รัฐประหารในประเทศพม่า พ.ศ. 2505
| บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของ ชุดบทความประวัติศาสตร์พม่า |
|---|
| ประวัติศาสตร์พม่ายุคต้น |
| นครรัฐปยู (ประมาณ พ.ศ. 443 – ประมาณ พ.ศ. 1383) |
| อาณาจักรมอญ (พศว. 14 – 16, พศว. 18 – 21, พศว. 23) |
| อาณาจักรพุกาม (พ.ศ. 1392 – 1830, อาณาจักรยุคที่ 1) |
| อาณาจักรอังวะ (พ.ศ. 1907 – 2098) |
| อาณาจักรมเร้าก์อู (พ.ศ. 1977 – 2327) |
| ราชวงศ์ตองอู (พ.ศ. 2029 – 2295, อาณาจักรยุคที่ 2) |
| ราชวงศ์คองบอง (พ.ศ. 2295 – 2428, อาณาจักรยุคที่ 3) |
| สงครามกับอังกฤษ (พ.ศ. 2367 – 2369, พ.ศ. 2395, พ.ศ. 2428) |
| พม่าของอังกฤษ (พ.ศ. 2367 – พ.ศ. 2485, พ.ศ. 2485 – 2491) |
| อาระกันของอังกฤษ (พ.ศ. 2367 – 2395) |
| ตะนาวศรีของอังกฤษ (พ.ศ. 2367 – 2395) |
| พม่าตอนล่างของอังกฤษ (พ.ศ. 2395 – 2429) |
| พม่าตอนบนของอังกฤษ (พ.ศ. 2428 – 2429) |
| การยึดครองพม่าโดยญี่ปุ่น (พ.ศ. 2485 – 2488) |
| ขบวนการชาตินิยมในพม่า (หลัง พ.ศ. 2429) |
| บามอว์ |
| ออง ซาน |
| ยุคประชาธิปไตย (พ.ศ. 2491 - 2505) |
| อู นุ และ อู ถั่น |
| รัฐบาลทหารครั้งที่ 1 (พ.ศ. 2505 – 2532) |
| เน วิน |
| การจลาจล 8888 (พ.ศ. 2531) |
| ออง ซาน ซูจี |
| รัฐบาลทหารครั้งที่ 2 (พ.ศ. 2532 – ปัจจุบัน) |
| การปฏิวัติผ้ากาสาวพัสตร์ (พ.ศ. 2550) |
| พายุหมุนนาร์กิส (พ.ศ. 2551) |
| [แก้ไขแม่แบบนี้] |
รัฐประหารในประเทศพม่า เมื่อวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2505 เป็นจุดเริ่มต้นของการปกครองแบบสังคมนิยมและการครอบงำการเมืองของกองทัพพม่า เป็นระยะเวลา 26 ปี ระบบการเมืองที่เป็นผลสืบเนื่องดำเนินมากระทั่งวันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2531 เมื่อกองทัพยึดอำนาจในฐานะสภาฟื้นฟูกฎหมายและระเบียบแห่งรัฐ (ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น สภาสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐ) หลังการก่อการกำเริบ 8888 ทั่วประเทศและความล้มเหลวอย่างแท้จริงของระบอบสังคมนิยม รัฐประหาร พ.ศ. 2505 นำโดย พลเอกเน วิน และสภาปฏิวัติสังคมนิยม ซึ่งมีสมาชิก 24 คน ในระยะเวลา 12 ปีถัดจากนี้ กระทั่ง พ.ศ. 2517 พม่าปกครองด้วยกฎอัยการศึก และมีการขยายบทบาทของทหารอย่างสำคัญในเศรษฐกิจ การเมืองและรัฐการพม่า[1] นโยบายและอุดมการณ์ของรัฐบาลหลังรัฐประหารตั้งอยู่บนแนวคิดสังคมนิยมวิถีพม่า (Burmese Way to Socialism) ซึ่งมีการประกาศต่อสาธารณะหนึ่งเดือนหลังรัฐประหารและเสริมด้ยการจัดตังพรรคโครงการสังคมนิยมพม่า
อ้างอิง [แก้]
- ↑ Schock, Kurt (1999). "People Power and Political Opportunities: Social Movement Mobilization and Outcomes in the Philippines and Burma". Soc. Probs. 46: 358.