ราฮีม สเตอร์ลิง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ราฮีม สเตอร์ลิง
Raheem Sterling in 2014.JPG
สเตอร์ลิงลงซ้อมให้กับ ลิเวอร์พูล ในปี 2014
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม ราฮีม ชาควิลล์ สเตอร์ลิง
เกิด 8 ธันวาคม ค.ศ. 1994 (20 ปี)
เกิดที่ คิงส์ตัน จาเมกา
สูง 1.70 ม. (5 ฟุต 7 นิ้ว)
ตำแหน่ง กองกลาง / ปีกซ้าย / กองหน้า
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน ลิเวอร์พูล
หมายเลข 31
ชุดเยาวชน
2003–2010 ควีนส์พาร์กเรนเจอส์
2010–2012 ลิเวอร์พูล
ชุดใหญ่*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
2012– ลิเวอร์พูล 95 (18)
ทีมชาติ
2009–2010 อังกฤษ 16 ปี 9 (1)
2010–2011 อังกฤษ 17 ปี 13 (3)
2012 อังกฤษ 19 ปี 1 (0)
2012– อังกฤษ 21 ปี 8 (3)
2012– อังกฤษ 14 (1)
* จำนวนนัดที่ลงเล่นให้ชุดใหญ่และจำนวนประตูนับเฉพาะลีกท้องถิ่นเท่านั้น และ เป็นข้อมูล ณ วันที่ 25 พฤษภาคม 2015.

† ลงเล่น (ประตู)

‡ จำนวนนัดที่ลงเล่นและจำนวนประตูให้ทีมชาติ ข้อมูล ณ วันที่ 28 มีนาคม 2015

ราฮีม ชาควิลล์ สเตอร์ลิง (Raheem Shaquille Sterling) เกิดเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ค.ศ. 1994 ในเมืองคิงส์ตัน ที่ประเทศจาเมกา เขาได้ลงเล่นตัวจริงกับสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล ในปี 2012 นัดที่เจอกับ วีแกนแอธเลติก โดยเล่นในตำแหน่ง ปีกซ้าย ในอายุเพียงแค่ 17 ปี

ผลงานในระดับสโมสร[แก้]

ควีนส์ปาร์คเรนเจอร์[แก้]

สเตอร์ลิง เป็นนักเตะเยาวชนของทีม ควีนสปาร์คเรนเจอร์เป็นเวลาเจ็ดปีเป็นผู้เล่นเยาวชนก่อนที่จะย้ายไปทีมลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูล[แก้]

ฤดูกาล 2011-12[แก้]

สเตอร์ลิงลงซ้อมให้กับ ลิเวอร์พูล ในปี 2011

วันที่ 24 มีนาคม ค.ศ. 2012 สเตอร์ลิง ลงเล่นให้กับ ลิเวอร์พูล ทีมชุดใหญ่ครั้งแรก โดยถูกเปลี่ยนตัวลงสนาม ในนัดที่เปิดสนามแอนฟีลด์เจอกับ วีแกนแอธเลติก ซึ่งลงสนามในวัย 17 ปี กับอีก 107 วัน ต่อมา สเตอร์ลิง ลงเล่นให้กับ ลิเวอร์พูล เป็นนัดที่ 2 โดยถูกเปลี่ยนตัวลงสนาม ในนัดที่แพ้ให้กับ ฟูแลม 0-1[1] ต่อมา สเตอร์ลิง ลงเล่นให้กับ ลิเวอร์พูล เป็นนัดที่ 3 โดยถูกเปลี่ยนตัวลงสนาม ในนัดที่ถล่ม เชลซี 4-1[2]

ฤดูกาล 2012-13[แก้]

