รัฐอิสระคองโก
| รัฐอิสระคองโก État indépendant du Congo |
|||||
| รัฐร่วมประมุขกับราชอาณาจักรเบลเยียม | |||||
|
|||||
|
|||||
| คำขวัญ ฝรั่งเศส: Travail et progrès (งานและความคืบหน้า) |
|||||
| เมืองหลวง | Boma | ||||
| รัฐบาล | สมบูรณาญาสิทธิราช | ||||
| ผู้ปกครองและเจ้าของ | สมเด็จพระราชาธิบดีเลโอโปลด์ที่ 2 แห่งเบลเยียม | ||||
| ยุคประวัติศาสตร์ | ยุคล่าอาณานิคมใหม่ | ||||
| - ก่อตั้ง | 1 กรกฎาคม[1] 1885 | ||||
| - การผนวกโดยเบลเยียม | 15 พฤศจิกายน 1908 | ||||
รัฐอิสระคองโก เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ในแอฟริกากลาง ซึ่งอยู่ในการครอบครองส่วนพระองค์ของสมเด็จพระราชาธิบดีเลโอโปลด์ที่ 2 แห่งเบลเยียม มีกำเนิดจากการหนุนหลังทางวิทยาศาสตร์และมนุษยธรรมที่น่าดึงดูดแก่องค์การพัฒนาเอกชน สมาคมแอฟริกันนานาชาติ (Association internationale africaine, AIA) ของพระเจ้าเลโอโปลด์ที่ 2 พระองค์ทรงกระชับการควบคุมลุ่มน้ำคองโกส่วนมากผ่าน AIA และองค์การสืบเนื่องทั้งหลาย องค์การสุดท้าย คือ สมาคมคองโกนานาชาติ (ฝรั่งเศส: Association internationale du Congo, AIC) เป็นเครื่องมือส่วนพระองค์ของพระเจ้าเลโอโปลด์ที่ 2 เนื่องจากทรงเป็นผู้ถือหุ้นแต่พระองค์เดียวและประธาน พระองค์จึงได้ใช้องค์การเพื่อรวบรวมและขายงา ยางและแร่เพิ่มขึ้นในลุ่มน้ำคองโกตอนบน แม้องค์การดังกล่าวจะถูกจัดตั้งขึ้นบนความเข้าใจว่าวัตถุประสงค์คือ เพื่อยกระดับประชาชนท้องถิ่นและพัฒนาพื้นที่ พระองค์ให้นามรัฐอิสระคองโกแก่ AIC ใน ค.ศ. 1885 รัฐนี้รวมถึงดินแดนทั้งหมดที่ปัจจุบันคือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และดำรงอยู่ตั้งแต่ ค.ศ. 1885 ถึง 1908 รัฐอิสระคองโกค่อย ๆ มีชื่อเสียเพิ่มขึ้นจากการทำทารุณโหดร้ายต่อประชาชนท้องถิ่นและการปล้นสะดมทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งนำไปสู่การยกเลิกและการผนวกโดยรัฐบาลเบลเยียมใน ค.ศ. 1908
ภายใต้การปกครองของพระเจ้าเลโอโปลด์ที่ 2 รัฐอิสระคองโกได้กลายมาเป็นหนึ่งในเรื่องอื้อฉาวระหว่างประเทศครั้งใหญ่ที่สุดในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 รายงานของกงสุลอังกฤษษ โรเจอร์ เคสเมนต์ นำไปสู่การจับกุมและลงโทษเจ้าหน้าที่ผิวขาวผู้รับผิดชอบต่อการสังหารระหว่างการสำรวจเก็บยางใน ค.ศ. 1903
การสูญเสียชีวิตและความรุนแรงเป็นแรงบันดาลใจแก่งานประพันธ์หลายเล่ม และเร่งเร้าการคัดค้านรุนแรง แม้กระทั่งนายทุนแห่งคณะผู้แทนอาณานิคมอย่างวินสตัน เชอร์ชิลล์ มุมมองหนึ่งว่า ระบบการบังคับใช้แรงงานทั้งโดยตรงและโดยอ้อมทำลายชีวิตประชากรไปถึงร้อยละ 20[2]
จนถึง ค.ศ. 1908 แรงกดดันสาธารณะและกุศโลบายทางการทูตนำมาซึ่งการสิ้นสุดของการปกครองของพระเจ้าเลโอโปลด์ที่ 2 และการผนวกคองโกเป็นอาณานิคมของเบลเยียม ชื่อว่า เบลเยียมคองโก
อ้างอิง[แก้]
แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]
- "Congo Free State", 1911 Britannica article, 1911Encyclopedia.org