รังนก
รังนก ทำมาจากน้ำลายของนกนางแอ่น ซึ่งสำรอกออกมาแล้วจับตัวแข็งมีรูปร่างคล้ายกับรังนก น้ำลายของนกนางแอ่นที่สำรอกออกมาครั้งแรก จะมีสีขาวบริสุทธิ์ ซึ่งเรียกกันว่า รังนกขาว จัดได้ว่าเป็นรังนกที่มีคุณภาพดีที่สุด ในด้านเศรษฐกิจ รังนกแอ่นกินรังถือเป็นสินค้าที่ราคาแพงมากและหาได้ยาก จนได้รับฉายาว่า คาร์เวียร์แห่งโลกตะวันออก หรือ ทองคำขาว (White gold) [ต้องการอ้างอิง]
สำหรับในเมืองไทยนั้น มีนกนางแอ่นสามชนิดด้วยกัน คือ นกแอ่นกินรัง นกแอ่นกินรังตะโพกขาว และนกแอ่นหางสี่เหลี่ยมหรือนกแอ่นรังดำ นกนางแอ่นสองชนิดแรกนั้น จะให้รังนกสีขาว ส่วนชนิดหลัง จะให้รังสีดำ โดยที่รังจะมีขนนกเป็นส่วนผสมด้วย แต่ทั้งสามชนิดนั้นสามารถใช้รับประทานได้
ซึ่ง นกแอ่นกินรัง (Edible-Nest Swiftlet) ปัจจุบันนี้จัดอยู่ในสกุล Aerodramus จึงมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Aerodramus fuciphagus เดิมใช้ชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Collocalia fuciphaga โดยรังนกชนิดนี้จะถูกสร้างจากน้ำลาย ซึ่งผลิตมาจากต่อมน้ำลายของพ่อแม่นกก่อนการผสมพันธุ์และใช้เป็นที่วางไข่ อีกทั้งยังใช้เป็นที่อยู่ของลูกนกก่อนที่จะเริ่มหัดบินได้ ส่วนประกอบของรังนก ประมาณ 85-97% เป็นน้ำลาย และ 3-15% เป็นขนอ่อน
รังนกมีทั้งหมด 4 ประเภท [1] ได้แก่
- รังนกแดงหรือรังนกเลือด มีสีแดงที่เกิดจากเลือดของนกที่ปนออกมาจากน้ำลายนกในขณะที่คายน้ำลายออกมา(บางแหล่งบอกว่าเกิดขึ้นจากแร่ธาตุตามธรรมชาติ) ซึ่งคนจีนนิยมกันมาก
- รังนกดำ คือ รังนกปลายฤดูเก็บมีสีดำเพราะสีจากขนของลูกนก
- รังนกบ้าน คือ รังนกที่อาศัยอยู่ในคอนโดที่มนุษย์สร้างขึ้น
- รังนกไหมทองคำ มีราคาค่อนข้างสูง
เนื้อหา |
[แก้] รังนกคืออะไร
คำว่า "รังนก" หมายถึงรังของนกอีแอ่น ซึ่งเรียกกันหลายอย่างเช่น นกอีแอ่น นกนางแอ่น นกแอ่นกินรัง (edible-nest swiflet) เป็นต้น นกอีแอ่นเป็นนกขนาดเล็ก มีขนาดลำตัวยาว 3 นิ้วครึ่งถึง 6 นิ้ว หนักประมาณ 15-18 กรัม นกชนิดนี้เป็นคนละชนิดกับนกแอ่นบ้าน (barn swallow) ที่เห็นเกาะอยู่ตามสายไฟ ซึ่งสร้างรังด้วยเศษหญ้าและโคลน นกอีแอ่นเป็นนกที่ไม่หยุดพักตามต้นไม้ยกเว้นตอนนอนในถ้ำ สามารถบินโดยไม่หยุดพักได้นานถึง 40 ชั่วโมง และบินเร็วมาก ความเร็วเฉลี่ย 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อาหารของนกคือแมลงที่บินตามผิวน้ำ รักนกอีแอ่นมีรูปร่างคล้ายชามโคม มีสีขาว สีเหลืองอ่อนและสีแดงขึ้นอยู่กับแหล่งที่อยู่อาศัยของนก ปัจจุบันในภาคใต้ เช่น อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช มีการสร้างบ้าน หรืออาคารเพื่อให้นกอีแอ่นเข้ามาอาศัยและเก็บรังนกขายเป็นอาชีพที่ทำรายได้ดีมาก รังนกจากบ้านหรืออาคารมีลักษณะขาวสะอาด แต่ขนาดเล็กกว่ารังนกถ้ำ และในการซื้อขาย ตลาดนิยมรังนกถ้ำมากกว่ารังนกบ้าน จึงขายได้ราคาถูกกว่ารังนกถ้ำ
ตัวอย่างแหล่งรังนกในประเทศไทย 1. อุทยานชุมชนเกาะไข่ ตั้งอยู่ในหมู่ที่ 6 บ้านบ่อเมา ตำบลชุมโค อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร เป็นเกาะที่เงียบสงบ คงความเป็นธรรมชาติ เป็นแหล่งชมปะการังน้ำตื้นนานาชนิด มีถ้ำชมค้างคาว รังนกอีแอ่น และปูไก่ อยู่ห่างจากชายฝั่ง ระยะทาง 4.5 กิโลเมตร 2. เกาะสี่ เกาะห้า เป็นหมู่เกาะหินปูนอยู่ในทะเลสาบสงขลา สภาพภูมิประเทศทั่วไปเป็นเนินเขาเนื้อที่รวมทั้งหมดประมาณ 1,400 ไร่ ปัจจุบันอยู่ในเขตการปกครองของ ตำบลเกาะหมาก อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง ห่างจากเกาะหมากไปทางทิศตะวันตกประมาณ 1.6 กิโลเมตร ตามเกาะต่างๆ มีโพรงถ้ำอยู่มากมาย ถ้ำเหล่านี้เป็นที่อยู่อาศัยของนกอีแอ่น รังนกถือว่ามีคุณภาพดีที่สุดในประเทศไทย เนื่องจากหมู่เกาะนี้ตั้งอยู่กลางทะเลสาบ ทำให้รังนกขาวสะอาด และมีขนาดใหญ่ เกาะสี่ เกาะห้า จึงเป็นแหล่งที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจอีกหนึ่งแห่งของประเทศไทย [2]
[แก้] คุณค่าทางโภชนาการ
ผลวิเคราะห์จากสถาบันวิจัยโภชนาการมหาวิทยาลัยมหิดล พบว่าในรังนก 1 ขวด มีปริมาณโปรตีนอยู่ไม่ถึงครึ่งของครึ่งกรัม ในขณะที่ไข่ไก่ธรรมดา 1 ฟอง มีโปรตีนถึง 6.5 กรัม และนมวัวหนึ่งกล่องมีโปรตีนถึง 8.5 กรัม อาจะพูดได้ว่าการกินรังนกขวดเล็กหนึ่งขวด เทียบได้กับการกินน้ำนมวัว 1/64 กล่อง หรือประมาณไม่ถึงครึ่งช้อนเท่านั้นเอง [ต้องการอ้างอิง]
มีการกล่าวอ้างสรรพคุณกันมากมาย เช่น บำรุงปอด เพิ่มโลหิต บำรุงพลังทางเพศ กระตุ้นภูมิคุ้มกัน บำรุงไตและม้าม แก้อ่อนเพลีย แก้ร้อนใน แก้ภูมิแพ้ ฯลฯ นอกจากนี้ตามหลักฐานอ้างอิง เชื่อว่าชาวจีนนิยมทานรังนกมานานกว่า 1,000 ปี โดยเข้าใจกันว่ามีสรรพคุณด้านการบำรุงรักษาโรคด้านระบบทางเดินหายใจ เช่น วัณโรค และโรคปอด ช่วยบรรเทาคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ [ต้องการอ้างอิง]
