รัฐประหารในประเทศกัมพูชา พ.ศ. 2513

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เจ้าหน้าที่ของสหรัฐและกัมพูชาในการเฉลิมฉลองในโอกาสที่กองทัพแห่งชาติกัมพูชาเสร็จสิ้นการฝึกจากประเทศไทยใน พ.ศ. 2514 หมายเลข 2 คือพระสีสุวัตถิ์ สิริมตะ ผู้มีบทบาทสำคัญในรัฐประหาร พ.ศ. 2513
ลน นล ผู้มีบทบาทสำคัญในรัฐประหาร และได้เป็นประธานาธิบดีคนแรกของสาธารณรัฐเขมร

รัฐประหารในประเทศกัมพูชา พ.ศ. 2513 (Cambodian coup of 1970) หมายถึง การถอดประมุขแห่งรัฐกัมพูชา เจ้าชายนโรดม สีหนุ หลังการออกเสียงในรัฐสภาเมื่อวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2513 อำนาจกลายเป็นของนายกรัฐมนตรี ลน นลที่กลายมาเป็นประมุขรัฐและนำไปสู่การก่อตั้งสาธารณรัฐเขมร และกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่นำไปสู่สงครามกลางเมืองกัมพูชา ก่อนการประกาศจัดตั้งสาธารณรัฐเขมรในเดือนตุลาคมได้กำหนดให้เรียกชื่อประเทศว่ารัฐกัมพูชา "État du Cambodge" (รัฐกัมพูชา) ในช่วงหกเดือนหลังรัฐประหาร นอกจากนั้น จุดนี้ยังทำให้กัมพูชาเข้าไปพัวพันกับสงครามเวียดนาม โดยลน นลได้ดำเนินการขับไล่ชาวเวียดนามออกจากกัมพูชา

ภูมิหลัง[แก้]

หลังจากได้รับเอกราชจากฝรั่งเศสใน พ.ศ. 2497 กัมพูชามีพระนโรดม สีหนุเป็นประมุขรัฐและปกครองประเทศผ่านระบอบสังคม พรรคสังคมคุมอำนาจทางการเมืองนับตั้งแต่ชนะการเลือกตั้งใน พ.ศ. 2498 ต่อมาใน พ.ศ. 2506 พระนโรดม สีหนุได้บีบให้สมัชชาแห่งชาติแก้ไขรัฐธรรมนูญกำหนดให้พระองค์เป็นประมุขรัฐ พระองค์พยายามถ่วงดุลอำนาจระหว่างฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวาภายในรัฐบาล และเป็นผู้กำหนดศัพท์เรียกฝ่ายคอมมิวนิสต์ว่าเขมรแดง เมื่อสงครามเวียดนามเริ่มขึ้น พระนโรดมสีหนุพยายามถั่วงดุลระหว่างฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวา แต่ในการเลือกตั้ง พ.ศ. 2509 ดุลอำนาจในพรรคสังคมเปลี่ยนเป็นฝ่ายขวา มีกลุ่มนิยมคอมมิวนิสต์จำนวนน้อย เช่น ฮู ยวนและเขียว สัมพันที่ได้รับเลือก ลน นลได้เป็นนายกรัฐมนตรี

ใน พ.ศ. 2512 ลน นลและฝ่ายขวาในพรรคมีบทบาทมากขึ้น กลุ่มชาตินิยมและต่อต้านคอมมิวนิสต์ของลน นลไม่ยอมรับนโยบายของพระนโรดม สีหนุที่อดทนต่อเวียดกงและกองทัพประชาชนเวียดนามในระดับหนึ่งในการล้ำแดนกัมพูชา นโยบายของพระนโรดม สีหนุเริ่มเอียงไปทางฝ่ายซ้ายระหว่าง พ.ศ. 2506 – 2509 มีการเจรจาในทางลับกับฮานอย โดยจะยอมให้ใช้ท่าเรือสีหนุวิลล์ในการขนส่งอาวุธให้เวียดกง นักการเมืองฝ่ายเสรีนิยมในพรรคสังคมนำโดยอิน ตัมได้เพิ่มการต่อต้านพระนโรดม สีหนุมากขึ้น

ระหว่าง พ.ศ. 2512 ลน นลได้เจรจากับกองทัพสหรัฐเกี่ยวกับการสนับสนุนทางทหารเพื่อต่อต้านพระนโรดม สีหนุ[1] ลน นลได้กล่าวว่าพระสีสุวัตถิ์ สิริมตะเคยมีความคิดว่าควรลอบสังหารพระนโรดม สีหนุ แต่ลน นลไม่เห็นด้วยกับความคิดนี้[2] พระนโรดม สีหนุเองเห็นว่าสิริมตะนั้นมีซีไอเอหนุนหลังและได้ติดต่อกับฝ่ายต่อต้านพระนโรดม สีหนุที่ลี้ภัยอยู่อย่างเซิง งอกทัญ ซึ่งได้แนะนำให้ลน นลปฏิวัติใน พ.ศ. 2512[3] ความเกี่ยวข้องกับซีไอเอของรัฐประหารครั้งนี้ยังพิสูจน์ไม่ได้ เฮนรี่ คิสซิงเจอร์ได้กล่าวว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้สหรัฐประหลาดใจ แต่ก็เป็นที่รู้กันทั่วไปว่าสหรัฐวางแผนจะเข้าโจมตีที่มั่นของเวียดนามเหนือในกัมพูชาตั้งแต่ พ.ศ. 2509 – 2510[4]