สเตอร์ลิง ลงเล่นให้กับ ลิเวอร์พูล ในนัดที่เจอกับ โกเมล ในปี 2012

ในเดือนสิงหาคม 2012 สเตอร์ลิง ได้ลงสนามในเกมยุโรปเป็นนัดแรก โดยลงมาเป็นตัวสำรองแทน โจ โคล ในยูฟ่ายูโรปาลีก รอบคัดเลือก นัดที่เจอกับ โกเมล ต่อมา ในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2012–13 สเตอร์ลิง ได้ลงสนามเป็นตัวจริงใน ศึกบิ๊กแมตช์ กับ แมนเชสเตอร์ซิตี โดย สเตอร์ลิง โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมและติดทีมยอดเยี่ยมประจำสัปดาห์[3] หลังจากนั้น สเตอร์ลิง ก็ได้ลงสนามเป็นตัวจริงอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่ง สเตอร์ลิง ก็ทำประตูแรกให้กับ ลิเวอร์พูล ในนัดที่เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ เรดดิง 1-0[4] ต่อมา ในวันที่ 21 ธันวาคม ค.ศ. 2012 สเตอร์ลิง ได้ตัดสินใจต่อสัญญากับ ลิเวอร์พูล ต่อมา ในปี 2013 สเตอร์ลิง ก็ทำประตูที่ 2 ให้กับ ลิเวอร์พูล ในนัดที่เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ ซันเดอร์แลนด์ 3-0[5]

ฤดูกาล 2013-14[แก้]

สเตอร์ลิง (ซ้าย) ลงซ้อมที่ แอนฟีลด์ ร่วมกับ ฟีลีปี โกชิญญู‎ (กลาง) และ โคเซ เอนรีเก ซานเชซ (ขวา)

ในลีกคัพ รอบ 2 สเตอร์ลิง ได้ทำประตูแรกให้ ลิเวอร์พูล เปิดบ้านเอาชนะ นอตส์เคาน์ตี ในช่วงต่อเวลาพิเศษ 4-2 ต่อมา ในวันที่ 4 ธันวาคม ค.ศ. 2013 สเตอร์ลิง ได้ทำประตูแรกในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดบ้านเอาชนะ นอริชซิตี 5-1 ต่อมา ในวันที่ 15 ธันวาคม ค.ศ. 2013 สเตอร์ลิง ได้ทำประตูที่ 2 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ ทอตนัมฮอตสเปอร์ ที่ ไวต์ฮาร์ตเลน 5-0[6] [7] ต่อมา ในวันที่ 21 ธันวาคม ค.ศ. 2013 สเตอร์ลิง ได้ทำประตูที่ 3 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดบ้านเอาชนะ คาร์ดิฟฟ์ซิตี 3-1

ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2014 สเตอร์ลิง ได้ทำ 2 ประตู ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ อาร์เซนอล 5-1 ต่อมา ในวันที่ 1 มีนาคม ค.ศ. 2014 สเตอร์ลิง ลงมาเป็นตัวสำรองและได้ทำประตูที่ 6 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ เซาแทมป์ตัน ที่ เซนต์แมรีส์สเตเดียม 3-0 ต่อมา ในวันที่ 13 เมษายน ค.ศ. 2014 สเตอร์ลิง ได้ทำประตูให้ ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ แมนเชสเตอร์ซิตี 1-0 ก่อนที่ ลิเวอร์พูล จะชนะไป 3-2 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ขึ้นนำจ่าฝูงและลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกต่อไป[8] [9] ต่อมา ในวันที่ 20 เมษายน ค.ศ. 2014 สเตอร์ลิง ได้ทำ 2 ประตู และจ่ายให้เพื่อนยิง 1 ประตู ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ นอริชซิตี ที่ แคร์โรว์โรด 3-2 ต่อมา สเตอร์ลิง ได้ติด 1 ใน 6 เข้าชิงรางวัลนักฟุตบอลดาวรุ่งยอดเยี่ยมของพีเอฟเอ ในวันที่ 6 พฤษภาคม ค.ศ. 2014 สเตอร์ลิง คว้ารางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปี จากการโหวตของแฟนๆ จากงานประกาศรางวัล Players’ Awards Dinner ปี 2014 โดยงานประกาศรางวัลจัดขึ้นที่ ศูนย์ประชุม Liverpool ACC Conference Centre[10] จบฤดูกาล สเตอร์ลิง ยิงประตูในพรีเมียร์ลีกได้ 9 ประตู จาก 33 นัด และยิงได้ทั้งหมด 10 ประตู จาก 38 นัด รวมทุกรายการ ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ได้อันดับ 2 ทำให้ ลิเวอร์พูล ได้กลับไปเล่นยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก นับตั้งแต่ในปี 2009

ฤดูกาล 2014-15[แก้]