มีงานวิจัยที่ระบุว่าสารสกัดโปรตีนจากรังนกสามารถกระตุ้นเม็ดเลือดขาวบางชนิดให้อยู่ในสภาพพร้อมแบ่งตัวมากขึ้น และมีฤทธิ์ไปกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์ผิวหนังได้ แต่ในขณะเดียวกันก็พบว่า โปรตีนตัวนี้มีขนาดใหญ่เกินกว่าที่ลำไส้ใหญ่จะดูดซึมเข้าสู่เลือดได้ [ต้องการอ้างอิง]
[แก้] ส่วนประกอบของรังนก
จากรายงานการสำรวจโภคกิจเมื่อปี พ.ส. พ.ศ. 2473-2474 ของ ดร. คาร์ล ซี. ซิมเมอร์แมน ศาลาแยกธาตุ กระทรวงเศรษฐการ ได้รายงานผลการวิเคราะห์ส่วนประกอบของรังนกจากจังหวัดชุมพร พบว่า มีเถ้าปูนอยู่เป็นจำนวนมาก โปรตีน ร้อยละ 49.8 ความชื้นร้อยละ 16.3 และไขมันร้อยละ 0.06 ซึ่งต่อมาในปี พ.ศ. 2479 บริษัทไทยรังนก ถนนราชวงศ์ กรุงเทพฯ ได้ส่งรังนกให้นักเคมีชาวเยอรมันวิเคราะห์ พบว่ารังนกมีโปรตีนเป็นส่วนประกอบหลักร้อยละ 53.69 ความชื้นร้อยละ 10.4 ในปี พ.ศ. 2545 กรมวิทยาศาสตร์บริการได้นำรังนกถ้ำจากบริษัทรังนกแหลมทองสยาม ซึ่งได้รับสัมปทานการเก็บรังนกในจังหวัดภาคใต้มาวิเคราะห์ส่วนประกอบอื่นเพิ่มเต็ม ผลแสดงไว้ในตารางที่ 1 ดังนี้ [3]
| หน่วย | *รังนก รังสีขาว | **รังนก รังสีแดง | ***รังนก รังสีแดง | |
|---|---|---|---|---|
| ความชื้น | ร้อยละ | 17.8 | 18.2 | 18.1 |
| คาร์โบไฮเดรต (โดยการคำนวณ) | ร้อยละ | 22.3 | 22.7 | 21.0 |
| โปรตีน | ร้อยละ | 52.8 | 56.9 | 56.6 |
| ไขมัน | ร้อยละ | ไม่พบ | ไม่พบ | ไม่พบ |
| เถ้า | ร้อยละ | 7.03 | 8.08 | 10.2 |
| กาก | ร้อยละ | 0.08 | 0.08 | 0.07 |
| โซเดียม | มิลลิกรัม/100กรัม | 1 572.1 | 1 282.5 | 1 182.9 |
| โพแทสเซียม | มิลลิกรัม/100กรัม | 11.5 | 28.7 | 60.1 |
| แคลเซียม | มิลลิกรัม/100กรัม | 814.0 | 1 569.4 | 2 115.2 |
| ฟอสฟอรัส | มิลลิกรัม/100กรัม | 9.04 | 8.50 | 13.8 |
| เหล็ก | มิลลิกรัม/กิโลกรัม | 11.7 | 36.8 | 56.3 |
| ทองแดง | มิลลิกรัม/กิโลกรัม | 3.81 | 3.81 | 5.48 |
| สังกะสี | มิลลิกรัม/กิโลกรัม | 1.60 | 2.58 | 2.71 |
| ตะกั่ว | มิลลิกรัม/กิโลกรัม | ไม่พบ | 0.04 | ไม่พบ |
| สารหนู | มิลลิกรัม/กิโลกรัม | 0.07 | 0.07 | 0.21 |
| แมงกานีส | มิลลิกรัม/กิโลกรัม | 1.47 | 11.6 | 5.51 |
| แมงกานีส | มิลลิกรัม/กิโลกรัม | ไม่พบ | ไม่พบ | ไม่พบ |
