รายชื่อผี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ภาพวาด: ผีแบงโคว ปรากฏตัวในบทประพันธ์แม็คเบ็ธ ของวิลเลียม เชกสเปียร์

นี่คือรายชื่อของผีจากที่ต่าง ๆ ทั่วโลก

คติชนวิทยา[แก้]

ตำนานของยุโรป
  • นักล่าแห่งพงไพร (The Wild Hunt) เป็นตำนานพื้นบ้านของยุโรปที่นักล่ามักจะเป็นบุคคลที่ตายแล้วหรือเทวดาที่สามารถติดต่อโลกแห่งความตายได้โดยจะปรากฏตัวเป็นกองทัพ
  • คนหัวขาดขี่ม้า หรือ "ปีศาจสับหัว" (The Headless Horseman) เป็นปีศาจที่มีอยู่ในตำนานพื้นบ้านในช่วงยุคกลางโดยจะเป็นบุรุษขี่ม้าสีดำและไม่มีหัว บางตำนานเล่าว่า มันจะไล่สังหารผู้คนโดยการตัดศีรษะ
  • สุภาพสตรีสีขาว (White Lady)[1] เป็นผีชนิดหนึ่งในลักษณะของผู้หญิงซึ่งมีการพบเห็นทั่วไปในชนบท เกี่ยวข้องกับเรื่องราวโศกนาฏกรรมท้องถิ่น ปรากฏตัวในรูปลักษณ์เป็นสตรีตัวขาวโพลน และมีการรายงานถึงการพบเห็นทั่วโลก
สแกนดิเนเวีย
สหราชอาณาจักร
  • มือกลองแห่งเทดเวิร์ท (Drummer of Tedworth) ซึ่งมักปรากฏที่เมืองเทดเวิร์ท มีการรายงานถึงเสียงกลองที่ดังมากและไม่ทราบที่มา รบกวนชาวบ้าน เป็นหนึ่งในโพลเทอร์ไกสท์
  • แมรีผู้กระหายเลือด (Bloody Mary)[5][6][7] เป็นผีในตำนานที่มักจะเปิดเผยอนาคต ซึ่งผีตนนี้จะปรากฏตัวในกระจกเมื่อมีการขานชื่อเธอหลายครั้ง ปรากฏในรูปลักษณ์ของหญิงสาวที่เต็มไปด้วยเลือดและจะฉายภาพอนาคตแก่ผู้ขานชื่อเธอ
  • สุภาพสตรีสีน้ำตาลแห่งไรน์แฮมฮอลล์ (Brown Lady of Raynham Hall)[8] มีการรายงานว่าเป็นผีของเลดี้โดโรธี วอลโพล น้องสาวของนายกรัฐมนตรีโรเบิร์ต วอลโพล เป็นผีที่โด่งดังที่สุดในอังกฤษ มักปรากฏตัวในชุดคลุมสีน้ำตาลซึ่งเป็นชุดที่เลดี้โดโรธีชอบใส่
  • Sweet William's Ghost[9] เป็นเพลงพื้นบ้านของอังกฤษ
  • ผีถนนค็อกเลน (Cock Lane ghost) ปรากฏในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 18 เป็นเหตุการณ์ที่ได้รับความสนใจไปทั่วอังกฤษ ในรูปแบบของเสียงเคาะแปลก ๆ และเสียงกรีดร้องโหยหวนโดยวิญญาณระบุถึงคนร้ายในคดีฆาตกรรม
ภาพถ่ายที่โด่งดัง:สุภาพสตรีสีน้ำตาลแห่งไรน์แฮมฮอลล์ ถ่ายโดยกัปตัน ฮูเบิร์ต ซี. โปรแวนด์ ได้รับการตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสารคันทรี่ไลฟ์ พ.ศ. 2479
  • สุภาพบุรุษสีเทาแห่งโรงละครรอยัล (Man in Grey of the Theatre Royal) พบที่โรงละครรอยัล ถนนดูรีเลน
  • ผีถนนแนนทัก (Nan Tuck's Ghost) เป็นเรื่องราวของคุณนายทักที่วางยาฆ่าสามีตนเองราวปี พ.ศ. 2353 เจ้าหน้าที่สามารถจับเธอได้ที่ถนนนี้แต่เธอวิ่งหนีหายไปในป่าและไม่มีใครพบเห็นเธออีกเลย มีคนเคยพบเห็นเธอยังคงอยู่ในบริเวณนี้
