ฤดูพายุไต้ฝุ่นแปซิฟิก พ.ศ. 2554

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ฤดูพายุไต้ฝุ่นแปซิฟิก พ.ศ. 2554

แผนที่พายุ
พายุลูกแรกก่อตัว: 1 เมษายน พ.ศ. 2554
พายุลูกสุดท้ายสลายตัว: 1 มกราคม พ.ศ. 2555
พายุแรงที่สุด: ซงด่า – 920 hPa (mbar), 195 กม./ชม. (120 ไมล์/ช.ม.) (ความเร็วลม 10 นาที)
ดีเปรสชันเขตร้อน: 40
พายุทั้งหมด: 21
ไต้ฝุ่น: 8
ไต้ฝุ่นรุนแรง: 4 ลูก (อย่างไม่เป็นทางการ)
ผู้เสียชีวิต: ทั้งสิ้น 1,781 คน
เสียหายทั้งหมด: 4.897 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (USD, ค่าเงิน ค.ศ. 2011)
ฤดูพายุไต้ฝุ่นแปซิฟิก
2552, 2553, 2554, 2555, 2556

ฤดูพายุไต้ฝุ่นแปซิฟิก พ.ศ. 2554 เป็นช่วงของปีที่มีการก่อตัวของพายุหมุนเขตร้อนในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก ฤดูกาลดังกล่าวลากยาวตลอด พ.ศ. 2554 โดยพายุหมุนส่วนใหญ่ก่อตัวขึ้นระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงเดือนพฤศจิกายน ขอบเขตของบทความนี้จำกัดเฉพาะมหาสมุทรแปซิฟิกที่อยู่เหนือเส้นศูนย์สูตร ระหว่างเมอริเดียนที่ 100 และ 180 ตะวันออก ในบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือ มีสองหน่วยงานที่กำหนดชื่อพายุหมุนซึ่งอาจเป็นผลให้พายุลูกหนึ่งมีสองชื่อ สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นจะตั้งชื่อพายุหมุนถ้าพายุลูกนั้นมีความเร็วลมที่รอบศูนย์กลางพายุที่สูงสุด 10 นาที อย่างน้อย 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่ใดในแอ่ง ขณะที่สำนักงานบริหารบรรยากาศ ธรณีฟิสิกส์ และดาราศาสตร์แห่งฟิลิปปินส์กำหนดชื่อพายุหมุนซึ่งเคลื่อนเข้าสู่หรือก่อตัวขึ้นเป็นดีเปรสชันเขตร้อนในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานฯ ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างลองติจูด 135 และ 115 องศาตะวันออก และระหว่างละติจูด 5 ถึง 25 องศาเหนือ แม้พายุนั้นจะมีชื่อที่สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นตั้งแล้วก็ตาม ดีเปรสชันเขตร้อนซึ่งถูกเฝ้าจับตาโดยศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่นของสหรัฐอเมริกาได้กำหนดหมายเลขและมีตัวอักษร "W" ข้างหน้า

เนื้อหา

การพยากรณ์ฤดูกาล[แก้]

ศูนย์พยากรณ์
อากาศ
วันที่ พายุ
ทั้งหมด
พายุ
โซนร้อน
พายุ
ไต้ฝุ่น
Intense
TCs
อ้างอิง
GCACIC เฉลี่ย (2493–2543) 31 27 17  – [1]
TSR เฉลี่ย (2508–2553)  – 26.3 16.4 8.5 [2]
TSR 8 มีนาคม 2554  – 27.8 17.5 7.8 [2]
TSR 5 พฤษภาคม 2554  – 28.0 17.7 7.6 [3]
GCACIC 9 พฤษภาคม 2554 31 27 16  – [1]
CWB 28 มิถุนายน 2554  – 22–26  –  – [4]
GCACIC 4 กรกฎาคม 2554 31 27 17  – [5]
TSR 4 กรกฎาคม 2554  – 28.3 18.1 8.4 [6]
TSR 5 สิงหาคม 2554  – 28.2 17.9 8.0 [7]
JMA เกิดขึ้นจริง 34 20 8  –
JTWC เกิดขึ้นจริง 23 19 10  –

ในแต่ละฤดูกาล สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของหลายประเทศ และหน่วยงานวิทยาศาสตร์หลายแห่ง ต่างพยากรณ์จำนวนพายุหมุนเขตร้อน พายุเขตร้อน และพายุไต้ฝุ่นที่จะก่อตัวขึ้นระหว่างฤดูกาล และ/หรือ จำนวนพายุหมุนที่จะส่งผลกระทบต่อประเทศใดประเทศหนึ่ง

มหาวิทยาลัยนครฮ่องกง[แก้]

นับแต่ฤดูพายุไต้ฝุ่นแปซิฟิก พ.ศ. 2543 เป็นต้นมา ศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศเอเชีย-แปซิฟิกกาย คาร์เพนเตอร์ (GCACIC) แห่งมหาวิทยาลัยนครฮ่องกง ได้พยากรณ์กิจกรรมสำหรับฤดูพายุไต้ฝุ่นที่กำลังมาถึง วันที่ 4 พฤษภาคม และ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 GCACIC แถลงการพยากรณ์จำนวนพายุหมุนเขตร้อน พายุเขตร้อน และพายุไต้ฝุ่นที่คาดว่าน่าจะเกิดขึ้นใน พ.ศ. 2554 เช่นเดียวกับพยากรณ์จำนวนพายุหมุนที่จะขึ้นฝั่งประเทศจีนหรือผ่านเข้ามาภายในระยะ 100 กิโลเมตรของคาบสมุทรเกาหลีหรือประเทศญี่ปุ่น[1]

ฤดูกาลนี้ GCACIC ทำนายไว้เมื่อเดือนพฤษภาคมว่า จะมีพายุหมุนเขตร้อน 31 ลูก พายุโซนร้อน 27 ลูก และพายุไต้ฝุ่น 17 ลูก จะก่อตัวหรือเคลื่อนเข้าสู่มหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกเฉียงเหนือปีนี้[1] ในการพยากรณ์เมื่อเดือนกรกฎาคม GCACIC ลดจำนวนพายุหมุนเขตร้อนที่จะพัฒนาเป็นพายุไต้ฝุ่นลงหนึ่งลูก ซึ่งพวกเขาโทษกำลังของร่องความกดอากาศต่ำอินเดีย-พม่า[5] สำหรับตอนใต้ของจีน GCACIC พยากรณ์ไว้ในเดือนพฤษภาคมว่า จะมีพายุหมุนเจ็ดลูกขึ้นฝั่งจีนใต้ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม ระหว่างปีเทียบกับค่าเฉลี่ยห้าลูก[1] พวกเขายังพยากรณ์ต่อไปอีกว่าพายุหมุนห้าลูกจะขึ้นฝั่งตอนใต้ของจีนระหว่างเดือนพฤษภาคมและสิงหาคม ขณะที่อีกสองลูกจะขึ้นฝั่งระหว่างเดือนกันยายนถึงธันวาคม[1] หลังพายุหมุนสองลูกขึ้นฝั่งตอนใต้ของจีนแล้วระหว่างเดือนมิถุนายนแล้ว เดือนกรกฎาคม GCACIC พยากรณ์ว่าพายุหมุนเจ็ดลูกจะขึ้นฝั่ง ระหว่างฤดูหลักระหว่างเดือนกรกฎาคมและธันวาคม[5] สำหรับคาบสมุทรเกาหลีและญี่ปุ่น GCACIC พยากรณ์ในเดือนพฤษภาคมว่า พายุหมุนหกลูกจะมีผลกระทบต่อญี่ปุ่นหรือคาบสมุทรเกาหลีระหว่างปี เทียบกับค่าเฉลี่ยสี่ลูก และพยากรณ์ว่าจะมีจำนวนพายุขึ้นฝั่งญี่ปุ่นมากกว่าค่าเฉลี่ย[1] หลังพายุหมุนสามลูกส่งผลกระทบต่อภูมิภาคในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน GCACIC พยากรณ์ว่า พายุหมุนเจ็ดลูกจะมีผลกระทบต่อคาบสมุทรเกาหลีหรือญี่ปุ่นระหว่างช่วงหลักของฤดู[5]

องค์การความเสี่ยงพายุโซนร้อน[แก้]

ตั้งแต่ฤดูพายุไต้ฝุ่นแปซิฟิก พ.ศ. 2543 เป็นต้นมา องค์การความเสี่ยงพายุโซนร้อน (TSR) แห่งมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอนได้ออกแถลงการพยากรณ์กิจกรรมของฤดูพายุไต้ฝุ่นที่จะถึง[2] การพยากรณ์จำนวนพายุหมุนเขตร้อน พายุไต้ฝุ่นและพายุไต้ฝุ่นรุนแรงซึ่งจะมีขึ้นใน พ.ศ. 2554 ในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก จะออกมาในเดือนมีนาคม พฤษภาคม กรกฎาคมและสิงหาคม ในการพยากรณ์ทุกครั้งปีนี้ TSR พยากรณ์ว่าฤดูดังกล่าวจะมีกิจกรรมพายุหมุนเฉลี่ย 28 ลูก พายุไต้ฝุ่น 18 ลูก และพายุไต้ฝุ่นกำลังแรง 8 ลูกพัฒนาขึ้นในฤดูนี้[2][3][6]

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติ[แก้]

วันที่ 17 มกราคม ขณะที่สำนักงานบริหารบรรยากาศ ธรณีฟิสิกส์ และดาราศาสตร์แห่งฟิลิปปินส์ (PAGASA) รายงานว่า ทางสำนักงานฯ คาดว่ามีพายุหมุนเขตร้อนระหว่าง 20 ถึง 22 ลูกเคลื่อนผ่านพื้นที่รับผิดชอบของฟิลิปปินส์ระหว่าง พ.ศ. 2554[8] วันที่ 23 มีนาคม หอสังเกตการณ์ฮ่องกง (HKO) รายงานว่า ทางหอฯ พยากรณ์ว่าจะมีพายุหมุน 6-9 ลูกจะมีผลกระทบต่อฮ่องกงในฤดูนี้[9] วันที่ 26 เมษายน กรมอุตุนิยมวิทยาของประเทศไทย พยากรณ์ว่าจะมีพายุโซนร้อน 2 ลูกมีผลกระทบต่อประเทศไทยใน พ.ศ. 2554 กรมฯ พยากรณ์ว่าลูกหนึ่งจะเคลื่อนผ่านเวียดนามและมีผลกระทบต่อประเทศไทยตอนบน ระหว่างเดือนสิงหาคมหรือกันยายน ขณะที่อีกลูกหนึ่งคาดว่าจะเคลื่อนผ่านไทยตอนใต้ระหว่างเดือนตุลาคมหรือพฤศจิกายน[10] วันที่ 30 มิถุนายน สำนักงานอากาศกลางของไต้หวันพยากรณ์ว่า ฤดู พ.ศ. 2554 จะมีค่าใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยภูมิอากาศปกติที่ 25.7 และพยากรณ์ว่าพายุโซนร้อน 22-26 ลูกจะเกิดขึ้นเหนือมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกใน พ.ศ. 2554 โดยมี 3 ถึง 5 ลูกที่มีผลกระทบต่อไต้หวัน[4]

