ราฮีม สเตอร์ลิง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ราฮีม สเตอร์ลิง
Raheem Sterling v PNE.jpg
สเตอร์ลิงลงเล่นให้กับ ลิเวอร์พูล ในปี 2013
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม ราฮีม ชาควิลล์ สเตอร์ลิง
เกิด 8 ธันวาคม ค.ศ. 1994 (19 ปี)
เกิดที่ คิงส์ตัน จาเมกา
สูง 1.70 ม. (5 ฟุต 7 นิ้ว)
ตำแหน่ง กองกลาง, ปีกซ้าย
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน ลิเวอร์พูล
หมายเลข 31
ชุดเยาวชน
2003–2010 ควีนส์พาร์กเรนเจอส์
2010–2012 ลิเวอร์พูล
ชุดใหญ่*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
2012– ลิเวอร์พูล 69 (14)
ทีมชาติ
2009–2010 อังกฤษ 16 ปี 9 (1)
2010–2011 อังกฤษ 17 ปี 13 (3)
2012 อังกฤษ 19 ปี 1 (0)
2012– อังกฤษ 21 ปี 8 (3)
2012– อังกฤษ 11 (0)
* จำนวนนัดที่ลงเล่นให้ชุดใหญ่และจำนวนประตูนับเฉพาะลีกท้องถิ่นเท่านั้น และ เป็นข้อมูล ณ วันที่ 24 March 2012.

† ลงเล่น (ประตู)

‡ จำนวนนัดที่ลงเล่นและจำนวนประตูให้ทีมชาติ ข้อมูล ณ วันที่ 30 June 2011

ราฮีม ชาควิลล์ สเตอร์ลิง (Raheem Shaquille Sterling) เกิดเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ค.ศ. 1994 ในเมืองคิงส์ตัน ที่ประเทศจาเมกา เขาได้ลงเล่นตัวจริงกับสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล ใน ปี 2012 นัดที่เจอกับ วีแกนแอธเลติก โดยเล่นในตำแหน่ง ปีกซ้าย ในอายุเพียงแค่ 17 ปี

ผลงานในระดับสโมสร[แก้]

ควีนส์ปาร์คเรนเจอร์[แก้]

สเตอร์ลิง เป็นนักเตะเยาวชนของทีม ควีนสปาร์คเรนเจอร์เป็นเวลาเจ็ดปีเป็นผู้เล่นเยาวชนก่อนที่จะย้ายไปทีมลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูล[แก้]

ฤดูกาล 2011-12[แก้]

สเตอร์ลิงขณะอยู่กับ ลิเวอร์พูล ในปี 2011

วันที่ 24 มีนาคม ค.ศ. 2012 สเตอร์ลิง ลงเล่นให้กับ ลิเวอร์พูล ทีมชุดใหญ่ครั้งแรก โดยถูกเปลี่ยนตัวลงสนาม ในนัดที่เจอกับ วีแกนแอธเลติก ซึ่งลงสนามในวัย 17 ปี กับอีก 107 วัน ต่อมา สเตอร์ลิง ลงเล่นให้กับ ลิเวอร์พูล เป็นนัดที่ 2 โดยถูกเปลี่ยนตัวลงสนาม ในนัดที่แพ้ให้กับ ฟูแลม 0-1[1] ต่อมา สเตอร์ลิง ลงเล่นให้กับ ลิเวอร์พูล เป็นนัดที่ 3 โดยถูกเปลี่ยนตัวลงสนาม ในนัดที่ถล่ม เชลซี 4-1[2]

ฤดูกาล 2012-13[แก้]

