ฤดูพายุไต้ฝุ่นแปซิฟิก พ.ศ. 2555

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ฤดูพายุไต้ฝุ่นแปซิฟิก พ.ศ. 2555

แผนที่พายุ
พายุลูกแรกก่อตัว: 1 มกราคม พ.ศ. 2555
พายุลูกสุดท้ายสลายตัว: 28 ธันวาคม พ.ศ. 2555
พายุแรงที่สุด: ซันปา – 900 hPa (mbar), 205 กม./ชม. (125 ไมล์/ช.ม.) (ความเร็วลม 10 นาที)
ดีเปรสชันเขตร้อน: 35
พายุทั้งหมด: 25
ไต้ฝุ่น: 14
ไต้ฝุ่นรุนแรง: 5 (ไม่เป็นทางการ)
ผู้เสียชีวิต: 1581 คน
เสียหายทั้งหมด: 5.59 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (USD, ค่าเงิน ค.ศ. 2012)
ฤดูพายุไต้ฝุ่นแปซิฟิก
2553, 2554, 2555, 2556, 2557

ฤดูพายุไต้ฝุ่นแปซิฟิก พ.ศ. 2555 เป็นช่วงของปีที่มีการก่อตัวของพายุหมุนเขตร้อนในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก ฤดูกาลดังกล่าวจะลากยาวตลอด พ.ศ. 2555 โดยพายุหมุนส่วนใหญ่จะก่อตัวขึ้นระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงเดือนพฤศจิกายน ขอบเขตของบทความนี้จำกัดเฉพาะมหาสมุทรแปซิฟิกที่อยู่เหนือเส้นศูนย์สูตร ระหว่างเมอริเดียนที่ 100 และ 180 ตะวันออก ในบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ มีสองหน่วยงานที่กำหนดชื่อพายุหมุนซึ่งอาจเป็นผลให้พายุลูกหนึ่งมีสองชื่อ สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นจะตั้งชื่อพายุถ้าพายุลูกนั้นมีความเร็วลมที่รอบศูนย์กลางพายุที่สูงสุด 10 นาที อย่างน้อย 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่ใดในแอ่ง ขณะที่สำนักงานบริหารบรรยากาศ ธรณีฟิสิกส์ และดาราศาสตร์แห่งฟิลิปปินส์กำหนดชื่อพายุหมุนซึ่งเคลื่อนเข้าสู่หรือก่อตัวขึ้นเป็นดีเปรสชันเขตร้อนในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานฯ ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างลองติจูด 135 และ 115 องศาตะวันออก และระหว่างละติจูด 5 ถึง 25 องศาเหนือ แม้พายุนั้นจะมีชื่อที่สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นตั้งแล้วก็ตาม ดีเปรสชันเขตร้อนซึ่งถูกเฝ้าจับตาโดยศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่นของสหรัฐอเมริกาได้กำหนดหมายเลขและเติมตัวอักษร "W" ข้างหน้า โดยเฉลี่ยแล้ว มีพายุก่อตัวขึ้นในแอ่งนี้เฉลี่ย 27 ลูกต่อปี

เนื้อหา

การพยากรณ์ฤดูกาล[แก้]

ศูนย์
พยากรณ์
วันที่ พายุ
โซนร้อน
ไต้ฝุ่น
ทั้งหมด
พายุหมุน
รุนแรง
อ้างอิง
TSR เฉลี่ย(2508–2554) 26.2 16.3 8.4 [1]
TSR 13 เมษายน พ.ศ. 2555 25.5 15.6 7.3 [1]
TSR 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 25.5 15.6 8.5 [2]
TSR 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 26.8 16.7 9.2 [3]
TSR 6 สิงหาคม พ.ศ. 2555 27.4 17.4 9.3 [4]
CWB 31 สิงหาคม พ.ศ. 2555 23  -  - [5]
JMA เกิดขึ้นจริง 25 14  –
JTWC เกิดขึ้นจริง 25 16  –

ในแต่ละฤดูกาล สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของหลายประเทศ และหน่วยงานวิทยาศาสตร์หลายแห่ง ต่างพยากรณ์จำนวนพายุหมุนเขตร้อน พายุเขตร้อน และพายุไต้ฝุ่นที่จะก่อตัวขึ้นระหว่างฤดูกาล และ/หรือ จำนวนพายุหมุนที่จะส่งผลกระทบต่อประเทศใดประเทศหนึ่ง[1][6] รวมถึงองค์การความเสี่ยงพายุโซนร้อนของมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอนและศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกาย คาร์เพนเตอร์ เอเชีย-แปซิฟิกของมหาวิทยาลัยฮ่องกงซึ่งได้ทำการพยากรณ์ไว้ตั้งแต่พ.ศ. 2543 แล้ว[1][6] อย่างไรก็ตามในปีนี้ GCACIC ไม่มีการออกการคาดการณ์เกี่ยวกับพายุหมุนเขตร้อนที่จะก่อตัวและพัฒนาขึ้นในสามฤดูกาลล่าสุด[6]

ในฤดูกาลนี้องค์การความเสี่ยงพายุโซนร้อน (TSR) ได้ออกการคาดการณ์ประมาณการเบื้องต้นเกี่ยวกับจำนวนของโซนร้อน, ไต้ฝุ่นและไต้ฝุ่นรุนแรง ที่จะก่อตัวช่วงเดือนเมษายน ก่อนจะออกการปรับปรุงในช่วงเดือนพฤษภาคม, กรกฎาคมและสิงหาคม[nb 1] ในการพยากรณ์ของเดือนเมษายน, TSR ทำนายว่าฤดูกาลนี้จะได้เห็นกิจกรรมประมาณ 10% เฉลี่ยช่วงก่อนปี 2508 - 2554 อย่างไรก็ตามอาจมีการปรับปรุงการพยากรณ์เพื่อให้ทันสมัย[1][2]

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติ[แก้]

วันที่ 20 มีนาคม หอสังเกตการณ์ฮ่องกงทำนายว่า ฤดูกาลพายุไต้ฝุ่นในฮ่องกงจะเริ่มต้นในเดือนมิถุนายนหรือก่อนหน้านั้นเล็กน้อย ก่อนหน้านี้ที่มีพายุหมุนเขตร้อน 5-8 ลูกผ่านไปในระยะ 500 กิโลเมตร (310 ไมล์) จากฮ่องกง[7]

วันที่ 21 พฤษภาคม กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าประเทศไทยจะได้รับปลกระทบจากพายุโซนร้อน 1-2 ลูกในช่วงปี 2555 โดยคาดว่าจะมี 1 ลูกเข้าที่เวียดนามและส่งผลกระทบต่อไทยภายหลังในช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน ขณะที่หน่วยงานอื่นๆคาดว่าจะมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนตัวผ่านภาคใต้ของประเทศไทยในช่วงเดือนตุลาคมหรือพฤศจิกายน[8]

วันที่ 13 สิงหาคม สำนักงานบริหารบรรยากาศ ธรณีฟิสิกส์ และดาราศาสตร์แห่งฟิลิปปินส์ (PAGASA) ทำนายว่าจะมีพายุหมุนเขตร้อน 7-10 ลูกที่มีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงหรือก่อตัวในพื้นที่รับผิดชอบของฟิลิปปินส์ระหว่างเดือนกรกฎาคม และเดือนกันยายน และ 4 -7 คาดว่าจะเกิดในระหว่างเดือนตุลาคมและเดือนธันวาคม[9]

วันที่ 31 สิงหาคม สำนักงานอากาศกลางของไต้หวันคาดว่าจะมีพายุหมุนเขตร้อนอีก 8 ลูกสามารถทวีความรุนแรงได้ใกล้ไต้หวันและคาดว่าหนึ่งหรือสองลูกจะส่งผลกระทบต่อไต้หวัน[5]


พายุ[แก้]

พายุ
สเกลของ JMA
TD TS STS TY
TD
TD
TD 01W
TS ปาข่า (1201)
TD
TD
STS ซันหวู่ (1202)
TY มาวาร์ (1203)
TY กูโชล (1204)
STS ตาลิม (1205)
TS ทกซูรี (1206)
TD
STS ขนุน (1207)
TY วีเซนเต (1208)
TY ซาวลา (1209)
TY ดอมเรย (1210)
TY ไห่คุ้ย (1211)
STS คีรอกี (1212)
TD
TY ไคตั๊ก (1213)
TY เทมบิง (1214)
TY โบลาเวน (1215)
TY ซันปา (1216)
TD
TY เจอลาวัต (1217)
STS เอวิเนียร์ (1218)
STS มาลิกซี (1219)
STS แกมี (1220)
TY พระพิรุณ (1221)
STS มาเรีย (1222)
STS เซินตินห์ (1223)
TD 25W
TY โบพา (1224)
TS หวู่คง (1225)

ดีเปรสชันเขตร้อน[แก้]

พายุดีเปรสชันเขตร้อน (JMA)
ระยะเวลา 13 – 14 มกราคม
ความรุนแรง <55 กม./ชม. (35 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
1006 mbar (hPa; 29.71 inHg)

วันที่ 13 มกราคม สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ได้ปรับพื้นที่ความกดอากาศต่ำบริเวณสิงคโปร์เป็นดีเปรสชันเขตร้อน

ดีเปรสชันเขตร้อน 01W[แก้]

พายุดีเปรสชันเขตร้อน (JMA)
ดีเปรสชันเขตร้อน (SSHS)
ระยะเวลา 17 กุมภาพันธ์ – 20 กุมภาพันธ์
ความรุนแรง 55 กม./ชม. (35 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
1004 mbar (hPa; 29.65 inHg)
  • วันที่ 17 กุมภาพันธ์ สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) รายงานว่าพบว่ามีการก่อตัวของพายุดีเปรสชันเขตร้อน ห่างจากกรุงมะนิลาบนเกาะลูซอนไปทางใต้ 800 กิโลเมตร (500 ไมล์)[10] ต่อมาดีเปรสชันเขตร้อนได้เคลื่อนตัวไปทางตะวันตก ศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่น (JTWC) เริ่มประกาศคำแนะนำที่เวลา 1500 UTC (22.00 น. ตามเวลาประเทศไทย) และได้ประกาศให้ระบบเป็นดีเปรสชันเขตร้อน 01W[11] อย่างไรก็ตาม หกชั่วโมงต่อมา JTWC ได้ออกประกาศสุดท้ายของระบบ เนื่องจากเกิดลมเฉือน และพบว่าไม่มีการหมุนเวียนลมใกล้ศูนย์กลางในการประเมินโครงสร้างพายุดีเปรสชัน[12]
  • วันที่ 20 กุมภาพันธ์ JMA ยังคงตรวจสอบดีเปรสชันเขตร้อน ก่อนที่จะประกาศคำเตือนสุดท้ายในวันที่ 20 กุมภาพันธ์[13]

ผลกระทบจากพายุดีเปรสชัน 01W ทำให้มีฝนตกหนักบริเวณแถบนอกของพายุและทำให้เกิดน้ำท่วมและแผ่นดินถล่มในหลายพื้นที่ของฟิลิปปินส์ตะวันตก มีอย่างน้อยสองคนที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ และอีกหนึ่งคนพบว่าสูญหายไป มีบ้านเรือนประชาชนสามหลังคาเรือนถูกทำลาย และอีกห้าหลังคาเรือนได้รับความเสียหาย รวมแล้วมีประชาชนเกือบ 30,000 คนได้รับผลกระทบจากพายุและความสูญเสียนับเป็นมูลค่าเกิน 40 ล้านเปโซ (₱)[14]

พายุโซนร้อนปาข่า[แก้]

พายุโซนร้อน (JMA)
ระดับ 1 พายุไต้ฝุ่น (SSHS)
ระยะเวลา 24 มีนาคม – 4 เมษายน
ความรุนแรง 75 กม./ชม. (45 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
998 mbar (hPa; 29.47 inHg)
  • วันที่ 17 มีนาคม ความแปรปวนเขตร้อนก่อตัวขึ้นทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของปาเลาและอยู่ในพื้นที่ลมเฉียนตามแนวตั้ง
  • วันที่ 24 มีนาคม JMA เพิ่มระดับความรุนแรงของหย่อมความกดอากาศเพิ่มขึ้น
  • วันที่ 25 มีนาคม JMA ปรับลดระดับความรุนแรงเนื่องจากการหมุนเวียนลมที่ศูนย์กลางได้ลดลง
  • วันที่ 26 มีนาคม JMA เพิ่มระดับความรุนแรงของความแปรปวนเขตร้อนอีกครั้งเพราะลมเฉือนต่ำแนวตั้งและความเอื้ออำนวยจากอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในทะเลจีนใต้
  • วันที่ 28 มีนาคม JTWC ออก TCFA
  • วันที่ 29 มีนาคม JMA เพิ่มระดับความรุนแรงของหย่อมความกดอากาศต่ำเป็นพายุโซนร้อน และใช้ชื่อ ปาข่า (Pakhar) เนื่องจากมีการไหลเวียนของลมที่ศูนย์กลางอย่างสมบูรณ์
  • วันที่ 30 มีนาคม JTWC ได้ปรับเพิ่มระดับความรุนแรงของ ปาข่า เป็นพายุไต้ฝุ่นระดับ 1 เนื่องจากมีการพบตาพายุบริเวณศูนย์กลาง
  • วันที่ 31 มีนาคม JTWC ได้ปรับลดระดับความรุนแรงของ ปาข่า เป็นพายุโซนร้อน เนื่องจากปฏิกิริยาความสัมพันธ์ระหว่างพื้นดินและพื้นน้ำทะเล
  • วันที่ 1 เมษายน ปาข่า พัดขึ้นฝั่งใกล้กับ หวุงเต่า, เวียดนาม และเริ่มอ่อนตัวลง
  • วันที่ 2 เมษายน JMA ได้ปรับลดระดับความรุนแรง, ปาข่าเริ่มสลายตัว
  • วันที่ 5 เมษายน ปาข่าสลายตัวทั้งหมด

ดีเปรสชันเขตร้อน[แก้]

พายุดีเปรสชันเขตร้อน (JMA)
ระยะเวลา 8 เมษายน – 11 เมษายน
ความรุนแรง 55 กม./ชม. (35 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
1004 mbar (hPa; 29.65 inHg)
  • วันที่ 4 เมษายน กลุ่มพายุฝนฟ้าคะนองอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของหมู่เกาะฮาวาย พัฒนาเป็นพื้นที่ความกดอากาศต่ำ
  • วันที่ 6 เมษายน หย่อมความกดอากาศต่ำได้เจอกับแนวลมเฉือนขนาดใหญ่แนวดิ่ง ทำให้กลุ่มพัฒนาไปทางทิศตะวันตก
  • วันที่ 8 เมษายน หย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนตัวข้ามเส้นแบ่งเขตวันสากล เข้าสู่มหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก, JMA ได้ปรับระดับความรุนแรงเป็นดีเปรสชันเขตร้อน
  • วันที่ 10 เมษายน ลมเฉือนทำให้พายุเริ่มอ่อนตัวลง
  • วันที่ 11 เมษายน พายุสลายตัวไป

ดีเปรสชันเขตร้อน[แก้]

พายุดีเปรสชันเขตร้อน (JMA)
ระยะเวลา 28 เมษายน – 30 เมษายน
ความรุนแรง <55 กม./ชม. (35 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
1008 mbar (hPa; 29.77 inHg)
  • วันที่ 23 เมษายน ความแปรปวนเขตร้อนก่อตัวขึ้นบริเวณทิศตะวันออกเฉียงใต้ของปาเลา และเริ่มเคลื่อนตัวไปทางตะวันตก
  • วันที่ 28 เมษายน พายุเคลื่อนตัวไปอยู่ใกล้เกาะมินดาเนา, JMA ออกคำเตือนเกี่ยวกับพายุ
  • วันที่ 30 เมษายน พายุนำฝนและลมถึงเกาะมินดาเนาและเริ่มอ่อนกำลังลง เนื่องจากปฏิสัมพันธ์ระหว่างพื้นดิน
  • วันที่ 1 พฤษภาคม พายุได้สลายตัวไปอย่างสมบูรณ์