พายุ[แก้]

ดีเปรสชันเขตร้อน 01W[แก้]

พายุโซนร้อนกำลังแรง (JMA)
พายุโซนร้อน (SSHS)
ระยะเวลา 1 เมษายน – 4 เมษายน
ความรุนแรง 100 กม./ชม. (65 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
1004 mbar (hPa; 29.65 inHg)

วันที่ 1 เมษายน สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นและศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่น ได้เฝ้าจับตาบริเวณความกดอากาศต่ำ ที่ก่อตัวขึ้นในทะเลจีนใต้ ระยะห่างจากชายฝั่งนครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 535 กิโลเมตร[11] ต่อมาทั้งสองหน่วยงานได้แถลงการณ์ทันทีที่พบพายุดีเปรสชันเขตร้อน ซึ่งเป็นลูกแรกของฤดูกาล พ.ศ. 2554[12] จากการเฝ้าติดตามพบว่า พายุดีเปรสชันเขตร้อนมีการพัฒนาและหมุนเป็นวงกลม[13] สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นออกคำเตือนการก่อตัวของพายุหมุนเขตร้อนแก่พายุดังกล่าว[14] เช้าวันที่ 2 เมษายน หน่วยงานให้ชื่อบริเวณความกดอากาศต่ำนั้นว่า ดีเปรสชันเขตร้อน 01W[15] อย่างไรก็ดี ภายในไม่กี่ชั่วโมง ดีเปรสชันเขตร้อนลูกนั้นเริ่มสูญเสียการหมุนเมื่อวินด์เชียร์กระทบระบบ ซึ่งทำให้พายุไม่สามารถทวีกำลังรุนแรงขึ้นได้จากระดับดีเปรสชันเขตร้อน เมื่อพายุนี้เกือบจะอยู่นิ่ง[16] ด้วยไม่เหลือการหมุนเวียนในวันที่ 3 เมษายน ดีเปรสชันเขตร้อนดังกล่าวจึงอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำและมีการออกประกาศเตือนภัยเป็นครั้งสุดท้ายจากสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น[17] สำนักงานฯ ยังเฝ้าจับตาระบบดังกล่าวในฐานะที่เป็นดีเปรสชันเขตร้อนต่อไปอีกวันหนึ่ง ก่อนออกคำเตือนภัยพายุลูกนี้เป็นครั้งสุดท้าย[18]

พายุดีเปรสชันเขตร้อน 02W (อามัง)[แก้]

พายุดีเปรสชันเขตร้อน (JMA)
ดีเปรสชันเขตร้อน (SSHS)
ระยะเวลา 3 เมษายน – 6 เมษายน
ความรุนแรง 55 กม./ชม. (35 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
1000 mbar (hPa; 29.53 inHg)

ในวันที่ 30 มีนาคม สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้เริ่มเฝ้าจับตาบริเวณความกดอากาศต่ำบริเวณทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะยาป[19] จนถึงวันที่ 2 กันยายน ระบบเริ่มมีการไหลเวียนระดับต่ำ แม้การยกตัวของอากาศยังดูไม่เป็นระเบียบ บริเวณความกดอากาศต่ำดังกล่าวแสดงการไหลออกอย่างดีภายในบริเวณลมเชียร์อ่อน จึงมีการคาดว่าบริเวณดังกล่าวจะพัฒนาต่อไปในช่วงอีกหลายวันขณะที่กำลังเคลื่อนตัวไปทางตะวันตก-ตะวันตกเฉียงเหนือ หลังหยุดชะงักชั่วคราวในช่วงเช้าวันที่ 3 เมษายน พายุได้เปลี่ยนทิศทางไปทางตะวันออก นอกเหนือจากนี้ สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นมองระบบว่า มีศักยะเพียงพอที่จะประกาศเป็นดีเปรสชันเขตร้อน เมื่อระบบอยู่ที่ทางตะวันตกของเมอริเดียน 135 องศาตะวันออก สำนักงานบริหารบรรยากาศ ธรณีฟิสิกส์ และดาราศาสตร์แห่งฟิลิปปินส์ก็ได้เริ่มออกประกาศเตือนภัยดีเปรสชันเขตร้อนดังกล่าวด้วยเช่นกัน โดยให้ชื่อว่า "อามัง" (Amang) ในการเคลื่อนตัวไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ ดีเปรสชันเขตร้อนดังกล่าวในที่สุดได้พัฒนาการยกตัวเพียงพอที่จะประกาศเป็นดีเปรสชันเขตร้อน 02W โดยสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 4 เมษายน อย่างไรก็ดี พายุลูกดังกล่าวคาดว่าจะเกิดเป็นเวลาสั้น ๆ เนื่องจากแนวปะทะอากาศที่อ่อนกำลังที่มาจากทิศตะวันตก และส่งผลให้ระบบเจอกับการเปลี่ยนแปลงนอกเขตร้อน

พายุโซนร้อนแอรี (เบเบง)[แก้]

พายุโซนร้อน (JMA)
พายุโซนร้อน (SSHS)
ระยะเวลา 3 เมษายน – 6 เมษายน
ความรุนแรง 75 กม./ชม. (45 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
992 mbar (hPa; 29.29 inHg)

วันที่ 4 พฤษภาคม หย่อมความกดอากาศต่ำ ก่อตัวขึ้นทางตะวันตกของปาเลา[20] ในวันเดียวกันนั้นต่อมาความกดอากาศต่ำเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นและพัฒนาเป็นพายุโซนร้อนและเริ่มเคลื่อนตัวไปยังทะเลฝั่งตะวันออกของหมู่เกาะฟิลิปปินส์

ไต้ฝุ่นซงด่า (เชเดง)[แก้]

พายุไต้ฝุ่น (JMA)
ระดับ 5 ซูเปอร์ พายุไต้ฝุ่น (SSHS)
ระยะเวลา 19 พฤษภาคม – 29 พฤษภาคม
ความรุนแรง 205 กม./ชม. (125 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
920 mbar (hPa; 27.17 inHg)

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่นรายงานว่าได้พบหย่อมความกดอากาศต่ำ ห่างจากชายฝั่งเกาะแยปไปทางตะวันออกเฉียงใต้ ประมาณ 510 กิโลเมตร (320 ไมล์) จากนั้นได้เคลื่อนตัวไปทางตะวันตกเฉียงเหนือจากอิทธิพลของความกดอากาศสูง ต่อมา สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้เริ่มสังเกตการณ์ก่อน ศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่น จะระบุว่าเกิดพายุดีเปรสชันเขตร้อน 04W ในวันที่ 20 พฤษภาคม ต่อมา ศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่นก็ได้รายงานว่าพายุดีเปรสชันเขตร้อนได้กลายเป็นพายุโซนร้อนมีลมพัดที่ศูนย์กลางแรง 65 กิโลเมตร/ชั่วโมง แต่ต่อมามีการรายงานมันลดความรุนแรงลง จึงถูกลดสถานะจากพายุโซนร้อนเป็นดีเปรสชันเขตร้อน แต่ต่อมาสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นและศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่นได้ออกประกาศว่าพายุดีเปรสชันเขตร้อนได้กลายเป็นพายุโซนร้อนอีกครั้ง และได้ชื่อว่าพายุโซนร้อนซงด่า ต่อมาพายุได้ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ และพัดเข้าไปในพื้นที่รับผิดชอบของสำนักงานบริหารบรรยากาศ ธรณีฟิสิกส์ และดาราศาสตร์แห่งฟิลิปปินส์ ซึ่งทางสำนักงานฯ ได้กำหนดชื่อ "เชเดง" (Chedeng) เมื่อเวลา 12 นาฬิกาตามเวลาสากล เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม ต่อมาศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่นรายงานว่า ซงด่าได้ทวีความรุนแรงมากขึ้นเป็นพายุไต้ฝุ่น

พายุดีเปรสชันเขตร้อน[แก้]

พายุดีเปรสชันเขตร้อน (JMA)
ระยะเวลา 31 พฤษภาคม – 2 มิถุนายน
ความรุนแรง 55 กม./ชม. (35 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
1004 mbar (hPa; 29.65 inHg)

ในช่วงเย็นวันที่ 31 พฤษภาคม สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นปรับหย่อมความกดอากาศต่ำไปเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อน

พายุโซนร้อนสาริกา (โดดอง)[แก้]

พายุโซนร้อน (JMA)
พายุโซนร้อน (SSHS)
ระยะเวลา 8 มิถุนายน – 11 มิถุนายน
ความรุนแรง 75 กม./ชม. (45 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
996 mbar (hPa; 29.41 inHg)

วันที่ 8 มิถุนายน เกิดหย่อมความกดอากาศต่ำขึ้นทางตะวันตกของเกาะเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ ต่อจากนั้น สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นและศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่นก็เริ่มทำการสังเกตการณ์

พายุดีเปรสชันเขตร้อน[แก้]

พายุดีเปรสชันเขตร้อน (JMA)
ระยะเวลา 15 มิถุนายน – 16 มิถุนายน
ความรุนแรง 55 กม./ชม. (35 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
1004 mbar (hPa; 29.65 inHg)

วันที่ 15 หย่อมความกดอากาศต่ำ ก่อตัวขึ้นบริเวณทางตะวันตกของเมืองปวยร์โตปรินเซซาบนเกาะปาลาวันของฟิลิปปินส์

พายุโซนร้อนไหหม่า (เอไกย์)[แก้]

พายุโซนร้อน (JMA)
พายุโซนร้อน (SSHS)
ระยะเวลา 16 มิถุนายน – 25 มิถุนายน
ความรุนแรง 75 กม./ชม. (45 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
985 mbar (hPa; 29.09 inHg)

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่นได้ตรวจพบการหมุนวนของอากาศเหนือบริเวณที่อยู่ห่างจากกรุงมะนิลาของฟิลิปปินส์ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ ประมาณ 1,350 กิโลเมตร (835 ไมล์)

พายุโซนร้อนรุนแรงมิอะริ (ฟัลกอน)[แก้]

พายุโซนร้อนกำลังแรง (JMA)
พายุโซนร้อน (SSHS)
ระยะเวลา 20 มิถุนายน – 27 มิถุนายน
ความรุนแรง 110 กม./ชม. (70 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
975 mbar (hPa; 28.79 inHg)

เช้าวันที่ 20 มิถุนายน ศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่นและสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้ตรวจพบหย่อมความกดอากาศต่ำก่อตัวขึ้นห่างไปทางตะวันออกของของฟิลิปปินส์ประมาณ 760 กิโลเมตร

พายุดีเปรสชันเขตร้อนโกริง[แก้]

พายุดีเปรสชันเขตร้อน (JMA)
ระยะเวลา 9 กรกฎาคม – 10 กรกฎาคม
ความรุนแรง 55 กม./ชม. (35 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
1000 mbar (hPa; 29.53 inHg)