[แก้] ส่วนประกอบและสารอาหารของรังนก
รังนก เป็นอาหารเสริม สุขภาพหรือบำรุงร่างกายชนิดหนึ่งที่นิยมแพร่หลายในหมู่ชาวจีนและกลุ่มคนที่มีฐานะดี ซึ่งปัจจุบันถือว่าเป็นอาหารฟังก์ชัน โดยในอดีตนั้นรังนกนางแอ่นที่ต้มกับน้ำตาลกรวดได้รับการยกย่องว่าเป็นอาหารบำรุงชั้นยอดของฮ่องเต้ ตลอดจนกลุ่มชนชั้นสูงของจีน วัฒนธรรมการรับประทานรังนกในประเทศต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ไทย ญี่ปุ่น สิงคโปร์และ ประเทศอื่นๆ พลอยได้รับวัฒนธรรมนี้ถ่ายทอดจากชาวจีนด้วยและยังพบหลักฐานว่าในสมัยราชวงค์หมิงตอนปลายนั้น เมื่อแพทย์เขียนใบสั่งยามักจะมีรังนกเป็นส่วนผสมเสมอ เพราะแพทย์จีนเชื่อว่ารังนกสามารถรักษาโรคทางเดินหายใจ ช่วยบำรุงสุขภาพเด็ก สตรีและคนชรา ช่วยบำรุงผิวพรรณของสตรีให้มีความนุ่มนวลอ่อนเยาว์ ช่วยบำรุงปิดและเลือด และช่วยบำรุงสุขภาพของผู้ป่วยในระยะพักฟื้นรวมทั้งสตรีหลังคลอดบุตร
รังนก เป็นผลิตผลที่ได้จากน้ำลายของนกแอ่นกินรัง ซึ่งอยู่ในกลุ่มนกแอ่นสวิฟต์เลต (Swiftlet) ซึ่งเป็นกลุ่มนกแอ่นที่ทำรังด้วยน้ำลายซึ่งนำรังมากินได้ รังนก เป็นผลิตผลที่ได้จากน้ำลายของนกแอ่นกินรัง ซึ่งอยู่ในกลุ่มนกแอ่นสวิฟต์เลต (Swiftlet) ซึ่งเป็นกลุ่มนกแอ่นที่ทำรังด้วยน้ำลายซึ่งนำรังมากินได้ รังนกที่สร้างในครั้งแรกจะสร้างจากน้ำลายล้วนๆ รังนกจะมีลักษณะมีสีขาว เป็นเส้นยาวถือเป็นรังที่สมบูรณ์ที่สุด ทำให้มีราคาแพง ในปี พ.ศ. 2534 ราคารังนกดิบของไทยกิโลกรัมละ 25,000 บาท ต่อมาปี พ.ศ. 2537 ราคาได้เพิ่มเป็น 50,000 บาท และพุ่งขึ้นเป็น 2-3 เท่าเมื่อมีการส่งออกไปยังสิงคโปร์ ฮ่องกง สหรัฐอเมริกา และปี พ.ศ. 2539 รังนกดิบในประเทศไทยราคาได้เพิ่มขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 70,000 บาท
เนื่องจากรังนกมีผู้สนใจรับประทานกันมากทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศในแถบเอเชีย จึงมีธุรกิจการทำรังนกเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปออกจำหน่าย เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการบริโภค เช่น เครื่องดื่มรังนกแท้ เครื่องดื่มรังนกผสมโสม
ในการผลิตเครื่องดื่มรังนกสำเร็จรูปพร้อมดื่มโดยส่วนใหญ่ มีขั้นตอนคร่าวๆ คือ นำรังนกแห้งมาทำความสะอาด กำจัดขน และสิ่งแปลกปลอมออกให้หมด หลังจากนั้นจึงตุ๋นต้มรังนกกับน้ำ เติมน้ำตาลกรวด ต่อจากนั้นจึงนำไปแบ่งบรรจุใส่ขวดแล้วนำไปฆ่าเชื้อด้วยระบบสเตอริไรด์เซชั่น