  • ผีแม่ชีแห่งกุฏิบอร์ลีย์ (Borley Rectory) ได้รับการขนานนามว่าเป็นสถานที่ที่สยองขวัญที่สุดในอังกฤษจากเหตุการณ์โพลเทอร์ไกสท์ และมีคนพบเห็นผีแม่ชีที่ตายไปวนเวียนอยู่ ต่อมากุฏิถูกไฟไหม้จนไม่เหลือซากอย่างไม่มีสาเหตุ
นิวซีแลนด์
ปากีสถาน
  • พิคาล เพรี (Pichal Peri) ปีศาจตามความเชื่อของอินเดียและปากีสถาน รูปลักษณ์เป็นผีดูดเลือดในร่างค้างคาวหน้าตาน่าเกลียด ที่มีเท้าหักงอไปด้านหลัง
สหรัฐอเมริกา
ซอนา เฮเอสเตอร์ ชู หญิงสาวซึ่งถูกฆาตกรรมในปีพ.ศ. 2440 เป็นที่มาของผีกรีนไบรเออร์เรียกร้องความยุติธรรม
  • ปีศาจริดจ์เวย์ (Ridgeway Ghost) เป็นปีศาจหรือผีตามตำนานพื้นบ้านของรัฐวิสคอนซิน คอยหลอกหลอนผู้คนตลอดทาง 25 ไมล์ของถนนเหมืองแร่เก่า บางครั้งอาจไม่ใช่ผีหรือปีศาจเพราะมันสามารถเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ได้ บางครั้งเป็นชายถือแส้เดินตามพวกเขาหรือไล่กวดพวกเขา, เป็นสัตว์บางชนิด เช่น สุนัข แกะ หรือสัตว์ตัวอื่น ๆ ในฟาร์ม และหลายครั้งปรากฏในร่างมนุษย์ รวมทั้งเป็น "คนหัวขาดขี่ม้า" หรือ หญิงสาว หรือ หญิงชรา
  • แอนนี่กองขี้ตะกรัน (Slag Pile Annie) เป็นผีที่ปรากฏรูปลักษณ์ในรูปของหญิงชราทำงานในที่ห่างไกลและติดต่อถึงได้ยากในส่วนของโรงสี คนงานในฟาร์มจะได้คุยกับเธอในเวลาทำงานและไม่ทราบจนกระทั่งเพื่อนคนงานอื่นมาบอกถึงเรื่องราวของเธอ ผีตนนี้ปรากฏที่โรงสีโจนส์แอนด์ลอฟลินสตีล เมืองพิตต์สเบิร์ก รัฐเพนซิลเวเนีย
  • ผีกรีนเบรียร์ (Greenbrier Ghost) เป็นผีที่ปรากฏในเทศมณฑลกรีนไบรเออร์ รัฐเวสต์เวอร์จิเนีย เป็นผีของหญิงสาวชื่อว่า ซอนา เฮเอสเตอร์ ชู ซึ่งถูกฆาตกรรมในปีพ.ศ. 2440 ในการคลี่คลายคดีฆาตกรรม เธอได้รับการยอมรับหลักฐานโดยการใช้ "พยานของผี" และสามีของเธอได้ถูกจับในคดีฆาตกรรม
ออสเตรเลีย
ลาตินอเมริกา
  • ลาโยโรนา (La Llorona) หรือ "นางร่ำไห้" เป็นผีในตำนานพื้นบ้านของลาตินอเมริกา ตำนานเล่าว่าเธอเป็นผู้หญิงที่สวยมากนามว่า มารีอา แต่เธอได้ฆาตกรรมลูก ๆ ของเธอเองโดยการจับถ่วงน้ำด้วยคำสั่งของชายที่เธอรัก แต่เมื่อชายคนนั้นปฏิเสธเธอ เธอจึงฆ่าตัวตาย เธอไม่สามารถไปสู่สุคติได้ต้องวนเวียนอยู่ชั่วกัลป์เพื่อตามหาร่างของลูก ๆ ที่ถูกเธอฆ่า เธอวนเวียนและร่ำไห้อย่างเวทนา บางตำนานกล่าวว่า เธอในร่างผีจะลักพาตัวเด็กเร่ร่อนและเด็กที่ไม่เชื่อฟังพ่อแม่ไปอยู่กับเธอด้วย
ญี่ปุ่น