พายุโซนร้อนกำลังแรงซันหวู่[แก้]

พายุโซนร้อนกำลังแรง (JMA)
ระดับ 1 พายุไต้ฝุ่น (SSHS)
ระยะเวลา 21 พฤษภาคม – 28 พฤษภาคม
ความรุนแรง 110 กม./ชม. (70 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
975 mbar (hPa; 28.79 inHg)
  • วันที่ 20 พฤษภาคม สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) รายงานว่าพบการพัฒนาของดีเปรสชันเขตร้อนใกล้ ๆ กับกวม ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ที่ระยะ 525 กิโลเมตร (325 ไมล์)[15]
  • วันที่ 21 พฤษภาคม ศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่น (JTWC) ประกาศทวีความรุนแรงของระบบเป็นดีเปรสชันเขตร้อน
  • วันที่ 22 พฤษภาคม JMA ประกาศทวีความรุนแรงของระบบเป็นพายุโซนร้อนและใช้ชื่อ "ซันหวู่"
  • วันที่ 23 พฤษภาคม JTWC ประกาศทวีความรุนแรงของซันหวู่เป็นพายุไต้ฝุ่นระดับ 1 และซันหวู่เริ่มมีการจัดระเบียบของระบบมากขึ้นจากการสังเกต
  • วันที่ 24 พฤษภาคม JMA ประกาศทวีความรุนแรงของซันหวู่เป็นพายุโซนร้อนกำลังแรง
  • วันที่ 25 พฤษภาคม ตาพายุของซันหวู่ได้เคลื่อนตัวผ่านเกาะอิโวะจิมะ
  • วันที่ 26 พฤษภาคม ลมเฉือนตามแนวตั้งกำลังแรงและอุณหภูมิผิวน้ำทะเลที่เย็นขึ้น ทำให้การไหลเวียนของความร้อนในพายุลดลง ทำให้ระบบตาพายุเริ่มเล็กลง ต่อมา JTWC ประกาศลดความรุนแรงของซันหวู่เป็นพายุโซนร้อน
  • วันที่ 27 พฤษภาคม การติดตามโดย JMA พบว่าระดับการไหลเวียนพลังงานเริ่มจะเปิดออก ก่อนที่จะรายงานว่าซันหวู่อ่อนกำลังลงกลายเป็นต่ำเขตร้อนพิเศษ (Extratropical Low)
  • วันที่ 30 พฤษภาคม ระบบกระจายไปในที่สุด[15]

ผลกระทบของซันหวู่ก่อให้เกิดลมกระโชกแรงและมีฝนตกหนักประมาณ 1.5–2 นิ้ว (38–51 มิลลิเมตร)ในบางส่วนของกวมและหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนา[16] ความเสียหายที่รายงานมาจากเกาะกวม พบว่าเกิดการหักโค่นของกิ่งไม้ทำให้เกิดความเสียหายกับระบบสายไฟฟ้า เป็นมลูค่าประมาณ 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ[16]

ไต้ฝุ่นมาวาร์ (อัมโบ)[แก้]

พายุไต้ฝุ่น (JMA)
ระดับ 3 พายุไต้ฝุ่น (SSHS)
ระยะเวลา 31 พฤษภาคม – 6 มิถุนายน
ความรุนแรง 140 กม./ชม. (85 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
960 mbar (hPa; 28.35 inHg)
  • วันที่ 29 พฤษภาคม ความแปรปวนเขตร้อนก่อตัวขึ้นบริเวณทิศตะวันตกเฉียงเหนือของปาเลา
  • วันที่ 31 พฤษภาคม มีการประกาศเตือน TCFA, PAGASA ปรับระดับความรุนแรงเป็นดีเปรสชันเขตร้อนและใช้ชื่อ "อัมโบ (Ambo)"
  • วันที่ 1 มิถุนายน JMA ปรับระดับความรุนแรงเป็นพายุโซนร้อนและใช้ชื่อ "มาวาร์ (Mawar)"
  • วันที่ 2 มิถุนายน JMA ปรับระดับความรุนแรงของพายุโซนร้อนมาวาร์ เป็น "พายุโซนร้อนกำลังแรงมาวาร์" ในขณะที่ JTWC ปรับระดับความรุนแรงเป็น พายุไต้ฝุ่นระดับ 1
  • วันที่ 3 มิถุนายน JMA ปรับระดับความรุนแรงของพายุโซนร้อนกำลังแรงมาวาร์ เป็น "ไต้ฝุ่นมาวาร์" หลังจากที่ JTWC ปรับระดับความรุนแรงเป็น พายุไต้ฝุ่นระดับ 2
  • วันที่ 4 มิถุนายน JTWC ปรับเพิ่มระดับความรุนแรงของไต้ฝุ่นมาวาร์จากพายุไต้ฝุ่นระดับ 2 เป็นพายุไต้ฝุ่นระดับ 3 แต่ได้ลดลงมาอยู่ในระดับ 2 เหมือนเดิมหลังจากนั้นเพียง 6 ชั่วโมงเนื่องจากลมเฉือน ที่มาจากกระแสเจ็ท (jet stream) บริเวณใกล้ๆประเทศญี่ปุ่น
  • วันที่ 5 มิถุนายน มาวาร์เริ่มอ่อนกำลังลงอย่างมาก จน JMA ได้ลดระดับความรุนแรงของมาวาร์เป็น พายุโซนร้อนกำลังแรง
  • วันที่ 6 มิถุนายน มาวาร์กลายเป็นพายุหมุนเต็มที่

ไต้ฝุ่นกูโชล (บุตโชย)[แก้]

ดูบทความหลักที่: ไต้ฝุ่นกูโชล (พ.ศ. 2555)
พายุไต้ฝุ่น (JMA)
ระดับ 4 ซูเปอร์ พายุไต้ฝุ่น (SSHS)
ระยะเวลา 10 มิถุนายน – 20 มิถุนายน
ความรุนแรง 185 กม./ชม. (115 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
930 mbar (hPa; 27.46 inHg)
  • วันที่ 7 มิถุนายน ความแปรปวนเขตร้อนก่อตัวขึ้นทางทิศตะวันออกเฉียงใต้เยื้องใต้ (south-southeast) ของโปนเป (Pohnpei)
  • วันที่ 8 มิถุนายน JTWC ออก TCFA แต่ได้ถูกยกเลิกไปในช่วงสายของวันที่ 9 มิถุนายน
  • วันที่ 10 มิถุนายน JMA ได้ปรับระดับความรุนแรงของหย่อมความกดอากาศต่ำเป็นดีเปรสชันเขตร้อน
  • วันที่ 13 มิถุนายน JTWC และ JMA ได้ปรับระดับความรุนแรงของพายุเป็นพายุโซนร้อน และใช้ชื่อ "กูโชล" (Guchol)
  • วันที่ 14 มิถุนายน JMA ปรับเพิ่มระดับความรุนแรงของกูโชลเป็น พายุโซนร้อนกำลังแรง, PAGASA ได้กำหนดชื่อ "บุตโชย" (Butchoy) เนื่องจากพายุโซนร้อนกำลังแรงกูโชลเคลื่อนตัวเข้ามาในเขตพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงาน ต่อมา JTWC ได้ปรับระดับเพิ่มความรุนแรงของกูโชลเป็น พายุไต้ฝุ่นระดับ 1
  • วันที่ 15 มิถุนายน JTWC ได้ปรับเพิ่มระดับความรุนแรงของไต้ฝุ่นกูโชลเป็น พายุไต้ฝุ่นระดับ 2 เนื่องจากมันมีการพัฒนามากขึ้น
  • วันที่ 16 มิถุนายน กูโชลพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วจนเกิด ตาพายุ บริเวณศูนย์กลาง ต่อมา JMA ได้ประกาศให้ไต้ฝุ่นกูโชล กลายเป็น พายุไต้ฝุ่นระดับ 3 และเป็น ซูเปอร์ พายุไต้ฝุ่นระดับ 4 ในเวลาถัดมาด้วย
  • วันที่ 18 มิถุนายน กูโชล เริ่มอ่อนกำลังลงจากลมเฉือนปานกลางแนวตั้งและลดระดับความรุนแรงอย่างรวดเร็ว
  • วันที่ 19 มิถุนายน JTWC ลดระดับความรุนแรงของพายุไต้ฝุ่นกูโซลเป็น พายุโซนร้อน ในขณะที่มันใกล้ขึ้นฝั่งบริเวณคาบสมุทรกี (Kii Peninsula), ประเทศญี่ปุ่น
  • วันที่ 20 มิถุนายน JMA ลดระดับความรุนแรงของกูโชลเป็นพายุโซนร้อนกำลังแรงและปรับเป็นพายุหมุน

พายุโซนร้อนกำลังแรงตาลิม (คารินา)[แก้]

พายุโซนร้อนกำลังแรง (JMA)
พายุโซนร้อน (SSHS)
ระยะเวลา 16 มิถุนายน – 21 มิถุนายน
ความรุนแรง 95 กม./ชม. (60 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
985 mbar (hPa; 29.09 inHg)
  • วันที่ 14 มิถุนายน หย่อมความกดอากาศต่ำภายในร่องมรสุม ทางทิศตะวันออกของเกาะไหหนานของประเทศจีน
  • วันที่ 16 มิถุนายน หย่อมความกดอากาศต่ำเริ่มมีการไหลวันของอากาศร้อนภายใน JMA และ HKO เพิ่มระดับความรุนแรงเป็นดีเปรสชันเขตร้อน
  • วันที่ 17 มิถุนายน HKO ประกาศยกเลิกการติดตามพายุ, JMA ปรับระดับความรุนแรงของดีเปรสชันเขตร้อนเป็นพายุโซนร้อนและใช้ชื่อ "ตาลิม" (Talim)
  • วันที่ 18 มิถุนายน JTWC ได้ปรับระดับความรุนแรงของตาลิม เป็นพายุโซนร้อน
  • วันที่ 19 มิถุนายน HKO ประกาศยกเลิกการเฝ้าระวังลมแรง เนื่องจากลมเฉือนปานกลางจากแนวทิศเหนือผลักดันในตาลิมเคลื่อนไปทางใต้
  • วันที่ 20 มิถุนายน JMA ปรับระดับความรุนแรงเป็นพายุโซนร้อนกำลังแรง แต่ก็ได้ลดความรุนแรงกลับมาเป็นพายุโซนร้อนดังเดิม และตัวพายุเริ่มเชื่อมกับร่องมรสุม, PAGASA ได้กำหนดชื่อ "คารินา" (Carina) เนื่องจากมันเข้าสู่พื้นที่รับผิดชอบของสำนักงาน ต่อมาทั้ง JMA และ JTWC ได้ประกาศลดระดับความรุนแรงของ ตาลิม เป็นดีเปรสชันเขตร้อนในช่องแคบไต้หวัน ไม่นาน ตาลิม ก็อ่อนกำลังลงเนื่องจากเชื่อมกับร่องมรสุมเดียวกันกับที่พัฒนาเป็นตัวพายุเอง

พายุโซนร้อนทกซูรี (ดินโด)[แก้]

พายุโซนร้อน (JMA)
พายุโซนร้อน (SSHS)
ระยะเวลา 25 มิถุนายน – 30 มิถุนายน
ความรุนแรง 75 กม./ชม. (45 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
992 mbar (hPa; 29.29 inHg)
  • วันที่ 25 มิถุนายน สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) เริ่มตรวจสอบดีเปรสชันเขตร้อนที่มีการพัฒนาอยู่ในร่องมรสุมทางตะวันตกเฉียงใต้ของ มะนิลา, ฟิลิปปินส์[17][18]
  • วันที่ 26 มิถุนายน ในวันนี้ดีเปรสชันเคลื่อนตัวไปทางทิศเหนือและตะวันตก, PAGASA ได้ตรวจสอบและกำหนดเป็นดีเปรสชันเขตร้อน และใช้ชื่อ "ดินโด" (Dindo)[19][20], JMA ปรับระดับความรุนแรงไปเป็นพายุโซนร้อนและใช้ชื่อ "ทกซูรี" (Doksuri)[21],JTWC ปรับระดับความรุนแรงของทกซูรีเป็นพายุโซนร้อน[ต้องการอ้างอิง]
  • วันที่ 27 มิถุนายน มีการไหลเวียนลมที่ศูนย์กลางในระดับต่ำ จนเจอกับลมเฉือนตะวันออก
  • วันที่ 28 มิถุนายน JTWC ปรับลดระดับความรุนแรงของพายุโซนร้อนทกซูรี เป็น ดีเปรสชันเขตร้อน เนื่องจากการไหลเวียนลมที่ศูนย์กลางผิดปกติและมีการไหลเวียนศูนย์กลางในที่ใหม่
  • วันที่ 29 มิถุนายน ทกซูรีพัดขึ้นฝั่ง จูไฮ่, กวางตุ้ง, จีน[22]
  • วันที่ 30 มิถุนายน JMA รายงานว่า ทกซูรี อ่อนกำลังลงเป็นดีเปรสชันเขตร้อนก่อนที่จะสลายตัวไปในช่วงสุดท้าย[23], ในมาเก๊า พายุทำให้เกิดความเสียหายกับหลังคาของบ้านเรือนประชาชนเล็กน้อย[24]

ดีเปรสชันเขตร้อน[แก้]

พายุดีเปรสชันเขตร้อน (JMA)
ระยะเวลา 30 มิถุนายน – 1 กรกฎาคม
ความรุนแรง <55 กม./ชม. (35 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
1006 mbar (hPa; 29.71 inHg)

พายุโซนร้อนกำลังแรงขนุน (เอนเทง)[แก้]

ดูบทความหลักที่: พายุโซนร้อนขนุน (พ.ศ. 2555)
พายุโซนร้อนกำลังแรง (JMA)
พายุโซนร้อน (SSHS)
ระยะเวลา 14 กรกฎาคม – 19 กรกฎาคม
ความรุนแรง 95 กม./ชม. (60 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
985 mbar (hPa; 29.09 inHg)
  • วันที่ 12 กรกฎาคม มีหย่อมความกดอากาศต่ำก่อตัวขึ้นบริเวณตะวันตกเฉียงเหนือของกวม
  • วันที่ 14 กรกฎาคม สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ประกาศเพิ่มความรุนแรงของระบบเป็นดีเปรสชันเขตร้อน
  • วันที่ 15 กรกฎาคม ศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่น (JTWC) ได้ประกาศการแจ้งเตือนการก่อตัวของพายุหมุนเขตร้อน และประกาศเพิ่มระดับความรุนแรงของระบบเป็นดีเปรสชันเขตร้อน
  • วันที่ 16 กรกฎาคม JMA ประกาศเพิ่มระดับความรุนแรงของระบบเป็นพายุโซนร้อน และใช้ชื่อ "ขนุน" ต่อมาอีกไม่นาน JTWC ก็ประกาศเพิ่มระดับความรุนแรงระบบเป็นพายุโซนร้อนด้วย พายุเคลื่อนตัวเข้าไปในพื้นที่รับผิดชอบของฟิลิปปินส์ PAGASA จึงประกาศใช้ชื่อ "เอนเทง" ในเวลาสั้นๆ ก่อนที่พายุจะเคลื่อนตัวออกจากพื้นที่รับผิดชอบของฟิลิปปินส์ไป
  • วันที่ 17 กรกฎาคม JMA ประกาศเพิ่มระดับความรุนแรงของขนุน เป็นพายุโซนร้อนกำลังแรง ขณะที่ศูนย์กลางของพายุผ่านเกาะโอะกิโนะเอะระบุ
  • วันที่ 18 กรกฎาคม JMA ประกาศลดระดับความรุนแรงของขนุนเป็นพายุโซนร้อน ขณะอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ค่อนใต้ของเกาะเชจู

ไต้ฝุ่นวีเซนเต (เฟอร์เดีย)[แก้]