สเตอร์ลิง ลงเล่นให้กับ ลิเวอร์พูล ในนัดที่เจอกับ Gomel ในปี 2012

ในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2012–13 สเตอร์ลิง ได้ลงสนามเป็นตัวจริงใน ศึกบิ๊กแมตช์ กับ แมนเชสเตอร์ซิตี สามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมและติดทีมยอดเยี่ยมประจำสัปดาห์[3] หลังจากนั้น สเตอร์ลิง ก็ได้ลงสนามเป็นตัวจริงอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่ง สเตอร์ลิง ก็ทำประตูแรกให้กับ ลิเวอร์พูล ในนัดที่เอาชนะ เรดดิง 1-0[4] ต่อมา ในวันที่ 21 ธันวาคม ค.ศ. 2012 สเตอร์ลิง ได้ตัดสินใจต่อสัญญากับ ลิเวอร์พูล ต่อมา ในปี 2013 สเตอร์ลิง ก็ทำประตูที่ 2 ให้กับ ลิเวอร์พูล ในนัดที่เอาชนะ ซันเดอร์แลนด์ 3-0[5]

ฤดูกาล 2013-14[แก้]

ในลีกคัพ รอบ 2 สเตอร์ลิง ได้ทำประตูแรกให้ ลิเวอร์พูล เปิดบ้านเอาชนะ นอตส์เคาน์ตี ในช่วงต่อเวลาพิเศษ 4-2 ต่อมา ในวันที่ 4 ธันวาคม ค.ศ. 2013 สเตอร์ลิง ได้ทำประตูแรกในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดบ้านเอาชนะ นอริชซิตี 5-1 ต่อมา ในวันที่ 15 ธันวาคม ค.ศ. 2013 สเตอร์ลิง ได้ทำประตูที่ 2 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ ทอตนัมฮอตสเปอร์ ที่ ไวต์ฮาร์ตเลน 5-0 ต่อมา ในวันที่ 21 ธันวาคม ค.ศ. 2013 สเตอร์ลิง ได้ทำประตูที่ 3 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดบ้านเอาชนะ คาร์ดิฟฟ์ซิตี 3-1

ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2014 สเตอร์ลิง ได้ทำ 2 ประตู ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดบ้านเอาชนะ อาร์เซนอล 5-1 ต่อมา ในวันที่ 1 มีนาคม ค.ศ. 2014 สเตอร์ลิง ลงมาเป็นตัวสำรองและได้ทำประตูที่ 6 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ เซาแทมป์ตัน ที่ เซนต์แมรีส์สเตเดียม 3-0 ต่อมา ในวันที่ 13 เมษายน ค.ศ. 2014 สเตอร์ลิง ได้ทำประตูให้ ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ แมนเชสเตอร์ซิตี 1-0 ก่อนที่ ลิเวอร์พูล จะชนะไป 3-2 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ขึ้นนำจ่าฝูงและลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกต่อไป ต่อมา ในวันที่ 20 เมษายน ค.ศ. 2014 สเตอร์ลิง ได้ทำ 2 ประตู และจ่ายให้เพื่อนยิง 1 ประตู ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ นอริชซิตี ที่ แคร์โรว์โรด 3-2 ต่อมา สเตอร์ลิง ได้ติด 1 ใน 6 เข้าชิงรางวัลนักฟุตบอลดาวรุ่งยอดเยี่ยมของพีเอฟเอ ในวันที่ 6 พฤษภาคม ค.ศ. 2014 สเตอร์ลิง คว้ารางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปี จากการโหวตของแฟนๆ จากงานประกาศรางวัล Players’ Awards Dinner ปี 2014 โดยงานประกาศรางวัลจัดขึ้นที่ ศูนย์ประชุม Liverpool ACC Conference Centre[6] จบฤดูกาล สเตอร์ลิง ยิงประตูในพรีเมียร์ลีกได้ 9 ประตู จาก 33 นัด และยิงได้ทั้งหมด 10 ประตู จาก 38 นัด รวมทุกรายการ ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ได้อันดับ 2 ทำให้ ลิเวอร์พูล ได้กลับไปเล่นยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก นับตั้งแต่ในปี 2009

ฤดูกาล 2014-15[แก้]