วันที่ 9 กรกฎาคม เกิดหย่อมความกดอากาศต่ำขึ้นบริเวณทางตะวันออกของจังหวัดเอาโรราของฟิลิปปินส์

ไต้ฝุ่นหมาง้อน (อีเนง)[แก้]

ดูบทความหลักที่: พายุไต้ฝุ่นหมาง้อน
พายุไต้ฝุ่น (JMA)
ระดับ 4 พายุไต้ฝุ่น (SSHS)
ระยะเวลา 11 กรกฎาคม – 24 กรกฎาคม
ความรุนแรง 175 กม./ชม. (110 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
935 mbar (hPa; 27.61 inHg)

พายุก่อตัวบริเวณเกาะเวก ในวันที่ 9 กรกฎาคม[21] จากนั้นมันจึงพัฒนาต่อไป

พายุโซนร้อนโทะคาเงะ (ฮันนา)[แก้]

พายุโซนร้อน (JMA)
ดีเปรสชันเขตร้อน (SSHS)
ระยะเวลา 14 กรกฎาคม – 16 กรกฎาคม
ความรุนแรง 65 กม./ชม. (40 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
1000 mbar (hPa; 29.53 inHg)

หย่อมความกดอากาศต่ำได้ก่อตัวขึ้นทางเหนือของปาเลา ในวันที่ 14 กรกฎาคม สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น ได้ปรับระดับหย่อมความกดอากาศต่ำเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อน และศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่นได้ออกเตือนพายุไซโคลนเขตร้อน ต่อมาสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้ปรับระดับพายุดีเปรสชันเขตร้อนเป็น พายุโซนร้อนและใช้ชื่อ โทะคาเงะ

พายุดีเปรสชันเขตร้อน[แก้]

พายุดีเปรสชันเขตร้อน (JMA)
ระยะเวลา 16 กรกฎาคม – 17 กรกฎาคม
ความรุนแรง 45 กม./ชม. (30 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
998 mbar (hPa; 29.47 inHg)

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นรายงานว่าพายุดีเปรสชันเขตร้อนก่อตัวบริเวณกวางตุ้ง ประเทศจีน จากนั้นในวันที่ 17 กรกฎาคม พายุดีเปรสชันเขตร้อนก็ได้สลายตัวไป

พายุดีเปรสชันเขตร้อน[แก้]

พายุดีเปรสชันเขตร้อน (JMA)
ระยะเวลา 16 กรกฎาคม – 16 กรกฎาคม
ความรุนแรง 45 กม./ชม. (30 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
1002 mbar (hPa; 29.59 inHg)

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น รายงานว่ามีพายุดีเปรสชันเขตร้อนก่อตัวขึ้นบริเวณอ่าวตังเกี๋ย ใกล้กับมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน จากนั้นพายุดีเปรสชันเขตร้อนก็สลายตัวอย่างรวดเร็วหลังจากก่อตัวขึ้นเพียง 6 ชั่วโมง

พายุโซนร้อนรุนแรงนกเตน (ฮัวนิง)[แก้]

ดูบทความหลักที่: พายุหมุนนกเตน
พายุโซนร้อนกำลังแรง (JMA)
ระดับ 1 พายุไต้ฝุ่น (SSHS)
ระยะเวลา 24 กรกฎาคม – 31 กรกฎาคม
ความรุนแรง 95 กม./ชม. (60 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
984 mbar (hPa; 29.06 inHg)

วันที่ 22 กรกฎาคม หย่อมความกดอากาศต่ำได้ก่อตัวทางตะวันออกของฟิลิปปินส์ [22] มันค่อย ๆ เคลื่อนมาทางตะวันตกขณะที่ศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่นได้เริ่มเฝ้าสังเกตการณ์โดยปรับเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อน[23] วันถัดมา สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นก็ได้ปรับความรุนแรงเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อนเช่นเดียวกัน[24] ไม่กี่ชั่วโมงถัดมา สำนักงานบริหารบรรยากาศ ธรณีฟิสิกส์ และดาราศาสตร์แห่งฟิลิปปินส์ (PAGASA) ก็ได้เริ่มสังเกตการณ์แล้วเริ่มใช้ชื่อว่า "ฮัวนิง" (Juaning)[25][26] ต่อมากพายุดีเปรสชันเขตร้อนได้เคลื่อนที่ไปทางตะวันตกและทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ต่อมาสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้ปรับระดับความรุนแรงเป็นพายุโซนร้อนและใช้ชื่อว่า นกเตน

ไต้ฝุ่นหมุ่ยฟ้า (กาบายัน)[แก้]

พายุไต้ฝุ่น (JMA)
ระดับ 5 ซูเปอร์ พายุไต้ฝุ่น (SSHS)
ระยะเวลา 25 กรกฎาคม – 9 กรกฎาคม
ความรุนแรง 175 กม./ชม. (110 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
930 mbar (hPa; 27.46 inHg)
ดูบทความหลักที่: ไต้ฝุ่นหมุ่ยฟ้า พ.ศ. 2554

วันที่ 23 กรกฎาคม หย่อมความกดอากาศต่ำก่อตัวขึ้นทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะชุกในหมู่เกาะไมโครนีเซีย[27] หย่อมความกดอากาศต่ำค่อย ๆ เคลื่อนไปทางทิศตะวันตก ต่อมาในวันที่ 25 กรกฎาคม ศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่นได้ปรับระดับความรุนแรงเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อน ขณะที่มันอยู่ห่างไปทางทิศตะวันตกของเกาะกวมประมาณ 505 ไมล์ทะเล (935 กิโลเมตร; 581 ไมล์)[28] ต่อมาในเวลาเที่ยงคืนสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้เริ่มเฝ้าสังเกตการณ์โดยปรับระดับเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อน[29] วันที่ 28 กรกฎาคม ศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่นได้ปรับเพิ่มระดับความรุนแรงเป็นพายุโซนร้อน[30] ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นก็ได้ปรับเพิ่มระดับความรุนแรงเป็นพายุโซนร้อนเช่นเดียวกัน และใช้ชื่อว่า หมุ่ยฟ้า[31]

พายุดีเปรสชันเขตร้อนลันโด[แก้]

พายุดีเปรสชันเขตร้อน (JMA)
ระยะเวลา 31 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม
ความรุนแรง 45 กม./ชม. (30 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
1002 mbar (hPa; 29.59 inHg)

วันที่ 28 กรกฎาคม หย่อมความกดอากาศต่ำก่อตัวขึ้นทางทิศตะวันตกของเกาะกวมประมาณ 85 ไมล์ทะเล (157 กิโลเมตร; 98 ไมล์)[32] ถัดมาไม่กี่วันหย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ ต่อมาในวันที่ 31 กรกฎาคม สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้ปรับระดับความรุนแรงเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อนขณะที่มันอยู่ทางตะวันตกของฟิลิปปินส์[33]

พายุโซนร้อนรุนแรงเมอร์บุก[แก้]

พายุโซนร้อนกำลังแรง (JMA)
ระดับ 1 พายุไต้ฝุ่น (SSHS)
ระยะเวลา 3 สิงหาคม – 9 สิงหาคม
ความรุนแรง 100 กม./ชม. (65 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
980 mbar (hPa; 28.94 inHg)

ช่วงวันที่ 3 สิงหาคม สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้ปรับเพิ่มความรุนแรงของหย่อมความกดอากาศต่ำไปเป็นดีเปรสชันเขตร้อน ขณะที่มันอยู่ใกล้เกาะเวก[34] มันได้ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง เพียง 6 ชั่วโมงต่อมาสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้ปรับระดับความรุนแรงเป็นพายุโซนร้อนและใช้ชื่อ เมอร์บุก[35]

พายุดีเปรสชันเขตร้อน[แก้]

พายุดีเปรสชันเขตร้อน (JMA)
ระยะเวลา 3 สิงหาคม – 4 สิงหาคม
ความรุนแรง 55 กม./ชม. (35 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
1008 mbar (hPa; 29.77 inHg)

ในช่วงวันที่ 3 สิงหาคม พายุดีเปรสชันเขตร้อนได้ก่อตัวขึ้นบริเวณใกล้เกาะโบนิน และเคลื่อนไปเรื่อย ๆ อย่างช้า ๆ ต่อมาในสายของวันที่ 4 สิงหาคมพายุดีเปรสชันเขตร้อนก็ได้สลายตัวไปบริเวณคาบสมุทรคี

พายุดีเปรสชันเขตร้อน 13W[แก้]

พายุดีเปรสชันเขตร้อน (JMA)
ดีเปรสชันเขตร้อน (SSHS)
ระยะเวลา 8 สิงหาคม – 15 สิงหาคม
ความรุนแรง 55 กม./ชม. (35 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
1004 mbar (hPa; 29.65 inHg)

ช่วงสายของวันที่ 8 สิงหาคม สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น ปรับระดับความกดอากาศต่ำเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อน ขณะอยู่ใกล้เกาะกวม

พายุดีเปรสชันเขตร้อน[แก้]

พายุดีเปรสชันเขตร้อน (JMA)
ระยะเวลา 8 สิงหาคม – 10 สิงหาคม
ความรุนแรง 55 กม./ชม. (35 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
1008 mbar (hPa; 29.77 inHg)

ช่วงวันที่ 8 สิงหาคม สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นปรับระดับความกดอากาศต่ำเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อนขณะที่มันอยู่บริเวณมินะมิโตะริชิมะ[36] จากนั้นมันค่อย ๆ เคลื่อนที่ไปยังตะวันออกเฉียงเหนือ จากนั้นวันที่ 10 สิงหาคม มันค่อย ๆ สลายตัวไป[37]

พายุดีเปรสชันเขตร้อน[แก้]

พายุดีเปรสชันเขตร้อน (JMA)
ระยะเวลา 20 สิงหาคม – 15 สิงหาคม
ความรุนแรง 55 กม./ชม. (35 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
1002 mbar (hPa; 29.59 inHg)

ในวันที่ 19 สิงหาคม หย่อมความกดอากาศต่ำได้ก่อตัวขึ้นทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะกวม[38]

ไต้ฝุ่นนันมาดอล (มีนา)[แก้]

ดูบทความหลักที่: ไต้ฝุ่นนันมาดอล พ.ศ. 2554
พายุไต้ฝุ่น (JMA)
ระดับ 4 ซูเปอร์ พายุไต้ฝุ่น (SSHS)
ระยะเวลา 21 สิงหาคม – 31 สิงหาคม
ความรุนแรง 195 กม./ชม. (120 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
920 mbar (hPa; 27.17 inHg)