ดูบทความหลักที่: ไต้ฝุ่นวีเซนเต พ.ศ. 2555
พายุไต้ฝุ่น (JMA)
ระดับ 4 พายุไต้ฝุ่น (SSHS)
ระยะเวลา 18 กรกฎาคม – 26 กรกฎาคม
ความรุนแรง 150 กม./ชม. (90 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
950 mbar (hPa; 28.05 inHg)
  • วันที่ 18 กรกฎาคม สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ได้ประกาศทวีกำลังระบบหย่อมความกดอากาศต่ำเป็นดีเปรสชันเขตร้อน[25]
  • วันที่ 20 กรกฎาคม ศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่น (JTWC) ได้ออกประกาศ TCFA ของระบบ[26] ต่อมาไม่นาน PAGASA ได้ประกาศทวีความรุนแรงของระบบเป็นดีเปรสชันเขตร้อนและใช้ชื่อ "เฟอร์เดีย (Ferdie)"[27] ต่อมา JTWC ได้ประกาศทวีกำลังระบบเป็นดีเปรสชันเขตร้อน[28] หลังจากระบบเคลื่อนเข้ามาอยู่ในทะเลจีนใต้
  • วันที่ 21 กรกฎาคม JMA ได้ประกาศทวีกำลังพายุเป็นพายุโซนร้อนและใช้ชื่อ "วีเซนเต"[29]
  • วันที่ 23 กรกฎาคม เนื่องจากลมเฉือนแนวตั้งและอุณหภูมิผิวน้ำทะเลที่สูงขึ้น กระตุ้นให้วีเซนเตทวีกำลังแรงขึ้น ต่อมา JMA ได้ประกาศทวีกำลังวีเซนเตเป็นไต้ฝุ่น และ JTWC ได้ประกาศทวีกำลังแรงวีเซนเตเป็นไต้ฝุ่นระดับ 4[30] ที่เวลา 16:45 UTC หอสังเกตการณ์ฮ่องกง (HKO) ได้ออกสัญญาณเตือนภัยพายุเฮอร์ริเคนระดับ 10 เป็นครั้งแรกตั้งแต่ไต้ฝุ่นยอร์ก ในปี พ.ศ. 2542[31] ต่อมาไต้ฝุ่นวีเซนเตได้ขึ้นถล่มแผ่นดินที่ไทชานในมณฑลกวางตุ้ง, จีน[32]
  • วันที่ 24 กรกฎาคม เนื่องจากระบบขึ้นไปอยู่บนแผ่นดิน JMA ได้ประกาศลดความรุนแรงของวีเซนเตเป็นพายุโซนร้อนกำลังแรง และ JTWC ได้ประกาศลดความรุนแรงของวีเซนเตไปเป็น ไต้ฝุ่นระดับ 3[33][34] และในวันเดียวกันนั้น

JMA ได้ประกาศลดความรุนแรงวีเซนเตเป็นดีเปรสชันเขตร้อน[35]

ไต้ฝุ่นซาวลา (เฮเนร์)[แก้]

ดูบทความหลักที่: ไต้ฝุ่นซาวลา (พ.ศ. 2555)
พายุไต้ฝุ่น (JMA)
ระดับ 2 พายุไต้ฝุ่น (SSHS)
ระยะเวลา 26 กรกฎาคม – 4 สิงหาคม
ความรุนแรง 130 กม./ชม. (80 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
960 mbar (hPa; 28.35 inHg)
  • วันที่ 26 กรกฎาคม สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) รายงานว่าพบว่ามีการพัฒนาดีเปรสชันเขตร้อน ในพื้นที่ลมเฉือนแนวตั้งกำลังแรงภายในร่องมรสุม ประมาณ 1,000 กิโลเมตร (620 ไมล์) ทางตะวันออกเฉียงใต้ของมะนิลา, ฟิลิปปินส์
  • วันที่ 28 กรกฎาคม ศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่น (JTWC) ประกาศทวีความรุนแรงให้ระบบเป็นดีเปรสชันเขตร้อน ในขณะที่ JMA ได้ประกาศทวีความรุนแรงให้ระบบเป็นพายุโซนร้อน และใช้ชื่อ "ซาวลา" อีกไม่นาน PAGASA ได้ประกาศทวีความรุนแรงระบบเป็นดีเปรสชันเขตร้อนและใช้ชื่อ "เฮเนร์ (Gener)"
  • วันที่ 29 กรกฎาคม JTWC ได้ประกาศทวีความรุนแรงซาวลา เป็นพายุโซนร้อน ส่วน JMA ได้ประกาศทวีความรุนแรงซาวลาเป็นพายุโซนร้อนกำลังแรง
  • วันที่ 30 กรกฎาคม JTWC ได้ประกาศทวีความรุนแรงของซาวลาอีกครั้งเป็น ไต้ฝุ่นระดับ 1 ในขณะที่ระบบเริ่มพัฒนาลักษณะของตาพายุแต่จากนั้นไม่นาน ซาวลาก็ได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนอีกครั้ง
  • วันที่ 31 กรกฎาคม JMA ได้ประกาศทวีความรุนแรงของซาวลาเป็นไต้ฝุ่น ซาวลายังคงทวีกำลังแรงต่อไปเรื่อย ๆ จนกลายเป็นไต้ฝุ่นระดับ 2
  • วันที่ 1 สิงหาคม การพยากรณ์ส่วนใหญ่ได้คาดการณ์ว่า ซาวลา จะผ่านใกล้ชายฝั่งทางตอนเหนือของเกาะไต้หวัน ขณะที่ซาวลากำลังถล่มแผ่นดินไต้หวัน พายุได้ทวีกำลังแรงเป็น ไต้ฝุ่นระดับ 2 ตัวพายุนั้นเคลื่อนผ่านแผ่นดินไปอย่างช้า ๆ และอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนกำลังแรง และมุ่งหน้าตรงต่อไปประเทศจีน
  • วันที่ 3 สิงหาคม พายุขึ้นถล่มแผ่นดินในมณฑลฝูเจี้ยน, ไต้หวัน และออกทะเลไปขึ้นฝั่งอีกครั้งด้วยความรุนแรงเป็นพายุโซนร้อนใกล้เจียงซี

ไต้ฝุ่นดอมเรย[แก้]

ดูบทความหลักที่: ไต้ฝุ่นดอมเรย พ.ศ. 2555
พายุไต้ฝุ่น (JMA)
ระดับ 1 พายุไต้ฝุ่น (SSHS)
ระยะเวลา 27 กรกฎาคม – 4 สิงหาคม
ความรุนแรง 130 กม./ชม. (80 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
970 mbar (hPa; 28.64 inHg)
  • วันที่ 26 กรกฎาคม มีหย่อมความกดอากาศต่ำก่อตัวขึ้นทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของมินะมิโทะริชิมะ
  • วันที่ 27 กรกฎาคม สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ได้ประกาศทวีความรุนแรงขึ้นเป็นดีเปรสชันเขตร้อน[36]
  • วันที่ 28 กรกฎาคม ศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่น (JTWC) ออกประกาศเตือนการแจ้งเตือนการก่อตัวของพายุหมุนเขตร้อน ก่อนที่ JMA จะประกาศทวีความรุนแรงระบบเป็นพายุโซนร้อน และใช้ชื่อ "ดอมเรย"[37][38] และต่อมา JTWC ก็ได้ประกาศทวีความรุนแรงดอมเรยเป็นดีเปรสชันเขตร้อนด้วย[39]
  • วันที่ 29 กรกฎาคม JTWC ได้ประกาศทวีความรุนแรงดอมเรยเป็นพายุโซนร้อน[40]
  • วันที่ 30 กรกฎาคม ดอมเรยได้เคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ และทวีกำลังแรง จน JMA ได้ประกาศทวีความรุนแรงดอมเรยเป็นพายุโซนร้อนกำลังแรงทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะจิจิชิมะ ต่อมาพายุได้เคลื่อนตัวมาทางตะวันตกเฉียงเหนือและเริ่มปรากฏรูปแบบของตาพายุ[41]
  • วันที่ 1 สิงหาคม JTWC ได้ประกาศทวีความรุนแรงดอมเรยเป็นไต้ฝุ่นระดับ 1 ขณะที่กำลังเคลื่อนตัวผ่านหมู่เกาะโอะซุมิ ในประเทศญี่ปุ่นขณะที่ระบบเริ่มพัฒนาตาของพายุขึ้น[42]
  • วันที่ 2 สิงหาคม ดอมเรยเคลื่อนตัวเข้าสู่ทะเลเหลือง ต่อมา JMA ได้ประกาศทวีความรุนแรงดอมเรยเป็นไต้ฝุ่น ต่อมาไม่นาน ดอมเรย ขึ้นถล่มแผ่นดินเซียงซุย ใน เจียงซู, จีน ที่เวลา 13:30 UTC (21:30 CST)[43] ต่อมาไม่นาน JTWC ได้ประกาศลดความรุนแรงดอมเรยลงเป็นพายุโซนร้อนและออกคำประกาศเตือนครั้งสุดท้าย
  • วันที่ 3 สิงหาคม JMA ได้ประกาศลดความรุนแรงดอมเรยเป็นพายุโซนร้อนกำลังแรง และเป็นดีเปรสชันเขตร้อนเมื่อพายุอยู่ในซานตง
  • วันที่ 4 สิงหาคม ระบบได้สลายตัวไปใกล้เหอเป่ย์[44]

ไต้ฝุ่นไห่คุ้ย[แก้]

ดูบทความหลักที่: ไต้ฝุ่นไห่คุ้ย พ.ศ. 2555
พายุไต้ฝุ่น (JMA)
ระดับ 1 พายุไต้ฝุ่น (SSHS)
ระยะเวลา 1 สิงหาคม – 10 สิงหาคม
ความรุนแรง 120 กม./ชม. (75 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
965 mbar (hPa; 28.5 inHg)
  • วันที่ 31 กรกฎาคม หย่อมความกดอากาศต่ำก่อตัวในร่องมรสุม
  • วันที่ 1 สิงหาคม สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ได้ประกาศทวีความรุนแรงระบบเป็นดีเปรสชันเขตร้อนทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของอิโวะจิมะ และศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่น (JTWC) ได้ออกประกาศการแจ้งเตือนการก่อตัวของพายุหมุนเขตร้อนในวันเดียวกัน[45][46]
  • วันที่ 2 สิงหาคม JTWC ได้ประกาศทวีความรุนแรงของระบบเป็นดีเปรสชันเขตร้อน
  • วันที่ 3 สิงหาคม JMA ได้ประกาศทวีความรุนแรงของดีเปรสชันเขตร้อนเป็นพายุโซนร้อนและใช้ชื่อ "ไห่คุ้ย"[47][48]
  • วันที่ 4 สิงหาคม JTWC ได้ประกาศทวีความรุนแรงของไห่คุ้ยเป็นพายุโซนร้อน[49]
  • วันที่ 5 สิงหาคม JMA ได้ประกาศทวีความรุนแรงของพายุโซนร้อนไห่คุ้ยเป็นพายุโซนร้อนกำลังแรง ขณะที่พายุอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือเยื้องเหนือของเกาะคุเมะ[50]
  • วันที่ 6 สิงหาคม JTWC ได้ประกาศทวีความรุนแรงพายุโซนร้อนไห่คุ้ยเป็นไต้ฝุ่นระดับ 1 เมื่อพายุเริ่มมีการพัฒนาตา
  • วันที่ 7 สิงหาคม JMA ได้ประกาศทวีความรุนแรงไห่คุ้ยเป็นไต้ฝุ่น และในขณะเดียวกัน JTWC ก็ได้ประกาศลดระดับความรุนแรงของไต้ฝุ่นระดับ 1 ไห่คุ้ยเป็นพายุโซนร้อน ต่อมา ไห่คุ้ยได้ขึ้นถล่มแผ่นดินเชียงซาน ใน มณฑลเจ้อเจียง, จีน ที่เวลา 19.20 UTC (วันที่ 8 สิงหาคม เวลา 03.20 น. ตามเวลาในประเทศจีน)[51]
  • วันที่ 8 สิงหาคม JMA ได้ประกาศลดระดับความรุนแรงของไห่คุ้ยลงเป็นพายุโซนร้อนกำลังแรง และ JTWC ก็ได้ออกคำเตือนสุดท้ายของพายุ ในไม่ช้า JMA ก็ลดระดับความรุนแรงไห่คุ้ยเป็นพายุโซนร้อน

พายุโซนร้อนกำลังแรงคีรอกี[แก้]

พายุโซนร้อนกำลังแรง (JMA)
พายุโซนร้อน (SSHS)
ระยะเวลา 3 สิงหาคม – 10 สิงหาคม
ความรุนแรง 95 กม./ชม. (60 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
990 mbar (hPa; 29.23 inHg)
  • วันที่ 3 สิงหาคม สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) รายงานว่าดีเปรสชันเขตร้อนมีการก่อตัวขึ้นในร่องมรสุม ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะเวก[52][53]
  • วันที่ 4 สิงหาคม ศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่น (JTWC) ได้ออกประกาศการแจ้งเตือนการก่อตัวของพายุหมุนเขตร้อน และได้ประกาศทวีความรุนแรงของระบบเป็นดีเปรสชันเขตร้อนต่อมาตามลำดับ[54]
  • วันที่ 5 สิงหาคม JTWC ได้ประกาศทวีความรุนแรงระบบเป็นพายุโซนร้อน[55]
  • วันที่ 6 สิงหาคม JMA ได้รายงานว่าระบบได้กลายเป็นไซโคลนเต็มรูปแบบ[56]
  • วันที่ 8 สิงหาคม JMA ได้ประกาศทวีความรุนแรงของระบบเป็นพายุโซนร้อนและใช้ชื่อ "คีรอกี"[57]
  • วันที่ 9 สิงหาคม JTWC ได้ประกาศลดความรุนแรง คีรอกี ลงเป็นดีเปรสชันเขตร้อน[58] ต่อมา JMA ได้ประกาศทวีความรุนแรง คีรอกี เป็นพายุโซนร้อนกำลังแรงและมีกำลังแรงสุด[59] ขณะเดียวกัน JTWC ได้ประกาศทวีความรุนแรง คีรอกี เป็นพายุโซนร้อนอีกครั้ง[60] ในช่วงสุดท้ายของวัน JTWC ได้ประกาศคำเตือนสุดท้าย และประกาศลดระดับความรุนแรง คีรอกี เป็นดีเปรสชันเขตร้อน[61] ส่วนสุดท้ายของระบบเคลื่อนตัวไปยังทะเลโอค็อตสค์ และสลายไปในไซบีเรีย

ดีเปรสชันเขตร้อน[แก้]

พายุดีเปรสชันเขตร้อน (JMA)
ระยะเวลา 9 สิงหาคม – 11 สิงหาคม (ข้ามเส้นแบ่งวันที่ 180°)
ความรุนแรง <55 กม./ชม. (35 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
1008 mbar (hPa; 29.77 inHg)

ไต้ฝุ่นไคตั๊ก (เอเลน)[แก้]