สเตอร์ลิง ลงซ้อมให้กับ ลิเวอร์พูล ในปี 2014

ในวันที่ 17 สิงหาคม ค.ศ. 2014 พรีเมียร์ลีก นัดเปิดฤดูกาล 2014–15 ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เจอกับ เซาแทมป์ตัน โดย สเตอร์ลิง ได้ทำประตูให้ ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ 1-0 ก่อนที่ ลิเวอร์พูล จะชนะไป 2-1[11] ต่อมา ในวันที่ 31 สิงหาคม ค.ศ. 2014 สเตอร์ลิง ได้ทำประตูที่ 2 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ ทอตนัมฮอตสเปอร์ ที่ ไวต์ฮาร์ตเลน 3-0[12] ต่อมา ในวันที่ 16 กันยายน ค.ศ. 2014 สเตอร์ลิง ได้ลงเล่น ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก นัดแรก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ ลูโดโกเร็ตส์ ราซกราด จาก บัลแกเรีย 2-1[13] ต่อมา ในวันที่ 20 กันยายน ค.ศ. 2014 สเตอร์ลิง ได้ทำประตูที่ 3 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล พ่ายแพ้ เวสต์แฮมยูไนเต็ด 1-3[14] ต่อมา ในวันที่ 14 ธันวาคม ค.ศ. 2014 สเตอร์ลิง ได้ลงสนามนัดที่ 100 ในนัดที่พ่ายแพ้ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ที่ โอลด์แทรฟฟอร์ด 0-3 ต่อมา ในวันที่ 17 ธันวาคม ค.ศ. 2014 สเตอร์ลิง ได้ทำ 2 ประตู ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ บอร์นมัธ 3-1 ในแคปปิตอล วัน คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ[15] ต่อมา ในวันที่ 20 ธันวาคม ค.ศ. 2014 สเตอร์ลิง คว้ารางวัลโกลเด้น บอย (นักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปี) ของ Tuttosport หนังสือพิมพ์สัญชาติอิตาลี[16] ต่อมา ในวันที่ 26 ธันวาคม ค.ศ. 2014 สเตอร์ลิง ได้ทำประตูที่ 4 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ เบิร์นลีย์ ที่ เทิร์ฟมัวร์ 1-0[17]

ในวันที่ 20 มกราคม ค.ศ. 2015 สเตอร์ลิง ได้ทำประตูตีเสมอ ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เสมอกับ เชลซี 1-1 ในแคปปิตอล วัน คัพ รอบรองชนะเลิศ นัดแรก[18] ต่อมา ในวันที่ 31 มกราคม ค.ศ. 2015 สเตอร์ลิง ได้ทำประตูที่ 5 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ เวสต์แฮมยูไนเต็ด 2-0[19] ต่อมา ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2015 เอฟเอคัพ รอบสี่ นัดรีเพลย์ สเตอร์ลิง ได้ทำประตูตีเสมอ ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ โบลตันวอนเดอเรอส์ ที่ มาครอน สเตเดียม 2-1 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ผ่านเข้ารอบ 5 เอฟเอคัพ ได้สำเร็จ[20] ต่อมา ในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2015 สเตอร์ลิง ได้ทำประตูที่ 6 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ เซาแทมป์ตัน ที่ เซนต์แมรีส์สเตเดียม 2-0[21]

ในเดือนเมษายน 2015 สเตอร์ลิง ไม่ยอมต่อสัญญาใหม่กับสโมสร พร้อมปฏิเสธค่าเหนื่อยจำนวนกว่า 180,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ (ประมาณ 6,300,000 บาท) ซึ่งจะทำให้ดาวรุ่งรายนี้ มีรายได้เป็นสถิติสโมสร และยังแซงหน้าค่าเหนื่อยที่ สตีเวน เจอร์ราร์ด กัปตันทีมคนปัจจุบันที่ได้จากสโมสร อย่างไรก็ตาม สเตอร์ลิง ได้ออกมากล่าวหลังจบเกมทีมชาติกับลิทัวเนียว่า ยังไม่ต้องการคุยเรื่องสัญญาฉบับใหม่ในตอนนี้ เนื่องจากต้องการมุ่งสมาธิไปที่การเล่นให้กับสโมสร และจะมีการเจรจากันอีกครั้งหลังสิ้นสุดฤดูกาลนี้เท่านั้น