  • ผีนับจาน หรือ "ซารายาชิกิ" (Banchō Sarayashiki, Okiku) โอคิคุแห่งปราสาทฮิเมจิ เป็นเรื่องเล่าของวิญญาณที่จะออกมาจากบ่อเก็บน้ำ และเริ่มนับจานตั้งแต่ 1 ใบจนถึง 9 ใบ แล้วจะร้องไห้อย่างหัวใจสลาย ซึ่งที่มาก่อนที่โอคิคุจะกลายเป็นผีนั้นมีหลายเรื่องเล่า บางเรื่องกล่าวว่าโอคิคุทำจานของเจ้านายแตก เจ้านายโมโหมากจึงฆ่าโอคิคุทิ้งแล้วเอาศพทิ้งลงบ่อน้ำ
ภาพวาด "สตรีหิมะ" โดยจิตรกรราวคริสต์ศตวรรษที่ 18
  • สตรีหิมะ หรือ "ยุกิอนนะ" (Yuki-onna) เป็นชื่อที่ใช้เรียกภูตหิมะที่มีรูปร่างเป็นสตรีที่งดงาม ว่ากันว่าเป็นจิตวิญญาณแห่งฤดูหนาว ซึ่งยูกิอนนะนี้ จะมีลักษณะเป็นผู้หญิงสาวสวย สวมชุดกิโมโนสีขาวสะอาด นางจะปรากฏตัวบนภูเขาหิมะในวันที่มีพายุหิมะ และหลอกล่อให้ผู้ชายที่หลงใหลในความงามของนางไปสู่ความตาย
  • โอะนิ (Oni) ยักษ์ในตำนานของชินโต มันเป็นยักษ์สูงใหญ่ที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ มี 3 ตา มี 2 เขา มีเขี้ยวและเล็บคมกริบ และในมือถือกระบองอันใหญ่เอาไว้ ว่ากันว่าโอะนิจะนำพามาซึ่งโรคร้าย โรคระบาด ความโชคร้าย และความหายนะ โอะนิเหาะเหินเดินในอากาศได้ และจะคอยจับเอาดวงวิญญาณของคนชั่วที่กำลังจะตาย
  • บะกุ (Baku) เป็นปีศาจที่คอยกินฝันร้ายของผู้คน (dream eater) เชื่อกันว่าบะกุนั้น มีรูปร่างคล้ายหมี และมีส่วนผสมของสัตว์หลายชนิด เช่น มีหน้าผากมีนอคล้ายแรด มีจมูกเป็นงวงคล้ายช้าง มีเท้าเหมือนเสือ มีหางเหมือนวัว ชาวญี่ปุ่นโบราณเชื่อว่า เมื่อมีฝันร้ายหรือลางร้าย ซึ่งสิ่งเหล่านี้เกิดจากการกระทำของปีศาจ ให้ท่องคาถาว่า "บะกุ คุระเอะ" ซึ่งแปลว่า "บะกุ จงมากินฝันร้ายของข้า" 3 ครั้ง บะกุจะมากินฝันร้ายนั้นให้ และกลับจากร้ายเป็นดี ปีศาจทั้งหลายจะถูกสูบลงไปในพื้นดินลึก
  • เท็งงุ (Tengu) เท็งงุ มีภาพลักษณ์ของปีศาจร้าย และมักจะสร้างพายุเข้าโจมตีผู้คนเสมอ ๆ ซึ่งประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ถูกพายุถล่มบ่อยครั้ง เท็งงุเป็นข้ารับใช้ของไดเทนกุ ซึ่งมักปรากฏภาพของไดเทนกุ ที่ล้อมรอบไปด้วยเท็งงุ บางความเชื่อนั้นเชื่อว่าเท็งงุไม่ได้เป็นผีร้าย ทั้งยังเป็นปีศาจที่รักสงบและสุภาพ แต่การกระทำร้าย ๆ นั้น เป็นเพราะเท็งงุต้องทำตามคำสั่ง ของไดเทนกุ
  • โดะโดะเมะกิ หรือ "ปีศาจร้อยตา" (Dodomeki) เป็นปีศาจของญี่ปุ่น อาศัยอยู่บนร่างกายของมนุษ์ มีลักษณะเป็นดวงตาลามไปทั่วร่างกาย