ดูบทความหลักที่: ไต้ฝุ่นไคตั๊ก (พ.ศ. 2555)
พายุไต้ฝุ่น (JMA)
ระดับ 1 พายุไต้ฝุ่น (SSHS)
ระยะเวลา 12 – 18 สิงหาคม
ความรุนแรง 120 กม./ชม. (75 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
970 mbar (hPa; 28.64 inHg)
  • วันที่ 10 สิงหาคม ร่องมรสุมได้มีการก่อตัวของหย่อมความกดอากาศต่ำ[62]และได้เกิดการไหลเวียนความร้อนระดับอ่อน[63]
  • วันที่ 12 สิงหาคม สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ได้เริ่มติดตามดีเปรสชันเขตร้อนอ่อนๆกับลมต่ำกว่า 30 นอต[64] ต่อมาสำนักงานบริหารบรรยากาศ ธรณีฟิสิกส์ และดาราศาสตร์แห่งฟิลิปปินส์ (PAGASA) ได้เริ่มการออกคำเตือนเกี่ยวกับระบบและใช้ชื่อ "เอเลน (Helen)"[65]และศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่น (JTWC) ก็เริ่มประกาศคำเตือนในดีเปรสชันเขตร้อน 14W[66]
  • วันที่ 13 สิงหาคม JMA ได้ประกาศทวีความรุนแรงของดีเปรสชันเป็นพายุโซนร้อนและใช้ชื่อ "ไคตั๊ก"[67] 9 ชั่วโมงต่อมาหลังจาก JTWC ได้ติดตามระบบ[68] ต่อมา JMA ได้ประกาศทวีความรุนแรงพายุอีกครั้งเป็นพายุโซนร้อนกำลังแรง[69]
  • วันที่ 15 สิงหาคม ระบบเริ่มมีการไหลเวียนระบบที่ดีขึ้นและ JTWC ได้ประกาศทวีความรุนแรงระบบเป็นไต้ฝุ่น[70]และพายุยังคงมุ่งหน้าเข้าสู่ประเทศจีนด้วยระบบที่ลึกลงและเริ่มมีลมเฉือนลดลง[71] อย่างไรก็ตามก็เป็นเพียงในเวลา 0000 UTC เท่านั้น
  • วันที่ 16 สิงหาคม JMA ได้แถลงอย่างเป็นทางการว่า ไคตั๊ก ยังคงเป็นไต้ฝุ่นอยู่[72]ในเวลาเดียวกัน PAGASA ได้ออกคำเตือนสุดท้ายของหน่วยสำหรับ "ไคตั๊ก" ที่ทางหน่วยงานเรียกว่า "เอเลน" หลังจากนั้นระบบพายุได้เคลื่อนออกจากพื้นที่รับผิดชอบของฟิลิปปินส์[73]
  • วันที่ 17 สิงหาคม ไคตั๊กได้ขึ้นถล่มแผ่นดินที่คาบสมุทรเลโจวในภาคใต้ของประเทศจีนในระดับความรุนแรงของไต้ฝุ่น[74] ภายใน 6 ชั่วโมง ไคตั๊กเคลื่อนตัวสู่ชายฝั่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเวียดนามและอ่อนกำลังเป็นพายุโซนร้อน[75] ช่วงกลางคืน JTWC ได้ออกคำเตือนสุดท้ายของระบบในขณะที่ระบบอ่อนกำลังลงและเคลื่อนตัวเร็วขึ้นบนแผ่นดิน[76]
  • วันที่ 18 สิงหาคม JMA ได้หยุดติดตามพายุ[77]

ไต้ฝุ่นเทมบิง (อิกเม)[แก้]

พายุไต้ฝุ่น (JMA)
ระดับ 4 พายุไต้ฝุ่น (SSHS)
ระยะเวลา 17 สิงหาคม – 30 สิงหาคม
ความรุนแรง 165 กม./ชม. (105 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
945 mbar (hPa; 27.91 inHg)
  • วันที่ 16 สิงหาคม มีหย่อมความกดอากาศต่ำเขตร้อนก่อตัวขึ้นทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของไต้หวัน[78]
  • วันที่ 17 สิงหาคม สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ได้ประกาศว่าระบบกลายเป็นดีเปรสชันเขตร้อน[79]
  • วันที่ 18 สิงหาคม ศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่น (JTWC) ได้ออกประกาศการแจ้งเตือนการก่อตัวของพายุหมุนเขตร้อน (TCFA) กับระบบ[80]
  • วันที่ 19 สิงหาคม JMA ได้ประกาศทวีความรุนแรงระบบเป็นพายุโซนร้อนและใช้ชื่อ "เทมบิง" ส่วน JTWC ก็ได้ประกาศให้ระบบทวีความรุนแรงเป็นเป็นดีเปรสชันเขตร้อน[81][82]ในไม่ช้าสำนักงานบริหารบรรยากาศ ธรณีฟิสิกส์ และดาราศาสตร์แห่งฟิลิปปินส์ (PAGASA) ก็ได้ประกาศทวีความรุนแรงของระบบเป็นดีเปรสชันเขตร้อนและใช้ชื่อ "อิกเม (Igme)"[83]
  • วันที่ 20 สิงหาคม เทมบิงเริ่มทวีกำลังแรงขึ้นและมีความหนาแน่นแบบแรงระเบิดไหลออกคู่ส่งผลให้ JMA และ JTWC ได้ประกาศทวีความรุนแรงเทมบิงเป็นไต้ฝุ่น[84][85]
  • วันที่ 22 สิงหาคม เทมบิงได้ทวีกำลังแรงขึ้นไปอีกเป็นไต้ฝุ่นระดับ 1 และเริ่มมีผนังขอบตาพายุ[86]
  • วันที่ 23 สิงหาคม เทมบิงกลับมาทวีกำลังแรงขึ้นอีกครั้งและมีความรุนแรงถึงไต้ฝุ่นระดับ 3 ก่อนจะขึ้นถล่มแผ่นดิน ผิงตง, ไต้หวัน ในวันเดียวกัน[87]
  • วันที่ 24 สิงหาคม หลังจากที่พายุขึ้นถล่มแผ่นดินไต้หวันก็เริ่มอ่อนกำลังลง ต่อมา JMA ได้ประกาศลดความรุนแรงของพายุเป็นพายุโซนร้อนกำลังแรง และ JTWC ได้ประกาศลดระดับความรุนแรงพายุเป็นพายุโซนร้อนในภายหลัง[88]
  • วันที่ 25 สิงหาคม ในไม่ช้า JTWC ประกาศทวีความรุนแรงระบบอีกครั้งเป็นไต้ฝุ่นเมื่อพายุเคลื่อนตัวเข้าสู่ทะเลจีนใต้ ต่อมา JMA ประกาศทวีความรุนแรงเป็นไต้ฝุ่นอีกครั้ง

ไต้ฝุ่นโบลาเวน (จูเลียน)[แก้]

พายุไต้ฝุ่น (JMA)
ระดับ 4 พายุไต้ฝุ่น (SSHS)
ระยะเวลา 19 สิงหาคม – 29 สิงหาคม
ความรุนแรง 185 กม./ชม. (115 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
910 mbar (hPa; 26.87 inHg)
  • วันที่ 19 สิงหาคม อดีตของพายุดีเปรสชันเขตร้อนทางตะวันตกเฉียงใต้ของหมู่เกาะมาเรียนา[89]โบเลเวน ได้ทวีกำลังแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องและค่อยๆเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือในพื้นที่พัฒนาเขตร้อน
  • วันที่ 21 สิงหาคม ระบบทวีกำลังเป็นพายุโซนร้อนอย่างรวดเร็วและหลังจากนั้นได้ทวีความรุนแรงเป็นไต้ฝุ่น[90][91]
  • วันที่ 24 สิงหาคม ระบบได้มีลมหมุนเวียนสูงสุด 185 กม./ชม. (115 ไมล์) และมีความกดอากาศ 910 มิลลิบาร์ (เฮกโตปาสกาล; 26.81 นิ้วปรอท) และอ่อนกำลังเล็กน้อย พายุได้เคลื่อนผ่านโอะกินะวะ
  • วันที่ 26 สิงหาคม ระบบเริ่มเคลื่อนตัวไปทางเหนือ[92][93][94]
  • วันที่ 28 สิงหาคม โบลาเวนได้อ่อนกำลังลงอย่างต่อเนื่อง และเคลื่อนตัวเข้าหาคาบสมุทรเกาหลีและเคลื่อนเข้าถล่มแผ่นดินเกาหลีในที่สุดก่อนจะกลายเป็นไซโคลนเต็มรูปแบบ[95] ส่วนที่เหลืออยู่ของโบลาเวนเคลื่อนตัวเข้าสู่รัสเซียอย่างรวดเร็ว[96]

แม้ว่าโบลาเวน ในขณะโจมตีเกาะริวกิวนั้นเป็นพายุไต้ฝุ่น แต่ก็มีความเสียหายน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้[97] ผลกระทบที่รุนแรงที่สุดจะเป็นฝนตกหนักเป็นจำนวน 551.5 มม. (21.71 นิ้ว) ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่ม[98]มีคนหนึ่งจมน้ำเสียชีวิตในอะมะมิ โอะชิมะหลังจากที่ถูกน้ำพลัดหายไปในแม่น้ำ[99]ในญี่ปุ่นแผ่นดินใหญ่ มีสองคนถูกพัดหายไปในทะเล[100][101] ในเกาหลีใต้ มีคนจำนวน 19 คนถูกฆ่าโดยพายุ อาคารหลายหลังคาเรือนได้รับความเสียหายและประมาณ 1.9 ล้านหลังคาเรือนต้องอยู่อย่างไม่มีไฟฟ้าใช้[102][103]ในประเทศเกาหลีมีความเสียหายถึง 420 พันล้านวอน () สวนแอปเปิ้ลส่วนใหญ่ถูกทำลายไป[104] ส่วนความเสียหายในเกาหลีเหนือคือ มีผู้เสียชีวิตจากพายุอย่างน้อย 59 คนและมีบุคคลสูญหายไป 50 คน[105] นอกจากนี้บ้านเรือนประชาชนนอกชายฝั่ง 6,700 หลังคาเรือนถูกทำลายไป และมีผูเสียชีวิต 9 คนจากเรื่อล่มในจีน[106]

ไต้ฝุ่นซันปา (คาเรน)[แก้]

พายุไต้ฝุ่น (JMA)
ระดับ 5 ซูเปอร์ พายุไต้ฝุ่น (SSHS)
ระยะเวลา 10 กันยายน – 17 กันยายน
ความรุนแรง 205 กม./ชม. (125 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
900 mbar (hPa; 26.58 inHg)
  • วันที่ 9 กันยายน บริเวณถูกรบกวนเขตร้อนก่อตัวขึ้นทางใต้ของกวม[107]
  • วันที่ 10 กันยายน ระบบเคลื่อนที่ไปทางทิศตะวันตก, JMA ปรับเพิ่มทวีความรุนแรงเป็นดีเปรสชันเขตร้อนบริเวณปาเลา, JTWC ออกประกาศ TCFA ในระบบ โดย JTWC ได้ปรับเพิ่มทวีความรุนแรงเป็นดีเปรสชันเขตร้อนเช่นกัน
  • วันที่ 11 กันยายน JMA ได้ประกาศเพิ่มทวีความรุนแรงเป็นพายุโซนร้อน (TS) และใช้ชื่อว่า "ซันปา (Sanba)" ,สำนักงานบริหารบรรยากาศ ธรณีฟิสิกส์ และดาราศาสตร์แห่งฟิลิปปินส์ ออกประกาศใช้ชื่อว่า "คาเรน (Karen)"[108]
  • วันที่ 12 กันยายน JTWC ประกาศทวีความรุนแรงพายุเป็นพายุไต้ฝุ่นระดับ 1 ขณะที่ตัวระบบเริ่มมีลักษณะของตาพายุ
  • วันที่ 13 กันยายน JTWC ประกาศทวีความรุนแรงของพายุเป็นพายุไต้ฝุ่นระดับ 5 (พายุซูเปอร์ไต้ฝุ่น), และเป็นพายุที่แรงที่สุดนับจากปี พ.ศ. 2553 ของไต้ฝุ่นเมกี

ดีเปรสชันเขตร้อน[แก้]

พายุดีเปรสชันเขตร้อน (JMA)
ระยะเวลา 10 กันยายน – 13 กันยายน
ความรุนแรง 55 กม./ชม. (35 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
1006 mbar (hPa; 29.71 inHg)

ไต้ฝุ่นเจอลาวัต (ลาวิน)[แก้]

พายุไต้ฝุ่น (JMA)
ระดับ 5 ซูเปอร์ พายุไต้ฝุ่น (SSHS)
ระยะเวลา 20 กันยายน – ปัจจุบัน
ความรุนแรง 205 กม./ชม. (125 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
905 mbar (hPa; 26.72 inHg)
  • วันที่ 17 กันยายน มีการตรวจพบความแปรปรวนเขตร้อนทางทิศตะวันออกของกวม
  • วันที่ 20 กันยายน JTWC ประกาศ TCFA พร้อม JMA ประกาศทวีความรุนแรงบริเวณความกดอากาศต่ำเป็นดีเปรสชันเขตร้อน (TD), 8 ชั่วโมงต่อมา PAGASA ได้ทวีความรุนแรงของระบบให้เป็นดีเปรสชันเขตร้อนและใช้ชื่อ "ลาวิน (Lawin)" จากนั้น JTWC ได้ประกาศทวีความรุนแรงของมันเป็นดีเปรสชันเขตร้อนด้วยเช่นกัน

ต่อมา JMA ได้ประกาศทวีความรุนแรงของระบบเป็นพายุโซนร้อน (TS) และใช้ชื่อ "เจอลาวัต (Jelawat)" เช่นเดียวกับ JTWC

  • วันที่ 21 กันยายน เพียงครึ่งวันต่อจากนั้น JMA ได้ประกาศทวีความรุนแรงของ เจอลาวัต เป็นพายุโซนร้อนกำลังแรง (STS)
  • วันที่ 23 กันยายน ทั้ง JMA และ JTWC ประกาศทวีความรุนแรงของ เจอลาวัต เป็นไต้ฝุ่น (TY) ขณะที่ตัวพายุเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นไต้ฝุ่นระดับ 1 (Category 1 Typhoon) และกลายเป็น ไต้ฝุ่นระดับ 4 (Category 4 Typhoon) ภายในระยะเวลา 12 ชั่วโมง ขณะที่เริ่มมีการพัฒนาของตาพายุเล็ก ๆ บริเวณใจกลางพายุ
  • วันที่ 25 กันยายน เจอลาวัต มีขนาดกว้างขึ้น 50 กิโลเมตร หลังจากมีพนังขอบตาพายุ, JTWC ประกาศทวีความรุนแรงของระบบเป็น ซูเปอร์ไต้ฝุ่นระดับ 5 (Category 5 Super Typhoon)
  • วันที่ 26 กันยายน JTWC ประกาศลดระดับความรุนแรงเป็น ซูเปอร์ไต้ฝุ่นระดับ 4 (Category 4 Super Typhoon)
  • วันที่ 28 กันยายน หลังจากไต้ฝุ่นเจอลาวัตขึ้นฝั่งที่ประเทศไต้หวัน ก็ได้อ่อนกำลังลงเรื่อยๆ จาก ซูเปอร์ไต้ฝุ่นระดับ 4 เป็นไต้ฝุ่นระดับ 3 และ 2 และเนื่องจากอุณหภูมิผิวน้ำทะเลที่เย็นขึ้นทำให้มันอ่อนกำลังลงไปอีกเป็น ไต้ฝุ่นระดับ 1

พายุโซนร้อนกำลังแรงเอวิเนียร์[แก้]

พายุโซนร้อนกำลังแรง (JMA)
พายุโซนร้อน (SSHS)
ระยะเวลา 23 กันยายน – 30 กันยายน
ความรุนแรง 95 กม./ชม. (60 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
985 mbar (hPa; 29.09 inHg)
  • วันที่ 22 กันยายน หย่อมความกดอากาศต่ำก่อตัวทางตะวันตกของเกาะกวม
  • วันที่ 23 กันยายน สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ได้ประกาศทวีความรุนแรงระบบเป็นดีเปรสชันเขตร้อน
  • วันที่ 24 กันยายน ศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่น (JTWC) ได้ประกาศทวีความรุนแรงระบบเป็นดีเปรสชันเขตร้อน ต่อมาได้ประกาศทวีความรุนแรงอีกครั้งเป็นพายุโซนร้อน และใช้ชื่อ "เอวิเนียร์" และเริ่มเคลื่อนออกจากเจอลาวัต ต่อมา JMA ได้เปิดเผยภาพถ่ายดาวเทียมพายุที่มีลักษณะเหมือนตาขนาดเล็กปรากฏอยู่
  • วันที่ 29 กันยายน ระบบสลายไปโดยลมเฉือนแนวตั้งกำลังแรงและกลายเป็นพายุไซโคลนเต็มรูปแบบในวันรุ่งขึ้น[109]

