเดิม แต่ก็ยังคงเป็นที่นิยมอย่างมาก โดยอัลบั้มนี้ได้โปรดิวเซอร์ชื่อดังอย่าง บ็อบ ร็อก (Bob Rock) (Metallica, Bon Jovi และ Motley Crue) มาช่วยโปรดิวซ์ผลงานในอัลบั้มนี้ [4] และหน้าปกอลับั้มใหม่นี้ยังนำคำพูดติดปากจากเนื้อเพลง Burn Burn ในอัลบั้มที่แล้ว (Start Something) ที่ร้องกันเป็นท่อนขึ้นชื่อของเพลงว่า (Burn Burn) "For us, for them, for you" มาแปลเป็นภาษาละตินว่า "Nobis, Pro Lemma, Vobis" ใช้เป็นคำขวัญของสัญลักษณ์ในอัลบั้มใหม่นี้อีกด้วย โดยอัลบั้มใหม่นี้ได้ส่งซิงเกิล Rooftop ออกมาเป็นผลงานแรกก่อนที่อัลบั้มจะวางแผง และในมิวสิก วิดีโอ ลอสท์โพรเฟ็ทส์ก็ได้ร่วมงานกับ โจโน ในบทนักแสดงประกอบวิดีโอ
และในงานประกาศผลเคอร์แรง! อวอร์ด ปี 2006 ลอสท์โพรเฟ็ทส์ก็ได้คว้ารางวัล "อัลบั้มยอดเยี่ยม" และ "วงยอดเยี่ยมแห่งราชอาณาจักรอังกฤษ" [5] เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความยอดเยี่ยมและความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ทางดนตรีของพวกเขา ลอสท์โพรเฟ็ทส์จะแสดงในงานเทศกาลเพลง "ฟูล พอนตี้" ที่เวลส์ ในวันที่ 26 พฤษภาคมปีนี้ โดยร่วมแสดงกับ วงอเมริกันอย่างเทคกิง แบค ซันเดย์ และ เอเดน
ผลงานเพลง (Discography) [แก้]
อีพี (EPs) [แก้]
- 1997: Here Comes The Party
- 1998: Para Todas Las Putas Celosas
- 1999: The Fake Sound Of Progress (Demo-EP)
อัลบั้ม (Albums) [แก้]
ซิงเกิล (Singles) [แก้]
| ปี | ซิงเกิล | ตำแหน่งสูงสุดในชาร์ต | อัลบั้ม | ||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| UK [6] |
AUS [7] |
GER [8] |
IRE [9] |
NZ [10] |
US [11] |
US Alt [11] |
US Main [11] |
||||
| 2001 | "Shinobi vs. Dragon Ninja" | 41 | — | — | — | — | — | 33 | — | The Fake Sound of Progress | |
| 2002 | "The Fake Sound of Progress" | 21 | — | — | — | — | — | — | — | ||
| 2003 | "Burn Burn" | 17 | 48 | 81 | — | — | — | — | — | Start Something | |
| 2004 | "Last Train Home" | 8 | 68 | 48 | — | — | 75 | 1 | 10 | ||
| "Make a Move" | 18 | — | — | — | — | — | 9 | 16 | |||
| "Last Summer" | 13 | — | — | — | — | — | — | — | |||
| "Goodbye Tonight" | 42 | — | — | — | — | — | — | — | |||
| 2005 | "I Don't Know" | — | — | — | — | — | — | 11 | 24 | ||
| 2006 | "Rooftops" | 8 | — | — | 36 | 25 | 114 | 15 | 22 | Liberation Transmission | |
| "A Town Called Hypocrisy" | 23 | — | — | — | — | — | — | — | |||
| "Can't Catch Tomorrow" | 35 | — | — | — | — | — | — | — | |||
| 2007 | "4:AM Forever" | 34 | — | — | — | — | — | — | — | ||
| 2009 | "It's Not the End of the World, But I Can See It from Here" | 16 | — | — | — | — | — | — | — | The Betrayed | |
| 2010 | "Where We Belong" | 32 | — | — | — | — | — | — | — | ||
| "For He's a Jolly Good Felon" [12] | — | — | — | — | — | — | — | — | |||
| "—" denotes releases that did not chart or was not released. | |||||||||||
สมาชิกในวง [แก้]
สมาชิกปัจจุบัน [แก้]
อดีตสมาชิก [แก้]
ดีเจ สเตปแซค (DJ Stepzak)
- ปีที่อยู่ในวง: 1997-2000
ไมค์ ชิปลิน (Mike Chiplin)
- ชื่อจริง: ไมค์ ชิปลิน (Mike Chiplin)
- เกิดเมื่อปี: 1979
- สถานที่เกิด: เวลส์
- สถานะในวง: อดีตมือกลอง
- ปีที่อยู่ในวง: 1997-2005
- เครื่องดนตรีที่เล่น: กลอง