ช่วงวันที่ 19 สิงหาคม มีหย่อมความกดอากาศต่ำก่อตัวและพัฒนาขึ้นทางต้อนเหนือของปาเลา[39] ต่อมาวันที่ 20 สิงหาคมมันพัฒนาขึ้นและมีการหมุนเวียนลมเข้าหาศูนย์กลาง[40] ต่อมาหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงก็เคลื่อนไปทางเหนือจนถึงวันที่ 21 สิงหาคม เมื่อสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้ประกาศยกระดับเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อนเมื่อมันอยู่ทางตะวันออกของฟิลิปปินส์[41] วันที่ 20 สิงหาคม ศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่นได้ใช้ชื่อว่า 14W[42] ต่อมาในวันที่ 23 สิงหาคม สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้ปรับระดับความรุนแรงเป็นพายุโซนร้อนและใช้ชื่อ นันมาดอล[43] ในคืนเดียวกันสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้ปรับระดับความรุนแรงเป็นพายุโซนร้อนรุนแรง[44]ต่อมาสามารถสังเกตเห็นคล้ายตาพายุได้[45]เป็นผลให้นันมาดอลถูกปรับระดับความรุนแรงเป็นพายุไต้ฝุ่นในคืนเดียวกัน[46]นันมาดอลพัดขึ้นไปทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศฟิลิปปินส์ความเร็วลมประมาณ 95 นอต (176 กม./ชม.; 109 mph)[47] ในวันที่ 31 สิงหาคม สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นและศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่นได้ปรับลดระดับความรุนแรงของนันมาดอลเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อนขณะที่มันอยู่ที่ฝูเจี้ยน, ประเทศจีน[48][49]

ไต้ฝุ่นตาลัส[แก้]

ดูบทความหลักที่: ไต้ฝุ่นตาลัส พ.ศ. 2554
พายุไต้ฝุ่น (JMA)
พายุโซนร้อน (SSHS)
ระยะเวลา 23 สิงหาคม – 5 กันยนยน
ความรุนแรง 120 กม./ชม. (75 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
965 mbar (hPa; 28.5 inHg)

วันที่ 22 สิงหาคม หย่อมความกดอากาศต่ำก่อตัวและพัฒนาขึ้นทางทิศตะวันตกของเกาะกวม[50] ต่อมาสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นเริ่มต้นสังเกตการณ์และเฝ้าติดตามขณะที่มันกำลังกลายเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อน วันที่ 25 สิงหาคมพายุดีเปรสชันเขตร้อนได้พัฒนาและสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้ปรับระดับความรุนแรงเป็นพายุโซนร้อนและใช้ชื่อ ตาลัส[51]วันที่ 29 สิงหาคม สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้ปรับระดับความรุนแรงของตาลัสเป็นไต้ฝุ่น[52] จนถึงวันที่ 5 กันยายน ตาลัสอ่อนกำลังลงและสลายตัวไปในที่สุดขณะอยู่ในทะเลตะวันออก[53][54]

พายุโซนร้อนโนรู[แก้]

พายุโซนร้อน (JMA)
พายุโซนร้อน (SSHS)
ระยะเวลา 2 กันยายน – 6 กันยายน
ความรุนแรง 75 กม./ชม. (45 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
994 mbar (hPa; 29.35 inHg)

วันที่ 1 กันยายน ก็บริเวณความกดอากาศต่ำขึ้นทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะกวม[55] ในวันถัดไป สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้เริ่มตรวนสอบหย่อมความกดอากาศต่ำนั้น[56] ต่อมาอย่างรวดเร็ว มีการสังเกตการณ์ได้ถึงการหมุนเวียนลมเข้าหาศูนย์กลาง ศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่นจึงออกประกาศเตือนพายุหมุนเขตร้อน[57] วันที่ 3 กันยายน ศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่นใช้ชื่อ "16W" ให้กับพายุหมุนเขตร้อน[58] ต่อมา 16W ได้เร่งความเร็วขึ้นไปทางเหนือ 18 นอต (33 กม./ชม.; 21 ไมล์/ชม.) และมีลม 40 นอต (74 กม./ชม.; 46 ไมล์/ชม.) ศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่น จึงแจ้งปรับความรุนแรงเป็นพายุโซนร้อน[59] ต่อมา สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้ปรับความรุนแรงเป็นพายุโซนร้อน และใช้ชื่อ โนรู[60] หลังจากนั้นโนรูเดินทางขึ้นไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งมันค่อย ๆ ลดระดับความรุนแรงลงจนศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่น ได้ปรับลดความรุนแรงของโนรูลงเป็นดีเปรสชันเขตร้อน[61] วันที่ 6 กันยายน โนรูได้ลดระดับความรุนแรงลงอีกและกลายเป็นพายุไซโคลนทางตะวันออก-ตะวันออกเฉียงใต้ (east-southeast) ของเกาะฮกไกโด สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นและศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่นจึงได้ออกประกาศเตือนภัยพายุเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่มันจะสลายตัวไป[62]

พายุโซนร้อนกุหลาบ (โนโนย)[แก้]

พายุโซนร้อน (JMA)
พายุโซนร้อน (SSHS)
ระยะเวลา 6 กันยายน – 11 กันยายน
ความรุนแรง 65 กม./ชม. (40 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
1000 mbar (hPa; 29.53 inHg)

วันที่ 6 กันยายน สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น ได้ปรับความรุนแรงบริเวณความกดอากาศต่ำเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อน บริเวณจังหวัดโอะกินะวะของประเทศญี่ปุ่น[63] ต่อมาได้มีการสังเกตการณ์และแจ้งให้สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น ปรับระดับเป็นดีเปรสชันเขตร้อน[64] วันที่ 7 กันยายน สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้ปรับความรุนแรงของดีเปรสชันเขตร้อนเป็นพายุโซนร้อนและใช้ชื่อ กุหลาบ วันที่ 8 กันยายน กุหลาบเดินทางเข้าไปในเขตรับผิดชอบทางตะวันออก-ตะวันออกเฉียงเหนือ (east-northeast; ENE) ของสำนักงานบริหารบรรยากาศ ธรณีฟิสิกส์ และดาราศาสตร์แห่งฟิลิปปินส์ (PAGASA) ทางสำนักงานจึงได้ทำการสังเกตการณ์และกำหนดชื่อว่า "โนโนย" (Nonoy)[65] วันที่ 10 กันยายน กุหลาบได้อ่อนกำลังลงเป็นดีเปรสชันเขตร้อน

ไต้ฝุ่นโรคี (ออนยอก)[แก้]

พายุไต้ฝุ่น (JMA)
ระดับ 4 พายุไต้ฝุ่น (SSHS)
ระยะเวลา 8 กันยายน – 22 กันยายน
ความรุนแรง 175 กม./ชม. (110 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
940 mbar (hPa; 27.76 inHg)

วันที่ 8 กันยายน กลุ่มเมฆพายุฝนฟ้าคะนองมารวมตัวกันจนเกิดเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ[66] ต่อมาในวันเดียวกัน สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้ปรับระดับจากหย่อมความกดอากาศต่ำเป็นดีเปรสชันเขตร้อนบริเวณทางเหนือ-ตะวันออกเฉียงเหนือของหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนา[67] ต่อมาอีกสองวันมันค่อยเคลื่อนที่ไปทางทิศตะวันตกและมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โรคีมีการเพิ่มความรุนแรง-ลดความรุนแรงเป็นระยะ ๆ โดยล่าสุดในวันที่ 21 กันยายน โรคีได้กลายเป็นไต้ฝุ่นระดับ 2 ต่อมาโรคีได้พัดขึ้นถล่มประเทศญี่ปุ่นผ่านไปทางชิซุโอะกะ โคฟุ ไซตะมะ กุมมะ โทะจิงิ อิบะระกิ ฟุกุชิมะ ก่อนออกสู่มหาสมุทรแปซิฟิกและอ่อนกำลังลงและสลายตัวไปบริเวณใกล้ ๆ กับ เกาะฮกไกโด

ไต้ฝุ่นเซินกา[แก้]

พายุไต้ฝุ่น (JMA)
ระดับ 2 พายุไต้ฝุ่น (SSHS)
ระยะเวลา 14 กันยายน – 20 กันยายน
ความรุนแรง 130 กม./ชม. (80 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
970 mbar (hPa; 28.64 inHg)

ดีเปรสชันเขตร้อน[แก้]

พายุดีเปรสชันเขตร้อน (JMA)
ระยะเวลา 14 กันยายน – 15 กันยายน
ความรุนแรง <55 กม./ชม. (35 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
1002 mbar (hPa; 29.59 inHg)

วันที่ 14 กันยายน สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้เริ่มเฝ้าสังเกตการณ์กลุ่มพายุฝนฟ้าคะนองที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของไต้หวัน และมันได้กลายเป็นดีเปรสชันเขตร้อน แต่เนื่องจากมันไม่มีกำลังพอที่จะกลายเป็นพายุขนาดใหญ่ได้ทำให้สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นหยุดติดตามพายุลูกนี้ลงในวันที่ 15 กันยายน[68]

ไต้ฝุ่นเนสาด (เปดริง)[แก้]

พายุไต้ฝุ่น (JMA)
ระดับ 3 พายุไต้ฝุ่น (SSHS)
ระยะเวลา 23 กันยายน – 30 กันยายน
ความรุนแรง 150 กม./ชม. (90 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
950 mbar (hPa; 28.05 inHg)

วันที่ 21 กันยายน บริเวณความกดอากาศต่ำมีการพัฒนาขึ้นทางบริเวณทิศตะวันออก-ตะวันออกเฉียงใต้ (east-southeast) ของปาเลา[69]ศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่น (JTWC) จึงได้ออกการแจ้งเตือนการก่อตัวของพายุไซโคลนเขตร้อน (TCFA)[70] ต่อมาสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ได้สังเกตการณ์ดีเปรสชันเขตร้อน[71] วันที่ 23 กันยายนมันเริ่มพัฒนาขึ้น JTWC จึงได้ใช้ชื่อ 20W[72] เวลาเที่ยงคืน JMA ได้ปรับระดับความรุนแรงของ 20W เป็นพายุโซนร้อนและใช้ชื่อ เนสาด[73] ต่อมา JTWC และ JMA ได้ปรับระดับความรุนแรงของพายุโซนร้อนเนสาด เป็นพายุโซนร้อนรุนแรงเนสาดในวันที่ 25 กันยายน[74]ในเวลาต่อมาไม่นาน JMA ได้ปรับระดับความรุนแรงของเนสาด เป็นไต้ฝุ่น[75] เนสาดได้ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงระดับสูงสุดโดยเป็นไต้ฝุ่นระดับ 3 เฉลี่ยลม 1 นาทีที่ความเร็ว 105 นอต หรือ 194 กม./ชม. หรือ 121 ไมล์/ชม.[76] ในวันที่ 29 กันยายน เนสาดได้พัดเข้าถล่มเมืองเหวินชางในเกาะไหหลำของจีน

พายุโซนร้อนไห่ถาง[แก้]

พายุโซนร้อน (JMA)
พายุโซนร้อน (SSHS)
ระยะเวลา 24 กันยายน – 27 กันยายน
ความรุนแรง 65 กม./ชม. (40 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
996 mbar (hPa; 29.41 inHg)