การปลดสีหนุออกจากประมุขรัฐ[แก้]

ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2513 ในขณะที่พระนโรดม สีหนุเดินทางไปเยือนยุโรป สหภาพโซเวียตและจีน ได้มีกลุ่มต่อต้านเวียดนามปรากฏขึ้นในเวียดนาม และไปประท้วงหน้าสถานทูตเวียดนามเหนือและเวียดกง ในช่วงแรก พระนโรดม สีหนุเห็นด้วยกับผู้ประท้วง และต้องการให้สหภาพโซเวียตกับจีนช่วยกดดันเวียดนามเหนือให้เข้ามาในกัมพูชาน้อยลง อย่างไรก็ตาม การชุมนุมรุนแรงขึ้น โดยลน นลและสิริมตะเข้ามาร่วมสนับสนุนด้วย ในวันที่ 12 มีนาคม สิริมตะประกาศยกเลิกข้อตกลงทางการค้ากับเวียดนามเหนือที่พระนโรดม สีหนุเคยทำไว้ ลน นลสั่งปิดท่าเรือสีหนุวิลล์ไม่ให้เวียดนามเหนือเข้ามาใช้ และให้ทหารเวียดนามเหนือและเวียดกงออกไปจากกัมพูชาภายใน 15 มีนาคม[5] แต่ในตอนเช้าวันที่ 16 มีนาคม ก็ไม่ได้รับการตอบสนอง มีกลุ่มคนประมาณ 30,000 คนมาประท้วงที่หน้าสมัชชาแห่งชาติถึงการคงอยู่ของเวียดนาม

ในเวลาเดียวกัน นายพลอุม มันโนรีน บุตรเขยของพระนโรดม สีหนุ ทราบข่าวเกี่ยวกับรัฐประหารและพยายามนำกลุ่มตำรวจลับไปจับตัวผู้วางแผนแต่ช้าเกินไป มันโนรีนและผู้จงรักภักดีต่อสีหนุถูกจับได้ก่อน อย่างไรก็ตาม ระหว่างวันที่ 16 – 17 มีนาคม ลน นลยังลังเลใจในการปลดพระนโรดม สีหนุออกจากประมุขรัฐ แม้สิริมตะจะข่มขู่ว่าพระนโรดม สีหนุได้กล่าวในที่ประชุมที่ปารีสว่าจะประหารชีวิตทั้งลน นลและสิริมตะเมื่อกลับมาถึงพนมเปญ[6] แต่ลน นลก็ยังลังเล ในที่สุด สิริมตะจึงใช้ทหารและอาวุธบีบบังคับให้ลน นลลงนามในเอกสาร

ในวันที่ 18 มีนาคม ได้มีการประชุมในสมัชชาแห่งชาติภายใต้การควบคุมของอิน ตัม มีกำลังทหารลาดตระเวนไปทั่วพนมเปญ กิม พนได้ประท้วงโดยออกจากที่ประชุมสมัชชา ในที่สุดสมาชิกที่เหลือได้ลงมติถอดถอนพระนโรดม สีหนุออกจากประมุขรัฐเป็นการฉุกเฉิน เจง เฮงดำรงตำแหน่งประมุขรัฐแทน หลังจากนั้นจึงเริ่มกระบวนการเพื่อจัดตั้งสาธารณรัฐเขมร

การต่อต้านรัฐประหาร[แก้]

ในวันที่ 23 มีนาคม พระนโรดม สีหนุได้ประกาศผ่านทางวิทยุเรียกร้องให้มีการลุกฮือขึ้นต่อต้านลน นล ได้เกิดการประท้วงเพื่อเรียกร้องให้พระนโรดม สีหนุกลับมาในจังหวัดกำปงจาม จังหวัดตาแกว และจังหวัดกำปอต[7] การประท้วงในจังหวัดกำปงจามรุนแรงขึ้น โดยสมาชิกสมัชชาแห่งชาติสองคนคือ สส ซวนและกิม พนถูกผู้ประท้วงฆ่าตาย หลังจากที่ทั้งสองคนขับรถเข้าไปเพื่อที่จะเจรจากับกลุ่มผู้ประท้วง ลน นิล น้องชายของลน นลได้นำกำลังตำรวจเข้าไปปราบปรามแต่เขาก็ถูกฆ่าตายเช่นกัน ในที่สุด รัฐบาลได้ส่งทหารเข้าไปปราบอย่างรุนแรง ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน และถูกจับกุมเป็นพันคน

หลังจากนั้น[แก้]

หลังเหตุการณ์รัฐประหาร กองกำลังเวียดนามเหนือได้รุกรานเข้ามาในกัมพูชาใน พ.ศ. 2513 ตามคำของของนวน เจียผู้นำเขมรแดง จากจุดนี้จึงนับเป็จุดเริ่มต้นของสงครามกลางเมืองกัมพูชาเพื่อโค่นล้มรัฐบาลของลน นลที่มีสหรัฐหนุนหลัง

อ้างอิง[แก้]

  1. Kiernan, p.300
  2. Kiernan, p.301
  3. Sihanouk, pp.36–38
  4. Clymer, p.23
  5. Sutsakhan, Lt. Gen. S. The Khmer Republic at War and the Final Collapse Washington DC: United States Army Center of Military History, 1987, Part 1, p. 42. See also Part 1Part 2Part 3.
  6. Marlay, R. and Neher, C. Patriots and tyrants, Rowman & Littlefield, 1999, p.165
  7. Kiernan, p.302