ในวันที่ 13 เมษายน ค.ศ. 2015 สเตอร์ลิง ได้ทำประตูที่ 7 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ นิวคาสเซิลยูไนเต็ด 2-0[22] [23] ต่อมา ในวันที่ 19 พฤษภาคม ค.ศ. 2015 สเตอร์ลิง คว้ารางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปี จากการโหวตของแฟนๆ ในงานประกาศรางวัล Players' Awards 2015 ก่อนจะได้รับรางวัลพร้อมกับท่ามกลางเสียงโห่ของแฟนบอลบางส่วน โดยงานประกาศรางวัลจัดขึ้นที่ เอ็คโค่ อารีน่า[24]

ทีมชาติอังกฤษ[แก้]

ราฮีม สเตอร์ลิง ได้ติดทีมชาติอังกฤษ ชุดใหญ่ นัดแรก ในวันที่ 14 พฤศจิกายน ค.ศ. 2012 ในนัดที่อุ่นเครื่องกระชับมิตร กับ สวีเดน ในวันที่ 5 มีนาคม ค.ศ. 2014 สเตอร์ลิง ได้ลงเล่นนัดที่สองให้กับทีมชาติและโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม ในนัดที่ อังกฤษ เอาชนะ เดนมาร์ก 1-0 ในเกมอุ่นเครื่องกระชับมิตร ที่สนามกีฬาเวมบลีย์

ฟุตบอลโลก 2014[แก้]

ในวันที่ 12 พฤษภาคม ค.ศ. 2014 ทีมชาติอังกฤษได้เรียกตัว ราฮีม สเตอร์ลิง ติดรายชื่อ 23 คน ชุดลุยศึก ฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล โดย อังกฤษ ได้อยู่กลุ่ม D ร่วมกับ อุรุกวัย, คอสตาริกา และ อิตาลี ในวันที่ 14 มิถุนายน ค.ศ. 2014 สเตอร์ลิง ได้ลงสนามเป็นตัวจริงในฟุตบอลโลก กลุ่ม D นัดแรก ในนัดที่แพ้ให้กับ อิตาลี 1-2 สุดท้าย อังกฤษ ก็ต้องตกรอบแรก ได้อันดับสุดท้ายของกลุ่ม D เสมอ 1 แพ้ 2 (แพ้ อิตาลี 1-2, แพ้ อุรุกวัย 1-2 และ เสมอ คอสตาริกา 0-0) ทำให้ทีมชาติอังกฤษต้องจบเส้นทางฟุตบอลโลกที่บราซิลเพียงรอบแรกเท่านั้น และเป็นครั้งแรกในรอบ 56 ปีที่อังกฤษตกรอบแรกฟุตบอลโลก

ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016 รอบคัดเลือก[แก้]

ในวันที่ 27 มีนาคม ค.ศ. 2015 สเตอร์ลิง ได้ทำประตูแรกในนามทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ ในนัดที่ อังกฤษ เปิดสนามกีฬาเวมบลีย์เอาชนะ ลิทัวเนีย 4-0[25]

ประตูในนามทีมชาติ[แก้]

No. วันที่ สนาม คู่แข่งขัน ประตู ผล การแข่งขัน
1. 27 มีนาคม 2015 สนามกีฬาเวมบลีย์, ลอนดอน ธงชาติลิทัวเนีย ลิทัวเนีย
3–0
4–0
ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016 รอบคัดเลือก

สถิติ[แก้]

สโมสร[แก้]

สโมสร ฤดูกาล ลีก เอฟเอคัพ ลีกคัพ ยุโรป รวม
ดิวิชัน ลงเล่น ประตู ลงเล่น ประตู ลงเล่น ประตู ลงเล่น ประตู ลงเล่น ประตู
ลิเวอร์พูล 2011–12 พรีเมียร์ลีก 3 0 0 0 0 0 0 0 3 0
2012–13 24 2 1 0 1 0 10[a] 0 36 2
2013–14 33 9 3 0 2 1 0 0 38 10
2014–15 35 7 5 1 4 3 8[b] 0 52 11
รวม 95 18 9 1 7 4 18 0 129 23

ทีมชาติ[แก้]

ณ วันที่ 27 มีนาคม 2015.[26]
ทีมชาติ ปี ลงเล่น ประตู
อังกฤษ 2012 1 0
2013 0 0
2014 12 0
2015 1 1
รวม 14 1