ตอนเย็นวันที่ 21 กันยายน ในเวลาใกล้ ๆ กับที่พบพายุเนสาด ก็พบบริเวณความกดอากาศต่ำบริเวณตอนใต้ของฮ่องกง[69] และได้พัฒนาขึ้นในวันที่ 24 กันยายนและเคลื่อนไปทางทิศตะวันออกของเวียดนาม[77] ในวันต่อมาศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่น (JTWC) ได้ออกแจ้งเตือนพายุไซโคลนเขตร้อนและระบุว่ามันอาจกลายเป็นพายุหมุนเขตร้อนได้[78]ต่อมาวันที่ 25 กันยายน สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ได้ปรับระดับความรุนแรงของดีเปรสชันเขตร้อนเป็นพายุโซนร้อนและใช้ชื่อ ไห่ถาง หลังจากนั้น ไห่ถางก็ขึ้นฝั่งที่ประเทศเวียดนามแล้วก็อ่อนกำลังลงตามลำดับ

ไต้ฝุ่นนาลแก (เกียล)[แก้]

พายุไต้ฝุ่น (JMA)
ระดับ 4 ซูเปอร์ พายุไต้ฝุ่น (SSHS)
ระยะเวลา 26 กันยายน – 5 ตุลาคม
ความรุนแรง 175 กม./ชม. (110 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
935 mbar (hPa; 27.61 inHg)

ช่วงสายของวันที่ 26 กันยายน สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ได้รายงานว่าพบพายุดีเปรสชันเขตร้อนก่อตัวขึ้นบริเวณตะวันตกของหมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนา ต่อมาช่วงสายของวันที่ 27 กันยายน JMA ได้ทำการเพิ่มระดับความรุนแรงของพายุดีเปรสชันเขตร้อนเป็นพายุโซนร้อนและใช้ชื่อ นาลแก[79] ในวันที่ 28 กันยายน JMA ได้รายงานว่าได้ปรับระดับความรุนแรงของพายุโซนร้อนนาลแกเป็น พายุโซนร้อนรุนแรงนาลแก ด้วยลม 55 นอต (102 กม./ชม.; 63 ไมล์/ชม.)[80] ต่อมาในตอนกลางคืน สำนักงานบริหารบรรยากาศ ธรณีฟิสิกส์ และดาราศาสตร์แห่งฟิลิปปินส์ (PAGASA) ได้เริ่มออกประกาศเตือนภัยจากพายุ โดยกำหนดชื่อพายุว่า "เกียล" (Quiel) เนื่องจากพายุนี้ได้เข้ามาในพื้นที่รับชอบของสำนักงานฯ แล้ว[81] ต่อมาวันที่ 29 กันยายน สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นได้ปรับระดับความรุนแรงพายุโซนร้อนรุนแรงเป็นพายุไต้ฝุ่น นาลแกได้ทวีความรุนแรงมากขึ้นอย่างรวดเร็วจนมีความรุนแรงเป็นระดับ 4 ซูเปอร์ไต้ฝุ่นในวันที่ 1 ตุลาคม ก่อนที่ซูเปอร์ไต้ฝุ่นนาลแกจะเข้าถล่มลูซอน การสูญเสียพลังงานหลังจากเคลื่อนผ่านแผ่นดินและอุณหภูมิผิวน้ำทะเลที่เย็นขึ้นในทะเลจีนใต้ทำให้นาลแกได้ลดความรุนแรงเป็นพายุโซนร้อนรุนแรงลงในวันที่ 2 ตุลาคม และเป็นพายุโซนร้อนในช่วงสายของวันที่ 3 ตุลาคม ต่อมา JTWC ได้ลดระดับความรุนแรงของนาลแกลองเป็นดีเปรสชันเขตร้อนในวันที่ 4 ตุลาคม

พายุโซนร้อนบันยัน (รามอน)[แก้]

พายุโซนร้อน (JMA)
พายุโซนร้อน (SSHS)
ระยะเวลา 9 ตุลาคม – 16 ตุลาคม
ความรุนแรง 65 กม./ชม. (40 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
1002 mbar (hPa; 29.59 inHg)

วันที่ 9 ตุลาคม สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ได้ปรับระดับพื้นที่ความกดอากาศต่ำเป็นดีเปรสชันเขตร้อน ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของปาเลา ต่อมาในวันที่ 10 ตุลาคม ศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่น (JTWC) ได้ปรับระบบเป็นดีเปรสชันเขตร้อน 23W และสำนักงานบริหารบรรยากาศ ธรณีฟิสิกส์ และดาราศาสตร์แห่งฟิลิปปินส์ (PAGASA) ได้ปรับระดับความรุนแรงเป็นดีเปรสชันเขตร้อนเช่นกันและใช้ชื่อ รามอน (Ramon) ต่อมาในวันที่ 11 ตุลาคม JMA ได้เพื่มความรุนแรงของระบบเป็นพายุโซนร้อนและใช้ชื่อ บันยัน ต่อมาในเช้าวันที่ 12 ตุลาคม พายุได้พัดขึ้นฝั่งทางเลย์เตตอนใต้ในวิซายา, ฟิลิปปินส์ ต่อมา JTWC ได้ปรับลดความรุนแรงของระบบเป็นดีเปรสชันเขตร้อน ในวันต่อมา JMA ก็ได้ปรับลดความรุนแรงของระบบเป็นดีเปรสชันเขตร้อนเช่นกัน ต่อมาวันที่ 16 ตุลาคม ระบบก็ได้สลายตัวไปในทะเลจีนใต้

ดีเปรสชันเขตร้อน[แก้]

พายุดีเปรสชันเขตร้อน (JMA)
Counterclockwise vortex
ระยะเวลา 11 ตุลาคม – 13 ตุลาคม
ความรุนแรง <55 กม./ชม. (35 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
1006 mbar (hPa; 29.71 inHg)

ช่วงสายของวันที่ 28 กันยายน มีการกระจายตัวของเขตร้อนทางตะวันออก-ตะวันออกเฉียงใต้ (east-southeast) ของปาเลา หลายวันต่อมามันได้กลายเป็นบริเวณความกดอากาศต่ำและเดินทางผ่านฟิลิปปินส์ มาถึงทะเลจีนใต้ วันที่ 11 ตุลาคม สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ได้ปรับระดับพื้นที่ความกดอากาศต่ำเป็นดีเปรสชันเขตร้อน ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของไหหลำ, จีน ช่วงปลายของวันที่ 13 ตุลาคม ระบบก็สลายตัวไปหลังจากขึ้นฝั่งเวียดนามไปได้ไม่นาน

พายุดีเปรสชันเขตร้อน 24W[แก้]

พายุดีเปรสชันเขตร้อน (JMA)
ดีเปรสชันเขตร้อน (SSHS)
ระยะเวลา 7 พฤศจิกายน – 10 พฤศจิกายน
ความรุนแรง <55 กม./ชม. (35 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
1004 mbar (hPa; 29.65 inHg)

ในวันที่ 5 พฤศจิกายน ได้มีการยืนยันการพบบริเวณความกดอากาศต่ำทางตะวันออกของฟิลิปปินส์ ในวันที่ 6 พฤศจิกายน บริเวณความกดอากาศต่ำเริ่มเดินทางไปทางตะวันตกและเริ่มใกล้กับประเทศเวียดนาม ในวันที่ 7 พฤศจิกายน ความกดอากาศต่ำเริ่มได้รับการตรวจสอบจากศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่น (JTWC) และเตรียมประกาศการแจ้งเตือนการก่อตัวของพายุไซโคลนเขตร้อน (TCFA) ในวันเดียวกันนั้น JTWC ได้เพิ่มระดับความรุนแรงของความกดอากาศต่ำเป็นดีเปรสชันเขตร้อนและใช้ชื่อ 24W ในตอนเย็น สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ก็ประกาศเพิ่มระดับความรุนแรงของระบบเช่นกัน วันที่ 8 พฤศจิกายน JTWC ได้ออกคำเตือนฉบับสุดท้ายเกี่ยวกับระบบเพราะมันเริ่มอ่อนกำลังลงเนื่องจากมวลอากาศเย็นจากทางเหนือ วันที่ 10 พฤศจิกายน JMA รายงานว่าระบบได้อ่อนกำลังลงเป็นพื้นที่ความกดอากาศต่ำ

พายุดีเปรสชันเขตร้อน 25W[แก้]

ดีเปรสชันเขตร้อน (SSHS)
Counterclockwise vortex
ระยะเวลา 4 ธันวาคม – 5 ธันวาคม
ความรุนแรง 55 กม./ชม. (35 ไมล์/ชม.) (1-นาที)
1006 mbar (hPa; 29.71 inHg)

วันที่ 3 ธันวาคม มีการตรวจพบพื้นที่ความกดอากาศต่ำทางตะวันออกของเกาะบอร์เนียว วันที่ 4 ธันวาคม มีการตรวจสอบโดย ศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่น (JTWC) และได้ออกประกาศการแจ้งเตือนการก่อตัวของพายุไซโคลนเขตร้อน (TCFA) และ JTWC ยังได้เพิ่มระดับความรุนแรงของพื้นที่ความกดอากาศต่ำเป็นดีเปรสชันเขตร้อนและใช้ชื่อ 25W ต่อมาในวันที่ 5 ธันวาคม JTWC ได้ออกคำเตือนสุดท้ายเกี่ยวกับระบบเนื่องจาก 25W ได้รับผลกระทบจากมวลอากาศแห้งและเย็น

พายุดีเปรสชันเขตร้อน 26W[แก้]

พายุดีเปรสชันเขตร้อน (JMA)
ดีเปรสชันเขตร้อน (SSHS)
ระยะเวลา 10 ธันวาคม – ปัจจุบัน
ความรุนแรง 55 กม./ชม. (35 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
1004 mbar (hPa; 29.65 inHg)

วันที่ 10 ธันวาคม มีพื้นที่ความกดอากาศต่ำเกิดขึ้นบริเวณฟิลิปปินส์ และมีการตรวจสอบโดย ศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่น (JTWC) และได้ออกประกาศการแจ้งเตือนการก่อตัวของพายุไซโคลนเขตร้อน (TCFA) และต่อมาวันที่ 11 ธันวาคม ระบบได้เคลื่อนไปในทะเลจีนใต้ และเริ่มอ่อนกำลังลง มันเริ่มเคลื่อนที่ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ อย่างไรก็ตาม JTWC ก็ยังมีคำประกาศเตือน TCFA ออกมาเรื่อยๆ เนื่องจากมีการรบกวนของลมเฉือนน้อยลง หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมง JTWC ได้ปรับเพิ่มระดับความรุนแรงไปเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อน และใช้ชื่อ 26W

พายุโซนร้อนวาชิ (เซนดอง)[แก้]

ดูบทความหลักที่: พายุโซนร้อนวาชิ
พายุโซนร้อน (JMA)
พายุโซนร้อน (SSHS)
ระยะเวลา 13 ธันวาคม – 19 ธันวาคม
ความรุนแรง 75 กม./ชม. (45 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
996 mbar (hPa; 29.41 inHg)