พายุโซนร้อนกำลังแรงมาลิกซี[แก้]

พายุโซนร้อนกำลังแรง (JMA)
พายุโซนร้อน (SSHS)
ระยะเวลา 29 กันยายน – 4 ตุลาคม
ความรุนแรง 95 กม./ชม. (60 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
985 mbar (hPa; 29.09 inHg)
  • วันที่ 27 กันยายน มีการตรวจพบความแปรปรวนเขตร้อนใกล้กับรัฐชุก
  • วันที่ 29 กันยายน JMA ประกาศทวีความรุนแรงบริเวณความกดอากาศต่ำเป็นดีเปรสชันเขตร้อน (TD)
  • วันที่ 1 ตุลาคม ระบบพัฒนาเป็นพายุโซนร้อน JMA ประกาศใช้ชื่อ มาลิกซี
  • วันที่ 3 ตุลาคม JMA ประกาศทวีความรุนแรงของพายุจากพายุโซนร้อน เป็นพายุโซนร้อนกำลังแรง
  • วันที่ 4 ตุลาคม มาลิกซี เริ่มอ่อนกำลังลงและสลายตัวไปในที่สุด

พายุโซนร้อนกำลังแรงแกมี (มาร์ซ)[แก้]

พายุโซนร้อนกำลังแรง (JMA)
พายุโซนร้อน (SSHS)
ระยะเวลา 29 กันยายน – 7 ตุลาคม
ความรุนแรง 95 กม./ชม. (60 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
990 mbar (hPa; 29.23 inHg)
  • วันที่ 28 กันยายน มีการตรวจพบความแปรปรวนเขตร้อนทางตะวันออกของเวียดนาม
  • วันที่ 29 กันยายน JMA ประกาศทวีความรุนแรงบริเวณความกดอากาศต่ำเป็นดีเปรสชันเขตร้อน (TD) ภายในร่องความกดอากาศต่ำ (ร่องมรสุม) ที่ระยะห่างจากนครโฮจิมินห์ ประมาณ 745 กิโลเมตร (465 ไมล์)[110][111]
  • วันที่ 1 ตุลาคม ระบบพัฒนาเป็นพายุโซนร้อน JMA ประกาศใช้ชื่อ แกมี

ไต้ฝุ่นพระพิรุณ (นินา)[แก้]

พายุไต้ฝุ่น (JMA)
ระดับ 3 พายุไต้ฝุ่น (SSHS)
ระยะเวลา 5 ตุลาคม – 19 ตุลาคม
ความรุนแรง 165 กม./ชม. (105 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
940 mbar (hPa; 27.76 inHg)
  • วันที่ 5 ตุลาคม JMA ประกาศทวีความรุนแรงคลื่นความแปรปรวนเขตร้อนเป็นดีเปรสชันเขตร้อนบริเวณตอนเหนือของเกาะกวม[112]
  • วันที่ 7 ตุลาคม JMA ประกาศทวีความรุนแรงของดีเปรสชันเขตร้อน (TD) เป็นพายุโซนร้อน (TS) และประกาศใช้ชื่อ พระพิรุณ และต่อมา พระพิรุณ ได้ทวีความรุนแรงเป็นพายุโซนร้อนกำลังแรง (STS), PAGASA ได้ประกาศใช้ชื่อ นินา (Nina) เนื่องจากระบบเข้ามาในเขตพื้นรับชอบของฟิลิปปินส์ (Philippine Area of Responsibility ; PAR)[113]

พายุโซนร้อนกำลังแรงมาเรีย[แก้]

พายุโซนร้อนกำลังแรง (JMA)
พายุโซนร้อน (SSHS)
ระยะเวลา 13 ตุลาคม – 20 ตุลาคม
ความรุนแรง 95 กม./ชม. (60 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
990 mbar (hPa; 29.23 inHg)
  • วันที่ 13 ตุลาคม สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ได้ประกาศทวีความรุนแรงของระบบเป็นดีเปรสชันเขตร้อน[114]ในขณะที่ ศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่น (JTWC) อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของปากันในหมู่เกาะนอร์ทเทิร์นมาเรียนาห่างประมาณ 50 ไมล์ทะเล (93 กิโลเมตร; 85 ไมล์)[115]
  • วันที่ 14 ตุลาคม ระบบเคลื่อนไปทางตะวันตกและทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนมาเรีย[116]
  • วันที่ 15 ตุลาคม JMA ได้ประกาศทวีความรุนแรง มาเรีย เป็นพายุโซนร้อนกำลังแรง[117]
  • วันที่ 19 ตุลาคม การไหลเวียนลมเฉือนทำให้พายุเริ่มเคลื่อนที่ช้าลง[118]
  • วันที่ 20 ตุลาคม เศษที่เหลือกำลังรวมเข้ากับ พระพิรุณ โดยพระพิรุณเป็นฝ่ายดึงเศษของมาเรียเข้าไป[119]

ไต้ฝุ่นเซินตินห์ (โอเฟล)[แก้]

พายุไต้ฝุ่น (JMA)
ระดับ 3 พายุไต้ฝุ่น (SSHS)
ระยะเวลา 21 ตุลาคม – 30 ตุลาคม
ความรุนแรง 155 กม./ชม. (100 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
945 mbar (hPa; 27.91 inHg)

ดีเปรสชันเขตร้อน 25W[แก้]

พายุดีเปรสชันเขตร้อน (JMA)
ดีเปรสชันเขตร้อน (SSHS)
ระยะเวลา 12 พฤศจิกายน – 15 พฤศจิกายน
ความรุนแรง 55 กม./ชม. (35 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
1004 mbar (hPa; 29.65 inHg)

ไต้ฝุ่นโบพา (ปาโปล)[แก้]

ดูบทความหลักที่: พายุไต้ฝุ่นโบพา (พ.ศ. 2555)
พายุไต้ฝุ่น (JMA)
ระดับ 5 ซูเปอร์ พายุไต้ฝุ่น (SSHS)
ระยะเวลา 25 พฤศจิกายน – 9 ธันวาคม
ความรุนแรง 185 กม./ชม. (115 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
930 mbar (hPa; 27.46 inHg)
  • วันที่ 23 พฤศจิกายน ศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่น (JTWC) รายงานว่าพบพื้นที่ความกดอากาศต่ำขนาดใหญ่ 90w[121] ระบบก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ และมีสภาพที่สมบูรณ์ขึ้นเนื่องจากอุณหภูมิผิดน้ำทะเลที่อบอุ่น[122]
  • วันที่ 25 พฤศจิกายน JTWC และ JMA ได้ประกาศทวีความรุนแรงเป็นดีเปรสชันเขตร้อนในขณะที่ JTWC ได้ใช้สัญญาณเรียกขาน 26W[123][124] 26W ได้กลายเป็นพายุโซนร้อนโดยสถานะทำให้ JMA ใช้ชื่อทางการว่า "โบพา"[125]
  • วันที่ 27 พฤศจิกายน JTWC ได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนโบพา[126]
  • วันที่ 2 ธันวาคม พายุได้เคลื่อนตัวมาในเขตรับผิดชอบของฟิลิปปินส์และได้ชื่อ "ปาโปล (Pablo)"
  • วันที่ 3 ธันวาคม ระบบได้ทวีกำลังแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยไม่คาดคิดระบบกลายเป็นซูเปอร์ไต้ฝุ่นระดับ 5 และเริ่มมีตาที่กว้าง 27 กิโลเมตร

โบพาขึ้นถล่มแผ่นดินฟิลิปปินส์ในระดับความรุนแรงเป็นซุเปอร์ไต้ฝุ่นระดับ 5 [127]

  • วันที่ 9 ธันวาคม JTWC ได้ประกาศคำเตือนสุดท้ายของพายุ[128]

พายุโซนร้อนหวู่คง (กินตา)[แก้]

พายุโซนร้อน (JMA)
พายุโซนร้อน (SSHS)
ระยะเวลา 24 ธันวาคม – 28 ธันวาคม
ความรุนแรง 75 กม./ชม. (45 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
998 mbar (hPa; 29.47 inHg)

พายุทำให้เกิดแผ่นดินถล่มในหมู่เกาะวิซายาของฟิลิปปินส์เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ขณะที่กำลังทวีความรุนแรงเป็นพายุโซนร้อน ด้วยการจัดระบบการพาความร้อนอย่างดีของพายุขณะที่กำลังเคลื่อนผ่านฟิลิปปินส์[134][135] ต่อมา PAGASA ได้รายงานว่า หวู่คง ได้ทำให้เกิดแผ่นดินถล่มในเกาะเล็กๆ ในภาคกลางของฟิลิปปินส์รวม 7 ครั้ง[136]

วันที่ 27 ธันวาคม พายุได้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 11 คนในฟิลิปปินส์ และเคลื่อนไปทางทะเลจีนใต้โดยลงทะเลที่ตะวันออกของจังหวัดปาลาวัน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของมะนิลา[137]

ดีเปรสชันอื่นๆ[แก้]

ภาพถ่ายดาวเทียมของดีเปรสชันเขตร้อนขณะกำลังส่งผลกระทบกับฟิลิปปินส์ในเดือนกรกฎาคม

วันที่ 1 มกราคม JMA ได้ประกาศเตือนดีเปรสชันเขตร้อนกำลังอ่อนที่อยู่ที่ 75 กิโลเมตร (45 ไมล์) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกัวลา ตระเรนกานู, มาเลเซีย[138] ในระหว่างนั้นดีเปรสชันเขตร้อนได้เคลื่อนไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนืออย่างช้าๆ ก่อนจะถูกบันทึกครั้งสุดท้ายโดย JMA หลังจากนั้น[139][140] วันที่ 13 มกราคม JMA ได้เริ่มติดตามดีเปรสชันเขตร้อนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของลมเฉือนห่างจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ไปทางตะวันออก ทาง 625 กิโลเมตร (390 ไมล์)[141][142] ระหว่างนั้นดีเปรสชันได้หยุดเคลื่อนตัวก่อนที่ JMA จะออกคำเตือนสุดท้าย ในวันถัดไประบบได้จางเหือดหายไป[143][144][145] วันที่ 8 เมษายน JMA ได้เริ่มตรวจสอบดีเปรสชันเขตร้อนมีการก่อตัวในระยะ 2,000 กิโลเมตร (1,200 ไมล์) ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของตาระวะ, คิริบาส[146] จากนั้นสองสามวันถัดไป JMA ยังคงเฝ้าตรวจสอบดีเปรสชันเขตร้อนก่อนที่จะถูกบันทึกครั้งสุดท้ายโดย JMA ระหว่างวันที่ 11 เมษายน ประมาณ 450 กิโลเมตร (280 ไมล์) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะเวค[147] ช่วงสายของวันที่ 28 เมษายน JMA รายงานว่าพายุดีเปรสชันมีการก่อตัวทางตะวันออกเฉียงใต้ ห่างจาก เมืองดาเวา บนเกาะมินดาเนาเกาะฟิลิปปินส์ ที่ระยะ 460 กิโลเมตร (290 ไมล์)[148] วันถัดไป ดีเปรสชันเขตร้อนเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือทางทิศตะวันตกก่อนที่จะถูกบันทึกครั้งสุดท้าย ในวันที่ 30 เมษายน และสลายไปใกล้ๆกับมินดาเนา[149][150][151][152]

ชื่อพายุ[แก้]

ภายในทิศตะวันตกเฉียงเหนือมหาสมุทรแปซิฟิกมีสองหน่วยงานที่ทำงานแยกกันในการกำหนดชื่อพายุ โดยมาจะมี 2 ชื่อ สำหรับสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น จะมีกำหนดชื่อของพายุเขตร้อน โดยพายุต้องมีความเร็วลมเฉลี่ย 10 นาทีประมาณ 65 กม./ชม. (40 ไมล์/ชม.) ทางทิศเหนือของเส้นศูนย์สูตรระหว่าง 180° และ 100°ตะวันออก ขณะที่สำนักงานบริหารบรรยากาศ ธรณีฟิสิกส์ และดาราศาสตร์แห่งฟิลิปปินส์ (PAGASA) จะกำหนดชื่อให้กับพายุเขตร้อนในพื้นที่รับผิดชอบของตนเองระหว่าง 135°ตะวันออกและ 115°ตะวันออก และระหว่าง 5°ตะวันออก ถึง 25°ตะวันออก

ชื่อสากล[แก้]

พายุหมุนเขตร้อนที่มีชื่อจากรายการต่อไปนี้ โดยสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น จะเป็นผู้ตรวจสอบและประกาศใช้รายชื่อต่อไปนี้[153] เป็นชื่อที่สนับสนุนโดย คณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP)/องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) โดยมี 14 ประเทศสมาชิกเสนอชื่อเรียงตามลำดับในภาษาอังกฤษ[154]

ชุดที่ 5

  • ปาข่า (1201)
  • ซันหวู่ (1202)
  • มาวาร์ (1203)
  • กูโชล (1204)
  • ตาลิม (1205)
  • ทกซูรี (1206)
  • ขนุน (1207)
  • วีเซนเต (1208)
  • ซาวลา (1209)

ชุดที่ 1

  • ดอมเรย (1210)
  • ไห่คุ้ย (1211)
  • คีรอกี (1212)
  • ไคตั๊ก (1213)
  • เทมบิง (1214)
  • โบลาเวน (1215)
  • ซันปา (1216)
  • เจอลาวัต (1217)
  • เอวิเนียร์ (1218)
  • มาลิกซี (1219)
  • แกมี (1220)
  • พระพิรุณ (1221)
  • มาเรีย (1222)
  • เซินตินห์ (1223)
  • โบพา (1224)
  • หวู่คง (1225)

ฟิลิปปินส์[แก้]

สำนักงานบริหารบรรยากาศ ธรณีฟิสิกส์ และดาราศาสตร์แห่งฟิลิปปินส์ (PAGASA) จะใช้ชื่อของตัวเองหากมีพายุใดก่อตัวหรือเคลื่อนผ่านพื้นที่รับผิดชอบของตน โดยรายชื่อของพายุที่จะใช้ในแต่ละปีจะถูกตั้งและประกาศก่อนที่ฤดูการจะเริ่มขึ้น โดยหากชื่อเหล่านี้มีชื่อใดที่ไม่ได้ถูกปลดจะถูกนำกลับมาใช้ใหม่ในปี ค.ศ. 2016 โดยราการที่ได้ใช้ในปีนี้เหมือนกันกับเมื่อปี ค.ศ. 2008 โดยยกเว้น "แฟรงก์" (Frank) ซึ่งถูกใช้ไปแล้ว โดยชื่อที่ยังไม่ถูกใช้จะถูกทำเป็น อักษรสีเทา[155]

  • อัมโบ (Ambo) (1203)
  • บุตโชย (Butchoy) (1204)
  • การีนา (Carina) (1205)
  • ดินโด (Dindo) (1206)
  • เอนเตง (Enteng) (1207)
  • เฟอร์ดี (Ferdie) (1208)
  • เฮเนร์ (Gener) (1209)
  • เอเลน (Helen) (1213)
  • อิกเม (Igme) (1214)
  • จูเลียน (Julian) (1215)
  • คาเรน (Karen) (1216)
  • ลาวิน (Lawin) (1217)
  • มาร์ซ (Marce) (1220)
  • นินา (Nina) (1221)
  • โอเฟล (Ofel) (1223)
  • ปาโปล (Pablo) (1224)
  • กินตา (Quinta) (1225)
  • รอลลี (Rolly) (ยังไม่ใช้)
  • ซีโอญ (Siony) (ยังไม่ใช้)
  • โตนโย (Tonyo) (ยังไม่ใช้)
  • ยูลิสซีส (Ulysses) (ยังไม่ใช้)
  • วิกกี (Vicky) (ยังไม่ใช้)
  • วอร์เรน (Warren) (ยังไม่ใช้)
  • โยยอง (Yoyong) (ยังไม่ใช้)
  • โซซีโม (Zosimo) (ยังไม่ใช้)