  • คัปปะ (Kappa) เป็นผีญี่ปุ่นชนิดหนึ่ง จัดอยู่ในจำพวกพรายน้ำ มีรูปร่างหน้าตาคล้ายกบ ตัวสีเขียว แต่มีกระดองเต่าอยู่ข้างหลัง เท้ามีพังผืดทั้งเท้าหน้าและเท้าหลัง จมูกแหลม มีลักษณะศีรษะที่แบนและกลางกระหม่อมไม่มีผม มีปากแหลมเหมือนนก ผิวเป็นเมือกลื่น คัปปะมีนิสัยที่ขี้เล่นและอยากรู้อยากเห็น ซึ่งบางครั้งก็เป็นอันตรายกับมนุษย์ คัปปะเคยหลอกล่อให้คนลงไปในน้ำ มักจะลากม้า หรือเด็ก ๆ ลงแม่น้ำจนจมน้ำตาย
  • สาวปากฉีก หรือ "คุจิซะเกะอนนะ" (Kuchisake-onna) เป็นหญิงสาวในปกรณัมญี่ปุ่นซึ่งถูกสามีผู้หึงหวงทำร้ายจนเสียอวัยวะ และต่อมากลายเป็นผีร้าย มีการเล่ากันในพุทธทศวรรษที่ 2500 มีเด็กพบเห็นหญิงคนหนึ่ง หญิงนั้นจะหยุดเดินและถามเด็กว่า "ฉันสวยไหม" ถ้าเด็กบอกปัด หญิงนั้นจะล้วงกรรไกรออกมาตัดปากเด็กจนถึงแก่ความตาย ถ้าเด็กตอบรับ หญิงนั้นจะปลดหน้ากากอนามัยออก และยิ้มให้เด็กชมดู เผยให้เห็นปากที่ถูกแหวะจนถึงใบหูมีโลหิตท่วม แล้วถามเด็กนั้นอีกว่า "แล้วตอนนี้ฉันสวยไหม" ถ้าเด็กว่าไม่ หญิงนั้นจะล้วงกรรโกรมาตัดกายเด็กเป็นสองท่อน ถ้าว่าใช่ หญิงนั้นจะมอบความสวยงามให้แก่เด็กนั้นบ้างโดยเอากรรไกรตัดปากเด็กจนถึงใบหูเสีย
  • ผีไม่มีหน้า หรือ "นปเปะระโบ" (Noppera Bou) เป็นผีญี่ปุ่นอย่างหนึ่งที่ไม่มีใบหน้า มีแต่หน้าเกลี้ยง ๆ คล้ายไข่ ซึ่งแม้แต่ตา จมูก ปาก ไม่มีบนใบหน้าเลย ผีตนนี้มักเที่ยวหลอกหลอนคนผ่านทางในเวลากลางคืน
  • สาวคอยาว หรือ "โรคุโรคุบิ" (Rokurokubi) มนุษย์ที่ยังมีชีวิตอยู่แต่ต้องคำสาปหรืออาถรรพ์ เมื่อตกกลางคืนจะยืดคอออกไปได้ยาวมาก มักจะเป็นเฉพาะในผู้หญิง มีพฤติกรรมที่จะเป็นอันตรายต่อมนุษย์ สาวคอยาวจะดูดพลังของเหยื่อที่เป็นทั้งคนและสัตว์ และจะใช้ลิ้นเลียเพื่อดับไฟตะเกียง
  • คุณฮะนะโกะประจำห้องน้ำ (Toire no Hanako-san) เป็นตำนานพื้นบ้านญี่ปุ่นว่าด้วยเด็กหญิงคนหนึ่งซึ่งเกิดในสมัยสงครามโลกครั้งที่สองและสิงอยู่ตามห้องน้ำโรงเรียน ถ้าเรียกขานแล้วเธอจะปรากฏตัว
  • เทะเกะเทะเกะ (Teke Teke) ผีหญิงร้ายอีกตนในคติชนญี่ปุ่น เป็นเด็กนักเรียนหญิงซึ่งพลัดตกลงสู่ทางรถไฟ แล้วถูกรถไฟแล่นทับตัวขาดเป็นสองท่อน จะออกมาฆ่าคนผู้เคราะห์ร้ายโดยทำให้ร่างกายคนนั้นขาดสองท่อน
  • อะกะมันโตะ (Aka Manto) ชายรูปงามซึ่งอยู่ตามห้องน้ำสาธารณะ คอยถามคนนั่งส้วมว่า จะเอากระดาษสีแดงหรือกระดาษสีฟ้าดี ถ้าตอบแดง ชายนั้นกระโจนลงมาฟันคนตอบเป็นชิ้น ๆ กระทั่งร่างแดงฉานเพราะโลหิต ถ้าว่าฟ้า ชายนั้นจะบีบคอคนตอบจนกระทั่งหน้าเปลี่ยนเป็นสีฟ้าแล้วตายในที่สุด
อินโดนีเซีย
  • ไนย์ โรโด กิดุล (Nyai Roro Kidul) แห่งทะเลใต้ เป็นผีตามตำนานพื้นบ้านของอินโดนีเซีย เป็นที่รู้จักในนาม "ราชินีทะเลใต้แห่งชวา" นางมักสังหารผู้คนที่ว่ายน้ำในทะเลเพื่อการสังเวยดวงวิญญาณ