กองวิทยาศาสตร์ชีวภาพได้ทำการตรวจวิเคราะห์เครื่องดื่มรังนกสำเร็จรูป พบโปรตีน ร้อยละ 0.53-1.45 และเป็นโปรตีนที่มีโมเลกุลขนาดใหญ่ ไม่ละลายน้ำ วิเคราะห์พบกรดอะมิโนอิสระในปริมาณที่น้อยมาก และเมื่อทำการย่อยโปรตีนในเครื่องดื่มรังนกเช่นเดียวกับขบวนการย่อยของร่างกายแล้วตรวจวิเคราะห์ชนิดและปริมาณกรดอะมิโนจำเป็นในเครื่องดื่มรังนกสำเร็จรูป และนำมาเปรียบเทียบกับกรดอะมิโนจำเป็นที่กำหนดการจัดรูปแบบโดยคณะกรรมการร่วม FAO/WHO (ตารางที่ 1) พบว่า เครื่องดื่มรังนก สำเร็จรูปมีกรดอะมิโนจำเป็นหลายชนิดที่มีปริมาณสูงกว่าค่าอ้างอิง ซึ่งได้แก่ ทรีโอนีน (threonine) ทริพโตเฟน (tryptophan) เมไทโอนีน (methionine) ซีสตีน (cystine) ฟีนิลอะลานิน (phenylalanine) ไทโรซีน (tyrosine) มีกรดอะมีโนจำเป็นเพียง 3 ชนิดที่มีปริมาณต่ำกว่าอ้างอิง ซึ่งกรดเหล่านี้ได้แก่ ไอโซลิวซีน(isoleucine) ลิวซีน (leucine) และ ไลซีน (lysine) ส่วน วาลีน (valine) มีค่าใกล้เคียงกัน แสดงว่ารังนกให้โปรตีนที่แตกต่างจากโปรตีนจากไข่[4]
| FAO/WHO, 1973 | เครื่องดื่มรังนกสำเร็จรูป | เครื่องดื่มรังนกสำเร็จรูป | |
|---|---|---|---|
| กรดอะมิโนจำเป็น | มิลลิกรัม/กรัมโปรตีน | มิลลิกรัม/กรัมโปรตีน | Amino acid score |
| ไอโซลิวซีน | 40 | 21.78 | 54 |
| ลิวซีน | 70 | 57.86 | 83 |
| เมไทโรนีน + ซีสตีน (5-containing amino acids) | 55 | 25.61 | 47 |
| ฟินิลอะลานิน + ไทโรซีน (Aromatic amino acids) | 60 | 137.02 | 228 |
| ทรีโอนีน | 40 | 53.33 | 133 |
| ทริพโตเฟน | 10 | 13.55 | 134 |
| วาลีน | 30 | 47.62 | 95 |
| รวม | 350 | 399.28 | 111 |
[แก้] การศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวกับประโยชน์ของรังนก
การศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวกับประโยชน์ของรังนกมีดังนี้
• ในรังนก มีสารที่มีฤทธิ์คล้ายกับ Epidermal growth factor (EGF) ซึ่งมีคุณสมบัติ กระตุ้นให้เซลเม็ดเลือดขาวชื่อ Leucocyte ที่ซึ่งทำหน้าที่ในการปกป้องร่างกายจากเชื้อโรคต่างๆ ซึ่งเพราะเลี้ยงในหลอดทดลอง เกิดการแบ่งตัว [5]