วันที่ 12 ธันวาคม มีพื้นที่ความกดอากาศต่ำบริเวณเกาะชุก ในวันที่ 13 ธันวาคมมันเพิ่มความรุนแรงอย่างรวดเร็ว จนศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่น (JTWC) ได้ตรวจสอบและออกประกาศการแจ้งเตือนการก่อตัวของพายุไซโคลนเขตร้อน (TCFA) และในวันเดียวกัน JTWC และสำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ได้ปรับเพิ่มระดับความรุนแรงไปเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อน และใช้ชื่อ 27W และในวันที่ 14 ธันวาคม ระบบได้พัฒนาเป็นพายุโซนร้อน จากนั้นมันได้ลดระดับความรุนแรงลงเล็กน้อยจนถูกลดความรุนแรงเป็นพายุดีเปรสชันเขตร้อน จนวันที่ 15 ธันวาคม ระบบได้เคลื่อนที่เข้าไปในเขตรับผิดชอบของ สำนักงานบริหารบรรยากาศ ธรณีฟิสิกส์ และดาราศาสตร์แห่งฟิลิปปินส์ (PAGASA) ทางฟิลิปปินส์ได้ใช้ชื่อ เซนดอง แต่หลังจากผ่านปาเลา ระบบได้พัฒนาขึ้นอีกครั้งและกลายเป็นพายุโซนร้อนและมีการใช้ชื่อ วาชิ

ดีเปรสชันเขตร้อน[แก้]

พายุดีเปรสชันเขตร้อน (JMA)
Counterclockwise vortex
ระยะเวลา 24 ธันวาคม – 24 ธันวาคม
ความรุนแรง <55 กม./ชม. (35 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
1004 mbar (hPa; 29.65 inHg)

ช่วงสายของวันที่ 24 ธันวาคม สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ได้ปรับความรุนแรงของพื้นที่ความกดอากาศต่ำ ทางบริเวณทิศ east-southeast ของมินดาเนา จากนั้นระบบก็ลดความรุนแรงลง จน JMA ได้ออกยกเลิกคำประกาศเตือนทั้งหมด

ดีเปรสชันเขตร้อน[แก้]

พายุดีเปรสชันเขตร้อน (JMA)
Counterclockwise vortex
ระยะเวลา 31 ธันวาคม (2554) – 1 มกราคม (2555)
ความรุนแรง <55 กม./ชม. (35 ไมล์/ชม.) (10-นาที)
1008 mbar (hPa; 29.77 inHg)

วันที่ 31 ธันวาคม สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) ได้ปรับความรุนแรงของพื้นที่ความกดอากาศต่ำ ทางบริเวณทิศตะวันออก ของมาเลเซียตะวันตก ต่อมาระบบได้สลายตัวไป

รายชื่อพายุที่เกิดขึ้น[แก้]

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น[แก้]

  • แอรี (1101)
  • ซงด่า (1102)
  • สาริกา (1103)
  • ไหหม่า (1104)
  • มิอะริ (1105)
  • หมาง้อน (1106)
  • โทะคาเงะ (1107)
  • นกเตน (1108)
  • หมุ่ยฟ้า (1109)
  • เมอร์บุก (1110)
  • นันมาดอล (1111)
  • ตาลัส (1112)
  • โนรู (1113)
  • กุหลาบ (1114)
  • โรคี (1115)
  • เซินกา (1116)
  • เนสาด (1117)
  • ไห่ถาง (1118)
  • นาลแก (1119)
  • บันยัน (1120)
  • บันยัน (1120)
  • วาชิ (1121)

สำนักงานบริหารบรรยากาศ ธรณีฟิสิกส์ และดาราศาสตร์แห่งฟิลิปปินส์[แก้]

  • อามัง (Amang) (02W)
  • เบเบง (Bebeng) (1101)
  • เชเดง (Chedeng) (1102)
  • โดดอง (Dodong) (1103)
  • เอไกย์ (Egay) (1104)
  • ฟัลกอน (Falcon) (1105)
  • โกริง (Goring)
  • ฮันนา (Hanna) (1107)
  • อีเนง (Ineng) (1106)
  • ฮัวนิง (Juaning) (1108)
  • กาบายัน (Kabayan) (1109)
  • ลันโด (Lando)
  • มีนา (Mina) (1111)
  • โนโนย (Nonoy) (1114)
  • ออนยอก (Onyok) (1115)
  • เปดริง (Pedring) (1117)
  • เกียล (Quiel) (1119)
  • รามอน (Ramon) (1120)
  • เซนดอง (Sendong) (1121)
  • ตีโซย (Tisoy) (ยังไม่ใช้)
  • อูร์ซูลา (Ursula) (ยังไม่ใช้)
  • วีริง (Viring) (ยังไม่ใช้)
  • เวง (Weng) (ยังไม่ใช้)
  • โยโยย (Yoyoy) (ยังไม่ใช้)
  • ซิกซัก (Zigzag) (ยังไม่ใช้)

พายุเพื่มเติม

  • อาเบ (Abe) (ยังไม่ใช้)
  • เบร์โต (Berto) (ยังไม่ใช้)
  • ชาโร (Charo) (ยังไม่ใช้)
  • ดาโด (Dado) (ยังไม่ใช้)
  • เอสโตย (Estoy) (ยังไม่ใช้)
  • เฟลีออน (Felion) (ยังไม่ใช้)
  • เกนิง (Gening) (ยังไม่ใช้)
  • เอร์มัน (Herman) (ยังไม่ใช้)
  • อีร์มา (Irma) (ยังไม่ใช้)
  • ไฮย์เม (Jaime) (ยังไม่ใช้)

ผลกระทบ[แก้]

ชื่อ
พายุ
วันที่เกิด ระดับของพายุ ลมเฉลี่ย
สูงสุด 10 นาที
ความกดอากาศ
เฮกโตปาสกาล
พื้นที่ได้รับผลกระทบ ความเสียหาย เสียชีวิต อ้างอิง
01W 1 – 4 เมษายน ดีเปรสชันเขตร้อน 55 กม./ชม. (35 mph) 1004 hPa (29.65 นิ้วปรอท) ไม่มี ไม่มี ไม่มี
02W (อามัง) 3 – 6 เมษายน ดีเปรสชันเขตร้อน 55 กม./ชม. (35 mph) 1000 hPa (29.53 นิ้วปรอท) หมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนา ไม่มี ไม่มี
แอรี (เบเบง) 5 – 12 พฤษภาคม พายุโซนร้อน 75 กม./ชม. (45 mph) 992 hPa (29.29 นิ้วปรอท) ฟิลิปปินส์, ญี่ปุ่น 31.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 44 [82]
ซงด่า (เชเดง) 19 – 29 พฤษภาคม ไต้ฝุ่น 205 กม./ชม. (125 mph) 920 hPa (27.17 นิ้วปรอท) ไมโครนีเซีย, ฟิลิปปินส์, ญี่ปุ่น 287 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 17 [83][84][85]
ดีเปรสชันเขตร้อน 31 พฤษภาคม – 2 มิถุนายน ดีเปรสชันเขตร้อน ไม่มีข้อมูล 1004 hPa (29.65 นิ้วปรอท) ไม่มี ไม่มี ไม่มี
สาริกา (โดดอง) 8 – 11 มิถุนายน พายุโซนร้อน 75 กม./ชม. (45 mph) 996 hPa (29.42 นิ้วปรอท) ฟิลิปปินส์, จีน 248 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 29 [86]
ดีเปรสชันเขตร้อน 15 – 16 มิถุนายน ดีเปรสชันเขตร้อน ไม่มีข้อมูล 1004 hPa (29.65 นิ้วปรอท) ไม่มี ไม่มี ไม่มี
ไหหม่า (เอไกย์) 16 – 25 มิถุนายน พายุโซนร้อน 75 กม./ชม. (45 mph) 985 hPa (29.09 นิ้วปรอท) ฟิลิปปินส์, จีน, เวียดนาม, ลาว 16.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 18 [ต้องการอ้างอิง]
มิอะริ (ฟัลกอน) 20 – 27 มิถุนายน พายุโซนร้อนรุนแรง 110 กม./ชม. (70 mph) 970 hPa (28.64 นิ้วปรอท) ฟิลิปปินส์, ญี่ปุ่น, จีน, เกาหลีใต้, เกาหลีเหนือ 1.24 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 11 [ต้องการอ้างอิง]
โกริง 9 – 10 กรกฎาคม ดีเปรสชันเขตร้อน 55 กม./ชม. (35 mph) 1000 hPa (29.53 นิ้วปรอท) ญี่ปุ่น, ไต้หวัน ไม่มี ไม่มี
หมาง้อน (อีเนง) 11 – 24 กรกฎาคม ไต้ฝุ่น 175 กม./ชม. (110 mph) 935 hPa (27.61 นิ้วปรอท) หมู่เกาะนอร์เทิร์นมาเรียนา, ญี่ปุ่น 27.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 5
โทะคาเงะ (ฮันนา) 14 – 16 กรกฎาคม พายุโซนร้อน 65 กม./ชม. (40 mph) 1000 hPa (29.53 นิ้วปรอท) ไม่มี ไม่มี ไม่มี
ดีเปรสชันเขตร้อน 16 – 17 กรกฎาคม ดีเปรสชันเขตร้อน ไม่มีข้อมูล 998 hPa (29.47 นิ้วปรอท) จีน ไม่มี ไม่มี
ดีเปรสชันเขตร้อน 16 กรกฎาคม ดีเปรสชันเขตร้อน ไม่มีข้อมูล 1002 hPa (29.59 นิ้วปรอท) จีน ไม่มี ไม่มี
นกเตน (ฮัวนิง) 24 – 31 กรกฎาคม พายุโซนร้อนรุนแรง 95 กม./ชม. (60 mph) 984 hPa (29.06 นิ้วปรอท) ฟิลิปปินส์, จีน, เวียดนาม, ลาว, ไทย 126 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 119 [87]
หมุยฟ้า (กาบายัน) 25 กรกฎาคม – 9 สิงหาคม ไต้ฝุ่น 175 กม./ชม. (110 mph) 930 hPa (27.46 นิ้วปรอท) ไมโครนีเซีย, ฟิลิปปินส์, ญี่ปุ่น, จีน, เกาหลีใต้, เกาหลีเหนือ 480 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 22 [88]
ลันโด 31 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม ดีเปรสชันเขตร้อน 45 กม./ชม. (30 mph) 1002 hPa (29.59 นิ้วปรอท) ฟิลิปปินส์ ไม่มี ไม่มี
เมอร์บุก 3 – 9 สิงหาคม พายุโซนร้อนรุนแรง 100 กม./ชม. (65 mph) 980 hPa (28.94 นิ้วปรอท) ไม่มี ไม่มี ไม่มี
ดีเปรสชันเขตร้อน 3 – 4 สิงหาคม ดีเปรสชันเขตร้อน 55 กม./ชม. (35 mph) 1008 hPa (29.77 นิ้วปรอท) ไม่มี ไม่มี ไม่มี
13W 8 – 15 สิงหาคม ดีเปรสชันเขตร้อน 55 กม./ชม. (35 mph) 1004 hPa (29.65 นิ้วปรอท) ไม่มี ไม่มี ไม่มี
ดีเปรสชันเขตร้อน 8 – 10 สิงหาคม ดีเปรสชันเขตร้อน 55 กม./ชม. (35 mph) 1008 hPa (29.77 นิ้วปรอท) ไม่มี ไม่มี ไม่มี
ดีเปรสชันเขตร้อน 20 – 25 สิงหาคม ดีเปรสชันเขตร้อน 55 กม./ชม. (35 mph) 1002 hPa (29.59 นิ้วปรอท) ไม่มี ไม่มี ไม่มี
นันมาดอล (มีนา) 21 – 31 สิงหาคม ไต้ฝุ่น 195 กม./ชม. (120 mph) 920 hPa (27.17 นิ้วปรอท) ฟิลิปปินส์, ไต้หวัน, จีน 577 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 36
ตาลัส 23 สิงหาคม – 5 กันยายน ไต้ฝุ่น 120 กม./ชม. (75 mph) 965 hPa (28.50 นิ้วปรอท) ญี่ปุ่น ไม่มี ไม่มี [89]
โนรู 2 – 6 กันยายน พายุโซนร้อน 75 กม./ชม. (45 mph) 996 hPa (29.41 นิ้วปรอท) ไม่มี ไม่มี ไม่มี
กุหลาบ (โนโนย) 6 – 11 กันยายน พายุโซนร้อน 65 กม./ชม. (40 mph) 1000 hPa (29.53 นิ้วปรอท) ไม่มี ไม่มี ไม่มี
โรคี (ออนยอก) 8 – 22 กันยายน ไต้ฝุ่น 175 กม./ชม. (110 mph) 940 hPa (27.76 นิ้วปรอท) ญี่ปุ่น, รัสเซีย ไม่มี 13
เซินกา 14 – 20 กันยายน ไต้ฝุ่น 130 กม./ชม. (80 mph) 970 hPa (28.64 นิ้วปรอท) ไม่มี ไม่มี ไม่มี
ดีเปรสชันเขตร้อน 14 – 15 กันยายน ดีเปรสชันเขตร้อน ไม่มีข้อมูล 1002 hPa (29.59 นิ้วปรอท) ไม่มี ไม่มี ไม่มี
เนสาด (เปดริง) 23 – 30 กันยายน ไต้ฝุ่น 150 กม./ชม. (90 mph) 950 hPa (28.05 นิ้วปรอท) ฟิลิปปินส์, จีน, ฮ่องกง, มาเก๊า, เวียดนาม 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ 61
ไห่ถาง 24 – 27 กันยายน พายุโซนร้อน 65 กม./ชม. (40 mph) 996 hPa (29.41 นิ้วปรอท) จีน, เวียดนาม ไม่มี ไม่มี
นาลแก (เกียล) 26 กันยายน – 5 ตุลาคม ไต้ฝุ่น 175 กม./ชม. (110 mph) 935 hPa (27.61 นิ้วปรอท) ฟิลิปปินส์, จีน, เวียดนาม ไม่มี 10
บันยัน (รามอน) 9 – 16 ตุลาคม พายุโซนร้อน 65 กม./ชม. (40 mph) 1002 hPa (29.59 นิ้วปรอท) ปาเลา, ฟิลิปปินส์ ไม่มี 8
ดีเปรสชันเขตร้อน 11 – 13 ตุลาคม ดีเปรสชันเขตร้อน ไม่มีข้อมูล 1006 hPa (29.71 นิ้วปรอท) เวียดนาม ไม่มี ไม่มี
24W 7 – 10 พฤศจิกายน ดีเปรสชันเขตร้อน ไม่มีข้อมูล 1004 hPa (29.65 นิ้วปรอท) ไม่มี ไม่มี ไม่มี
25W 4 – 5 ธันวาคม ดีเปรสชันเขตร้อน ไม่มีข้อมูล 1006 hPa (29.65 นิ้วปรอท) ไม่มี ไม่มี ไม่มี
26W 10 – 14 ธันวาคม ดีเปรสชันเขตร้อน 55 กม./ชม. (35 mph) 1004 hPa (29.65 นิ้วปรอท) ฟิลิปปินส์ ไม่มี 2
วาชิ (เซนดอง) 13 – 19 ธันวาคม พายุโซนร้อน 75 กม./ชม. (45 mph) 996 hPa (29.41 นิ้วปรอท) ไมโครนีเซีย, ปาเลา, ฟิลิปปินส์ ไม่ทราบ 1249
ดีเปรสชันเขตร้อน 24 ธันวาคม ดีเปรสชันเขตร้อน ไม่มีข้อมูล 1004 hPa (29.65 นิ้วปรอท) ไม่มี ไม่มี ไม่มี
ดีเปรสชันเขตร้อน 31 ธันวาคม – 1 มกราคม ดีเปรสชันเขตร้อน ไม่มีข้อมูล 1008 hPa (29.77 นิ้วปรอท) มาเลเซีย ไม่มี ไม่มี
ประมาณการทั้งหมด
ดีเปรสชันเขตร้อนทั้งหมด: 40 ลูก 1 เมษายน 2554 – 1 มกราคม 2555 195 กม./ชม. (120 mph) 920 hPa (27.17 นิ้วปรอท) 4.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ 1,781