พายุเพิ่มเติม

  • Alakdan (ยังไม่ใช้)
  • Baldo (ยังไม่ใช้)
  • Clara (ยังไม่ใช้)
  • Dencio (ยังไม่ใช้)
  • Estong (ยังไม่ใช้)
  • Felipe (ยังไม่ใช้)
  • Gardo (ยังไม่ใช้)
  • Heling (ยังไม่ใช้)
  • Ismael (ยังไม่ใช้)
  • Julio (ยังไม่ใช้)

การปลดชื่อ[แก้]

ในฤดูกาล 2556 ESCAP/WMO คณะกรรมการไต้ฝุ่น, ได้เห็นสมควรว่าควรปลดชื่อ "โบพา" ออกจากรายชื่อทั้งหมด. สำนักงานบริหารบรรยากาศ ธรณีฟิสิกส์ และดาราศาสตร์แห่งฟิลิปปินส์ (PAGASA) ประกาศว่าได้มีการปลดชื่อพายุ "ปาโปล" ออกจากรายชื่อทั้งหมดเนื่องจากมียอดผู้เสียชีวิตและมูลค่าความเสียหายจากพายุไต้ฝุ่นปาโปล (โบพา) เป็นจำนวนมาก[156] ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ 2556 PAGASA ได้คัดเลือกชื่อ เปปีโต (Pepito) แทนชื่อ ปาโปล

ผลกระทบ[แก้]

ตารางนี้แสดงรายการพายุทั้งหมดที่เกิดขึ้นทางตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิกไปถึงเส้นแบ่งเขตวันสากล ในช่วงปี พ.ศ. 2555 ซึ่งจะระบุชื่อของพายุ, วันที่พายุเริ่มก่อตัว, ความรุนแรง, ข้อมูลพื้นฐานของพายุ, พื้นที่ได้รับผลกระทบ และความเสียหายที่เกิดจากพายุ โดยตัวเลขที่แสดงความเสียหายจะถูกระบุเป็นค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ปี ค.ศ. 2012 และความเสียหาย การสูญเสียจากพายุ จะนับตั้งแต่พายุเริ่มรวมตัวจนถึงพายุถึงความรุนแรงสูงสุด

ชื่อพายุ วันที่เกิด ระดับของพายุ ลมเฉลี่ย
สูงสุด 10 นาที
ความกดอากาศ
เฮกโตปาสกาล (hPa)
พื้นที่ได้รับผลกระทบ ความเสียหาย เสียชีวิต อ้างอิง
ดีเปรสชันเขตร้อน 1 มกราคม ดีเปรสชันเขตร้อน ไม่ได้ระบุ 1008 hPa (29.77 นิ้วปรอท) มาเลเซีย ไม่มี ไม่มี
ดีเปรสชันเขตร้อน 13 – 14 มกราคม ดีเปรสชันเขตร้อน ไม่มีข้อมูล 1006 hPa ไม่มี ไม่มี ไม่มี
01W 17 – 21 กุมภาพันธ์ ดีเปรสชันเขตร้อน ไม่มีข้อมูล 1004 hPa (29.65 นิ้วปรอท) ฟิลิปปินส์ &00000000010000000000001 ล้านดอลลาร์สหรัฐ {{nts|2}
ปาข่า 24 มีนาคม – 2 เมษายน พายุโซนร้อน 75 กม./ชม. (45 ไมล์/ชม.) 998 hPa (29.47 นิ้วปรอท) ฟิลิปปินส์, เวียดนาม, ลาว, กัมพูชา,ไทย &0000000000000000000000 ไม่มี 9
ดีเปรสชันเขตร้อน 8 – 11 เมษายน ดีเปรสชันเขตร้อน 55 กม./ชม. (35 ไมล์/ชม.) 1004 hPa (29.65 นิ้วปรอท) ไม่มี ไม่มี ไม่มี
ดีเปรสชันเขตร้อน 28 – 30 เมษายน ดีเปรสชันเขตร้อน ไม่ทราบ 1008 hPa (29.77 นิ้วปรอท) ปาเลา, ฟิลิปปินส์ ไม่มี ไม่มี
ซันหวู่ 21 – 27 พฤษภาคม พายุโซนร้อนรุนแรง 110 กม./ชม. (70 ไมล์/ชม.) 975 hPa (28.79 นิ้วปรอท) กวม, ญี่ปุ่น &000000000002000000000020 พันดอลลาร์สหรัฐ ไม่มี
มาวาร์ (อัมโบ) 31 พฤษภาคม – 6 มิถุนายน ไต้ฝุ่น 140 กม./ชม. (85 ไมล์/ชม.) 960 hPa (28.35 นิ้วปรอท) ฟิลิปปินส์, ญี่ปุ่น ไม่มี 3 [157]
กูโชล (บุทโชย) 10 – 20 มิถุนายน ไต้ฝุ่น 185 กท./ชม. (115 ไมล์/ชม.) 930 hPa (27.46 นิ้วปรอท) ไมโครนีเซีย, ฟิลิปปินส์, ญี่ปุ่น &0000000100000000000000100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 3 [158][159]
ตาลิม (คารินา) 16 – 21 มิถุนายน พายุโซนร้อนรุนแรง 95 กม./ชม. (60 ไมล์/ชม.) 985 hPa (29.09 นิ้วปรอท) ฮ่องกง, มาเก๊าu, จีน, ไต้หวัน &000000002486000000000024.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 1 [160][161]
ทกซุรี (ดินโด) 25 – 30 มิถุนายน พายุโซนร้อน 75 กม./ชม. (45 ไมล์/ชม.) 992 hPa (29.29 นิ้วปรอท) ฟิลิปปินส์, ไต้หวัน, ฮ่องกง, มาเก๊า, จีน &0000000000418000000000418 พันดอลลาร์สหรัฐ ไม่มี [162]
ดีเปรสชันเขตร้อน 30 มิถุนายน – 1 กรกฎาคม ดีเปรสชันเขตร้อน ไม่ได้ระบุ 1006 hPa (29.71 นิ้วปรอท) ฟิลิปปินส์ ไม่มี 2
ขนุน (เอนเทง) 14 – 19 กรกฎาคม พายุโซนร้อนรุนแรง 95 กม./ชม. (60 ไมล์/ชม.) 985 hPa (29.09 นิ้วปรอท) ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, เกาหลีเหนือ &000000001140000000000011.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 89 [163]
วีเซนเต (เฟอเดีย) 18 – 26 กรกฎาคม ไต้ฝุ่น 150 กม./ชม. (90 ไมล์/ชม.) 950 hPa (28.05 นิ้วปรอท) ฟิลิปปินส์, ฮ่องกง, มาเก๊า, จีน, เวียดนาม, ลาว, พม่า &0000000329000000000000329 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 15
ซาวลา (เจเนอ) 26 กรกฎาคม – 4 กันยายน ไต้ฝุ่น 130 กม./ชม. (80 ไมล์/ชม.) 960 hPa (28.35 นิ้วปรอท) ฟิลิปปินส์, ไต้หวัน, ญี่ปุ่น, จีน &0000000160740000000000161 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 82 [164][165][166]
ดอมเรย 27 กรกฎาคม – 4 กันยนยน ไต้ฝุ่น 130 กม./ชม. (80 ไมล์/ชม.) 970 hPa (28.64 นิ้วปรอท) ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, จีน &0000000635600000000000636 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 14 [167][168]
ไห่คุ้ย 1 – 10 สิงหาคม ไต้ฝุ่น 120 กม./ชม. (75 ไมล์/ชม.) 965 hPa (28.5 นิ้วปรอท) ญี่ปุ่น, ฟิลิปปินส์, จีน &0000000209000000000000209 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 105 [169][170][171]
คีรอกี 3 – 10 สิงหาคม พายุโซนร้อนรุนแรง 95 กม./ชม. (60 ไมล์/ชม.) 990 hPa (29.23 นิ้วปรอท) ญี่ปุ่น, รัสเซีย ไม่มี ไม่มี
ดีเปรสชันเขตร้อน 9 – 11 สิงหาคม ดีเปรสชันเขตร้อน ไม่ได้ระบุ 1008 hPa (29.77 นิ้วปรอท ไม่มี ไม่มี ไม่มี
ไคตั๊ก (เอเลน) 12 – 18 สิงหาคม ไต้ฝุ่น 120 กม./ชม. (75 ไมล์/ชม.) 970 hPa (28.64 นิ้วปรอท) ฟิลิปปินส์, จีน, ฮ่องกง, มาเก๊า, เวียดนาม, ลาว &0000000262350000000000262 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 40 [172]
เทมบิง (อิกเม) 17 – 30 สิงหาคม ไต้ฝุ่น 165 กม./ชม. (105 ไมล์/ชม.) 945 hPa (28.2 นิ้วปรอท) ฟิลิปปินส์, ไต้หวัน, จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ &00000000082500000000008.25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 10 [173][174][175]
โบลาเวน 19 – 29 สิงหาคม ไต้ฝุ่น 165 กม./ชม. (105 ไมล์/ชม.) 945 hPa (27.91 นิ้วปรอท) ญี่ปุ่น, จีน, เกาหลีใต้, เกาหลีเหนือ, รัสเซีย &0000000475000000000000475 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 88 [176][177]
ดีเปรสชันเขตร้อน 23 – 25 สิงหาคม ดีเปรสชันเขตร้อน ไม่ได้ระบุ 1008 hPa (29.77 นิ้วปรอท) เกาหลีใต้, เกาหลีเหนือ ไม่มี ไม่มี
ซันปา (คาเรน) 10 กันยายน – ปัจจุบัน ไต้ฝุ่น 205 กม./ชม. (125 ไมล์/ชม.) 900 hPa (26.58 นิ้วปรอท) ปาเลา &0000000378800000000000379 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 6
ดีเปรสชันเขตร้อน 10 – 13 กันยายน ดีเปรสชันเขตร้อน 55 กม./ชม. (35 ไมล์/ชม.) 1006 hPa (29.71 นิ้วปรอท) ญี่ปุ่น ไม่มี ไม่มี
เจอลาวัต (ลาวิน) 20 กันยายน – 1 ตุลาคม ไต้ฝุ่น 205 กม./ชม. (125 ไมล์/ชม.) 905 hPa (26.72 นิ้วปรอท) ฟิลิปปินส์, ไต้หวัน, ญี่ปุ่น, รัสเซีย &000000002740000000000027.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 7
เอวิเนียร์ 23 – 30 กันยายน พายุโซนร้อนกำลังแรง 95 กม./ชม. (60 ไมล์/ชม.) 985 hPa (29.09 นิ้วปรอท) ญี่ปุ่น ไม่มี ไม่มี
มาลิกซี 29 กันยายน – 4 ตุลาคม พายุโซนร้อนกำลังแรง 95 กม./ชม. (60 ไมล์/ชม.) 985 hPa (29.09 นิ้วปรอท) กวม, หมู่เกาะมารีนาเหนือ, ญี่ปุ่น ไม่มี ไม่มี
แกมี (มาร์ซ) 29 กันยายน – 7 ตุลาคม พายุโซนร้อนกำลังแรง 95 กม./ชม. (60 ไมล์/ชม.) 990 hPa (29.23 นิ้วปรอท) ฟิลิปปินส์, เวียดนาม ไม่มี ไม่มี
พระพิรุณ (นินา) 5  – 19 ตุลาคม ไต้ฝุ่น 165 กม./ชม. (105 ไมล์/ชม.) 940 hPa (27.76 นิ้วปรอท) กวม ไม่มี ไม่มี
มาเรีย 13 – 20 ตุลาคม พายุโซนร้อนกำลังแรง 95 กม./ชม. (60 ไมล์/ชม.) 990 hPa (29.23 นิ้วปรอท) หมู่เกาะมาเรียนาเหนือ, ญี่ปุ่น &0000000000000000000000 ไม่มี &0000000000000000000000 ไม่มี
เซินตินห์ 21 – 30 ตุลาคม ไต้ฝุ่น 155 กม./ชม. (100 ไมล์/ชม.) 945 hPa (27.91 นิ้วปรอท) ปาเลา, ฟิลิปปินส์, จีน, เวียดนาม &0000000184000000000000184 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 42
25W 12 – 15 พฤศจิกายน ดีเปรสชันเขตร้อน 55 กม./ชม. (35 ไมล์/ชม.) 1004 hPa (29.65 นิ้วปรอท) มาเลเซีย, เวียดนาม &0000000000000000000000 ไม่มี &0000000000000000000000 ไม่มี
โบพา (ปาโปล) 25 พฤศจิกายน – 9 ธันวาคม ไต้ฝุ่น 185 กม./ชม. (115 ไมล์/ชม.) 930 hPa (27.46 นิ้วปรอท) ไมโครนีเซีย, ปาเลา, ฟิลิปปินส์ &0000000898000000000000898 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 1,067 [178]
หวู่คง (กินตา) 24 – 28 ธันวาคม พายุโซนร้อน 75 กม./ชม. (45 ไมล์/ชม.) 998 hPa (29.47 นิ้วปรอท) ฟิลิปปินส์ &0000000000000000000000 ไม่มี &0000000000000011000000 11
สรุปฤดูกาล
พายุหมุนเขตร้อนทั้งหมด: 35 1 มกราคม – 28 ธันวาคม 205 กม./ชม. (125 ไมล์/ชม.) 900 hPa (26.58 นิ้วปรอท) 5.59 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ 1592

