รอคกี มาร์ซีอาโน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก ร็อคกี้ มาร์เซียโน่)
ร็อคกี้ มาร์เซียโน่
Rocky-marciano-postcard.jpg
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อจริง ร็อคโก้ ฟรานซิส มาเคเจียโน่
ฉายา The Brockton Blockbuster
The Rock
ไอ้หมัดภูผาหิน (ภาษาไทย)
วันเกิด 1 กันยายน ค.ศ. 1923
สถานที่เกิด สหรัฐอเมริกา บล็อกตัน รัฐแมสซาชูเซตส์,
สหรัฐอเมริกา
วันที่เสียชีวิต 31 สิงหาคม ค.ศ. 1969
สถานที่เสียชีวิต นิวตัน รัฐไอโอวา,
สหรัฐอเมริกา
รุ่น เฮฟวี่เวท
สถิติ
ชก 49
ชนะ 49
ชนะน็อก 43
แพ้ 0
เสมอ 0
อนุสาวรีย์ร็อคกี้ มาร์เซียโน่ ที่ประเทศอิตาลี

ร็อคกี้ มาร์เซียโน่ (อังกฤษ: Rocky Marciano) ยอดนักมวยผิวขาวในรุ่นเฮฟวี่เวทผู้เป็นตำนานอีกคนหนึ่งในวงการมวยโลก ร็อคกี้ มาร์เซียโน่ มีชื่อจริงว่า ร็อคโก้ ฟรานซิส มาเคเจียโน่ (Rocco Francis Marchegiano) เกิดเมื่อวันที่ 1 กันยายน ค.ศ. 1923 ที่เมืองบล็อกตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ เป็นชาวอเมริกันเชื้อสายอิตาเลียน เมื่อวัยเด็กมาร์เซียโน่ชอบที่จะเล่นเบสบอลมาก แต่แม้จะมีความสามารถบวกกับร่างกายที่แข็งแกร่ง ก็ยังไม่สามารถเอาดีด้านนี้ได้ เพราะความเป็นหนุ่มเลือดร้อน ที่ชอบละตำแหน่งแคชเชอร์ไปไล่ชกต่อยคู่แข่งอยู่บ่อย ๆ จนโค้ชเอือมระอา ต่อมาเมื่อถูกเกณฑ์ทหาร ที่ทำให้เกิดจุดหักเหสำคัญในชีวิต เมื่อมาร์เซียโน่เข้าฝึกฝนมวย และค้นพบพรสวรรค์ของตัวเองที่มีพลังหมัดดุดัน จนประสบความสำเร็จอย่างน่าพอใจในการชกมวยสากลสมัครเล่น กับทัวร์นาเมนต์ของกองทัพ

อย่างไรก็ตาม หลังจากปลดประจำการในปี ค.ศ. 1946 และหันมาชกมวยสมัครเล่นบ้างแล้ว มาร์เซียโน่ก็ยังคงชอบการเล่นเบสบอลและหวนกลับไปพยายามคัดตัวกับทีมชิคาโกคลับ แต่เมื่อไม่ได้ดังหวัง ก็ถือเป็นการปิดฉากชีวิตนักเบสบอลของมาร์เซียโน่ไปถาวร ก่อนจะหันมาเอาจริงเอาจังกับการเป็นนักมวย โดยเริ่มชกอาชีพในปี ค.ศ. 1947 โดยชกครั้งแรกกับ ลี เอพเพอร์สัน ปรากฏว่ามร์เซียโน่เป็นฝ่ายชนะน็อกไปในยก 3 แต่มาร์เซียโน่ก็หวนกลับไปชกมวยสมัครเล่นอีก จนตัดใจมาชกอาชีพอย่างจริงจังในปี ค.ศ. 1948

ด้วยพลังกำปั้นที่หนักหน่วงถือเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้มาร์เซียโน่แจ้งเกิดได้อย่างสง่างาม 16 ไฟต์แรกของการชกอาชีพ เป็นการถลุงคู่ชกแบบไม่ครบยกทั้งหมด แถมในจำนวนนี้มีอยู่ 9 ไฟต์ที่ระฆังหมดยก 1 ยังไม่ทันจะได้ตี นักมวยฝ่ายตรงข้ามก็ลงไปกองกับพื้นเวทีแล้ว มีนักมวยเพียง 2 รายเท่านั้นที่สามารถยืนสู้กับมาร์เซียโน่ได้จนครบยก คือ ดอน โมการ์ด และ โรแลนด์ ลา สตาร์ซ่า แต่กระนั้นการชกกับทั้ง 2 นี้ ทั้งคู่ก็เกือบจวนเจียนจะเอาตัวไม่รอดในหลาย ๆ ครั้ง และทำให้อันดับของมาร์เซียโน่ขึ้นสู่รองแชมป์โลก

และทำให้ร็อคกี้ มาร์เซียโน่ ได้รับฉายาว่า "The Brockton Blockbuster" หรือ "The Rock" สมกับชื่อ ร็อคกี้ ที่เหมือนกับเทือกเขาร็อกกี้ที่ยิ่งใหญ่ในทวีปอเมริกาเหนือ สำหรับแฟนมวยชาวไทยให้ฉายาว่า "ไอ้หมัดภูผาหิน"

ระหว่างรอชิงแชมป์โลก มาร์เซียโน่ต้องเจอกับการคู่ชกที่เขาลำบากใจมากที่สุด นั่นคือ โจ หลุยส์ ตำนานแชมป์โลกเฮฟวี่เวทอีกคนหนึ่งที่เป็นขวัญใจของมาร์เซียโน่ในวัยเด็ก โจ หลุยส์ เป็นเจ้าของสถิติป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกได้ยาวนานที่สุดในโลกถึง 25 ครั้ง (ซึ่งยังเป็นสถิติมาจนปัจจุบัน) เมื่อต้องกลายมาเป็นคู่ต่อสู้ โจ หลุยส์ก็เป็นฝ่ายถูกมาร์เซียโน่ถลุงยับพ่ายไปในยกที่ 8