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 1.5 1.6 Unattributed (2010-05-09). "May 2011 Predictions of Seasonal Tropical Cyclone Activity over the Western North Pacific". Guy Carpenter Asia-Pacific Climate Impact Center. City University of Hong Kong. สืบค้นเมื่อ 2011-05-10. 
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 Saunders, Mark; Lea, Adam (2011-03-08). "Extended Range Forecast for Northwest Pacific Typhoon Activity in 2011". Tropical Storm Risk Consortium. Archived from the original on 2011-04-03. สืบค้นเมื่อ 2010-07-03. 
  3. 3.0 3.1 Saunders, Mark; Lea, Adam (2011-03-08). "May Forecast Update for Northwest Pacific Typhoon Activity in 2011". Tropical Storm Risk Consortium. Archived from the original on 2011-04-03. สืบค้นเมื่อ 2010-07-03. 
  4. 4.0 4.1 Unattributed (2011-06-28). "Three to Five Typhoons Expected to Hit Taiwan in 2011". Central Weather Bureau. สืบค้นเมื่อ 2011-06-28. 
  5. 5.0 5.1 5.2 5.3 Unattributed (2011-07-04). "Updated Prediction of Seasonal Tropical Cyclone Activity over the Western North Pacific for 2011". Guy Carpenter Asia-Pacific Climate Impact Center. City University of Hong Kong. สืบค้นเมื่อ 2010-07-11. 
  6. 6.0 6.1 Saunders, Mark; Lea, Adam (2011-07-04). "July Forecast Update for Northwest Pacific Typhoon Activity in 2011". Tropical Storm Risk Consortium. Archived from the original on 2011-07-04. สืบค้นเมื่อ 2011-07-04. 
  7. Saunders, Mark; Lea, Adam (2011-08-05). "July Forecast Update for Northwest Pacific Typhoon Activity in 2011". Tropical Storm Risk Consortium. สืบค้นเมื่อ 2011-08-25. 
  8. Dexter See (2010-01-07). "Cold weather affects Benguet mummies". Manila Bulletin. สืบค้นเมื่อ 2011-04-03. 
  9. Lee, B.Y (2011-03-23). "Speech by Dr. B Y Lee, Director of the Hong Kong Observatory 2011-03-23". Hong Kong Observatory. สืบค้นเมื่อ 2010-04-03. 
  10. Unattributed (2011-04-26). "Weather outlook for Thailand during Rainy Season (Early May to mid October 2011)". Thai Meteorological Department. Archived from the original on 2011-05-10. สืบค้นเมื่อ 2011-05-10. 
  11. "Significant Tropical Weather Outlook for the Western and South Pacific Oceans". Joint Typhoon Warning Center. United States Navy. April 1, 2011. สืบค้นเมื่อ May 7, 2011. 
  12. "JMA High Seas Forecast for 0600 UTC on April 1, 2011". Japan Meteorological Agency. April 1, 2011. สืบค้นเมื่อ May 7, 2011. 
  13. "Significant Tropical Weather Outlook for the Western and South Pacific Oceans". Joint Typhoon Warning Center. United States Navy. April 1, 2011. สืบค้นเมื่อ May 7, 2011. 
  14. "Tropical Cyclone Formation Alert". Joint Typhoon Warning Center. United States Navy. April 1, 2011. สืบค้นเมื่อ May 7, 2011. 
  15. "Tropical Depression 01W Advisory One". Joint Typhoon Warning Center. United States Navy. April 2, 2011. สืบค้นเมื่อ May 7, 2011. 
  16. "Tropical Depression 01W Advisory Two". Joint Typhoon Warning Center. United States Navy. April 2, 2011. สืบค้นเมื่อ May 7, 2011. 
  17. "Tropical Depression 01W Advisory Six (Final)". Joint Typhoon Warning Center. United States Navy. April 3, 2011. สืบค้นเมื่อ May 7, 2011. 
  18. "JMA High Seas Forecast for 0600 UTC on April 4, 2011". Japan Meteorological Agency. April 4, 2011. สืบค้นเมื่อ May 7, 2011. 
  19. "JMA High Seas Forecast for 1800 UTC on March 30, 2011". Japan Meteorological Agency. March 30, 2011. สืบค้นเมื่อ May 8, 2011. 
  20. http://www.usno.navy.mil/NOOC/nmfc-ph/RSS/jtwc/ab/abpwweb.txt
  21. "JTWC - Tropical Cyclone Outlook 091530 - Typhoon Ma-on". Joint Typhoon Warning Center. สืบค้นเมื่อ 23 August 2011. 
  22. "NWS Guam — Tropical Weather Advisory 1 for Pre-Tropical storm Nock-ten". National Oceanic and Atmospheric Administration. สืบค้นเมื่อ 27 July 2011. 
  23. "JTWC — Tropical Depression 10W — Warning 001". Joint Typhoon Warning Center. สืบค้นเมื่อ 27 July 2011. 
  24. "JMA Tropical Cyclone Advisory 250000". Japan Meteorological Agency. สืบค้นเมื่อ 27 July 2011. 
  25. "PAGASA — Severe Weather Bulletin Number ONE". Philippine Atmospheric, Geophysical and Astronomical Services Administration. สืบค้นเมื่อ 27 July 2011. 
  26. "JMA Tropical Cyclone Advisory - 260000". Japan Meteorological Agency. สืบค้นเมื่อ 27 July 2011. 
  27. "NWS Guam — Tropical Cyclone Advisory 231930 for pre-tropical storm Muifa". NOAA. สืบค้นเมื่อ 2011-07-28. 
  28. "JTWC — Tropical Cyclone Advisory 001 - Pre-tropical storm Muifa". Joint Typhoon Warning Center. สืบค้นเมื่อ 2011-07-28. 
  29. "JMA — Tropical Cyclone Advisory 260000 - Pre-tropical storm Muifa". Japan Meteorological Agency. สืบค้นเมื่อ 28 July 2011. 
  30. "JTWC — Tropical Storm 11W — Warning 011". Joint Typhoon Warning Center. สืบค้นเมื่อ 28 July 2011. 
  31. "JMA — Tropical Cyclone Advisory 280600 - Tropical Storm Muifa". Japan Meteorological Agency. สืบค้นเมื่อ 28 July 2011. 
  32. "JTWC - Tropical Cyclone Advisory 280600 - Tropical Depression 17". Joint Typhoon Warning Center. สืบค้นเมื่อ 31 July 2011. 
  33. "JMA - Tropical Cyclone Advisory 310000 - Tropical Depression 17". Japan Meteorological Agency. สืบค้นเมื่อ 31 July 2011. 
  34. "JMA - Tropical Cyclone Advisory 030000 - Tropical depression 18". Japan Meteorological Agency. สืบค้นเมื่อ 3 August 2011. 
  35. "JMA - Tropical Cyclone Advisory 030600 - Tropical Storm Merbok". Japan Meteorological Agency. สืบค้นเมื่อ 3 August 2011. 
  36. "JMA - Tropical Cyclone Advisory 081800 - Tropical Depression 21". JMA Tropical Cyclone Advisories. Japan Meteorological Agency. สืบค้นเมื่อ 12 August 2011. 
  37. "JMA - Tropical Cyclone Advisory 101800 - Tropical Depression 21". JMA Tropical Cyclone Advisories. Japan Meteorological Agency. สืบค้นเมื่อ 12 August 2011. 
  38. "JTWC Tropical Cyclone Warning 190030 - Pre-Tropical Depression 22". Joint Typhoon Warning Center. สืบค้นเมื่อ 21 August 2011. 
  39. "JTWC Tropical Cyclone Warning 192100 - Tropical Depression 23". Joint Typhoon Warning Center. สืบค้นเมื่อ 2011-08-22. 
  40. "Tropical Depression 23 - Low Level Circulation Center". Joint Typhoon Warning Center. สืบค้นเมื่อ 2011-08-22. 
  41. "JMA - Tropical Cyclone Advisory 211200 - Tropical Depression 23". JMA Tropical Cyclone Advisories. Japan Meteorological Agency. สืบค้นเมื่อ 2011-08-21. 
  42. "JTWC - Tropical Cyclone Warning 01 - Tropical Depression 14W". Joint Typhoon Warning Center. สืบค้นเมื่อ 2011-08-23. 
  43. "JMA - Tropical Cyclone Advisory 231200 - Tropical Storm Nanmadol". JMA Tropical Cyclone Advisories. Japan Meteorological Agency. สืบค้นเมื่อ 23 August 2011. 