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 Saunders, Mark; Lea, Adam (April 13, 2012). "Extended Range Forecast for Northwest Pacific Typhoon Activity in 2012". Tropical Storm Risk Consortium. Archived from the original on September 17, 2012. สืบค้นเมื่อ September 17, 2012. 
  2. 2.0 2.1 Saunders, Mark; Lea, Adam (March 8, 2012). "May Forecast Update for Northwest Pacific Typhoon Activity in 2012". Tropical Storm Risk Consortium. Archived from the original on September 17, 2012. สืบค้นเมื่อ September 17, 2012. 
  3. Saunders, Mark; Lea, Adam (July 9, 2012). "July Forecast Update for Northwest Pacific Typhoon Activity in 2012". Tropical Storm Risk Consortium. Archived from the original on September 17, 2012. สืบค้นเมื่อ September 17, 2012. 
  4. Saunders, Mark; Lea, Adam (August 6, 2012). "August Forecast Update for Northwest Pacific Typhoon Activity in 2012". Tropical Storm Risk Consortium. Archived from the original on September 17, 2012. สืบค้นเมื่อ September 17, 2012. 
  5. 5.0 5.1 San, Shelley (September 1, 2012). "More typhoons could hit the nation this fall, CWB says". Taipei Times. Archived from the original on September 24, 2012. สืบค้นเมื่อ September 24, 2012. 
  6. 6.0 6.1 6.2 Guy Carpenter Asia-Pacific Climate Impact Centre. "Seasonal Forecast of tropical cyclone activity over the western North Pacific". City University of Hong Kong. Archived from the original on September 23, 2012. 
  7. Lee, B.Y (March 20, 2012). "Speech by Mr CM Shun, Director of the Hong Kong Observatory March 20, 2012". Hong Kong Observatory. Archived from the original on September 17, 2012. สืบค้นเมื่อ September 17, 2012. 
  8. Climatological Center, Meteorological Development Bureau (May 21, 2012). "Weather outlook for Thailand during Rainy Season (June — October 2012)". Thai Meteorological Department. Archived from the original on September 17, 2012. สืบค้นเมื่อ September 17, 2012. 
  9. Servando, Nathaniel T (August 13, 2012). July to December 2012 (Seasonal Climate Outlook). Philippine Atmospheric, Geophysical and Astronomical Services Administration. Archived from the original on September 24, 2012. http://www.webcitation.org/6Au4G28Ba. เรียกข้อมูลเมื่อ September 24, 2012. 
  10. "JMA WWJP25 Warning and Summary February 17, 2012 06z". Japan Meteorological Agency. Archived from the original on February 17, 2012. สืบค้นเมื่อ October 3, 2012. 
  11. Joint Typhoon Warning Center (February 17, 2012). "JTWC Tropical Depression 01W Warning 1". United States Navy, United States Airforce. Archived from the original on October 4, 2012. 
  12. Joint Typhoon Warning Center (February 17, 2012). "Tropical Cyclone Warning: Tropical Depression 01W". United States Navy, United States Airforce. Archived from the original on October 4, 2012. 
  13. Padua, David Michael V, (2012). "Typhoon 2000's Storm Log: Tropical Depression 01W". Typhoon 2000. Archived from the original on October 4, 2012. สืบค้นเมื่อ October 4, 2012. 
  14. "NDRRMC Update SitRep No.3 re Effects of Low Pressure Area (LPA)" (PDF). National Disaster Risk Reduction and Management Council. February 18, 2012. สืบค้นเมื่อ August 7, 2012. 
  15. 15.0 15.1 RSMC Tokyo - Typhoon Center (April 27, 2012). "RSMC Tropical Cyclone Best Track: Tropical Storm Sanvu (1202)". Japan Meteorological Agency. Archived from the original on April 27, 2012. สืบค้นเมื่อ August 20, 2012. 
  16. 16.0 16.1 National Weather Service Forecast Office Guam; National Climatic Data Center (2012). "Storm Events Database: Guam: Tropical Storm Sanvu". National Oceanic and Atmospheric Administration. Archived from the original on August 20, 2012. 
  17. "JMA WWJP25 Warning and Summary July 21, 2012 12z". Japan Meteorological Agency. Archived from the original on June 25, 2012. สืบค้นเมื่อ July 21, 2012. 
  18. Joint Typhoon Warning Centre (June 25, 2012). "Significant Tropical Weather Advisory for the Western and South Pacific Ocean". The United States Navy and The United States Airforce. Archived from the original on June 25, 2012. 
  19. Joint Typhoon Warning Centre. "Tropical Cyclone Formation Alert June 25, 2012 21z". The United States Navy and The United States Airforce. Archived from the original|archiveurl= requires |url= (help) on June 25, 2012. สืบค้นเมื่อ July 21, 2012. 
  20. "Severe Weather Bulletin Number One, Tropical Cyclone Alert: Tropical Depression "Dindo" Issued at 5:00 pm, Tuesday, June 26, 2012". Philippine Atmospheric, Geophysical and Astronomical Services Administration. Archived from the original on June 26, 2012. 
  21. RSMC Tokyo — Typhoon Center (June 26, 2012). "RSMC Tropical Cyclone Advisory June 26, 2012 12z". Japan Meteorological Agency. Archived from the original on June 26, 2012. สืบค้นเมื่อ July 21, 2012. 
  22. "強熱帶風暴"杜蘇芮"在廣東省珠海市沿海登陸". National Meteorological Center of CMA. 2012-06-29. สืบค้นเมื่อ 2012-06-29. 
  23. RSMC Tokyo — Typhoon Center (July 27, 2012). "RSMC Tropical Cyclone Best Track: Tropical Storm Doksuri". Japan Meteorological Agency. Archived from the original on July 27, 2012. สืบค้นเมื่อ July 27, 2012. 
  24. Tropical Storm Doksuri (1206) (Tropical Cyclone Report). Tropical Cyclones Affecting Hong Kong in 2012. Hong Kong Observatory. July 20, 2012. Archived from the original on 2012-07-29. http://www.webcitation.org/69WdaVdCN. 
  25. "WWJP25 RJTD 181200". Japan Meteorological Agency. July 18, 2012. สืบค้นเมื่อ July 23, 2012. 
  26. "Tropical Cyclone Formation Alert". Joint Typhoon Warning Center. July 20, 2012. สืบค้นเมื่อ July 23, 2012. 
  27. "Severe Weather Bulletin Number ONE". Philippine Atmospheric, Geophysical and Astronomical Services Administration. July 20, 2012. สืบค้นเมื่อ July 23, 2012. 
  28. "Tropical Depression 09W Advisory One". Joint Typhoon Warning Center. July 20, 2012. สืบค้นเมื่อ July 23, 2012. 
  29. "Tropical Storm Vicente Tropical Cyclone Advisory 211200". Japan Meteorological Agency. July 21, 2012. สืบค้นเมื่อ July 23, 2012. 
  30. "Typhoon Vicente Tropical Cyclone Advisory 231200". Japan Meteorological Agency. July 23, 2012. สืบค้นเมื่อ July 28, 2012. 
  31. "強颱風韋森特超勁 天文台改發10號波". Sharp Daily. July 23, 2012. สืบค้นเมื่อ July 24, 2012. 
  32. ""韦森特"24日4时15分前后登陆广东台山沿海". Sina News. July 23, 2012. สืบค้นเมื่อ July 23, 2012. 
  33. "Severe Tropical Storm Vicente Tropical Cyclone Advisory 240000". Japan Meteorological Agency. July 24, 2012. สืบค้นเมื่อ July 28, 2012. 
  34. "Typhoon 09W (Vicente) Advisory Fourteen". Joint Typhoon Warning Center. July 24, 2012. สืบค้นเมื่อ July 28, 2012. 
  35. "Tropical Depression Vicente Tropical Cyclone Advisory 241800". Japan Meteorological Agency. July 24, 2012. สืบค้นเมื่อ July 28, 2012. 
  36. "TD Tropical Cyclone Advisory 270000". Japan Meteorological Agency. July 27, 2012. สืบค้นเมื่อ August 2, 2012. 
  37. "Tropical Cyclone Formation Alert". Joint Typhoon Warning Center. July 28, 2012. สืบค้นเมื่อ August 2, 2012. 
  38. "Tropical Storm Damrey Tropical Cyclone Advisory 281200". Japan Meteorological Agency. July 28, 2012. สืบค้นเมื่อ August 2, 2012. 
  39. "Tropical Depression 11W Advisory 1". Joint Typhoon Warning Center. July 28, 2012. สืบค้นเมื่อ August 2, 2012. 
  40. "Tropical Storm 11W (Damrey) Advisory 4". Joint Typhoon Warning Center. July 29, 2012. สืบค้นเมื่อ August 2, 2012. 
  41. "Severe Tropical Storm Damrey Tropical Cyclone Advisory 301800". Japan Meteorological Agency. July 30, 2012. สืบค้นเมื่อ August 2, 2012. 
  42. "Typhoon 11W (Damrey) Advisory 15". Joint Typhoon Warning Center. August 1, 2012. สืบค้นเมื่อ August 2, 2012. 
  43. ""达维"在江苏省响水县陈家港镇沿海登陆". Xinhua News Agency. August 2, 2012. สืบค้นเมื่อ August 2, 2012. 
  44. "WWJP25 RJTD 040600". Japan Meteorological Agency. August 4, 2012. สืบค้นเมื่อ August 4, 2012. 
  45. "WWJP25 RJTD 011200". Japan Meteorological Agency. August 1, 2012. สืบค้นเมื่อ August 4, 2012. 
  46. "Tropical Cyclone Formation Alert". Joint Typhoon Warning Center. August 1, 2012. สืบค้นเมื่อ August 4, 2012. 
  47. "Tropical Depression 12W Advisory 1". Joint Typhoon Warning Center. August 2, 2012. สืบค้นเมื่อ August 4, 2012. 
  48. "Tropical Storm Haikui Tropical Cyclone Advisory 030000". Japan Meteorological Agency. August 3, 2012. สืบค้นเมื่อ August 4, 2012. 
  49. "Tropical Storm 12W (Haikui) Advisory 6". Joint Typhoon Warning Center. August 4, 2012. สืบค้นเมื่อ August 4, 2012. 
  50. "Severe Tropical Storm Haikui Tropical Cyclone Advisory 051200". Japan Meteorological Agency. August 5, 2012. สืบค้นเมื่อ August 6, 2012. 
  51. "强台风"海葵"登陆浙江象山鹤浦镇 速度将放缓". China News. August 7, 2012. สืบค้นเมื่อ August 7, 2012. 
  52. "JMA WWJP25 Warning and Summary August 3, 2012 00z". Japan Meteorological Agency. Archived from the original on August 4, 2012. สืบค้นเมื่อ September 24, 2012. 
  53. Joint Typhoon Warning Center. "Significant Tropical Weather Outlook for the Western and South Pacific Ocean August 2, 2012 00z". United States Navy, United States Airforce. Archived from the original on August 3, 2012. สืบค้นเมื่อ September 23, 2012. 
  54. "ABPW10 PGTW 040600". Joint Typhoon Warning Center. August 4, 2012. สืบค้นเมื่อ August 4, 2012. 
  55. "Tropical Storm 13W (Thirteen) Warning Nr 003". Joint Typhoon Warning Center. Archived from the original|archiveurl= requires |url= (help) on August 5, 2012. สืบค้นเมื่อ August 19, 2012. 
  56. "JMA WWJP25 Warning and Summary August 7, 2012 00z". Japan Meteorological Agency. Archived from the original|archiveurl= requires |url= (help) on August 7, 2012. สืบค้นเมื่อ August 19, 2012. "Developing Low 1000 hPa at 29N 162E sea around of Wake moving north slowly." 
  57. "Tropical Storm Kirogi Tropical Cyclone Advisory 0000z". Japan Meteorological Agency. Archived from the original|archiveurl= requires |url= (help) on August 8, 2012. สืบค้นเมื่อ August 19, 2012. 
  58. "Tropical Depression 13W (Kirogi) Warning Nr 018". Joint Typhoon Warning Center. Archived from the original|archiveurl= requires |url= (help) on August 9, 2012. สืบค้นเมื่อ August 19, 2012. 
  59. "Severe Tropical Storm Kirogi Tropical Cyclone Advisory 0600z". Japan Meteorological Agency. Archived from the original|archiveurl= requires |url= (help) on August 9, 2012. สืบค้นเมื่อ August 19, 2012. 
  60. "Tropical Storm 13W (Kirogi) Warning Nr 019". Joint Typhoon Warning Center. Archived from the original|archiveurl= requires |url= (help) on August 9, 2012. สืบค้นเมื่อ August 19, 2012. 
  61. "Tropical Storm 13W (Kirogi) Warning Nr 021". Joint Typhoon Warning Center. Archived from the original|archiveurl= requires |url= (help) on August 9, 2012. สืบค้นเมื่อ August 19, 2012. 
  62. "Typhoon Kai-tak - Tropical Weather Outlook 1". Joint Typhoon Warning Center. สืบค้นเมื่อ August 18, 2012. 
  63. "Tropical Weather Outlook 2 - Typhoon Kai-tak". Joint Typhoon Warning Center. สืบค้นเมื่อ August 18, 2012. 
  64. "JMA Tropical Cyclone Advisory 1 - Typhoon Kai-tak". Japan Meteorological Agency. สืบค้นเมื่อ August 18, 2012. 
  65. "Severe Weather Bulletin Number ONE - Tropical Depression "HELEN"". PAGASA. สืบค้นเมื่อ August 18, 2012. 
  66. "TROPICAL DEPRESSION 14W (FOURTEEN) WARNING NR 001". Joint Typhoon Warning Center. สืบค้นเมื่อ August 18, 2012. 
  67. "RSMC TROPICAL CYCLONE ADVISORY 130000". JMA. สืบค้นเมื่อ August 18, 2012. 
  68. "TROPICAL STORM 14W (KAI-TAK) WARNING NR 004". JTWC. สืบค้นเมื่อ August 18, 2012. 
  69. "RSMC TROPICAL CYCLONE ADVISORY 151500". JMA. สืบค้นเมื่อ August 18, 2012. 
  70. "PROGNOSTIC REASONING FOR TYPHOON 14W (KAI-TAK) WARNING NR 13". JTWC. สืบค้นเมื่อ August 20, 2012. 
  71. "ROGNOSTIC REASONING FOR TYPHOON 14W (KAI-TAK) WARNING NR 18". JTWC. สืบค้นเมื่อ August 20, 2012. 
  72. "RSMC TROPICAL CYCLONE ADVISORY 170000". JMA. สืบค้นเมื่อ August 20, 2012. 
  73. "Weather Bulletin Number FOURTEEN(FINAL) on Tropical Storm "HELEN"". PAGASA. สืบค้นเมื่อ August 20, 2012. 
  74. "PROGNOSTIC REASONING FOR TYPHOON 14W (KAI-TAK) WARNING NR 20". JTWC. สืบค้นเมื่อ August 20, 2012. 
  75. "PROGNOSTIC REASONING FOR TROPICAL STORM 14W (KAI-TAK) WARNING NR 21". JTWC. สืบค้นเมื่อ August 20, 2012. 
  76. "TROPICAL STORM 14W (KAI-TAK) WARNING NR 022". JTWC. สืบค้นเมื่อ August 20, 2012. 
  77. "RSMC TROPICAL CYCLONE ADVISORY 180600". JMA. สืบค้นเมื่อ August 20, 2012. 
  78. "Significant Tropical Weather Advisory for the Western and South Pacific Ocean". Joint Typhoon Warning Centre. Archived from the original|archiveurl= requires |url= (help) on August 17, 2012. สืบค้นเมื่อ August 17, 2012. 
  79. "JMA WWJP25 Warning and Summary August 17, 2012 06z". Japan Meteorological Agency. Archived from the original|archiveurl= requires |url= (help) on August 17, 2012. สืบค้นเมื่อ August 17, 2012. 
  80. "Tropical Cyclone Formation Alert". Joint Typhoon Warning Center. Archived from the original|archiveurl= requires |url= (help) on August 18, 2012. สืบค้นเมื่อ August 19, 2012. 
  81. "Tropical Storm Tembin Tropical Cyclone Advisory 0000z". Japan Meteorological Agency. Archived from the original|archiveurl= requires |url= (help) on August 19, 2012. สืบค้นเมื่อ August 19, 2012. 
  82. "Tropical Depression 15W (Fourteen) Warning Nr 001". Joint Typhoon Warning Center. Archived from the original|archiveurl= requires |url= (help) on August 19, 2012. สืบค้นเมื่อ August 19, 2012. 
  83. "Tropical Cyclone Alert: Tropical Depression "IGME": Number One". PAGASA. Archived from the original|archiveurl= requires |url= (help) on August 19, 2012. สืบค้นเมื่อ August 19, 2012. 
  84. "RSMC TROPICAL CYCLONE ADVISORY 200000". JMA. สืบค้นเมื่อ August 21, 2012. 
  85. "PROGNOSTIC REASONING FOR TYPHOON 15W (TEMBIN) WARNING NR 05". JTWC. สืบค้นเมื่อ August 21, 2012. 
  86. "Prognostic Reasoning for Tropical Cyclone Warning 14 on Typhoon Tembin". Joint Typhoon Warning Center. สืบค้นเมื่อ August 24, 2012. 