ในวันที่ 17 สิงหาคม ค.ศ. 2014 พรีเมียร์ลีก นัดเปิดฤดูกาล 2014–15 ลิเวอร์พูล เปิดรังแอนฟีลด์เจอกับ เซาแทมป์ตัน โดย สเตอร์ลิง ได้ทำประตูให้ ลิเวอร์พูล ขึ้นนำ 1-0 ก่อนที่ ลิเวอร์พูล จะชนะไป 2-1[7] ต่อมา ในวันที่ 31 สิงหาคม ค.ศ. 2014 สเตอร์ลิง ได้ทำประตูที่ 2 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ ทอตนัมฮอตสเปอร์ ที่ ไวต์ฮาร์ตเลน 3-0[8] ต่อมา ในวันที่ 20 กันยายน ค.ศ. 2014 สเตอร์ลิง ได้ทำประตูที่ 3 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล พ่ายแพ้ เวสต์แฮมยูไนเต็ด 1-3[9]

ทีมชาติอังกฤษ[แก้]

ราฮีม สเตอร์ลิง ได้ติดทีมชาติอังกฤษ ชุดใหญ่ นัดแรก ในวันที่ 14 พฤศจิกายน ค.ศ. 2012 ในนัดที่อุ่นเครื่องกระชับมิตร กับ สวีเดน ในวันที่ 5 มีนาคม ค.ศ. 2014 สเตอร์ลิง ได้ลงเล่นนัดที่สองให้กับทีมชาติและโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม ในนัดที่ อังกฤษ เอาชนะ เดนมาร์ก 1-0 ในเกมอุ่นเครื่องกระชับมิตร ที่สนามกีฬาเวมบลีย์

ฟุตบอลโลก 2014[แก้]

ในวันที่ 12 พฤษภาคม ค.ศ. 2014 ทีมชาติอังกฤษได้เรียกตัว ราฮีม สเตอร์ลิง ติดรายชื่อ 23 คน ชุดลุยศึก ฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล โดย อังกฤษ ได้อยู่กลุ่ม D ร่วมกับ อุรุกวัย, คอสตาริกา และ อิตาลี ในวันที่ 14 มิถุนายน ค.ศ. 2014 สเตอร์ลิง ได้ลงสนามเป็นตัวจริงในฟุตบอลโลก กลุ่ม D นัดแรก ในนัดที่แพ้ให้กับ อิตาลี 1-2 สุดท้าย อังกฤษ ก็ต้องตกรอบแรก ได้อันดับสุดท้ายของกลุ่ม D เสมอ 1 แพ้ 2 (แพ้ อิตาลี 1-2, แพ้ อุรุกวัย 1-2 และ เสมอ คอสตาริกา 0-0) ทำให้ทีมชาติอังกฤษต้องจบเส้นทางฟุตบอลโลกที่บราซิลเพียงรอบแรกเท่านั้น และเป็นครั้งแรกในรอบ 56 ปีด้วย ที่อังกฤษตกรอบแรกฟุตบอลโลก

สถิติ[แก้]

สโมสร[แก้]

สโมสร ฤดูกาล ลีก เอฟเอคัพ ลีกคัพ ยุโรป รวม
Division ลงเล่น ประตู ลงเล่น ประตู ลงเล่น ประตู ลงเล่น ประตู ลงเล่น ประตู
ลิเวอร์พูล 2011–12 พรีเมียร์ลีก 3 0 0 0 0 0 0 0 3 0
2012–13 24 2 1 0 1 0 10 0 36 2
2013–14 33 9 3 0 2 1 0 0 38 10
2014–15 9 3 0 0 1 0 3 0 13 3
รวม 69 14 4 0 4 1 13 0 90 15

ทีมชาติ[แก้]

ทีมชาติ ปี ลงเล่น ประตู
อังกฤษ 2012 1 0
2013 0 0
2014 10 0
รวม 11 0

เกียรติประวัติ[แก้]

รางวัลส่วนตัว[แก้]

  • นักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีของลิเวอร์พูล (1): 2013–14[10]
  • Standard Chartered Liverpool Player of the Month (2): เมษายน 2014[11], สิงหาคม 2014[12]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]