  44. "JMA - Tropical Cyclone Advisory 240600 - Severe Tropical Storm Nanmadol". JMA Tropical Cyclone Advisories. Japan Meteorological Agency. สืบค้นเมื่อ 24 August 2011. 
  45. "JTWC - Tropical Cyclone Advisory 07 - Tropical Storm Nanmadol". Joint Typhoon Warning Center. สืบค้นเมื่อ 24 August 2011. 
  46. "JMA - Tropical Cyclone Advisory 250000 - Typhoon Nanmadol". Japan Meteorological Agency. สืบค้นเมื่อ 25 August 2011. 
  47. "JMA - Tropical Cyclone Advisory 270300 - Typhoon Nanmadol". JMA Tropical Cyclone Advisories. Japan Meteorological Agency. สืบค้นเมื่อ 27 August 2011. 
  48. "JMA - Tropical Cyclone Advisory 310600 - TD Downgraded From TS 1111 Nanmadol (1111)". JMA Tropical Cyclone Advisories. Japan Meteorological Agency. สืบค้นเมื่อ 2011-08-31. 
  49. "Tropical Depression 14W (Nanmadol) Warning #34 Final Warning". Joint Typhoon Warning Center. สืบค้นเมื่อ 2011-08-31. 
  50. "JTWC - Tropical Cyclone Outlook 222300 - Tropical Depression 24". Joint Typhoon Warning Center. สืบค้นเมื่อ 23 August 2011. 
  51. "JMA - Tropical Cyclone Advisory 250000 - Tropical Storm Talas". Japan Meteorological Agency. สืบค้นเมื่อ 25 August 2011. 
  52. "JMA - Tropical Cyclone Advisory 291800 - Typhoon Talas". Japan Meteorological Agency. สืบค้นเมื่อ 2011-08-29. 
  53. "台風12号が温帯低気圧に". NHK. สืบค้นเมื่อ 5 September 2011. 
  54. "JMA - Tropical Cyclone Advisory 050600 - Ex-Tropical Storm Talas". Japan Meteorological Agency. สืบค้นเมื่อ 5 September 2011. 
  55. "JTWC - Tropical Cyclone Warning 011500 - Tropical Depression 25". Joint Typhoon Warning Center. สืบค้นเมื่อ 2 September 2011. 
  56. "JMA - Tropical Cyclone Warning 020000 - Tropical Depression 25". Japan Meteorological Agency. สืบค้นเมื่อ 2 September 2011. 
  57. "JTWC - Tropical Cyclone Formation Alert - Tropical Depression 25". Joint Typhoon Warning Center. สืบค้นเมื่อ 2 September 2011. 
  58. "JTWC - Tropical Cyclone Advisory 01 - Tropical Depression 16W". Joint Typhoon Warning Center. สืบค้นเมื่อ 3 September 2011. 
  59. "JTWC - Prognostic Reasoning for Tropical Cyclone Advisory 02 - Tropical Storm 16W". Joint Typhoon Warning Center. สืบค้นเมื่อ 3 September 2011. 
  60. "JMA - Tropical Cyclone Advisory 040600 - Tropical Storm Noru". Japan Meteorological Agency. สืบค้นเมื่อ 4 September 2011. 
  61. "JTWC - Tropical Cyclone Advisory 13 - Tropical Depression Noru". Joint Typhoon Warning Center. สืบค้นเมื่อ 6 September 2011. 
  62. "JMA - Tropical Cyclone Advisory 061200 - Tropical Storm Noru". Japan Meteorological Agency. สืบค้นเมื่อ 6 September 2011. 
  63. "JTWC - Tropical Cyclone Warning 042200 - Tropical Depression 26". Joint Typhoon Warning Center. สืบค้นเมื่อ 6 September 2011. 
  64. "JMA - Tropical Cyclone Warning 060600 - Tropical Depression 26". Japan Meteorological Agency. สืบค้นเมื่อ 6 September 2011. 
  65. "PAGASA - Severe Weather Bulletin Number ONE - Tropical Storm "NONOY" (KULAP)". Philippine Atmospheric, Geophysical and Astronomical Services Administration. สืบค้นเมื่อ 8 September 2011. 
  66. "JTWC - Tropical Cyclone Warning 080130 - Tropical Depression". Joint Typhoon Warning Center. สืบค้นเมื่อ 9 September 2011. 
  67. "JMA - Tropical Cyclone Warning 081800 - Tropical Depression 27". Japan Meteorological Agency. สืบค้นเมื่อ 9 September 2011. 
  68. "JMA - Tropical Cyclone Warning 160000 - Tropical Depressions 29". Japan Meteorological Agency. สืบค้นเมื่อ 16 September 2011. 
  69. 69.0 69.1 "JTWC - Tropical Cyclone Warning 211500 - Tropical Storm Nesat and Tropical Depression 31". Joint Typhoon Warning Center. สืบค้นเมื่อ 24 September 2011. 
  70. "JTWC - Tropical Cyclone Formation Alert - Tropical Storm Nesat". Joint Typhoon Warning Center. สืบค้นเมื่อ 24 September 2011. 
  71. "JMA - Tropical Cyclone Warning 230000 - Tropical Storm Nesat". Japan Meteorological Agency. สืบค้นเมื่อ 24 September 2011. 
  72. "JTWC - Tropical Cyclone Advisory 01 - Tropical Storm Nesat". Joint Typhoon Warning Center. สืบค้นเมื่อ 24 September 2011. 
  73. "JMA - Tropical Cyclone Advisory 240000 - Tropical Storm Nesat". Japan Meteorological Agency. สืบค้นเมื่อ 24 September 2011. 
  74. "JMA - Tropical Cyclone Advisory 250000 - Typhoon Nesat". Japan Meteorological Agency. สืบค้นเมื่อ 26 September 2011. 
  75. "JMA - Tropical Cyclone Advisory 252100 - Typhoon Nesat". Japan Meteorological Agency]]. สืบค้นเมื่อ 26 September 2011. 
  76. "JTWC - Tropical Cyclone Advisory 14 - Typhoon Nesat". Joint Typhoon Warning Center. สืบค้นเมื่อ 27 September 2011. 
  77. "JMA - Tropical Cyclone Warning 240000 - Tropical Depressions 31". Japan Meteorological Agency. สืบค้นเมื่อ 24 September 2011. 
  78. "JTWC - Tropical Cyclone Formation Alert - Tropical Depression 31". Joint Typhoon Warning Center. สืบค้นเมื่อ 24 September 2011. 
  79. "JMA - Tropical Cyclone Advisory 271800 - Typhoon Nalgae". Japan Meteorological Agency. สืบค้นเมื่อ 29 September 2011. 
  80. "JMA - Tropical Cyclone Advisory 281800 - Typhoon Nalgae". Japan Meteorological Agency. สืบค้นเมื่อ 29 September 2011. 
  81. "Severe Weather Bulletin Number ONE - Tropical Storm "QUIEL"". Philippine Atmospheric, Geophysical and Astronomical Services Administration. สืบค้นเมื่อ 29 September 2011. 
  82. "NDRRMC Update SitRep No. 14 on Tropical Storm "Bebeng"" (PDF). National Disaster Risk Reduction and Management Council. National Disaster Coordinating Council. May 16, 2011. สืบค้นเมื่อ May 16, 2011. 
  83. "NDRRMC Update SitRep No. 15 on Typhoon "Chedeng" (Songda)" (PDF). National Disaster Risk Reduction and Management Council. National Disaster Coordinating Council. May 31, 2011. สืบค้นเมื่อ August 4, 2011. 
  84. Unattributed (June 23, 2011). "保険支払い20億円に 台風2号". Okinawa Times. สืบค้นเมื่อ July 2, 2011.  (ญี่ปุ่น)
  85. Unattributed (June 3, 2011). "Typhoon Songda Floods Strike Japan Disaster Zone". Earthweek. สืบค้นเมื่อ July 5, 2011. 
  86. "NDRRMC Update SitRep No. 5 on Tropical Storm "Dodong"" (PDF). National Disaster Risk Reduction and Management Council. National Disaster Coordinating Council. 2011-06-10. สืบค้นเมื่อ 2011-06-10. 
  87. "NDRRMC Update SitRep No. 7 on Tropical Storm "Juaning"" (PDF). National Disaster Risk Reduction and Management Council. National Disaster Coordinating Council. 2011-07-28. สืบค้นเมื่อ 2011-07-28. 
  88. "NDRRMC Update SitRep No. 12 on Typhoon "Kabayan" (Muifa)" (PDF). National Disaster Risk Reduction and Management Council. National Disaster Coordinating Council. 2011-08-04. สืบค้นเมื่อ 2011-08-04. 
  89. "台風死者43人 行方不明56人". NHK. สืบค้นเมื่อ 6 September 2011.