ตำนานเมือง
  • นักโบกรถที่หายไป (Vanishing hitchhiker) เป็นที่เล่ากันมาว่า นักเดินทางเมื่อขับรถในตอนกลางคืนมักพบกับผู้โบกรถเพื่อขอโดยสารไปด้วย และเมื่อจะจอดรับหรือขึ้นรถมาแล้วกลับอันตรธานหายไป ซึ่งเป็นเรื่องเล่าที่มีมาหลายศตวรรษและเกือบทุกที่ของโลก
  • ดี โอเกน (Deogen) แปลว่า "ดวงตา" เป็นผีที่มีการเล่าว่าได้หลอกหลอนบริเวณป่าโซเนียน ในเบลเยียม มักปรากฏตัวด้วยรูปลักษณ์ของหมอกและกลายเป็นร่างเงาขนาดเล็กลงเรื่อย ๆ

บทประพันธ์[แก้]

กองทัพคนตายแห่งดันแฮโรว์ ภาพจากภาพยนตร์ลอร์ดออฟเดอะริงส์: มหาสงครามชิงพิภพ
เฟรดดี้ ครูเกอร์ ปรากฏในภาพยนตร์ชุดเรื่องนิ้วเขมือบ (A Nightmare on Elm Street)
  • ผีขี้จุ๊ย (Beetlejuice) เป็นผีที่ปรากฏในภาพยนตร์เรื่อง ผีขี้จุ๊ย ฉายในปีพ.ศ. 2531 ภาพยนตร์สยองขวัญแนวตลก เป็นผีของอดัมและบาร์บารา มาอิตแลนด์ สองสามีภรรยา
  • แม่มดของเบลล์ (Bell Witch)[12] เป็นผีแนวโพลเทอร์ไกสท์ ปรากฏในตำนานพื้นเมืองของอเมริกัน เป็นผีที่คอยหลอหลอนครอบครัวเบลล์ในรัฐเทนเนสซี ครอบครัวของเบลล์ ความทุกข์ทรมานดำเนินต่อไปเป็นเวลา 3 ปี แทบจะไม่มีวันไหนเลยที่ปราศจากเสียงกรีดร้องของแม่มดจากรอบๆ บ้าน โดยไม่เห็นตัวตนของมัน ท้ายสุดความเหนื่อยล้าก็เข้ามากล่าวคำทักทายกับ จอห์น เบลล์ สุขภาพของเขาเสื่อมโทรมและถึงแก่ความตายในวันที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2363 หลังจากนั้นเหตุการณ์ต่างๆได้หยุดลง ตำนานนี้ได้มีการเอาไปสร้างเป็นภาพยนตร์หลายครั้ง
  • โจรสลัดดำ (The Black Pirate) เป็นภาพยนตร์เงียบ ฉายในปีพ.ศ. 2469
  • บุคคลในฮอกวอตส์ (Hogwarts) จากนวนิยายและภาพยนตร์ชุดแฮร์รี่ พอตเตอร์ ได้แก่
  • บารอนเลือด (The Bloody Baron) หนึ่งในผีที่สิงอยู่ในฮอกวอตส์และเป็นผีประจำบ้าน Slytherin เขายังเป็นคนเดียวที่สามารถควบคุม Peeves ผีโปลเตอร์ไกสต์
  • บาทหลวงอ้วน (The Fat Friar) หนึ่งในผีที่สิงอยู่ในฮอกวอตส์และเป็นผีประจำบ้าน Hufflepuff เป็นผีที่ร่าเริงและมีเมตตา เขาเป็นนักบวชที่เป็นธรรมมาก เป็นเขาเสมอที่ขอร้องในนามของ Peeves ผีโพลเตอไกสต์เพื่อให้เขามาในงานต้อนรับ
  • สุภาพสตรีสีเทา (The Grey Lady) ชื่อเดิมคือ เฮเลนา เรเวนโคล์ว หนึ่งในผีที่สิงอยู่ในฮอกวอตส์และเป็นผีประจำบ้าน Ravenclaw เป็นผีที่มีสติปัญญาสูงและเป็นหญิงสาวที่ไม่ได้พบรักแท้และไม่ได้พบชายที่คู่ควรกับเธอ นางได้ถูกบารอนเลือดฆ่าและกลายเป็นผี