และหลังจากรอมานานถึง 2 ปี ร็อคกี้ มาร์เซียโน่ ก็ได้มีโอกาสชิงแชมป์โลกกับ เจอร์ซี่ โจ วัลค็อทท์

ในวัย 29 ปี มาร์เซียโน่ถูก วัลค็อทท์ แชมป์โลกวัย 42 ปี ทำคะแนนนำขาดลอยด้วยความเจนสังเวียนที่ทำให้มาร์เซียโน่แทบไม่มีโอกาสและส่อแววแห่งความพ่ายแพ้อย่างเห็นได้ชัดตลอด 12 ยก แต่แล้วจู่ ๆ ในยกที่ 13 มาร์เซียโน่ก็ปล่อยหมัดเข้าที่ปลายคางของวัลค็อทท์ ทำให้เจอร์ซี่ โจ วัลค็อทท์ แพ้น็อกไปทันทีในยกนี้

ร็อคกี้ มาร์เซียโน่ ถูกจารึกในฐานะแชมป์โลกรุ่นเฮฟวี่เวทร่างเล็ก เพราะว่าเมื่อดูจากรูปร่างแล้ว แทบไม่น่าเชื่อ ด้วยความสูงเพียงแค่ 5 ฟุต 11 นิ้ว หนักไม่ถึง 190 ปอนด์ (เต็มพิกัดรุ่นเฮฟวี่เวท) แถมช่วงชกยังสั้นเพียง 68 นิ้ว อันเป็นช่วงชกที่ถือว่าสั้นที่สุดในบรรดาแชมป์โลกรุ่นเฮฟวี่เวทเท่าที่เคยมีมาเลยทีเดียว แต่กลับมีพลังหมัดที่หนักปานภูผาหิน และอีกไม่ถึง 8 เดือนต่อมา มาร์เซียโน่ก็เปิดโอกาสให้วัลค็อทท์ได้แก้มืออีกครั้ง คราวนี้ มาร์เซียโน่ไม่ปล่อยให้เสียเวลาการชกมากเหมือนครั้งแรก ก็เร่งปิดฉากน็อกวัลค็อทท์ซ้ำเป็นครั้งที่ 2 ได้ด้วยเวลาเพียง 2 นาทีเศษของยกแรกเท่านั้น หลังจากนั้นมาร์เซียโน่ก็ขึ้นป้องกันตำแหน่งอีก 5 ครั้งชนะรวด กลายเป็นขวัญใจชาวอเมริกัน โดยเฉพาะชาวผิวขาว เพราะถือได้ว่าเป็นนักมวยที่เชิดหน้าชูตาชาวผิวขาวได้ เป็นนักมวยผู้เรียกศรัทธาแฟนมวย สามารถเรียกผู้ชมเต็มสนามได้ทุกครั้งที่ขึ้นชก

แต่แล้วหลังจากป้องกันตำแหน่งเป็นครั้งที่ 6 ด้วยการชนะน็อกนักมวยผู้ได้ชื่อว่ามีสถิติการชกมากที่สุดในโลก อดีตแชมป์โลกในรุ่นไลท์เฮฟวี่เวท อย่าง อาร์ชี่ มัวร์ มาร์เซียโน่ก็ประกาศแขวนนวมไปในวัยเพียง 33 ปี ในปี ค.ศ. 1955 ถือว่ายังอยู่ในวัยฉกรรจ์

หลังแขวนนวม ร็อคกี้ มาร์เซียโน่ ได้เดินทางมาประเทศไทยครั้งหนึ่งในปี ค.ศ. 1969 เพื่อมาดูมวยไทยที่เวทีราชดำเนิน ด้วยการต้อนรับจาก อาจารย์เจือ จักษุรักษ์ กรรมการมวยระดับโลกของไทยในเวลานั้น

ร็อคกี้ มาร์เซียโน่ เสียชีวิตอย่างกะทันหันจากอุบัติเหตุที่เครื่องบินส่วนตัวตกที่เมืองนิวตัน รัฐไอโอวา ในวันที่ 31 สิงหาคม ค.ศ. 1969 ด้วยวัย 45 ปี (อีกเพียง 1 วัน ก็จะครบ 46 ปี) ทิ้งการชกไว้เป็นตำนานของสุดยอดนักมวยหมัดหนักปานภูผาหิน และเป็นนักมวยในรุ่นเฮฟวี่เวทที่ได้แชมป์โลกที่ไม่มีสถิติเสมอใครหรือแพ้ใครแม้สักครั้งเดียวจนกระทั่งแขวนนวม ซึ่งมาร์เซียโน่มีสถิติการชกทั้งหมด 49 ครั้ง และเป็นการชนะน็อกถึง 43 ครั้ง

อีกทั้ง ยังเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน สร้างเป็นภาพยนตร์ในปี ค.ศ. 1976 เรื่อง Rocky ซึ่งเป็นเรื่องราวของนักมวยผิวขาวรุ่นเฮฟวี่เวทที่ต่อสู้ทั้งบนเวทีและชีวิตจริงจนกระทั่งได้เป็นแชมป์โลกในที่สุด

และในปี ค.ศ. 2005 ร็อคกี้ มาร์เซียโน่ ถูกจัดอันดับให้เป็นนักมวยยอดเยี่ยมตลอดกาลของโลกในอันดับที่ 8

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]