เกียรติประวัติ[แก้]

รางวัลส่วนตัว[แก้]

  • นักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีของลิเวอร์พูล (2): 2013–14[27], 2014–15[28]
  • Golden Boy Award (1): 2014
  • Standard Chartered Liverpool Player of the Month (2): เมษายน 2014[29], สิงหาคม 2014[30]
  • ประตูยอดเยี่ยมประจำเดือนของอีเอ สปอร์ตส์ (2): เมษายน 2014[31], มกราคม 2015[32]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Liverpool 0-1 Fulham" BBC Sport. 1 May 2012. Retrieved 10 June 2012.
  2. "Liverpool 4-1 Chelsea" BBC Sport. 8 May 2012. Retrieved 10 June 2012.
  3. "Liverpool 2-2 Man City" BBC Sport. 26 August 2012. Retrieved 26 August 2012.
  4. "Liverpool 1-0 Reading" BBC Sport. 20 October 2012. Retrieved 20 October 2012.
  5. "Liverpool 3-0 Sunderland" BBC Sport. 2 January 2013. Retrieved 6 January 2013.
  6. ภาพการแข่งขันลิเวอร์พูลพบสเปอร์ส
  7. ลิเวอร์พูลยกพลคว้าชัยถึงถิ่นสเปอร์สในเกมระดับห้าดาว
  8. ภาพการแข่งขันลิเวอร์พูลพบแมนเชสเตอร์ ซิตี้
  9. คูตินโญ่ยิงประตูชัยเอาชนะแมนฯ ซิตี้ 3-2 รั้งจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก
  10. ซัวเรซกวาด 3 รางวัล ในงานประกาศรางวัลสโมสรลิเวอร์พูล
  11. ลูกยิงของสเตอร์ริดจ์ช่วยให้ลิเวอร์พูลเฉือนชนะทีมนักบุญ
  12. ลิเวอร์พูลบุกไปยิงสามประตูถึงไวท์ ฮาร์ต เลน
  13. เจอร์ราร์ดยิงจุดโทษท้ายเกมให้ลิเวอร์พูลคว้าชัยสุดดราม่า
  14. ลิเวอร์พูลบุกไปพ่ายเวสต์แฮม 1-3
  15. ความเฉียบขาดของสเตอร์ลิงส่งให้ลิเวอร์พูลทะลุเข้ารอบรองชนะเลิศ
  16. ราฮีม สเตอร์ลิงคว้ารางวัล โกลเด้น บอย
  17. ประตูของสเตอร์ลิงคว้าชัยชนะให้ลิเวอร์พูลในวันบ็อกซิ่งเดย์
  18. ลิเวอร์พูลเปิดแอนฟิลด์เสมอเชลซี 1-1
  19. สเตอร์ริดจ์ยิงในเกมที่หงส์แดงเอาชนะขุนค้อน
  20. ลูกยิงท้ายเกมของคูตินโญ่ส่งลิเวอร์พูลผ่านเข้ารอบเอฟเอ คัพ
  21. ลิเวอร์พูลขยับขึ้นอันดับ 6 หลังเอาชนะทีมนักบุญ
  22. ลิเวอร์พูลลดช่องว่างท็อปโฟร์หลังชนะนิวคาสเซิล
  23. 5 ข้อเท็จจริงจากเกมลิเวอร์พูลชนะนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด
  24. คูตินโญ่กวาด 4 รางวัล ในงานประกาศรางวัล Players' Awards
  25. ประตูของสเตอร์ลิง และความยอดเยี่ยมของสเคอร์เทล
  26. "Player Info: Raheem Shaquille Sterling". englandstats.com. สืบค้นเมื่อ 7 December 2014. 
  27. รายชื่อผู้ได้รับรางวัล Players' Awards Dinner 2014
  28. "คูตี้"กวาดรางวัลในงาน LFC Players Award 2015
  29. ประกาศรายชื่อนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนเมษายน
  30. ประกาศรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนสิงหาคม
  31. ลูกโยกหลอกของสเตอร์ลิงคว้าประตูยอดเยี่ยมประจำเดือนเมษายน
  32. สเตอร์ลิงคว้ารางวัลประตูยอดเยี่ยมประจำเดือนมกราคม

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]