อิแลน รูบิน (Ilan Rubin )
- ปีที่อยู่ในวง: 2006–2009
ข้อมูลอื่นเกี่ยวกับสมาชิกในวง [13] [แก้]
- เอียนหัดเล่นกลองเมื่ออายุ 14 ปี
- เอียนเคยเป็นมือกลองของวง พับบลิค ดิสทัวแบนซ์ (Public Disturbance) วงสมัยเรียนวิทยาลัยกับไมค์ ลิวอิส ภายหลังที่เขาก่อตั้งวงลอสท์โพรเฟ็ทส์ขึ้น ความจริงแล้วเขาอยากทำหน้าที่เป็นมือกลอง แต่ในวงขาดนักร้องนำ เขาจึงต้องสละหน้าที่นี้ลง และกลายมาเป็นนักร้องนำแทน
- สมาชิกผู้เริ่มต้นก่อตั้งวงคือ เอียน วัตคินส์, ไมค์ ลิวอิส และ ลี เกซ
- ก่อนที่จะมาอยู่ในวง เจมี่เขาเคยเป็นจิตรกร
- เจมี่เรียนเกี่ยวกับศิลปะที่มหาวิทยาลัยบริสตอล (Bristol University)
- สจ๊วตเข้ามาในปี 1999 ในตำแหน่ง มือเบส ทำหน้าที่แทน ไมค์ ลิวอิส ซึ่งย้ายไปเป็นมือกีตาร์
- สจ๊วตเป็นเป็นสมาชิกที่อายุมากที่สุดในวง
- หลังจากงานแต่งการของสจ๊วตและภรรยา ในวันที่ 2 พฤศจิกายน ภรรยาของเขาก็ได้ให้กำเนิดบุตรสาวคนแรก
- ลีอาศัยอยู่กับแฟนในแคมเดน ซึ่งเป็นเพียงสมาชิกคนเดียวในวงที่ยังอาศัยอยู่ในอังกฤษ
- ไมค์ (ลิวอิส) เคยเรียนวิศวกรรมโยธาประมาณหนึ่งปี ก่อนที่จะเริ่มเปลี่ยนมาให้ความสนใจกับดนตรี
- ไมค์ (ลิวอิส) รู้จักกับเอียนตั้งแต่อนุบาลและเป็นเพื่อนกันตลอดมา
- ก่อนจะมาเป็นลอสท์โพรเฟ็ทส์ ไมค์ (ลิวอิส) และ เอียน เป็นสมาชิกในวงพับบลิค ดิสทัวแบนซ์ (Public Disturbance)
- อิแลนเป็นมือกลองในทัวร์คอนเสิร์ตของลอสท์โพรเฟ็ทส์หลังจากที่ ไมค์ ชิปลินได้ออกจากวงไปเมื่อวันที่ 19 เดือนมิถุนายน ปี 2005
- อิแลนเคยเป็นมือกลองของวงเดนเวอร์ ฮาร์เบอร์ (Denver Harbor)
- อิแลนหัดเล่นกลองโดยมี เทรวิส บาร์คเกอร์ (Travis Barker) มือกลองจากวง บลิงก์-182 (Blink-182's) เป็นผู้สอน
- อิแลนร่วมบันทึกเพลงกับลอสท์โพรเฟ็ทส์ 2 เพลง คือ
- For All These Times Son, For All These Times
- Everybody's Screaming!!!
- ไมค์ (ชิปลิน) ออกจากวงไปเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ปี 2005 เพื่อโอกาสใหม่ของความก้าวหน้าทางดนตรี เขาเริ่มงานโดยการช่วยอยู่ในวงเวลส์อื่นๆ ก่อนที่จะเข้าร่วมในวง ดิ อันซัง (The Unsung) ในปี 2006
อ้างอิง [แก้]
- ↑ Duran Duran namesake concert
- ↑ Lostprophets ในเว็บไซต์ drownedinsound.com
- ↑ Manson wins Kerrang! honour ข่าวจาก bbc.co.uk
- ↑ LOSTPROPHETS – LIBERATION TRANSMISSION จากเว็บไซต์ sonybmg.co.th
- ↑ Kerrang! honors Lostprophets
- ↑ อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ
<ref>ไม่ถูกต้อง ไม่มีข้อความใดให้ไว้สำหรับอ้างอิงชื่อuk - ↑ "Australian Charts > Lostprophets". australian-charts.com Hung Medien. สืบค้นเมื่อ 2008-06-24.
- ↑ "Chartverfolgung / Soundgarden / Single" (ใน German). musicline.de PhonoNet. สืบค้นเมื่อ 2008-06-24.
- ↑ อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ
<ref>ไม่ถูกต้อง ไม่มีข้อความใดให้ไว้สำหรับอ้างอิงชื่อire - ↑ อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ
<ref>ไม่ถูกต้อง ไม่มีข้อความใดให้ไว้สำหรับอ้างอิงชื่อnz - ↑ 11.0 11.1 11.2 "Lostprophets > Charts & Awards > Billboard Singles". Allmusic. Macrovision. สืบค้นเมื่อ 2008-06-24.
- ↑ http://www.theprp.com/2010/02/15/news/lostprophets-choose-third-single-from-the-betrayed/ For He's a Jolly Good Felon set to be out as a single on April 5, 2010
- ↑ Lostprophets in German Wikipedia