  87. "天秤清晨5時 屏東牡丹登陸". The Liberty Times. สืบค้นเมื่อ August 24, 2012. 
  88. "Prognostic Reasoning for Tropical Cyclone Warning 22 on Typhoon Tembin". Joint Typhoon Warning Center. สืบค้นเมื่อ August 24, 2012. 
  89. "JMA High Seas Forecast". Japan Meteorological Agency. August 19, 2012. สืบค้นเมื่อ September 4, 2012. 
  90. "Prognostic Reasoning for Tropical Storm 16W (Bolaven) Warning NR 002". Joint Typhoon Warning Center. United States Navy. August 20, 2012. สืบค้นเมื่อ September 4, 2012. 
  91. "JMA Tropical Cyclone Advisory Three". Japan Meteorological Agency. August 20, 2012. สืบค้นเมื่อ September 4, 2012. 
  92. "JMA Tropical Cyclone Advisory Forty-Nine". Japan Meteorological Agency. August 26, 2012. สืบค้นเมื่อ September 5, 2012. 
  93. "Prognostic Reasoning for Typhoon 16W (Bolaven) Warning NR 27". Joint Typhoon Warning Center. United States Navy. August 26, 2012. สืบค้นเมื่อ September 5, 2012. 
  94. "JMA Tropical Cyclone Advisory Fifty-Four". Japan Meteorological Agency. August 26, 2012. สืบค้นเมื่อ September 5, 2012. 
  95. "Prognostic Reasoning for Typhoon 16W (Bolaven) Warning NR 32". Joint Typhoon Warning Center. United States Navy. August 27, 2012. สืบค้นเมื่อ September 5, 2012. 
  96. "JMA Tropical Cyclone Advisory Eighty-Three (Final)". Japan Meteorological Agency. August 29, 2012. สืบค้นเมื่อ September 5, 2012. 
  97. "Massive Typhoon Bolaven roars over Okinawa, heads for Koreas". Tokyo, Japan: CNN. August 27, 2012. สืบค้นเมื่อ August 27, 2012. 
  98. "<台風15号>高波で男性1人不明 、鹿児島・南さつま". 毎日新聞. Yahoo! News. August 28, 2012. สืบค้นเมื่อ August 29, 2012.  (ญี่ปุ่น)
  99. "台風北上、九州が強風域に…14号も接近中". 読売新聞. Yahoo! News. August 27, 2012. สืบค้นเมื่อ August 29, 2012.  (ญี่ปุ่น)
  100. "高波にさらわれ男児不明…助けようとした母死亡". 読売新聞. Yahoo! News. August 28, 2012. สืบค้นเมื่อ August 29, 2012.  (ญี่ปุ่น)
  101. "台風影響で高波、漁船転覆…ヘリ救助も船長死亡". 読売新聞. Yahoo! News. August 28, 2012. สืบค้นเมื่อ August 29, 2012.  (ญี่ปุ่น)
  102. "台風15号 ソウルの強風注意報解除=死者15人". 聯合ニュース. Yahoo! News. August 29, 2012. สืบค้นเมื่อ August 29, 2012.  (ญี่ปุ่น)
  103. "Typhoon Bolaven 2012: Powerful Winds, Rain Smash Ships". Associated Press. Seoul, South Korea: Huffington Post. August 29, 2012. สืบค้นเมื่อ August 29, 2012. 
  104. 박수석 (September 14, 2012). "전남 태풍 피해액 4300억 원 최종 집계". Yeosu MBC. สืบค้นเมื่อ September 20, 2012.  (เกาหลี)
  105. "Death toll from Typhoon Bolaven in North Korea reaches 59". BNO News. Pyongyang, North Korea: NewsWire Update. September 6, 2012. สืบค้นเมื่อ September 6, 2012. 
  106. "Typhoon Bolaven hits North Korea, as death toll in the South rises". ABC Radio Australia. August 29, 2012. สืบค้นเมื่อ August 29, 2012. 
  107. "Tropical Cyclone Alert 091900". Joint Typhoon Warning Center. สืบค้นเมื่อ 11 September 2012. 
  108. "Weather Bulletin Number ONE". Philippine Atmospheric, Geophysical and Astronomical Services Administration. สืบค้นเมื่อ 11 September 2012. 
  109. http://www.nasa.gov/mission_pages/hurricanes/archives/2012/h2012_Ewiniar.html
  110. "JMA WWJP25 Warning and Summary September 29, 2012 12z". Japan Meteorological Agency. Archived from the original on September 29, 2012. สืบค้นเมื่อ September 29, 2012. 
  111. Darwin Regional Specialised Meteorological Centre (October 2, 2012). "Weekly Tropical Climate Note". Australian Bureau of Meteorology. Archived from the original on October 3, 2012. สืบค้นเมื่อ October 3, 2012. 
  112. "Unnamed Tropical Depression, Tropical Cyclone Advisory 0000z". Japan Meteorological Agency. Archived from the original on October 5, 2012. สืบค้นเมื่อ October 5, 2012. 
  113. "Unnamed Tropical Depression, Tropical Cyclone Advisory 0000z". Japan Meteorological Agency. Archived from the original on October 5, 2012. สืบค้นเมื่อ October 5, 2012. 
  114. "JMA WWJP25 Warning and Summary October 13, 2012 00z". Japan Meteorological Agency. Archived from the original on August 22, 2012. สืบค้นเมื่อ October 13, 2012. 
  115. "Significant Tropical Weather Advisory for the Western and South Pacific Ocean October 13, 2012 06z". Joint Typhoon Warning Centre. Archived from the original on October 13, 2012. สืบค้นเมื่อ October 13, 2012. 
  116. "Tropical Storm Maria Tropical Cyclone Advisory 1200z". Japan Meteorological Agency. Archived from the original on October 14, 2012. สืบค้นเมื่อ October 15, 2012. 
  117. "Severe Tropical Storm Maria Tropical Cyclone Advisory 0000z". Japan Meteorological Agency. Archived from the original on October 15, 2012. สืบค้นเมื่อ October 15, 2012. 
  118. http://www.jma.go.jp/en/typh/
  119. http://www.webcitation.org/6BVViggdB
  120. "JMA WWJP25 Warning and Summary October 21, 2012 12z". Japan Meteorological Agency. Archived from the original on October 21, 2012. สืบค้นเมื่อ October 21, 2012. 
  121. "Significant Tropical Weather Advisory for the Western and South Pacific Ocean November 23, 2012 08z". Joint Typhoon Warning Centre. Archived from the original on November 23, 2012. สืบค้นเมื่อ November 26, 2012. 
  122. "Tropical Cyclone Formation Alert". Joint Typhoon Warning Center. Archived from the original|archiveurl= requires |url= (help) on November 25, 2012. สืบค้นเมื่อ November 26, 2012. 
  123. "Tropical Cyclone Advisory 1800z". Japan Meteorological Agency. Archived from the original on November 25, 2012. สืบค้นเมื่อ November 26, 2012. 
  124. "Tropical Depression 26W (Twenty-Six) Prognostic Reasoning Nr 001". Joint Typhoon Warning Center. Archived from the original|archiveurl= requires |url= (help) on November 25, 2012. สืบค้นเมื่อ November 26, 2012. 
  125. Japan Meteorological Agency. "Tropical Cyclone Advisory 261800 - Tropical Storm Bopha". United States Navy. Archived from the original|archiveurl= requires |url= (help) on November 26, 2012. สืบค้นเมื่อ November 27, 2012. 
  126. Joint Typhoon Warning Center; National Oceanic and Atmospheric Administration. "Prognostic Reasoning for Tropical Cyclone Warning 006 - Tropical Storm Bopha". United States Navy. Archived from the original on November 27, 2012. สืบค้นเมื่อ November 27, 2012. 
  127. http://www.wunderground.com/blog/JeffMasters/comment.html?entrynum=2304
  128. http://www.usno.navy.mil/NOOC/nmfc-ph/RSS/jtwc/warnings/wp2612web.txt
  129. "Significant Tropical Weather Advisory for the Western and South Pacific Ocean December 20, 2012 14z". Joint Typhoon Warning Centre. Archived from the original on December 20, 2012. สืบค้นเมื่อ December 26, 2012. 
  130. "Tropical Depression - Tropical Cyclone Advisory 0000z". Japan Meteorological Agency. Archived from the original on December 24, 2012. สืบค้นเมื่อ December 26, 2012. 
  131. "Tropical Depression 27W Warning Nr 001". Joint Typhoon Warning Center. Archived from the original on December 24, 2012. สืบค้นเมื่อ December 26, 2012. 
  132. "Tropical Cyclone Alert: Tropical Depression "QUINTA": Number One". PAGASA. Archived from the original on December 24, 2012. สืบค้นเมื่อ December 26, 2012. 
  133. "Tropical Storm Wukong - Tropical Cyclone Advisory 0000z". Japan Meteorological Agency. Archived from the original on December 25, 2012. สืบค้นเมื่อ December 26, 2012. 
  134. http://www.webcitation.org/6DC8Rjdyp
  135. "Tropical Cyclone Alert: Tropical Storm "QUINTA": Number Five". PAGASA. Archived from the original on December 26, 2012. สืบค้นเมื่อ December 26, 2012. 
  136. "Quinta makes landfall six times in Visayas, may leave Friday". GMA Network Inc. สืบค้นเมื่อ 26 December 2012. 
  137. "Late-season storm kills 11 in central Philippines". Jakarta Post. สืบค้นเมื่อ 28 December 2012. 
  138. "JMA WWJP25 Warning and Summary January 1, 2012 00z". Japan Meteorological Agency. Archived from the original on January 1, 2012. สืบค้นเมื่อ July 29, 2012. 
  139. "JMA WWJP25 Warning and Summary 2012-01-01 06z". Japan Meteorological Agency. Archived from the original on January 1, 2012. สืบค้นเมื่อ July 29, 2012. 
  140. "JMA WWJP25 Warning and Summary 2012-01-01 12z". Japan Meteorological Agency. Archived from the original on January 1, 2012. สืบค้นเมื่อ July 29, 2012. 
  141. "JMA WWJP25 Warning and Summary January 13, 2012 12z". Japan Meteorological Agency. Archived from the original on January 13, 2012. สืบค้นเมื่อ July 29, 2012. 
  142. Joint Typhoon Warning Center. "Significant Tropical Weather Outlook for the Western and South Pacific Ocean January 13, 2012 02z". United States Navy, United States Airforce. Archived from the original on January 13, 2012. สืบค้นเมื่อ July 30, 2012. 
  143. "JMA WWJP25 Warning and Summary January 14, 2012 12z". Japan Meteorological Agency. Archived from the original on August 2, 2012. สืบค้นเมื่อ August 2, 2012. 
  144. "JMA WWJP25 Warning and Summary January 14, 2012 18z". Japan Meteorological Agency. Archived from the original on August 2, 2012. สืบค้นเมื่อ August 2, 2012. 
  145. Joint Typhoon Warning Center. "Significant Tropical Weather Outlook for the Western and South Pacific Ocean January 14, 2012 06z". United States Navy, United States Airforce. Archived from the original on August 2, 2012. สืบค้นเมื่อ August 2, 2012. 
  146. "JMA WWJP25 Warning and Summary April 8, 2012 06z". Japan Meteorological Agency. Archived from the original on April 8, 2012. สืบค้นเมื่อ October 17, 2012. 
  147. "JMA WWJP25 Warning and Summary April 11, 2012 12z". Japan Meteorological Agency. Archived from the original on April 11, 2012. สืบค้นเมื่อ October 17, 2012. 
  148. "JMA WWJP25 Warning and Summary April 28, 2012 18z". Japan Meteorological Agency. Archived from the original on April 28, 2012. สืบค้นเมื่อ September 23, 2012. 
  149. "JMA WWJP25 Warning and Summary April 29, 2012 12z". Japan Meteorological Agency. Archived from the original on April 29, 2012. สืบค้นเมื่อ September 23, 2012. 
  150. "JMA WWJP25 Warning and Summary April 30, 2012 00z". Japan Meteorological Agency. Archived from the original on April 30, 2012. สืบค้นเมื่อ September 23, 2012. 
  151. "JMA WWJP25 Warning and Summary April 30, 2012 06z". Japan Meteorological Agency. Archived from the original on September 23, 2012. สืบค้นเมื่อ September 23, 2012. 
  152. Joint Typhoon Warning Center. "Significant Tropical Weather Outlook for the Western and South Pacific Ocean April 30, 2012 06z". United States Navy, United States Airforce. Archived from the original on September 23, 2012. สืบค้นเมื่อ September 23, 2012. 
  153. Gary Padgett. "Monthly Tropical Cyclone summary December 1999". Australian Severe Weather. Archived from the original on 17 May 2008. สืบค้นเมื่อ 2008-04-20. 
  154. "Tropical Cyclone names". JMA. Archived from the original on 2 April 2008. สืบค้นเมื่อ 2008-04-20. 
  155. Staff Writer (2010-09-22). "Philippine Tropical cyclone names". Philippine Atmospheric, Geophysical and Astronomical Services. Administration. สืบค้นเมื่อ 2010-09-23. 
  156. http://www.interaksyon.com/article/49944/pagasa-retires-pablo-from-list-of-names-for-storms
  157. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ ndrrmc.gov.ph
  158. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ GucholNDRRMCfinal
  159. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ JuneRecap
  160. "農林漁牧災損". 中央災害應變中心. สืบค้นเมื่อ 21 June 2012. 
  161. "人命傷亡". 中央災害應變中心. สืบค้นเมื่อ 21 June 2012. 
  162. "SitRep No.6 re Effects of the SW Monsoon Enhanced by TS "Dindo"" (PDF). National Disaster Risk Reduction and Management Council. July 1, 2012. สืบค้นเมื่อ August 7, 2012. 
  163. "Scores killed in North Korea floods". Al Jazeera. สืบค้นเมื่อ 29 July 2012. 
  164. "SitRep No.21 re Effects of Typhoon "Gener" (Saola) Enhanced by Southwest Monsoon" (PDF). National Disaster Risk Reduction and Management Council. August 6, 2012. สืบค้นเมื่อ August 6, 2012. 
  165. Huang Chiao-wen and Hanna Liu (August 6, 2012). "Typhoon Saola causes over US$27 million in agricultural losses". Focus Taiwan. สืบค้นเมื่อ August 6, 2012. 
  166. "China: 13 killed, three missing after heavy rains". Xinhua General News. Zee News. August 7, 2012. สืบค้นเมื่อ August 7, 2012. 
  167. "Authorities Launch Relief Operation in Flood-hit NE China". Xinhua General News. CRI English. August 5, 2012. สืบค้นเมื่อ August 6, 2012. 
  168. "Typhoon-triggered flooding disrupts railway services". Xinhua General News. China.org. August 4, 2012. สืบค้นเมื่อ August 6, 2012. 
  169. "SitRep No.4 re Effects of Southwest Monsoon Enhanced by TS "Haikui"" (PDF). National Disaster Risk Reduction and Management Council. August 8, 2012. สืบค้นเมื่อ August 8, 2012. 
  170. Yan (August 8, 2012). "Typhoon Haikui eases, kills 3, affects millions". Xinhua General News. สืบค้นเมื่อ August 8, 2012. 
  171. "Disease alert on as flood deaths hit 89 by TS "Haikui"". Philstar.com. August 16, 2012. สืบค้นเมื่อ August 16, 2012. 
  172. "SitRep No.4 re Tropical Storm 'Helen' to leave Thursday; kills 7". Sun Star Manila. August 16, 2012. สืบค้นเมื่อ August 16, 2012. 
  173. "Igme claims first casualty". ABS-CBN News. ABS-CBN. August 21, 2012. สืบค้นเมื่อ August 21, 2012. 
  174. "Tembin affects thousands in S. Taiwan". The China Post. Asia One. August 29, 2012. สืบค้นเมื่อ August 29, 2012. 
  175. "8 dead in PH due to 'Igme'". ABS-CBN News. ABS-CBN. August 29, 2012. สืบค้นเมื่อ August 31, 2012. 
  176. Sam Kim (August 28, 2012). "Typhoon hits N. Korea, still reeling from floods". Atlanta Journal-Constitution. สืบค้นเมื่อ August 29, 2012. 
  177. "Typhoon Bolaven: North Korea reports storm damage". BBC News. August 29, 2012. สืบค้นเมื่อ August 29, 2012. 
  178. http://www.ndrrmc.gov.ph/attachments/article/835/UPD8%20re%20SitRep%20No.23%20Effects%20of%20Typhoon%20PABLO%20as%20of%2011%20Dec%202012,%206AM.pdf
    

พายุหมุนเขตร้อนของ ฤดูพายุไต้ฝุ่นแปซิฟิก พ.ศ. 2555

TD
TD
สเกลของ JMA
TD TS STS TY


อ้างอิงผิดพลาด: มีป้ายระบุ <ref> สำหรับกลุ่มชื่อ "nb" แต่ไม่พบป้ายระบุ <references group="nb"/> ที่สอดคล้องกัน หรือไม่มีการปิด </ref>