  • นิกหัวเกือบขาด (Nearly Headless Nick) ชื่อเดิมคือ เซอร์ นิโคลัส เดอ มิมซี-พอร์พิงตัน หนึ่งในผีที่สิงอยู่ในฮอกวอตส์และเป็นผีประจำบ้าน Gryffindor เขาถูกตัดหัวอย่างไม่ค่อยดีเท่าไหร่ หลังจากที่ถกเถียงกับเลดี้ กริฟ เนื่องจากหัวเขาขาดไม่หมดทำให้เข้าร่วมเกมส์ของสมาคมคนหัวขาดไม่ได้ สมาคมคนหัวขาดเป็นสังคมของผีที่ถูกตัดหัว ซึ่งทำให้ผีหลายตนหงุดหงิดพอควร
  • ผู้คุมวิญญาณ (The Dementor) ผู้คุมวิญญาณมีลักษณะคือ มือยาวมีเกร็ด ใต้ผ้าคลุมศีรษะคือส่วนหัวที่ไร้ดวงตา และแทนที่ด้วยสิ่งที่เหมือนปาก ใช้สำหรับสูดเอาความรู้สึกดีๆออกไปจากเหยื่อ และบางครั้งหากจำเป็น ผู้คุมวิญญาณจะใช้ปากนั้นสำหรับการมอบจุมพิต เรียกกันว่า "จุมพิตผู้คุมวิญญาณ" ใครก็ตามที่ได้รับจุมพิตของผู้คุมวิญญาณจะสูญเสียความทรงจำไปตลอดกาล และถูกดูดกลืนเอาความรู้สึกไปจากตัวจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงร่างที่ไม่ต่างอะไรกับการตาย
ผีคะยะโกะ ซะเอะกิวิญญาณพยาบาทในภาพยนตร์ชุดเรื่องผีดุ (Ju-on) และ โคตรผีดุ (The Grudge)
ภาพถ่ายที่มีการตัดต่อโดยมีการใส่สแลนเดอร์แมนซึ่งเป็นผีในเรื่องเล่าที่เล่าผ่านทางสังคมออนไลน์

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. Weird NJ Stories, The Lady in White
  2. "Bothwell's bones rattle in Denmark". Daily Mail. February 5, 2005. p. 103. 
  3. O'Donnell, Frank (April 16, 2001). "Even Bothwell Deserves a Dececnt Burial". The Scotsman. 
  4. Womersley, Tara (April 17, 2001). "Queen of Scots' bigamist earl 'is really a hero'". The Daily Telegraph. p. 5. 
  5. http://www.mythologyweb.com/bloodymary.html
  6. "Urban Legends Reference Pages: Bloody Mary". Snopes. 
  7. "Bloody Mary, Mary Worth and other variants of a modern legend". MythologyWeb. 
  8. Brown Lady of Raynham Hall - Castle of Spirits
  9. Francis James Child, English and Scottish Popular Ballads, "Sweet William's Ghost"
  10. Braunmuller, A. R. (1997). "Introduction". In Braunmuller, A. R. Macbeth. The New Cambridge Shakespeare. Cambridge: Cambridge University Press. p. 266. ISBN 0-521-29455-X. 
  11. Sylvan Barnet, "Shakespeare: An Overview," in Macbeth, ed. Sylvan Barnet, A Signet Classic, 1998, p. ix.
  12. Hendrix, Grady, "Little Ghost on the Prairie", Slate, May 4, 2006.