ในสารสกัดที่ได้จากรังนกประกอบด้วย Epidermal growth factor (EGF) ซึ่งมีองค์ประกอบเหมือนกับ EGF ที่มีอยู่ในคน ซึ่งมีฤทธิ์กระตุ้นการแบ่งตัวของเซลล์ชั้นนอกสุด และเยื่อบุต่างๆ การทดลองนี้เป็นการศึกษาเบื้องต้น โดยได้มีการทำให้สารสกัดให้บริสุทธิ์ เพื่อนำสารสกัดไปพัฒนาใช้ประโยชน์ด้านสุขภาพต่อไป [6]
• จากความเชื่อในประโยชน์ด้านการรักษาโรคต่างๆของรังนก ทำให้มีการศึกษาองค์ประกอบของรังนกและพบว่า ไกลโคโปรตีนในรังนกช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย โดยช่วยเพิ่มการทำงานของเซลเม็ดเลือดขาว ที่ชื่อ Monocyte ซึ่งทำหน้าที่ช่วยปกป้องร่างกายจากเชื้อโรคต่างๆ [7]
• จากความพยายามในการศึกษากลุ่มคาร์โบไฮเดรต ที่แยกได้จากไกลโคโปรตีนที่พบได้ในรังนก พบว่ามี 2 ชนิดที่เกี่ยวข้องคือ กลูโคซามีน (Glucosamine) และครอนโดซามีน (chondrosamin). [8]
• การศึกษาในระดับโมเลกุลพบว่า ไกลโคโปรตีน ที่ผลิตจากต่อมน้ำลายของนกแอ่นกินรัง มีโครงสร้างที่ประกอบไปด้วย ไกลโคโปรตีนที่มีกรด sialic ส่วนประกอบหลัก กรด silica เป็นสารในกลุ่มคาร์โบไฮเดรตที่เป็น องค์ประกอบของ gaglioside ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบสมอง (Structure of the Monosialyl Oligosaccharides Derived from Salivary Gland Mucin Glycoproteins of the Chinese Swiftlet [9]
• Nakagawa H และคณะนักวิจัยจาก Tulane University Health Sciences Center School of Medicine, New Orleans ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ค้นพบว่าไกลโคโปรตีนในรังนก ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มของ nonsulfated chondroitin glycosaminoglycans(GAGs). [10]
• ศึกษาองค์ประกอบของรังนกพบว่า รังนกประกอบด้วยโปรตีน ประมาณ 61.5 กรัมต่อ 100 กรัม แร่ธาตุหลัก 4 ชนิดที่พบได้ในรังนกคือ แคลเซียม โซเดียม แมกนีเซียม โพแทสเซียม และมี sialic acid ประมาณ 0.7-1.5% ปริมาณสารอาหารในรังนก จะแตกต่างกันไปตามฤดูเก็บเกี่ยวและสถานที่ทำรัง [11]
• ไกลโคโปรตีนในรังนก อุดมไปด้วยกรดอะมิโน เซอรีน ทรีโอนีน และโปรลีน [12]
• คณะนักวิจัยจาก ประเทศญี่ปุ่น ได้พิสูจน์ และค้นพบกลไกลเสริมภูมิคุ้มกันของรังนก โดยนักวิจัยได้เตรียมตัวอย่างรังนก โดยเลียนแบบกระบวนการผลิต และการย่อยอาหารของมนุษย์ ก่อนจะนำตัวอย่างที่ได้ไปทดสอบประสิทธิภาพ นักวิจัยพบว่ารังนกมีฤทธิ์ยับยั้งการติดเชื้อไวรัส โดยโปรตีนแบบพิเศษที่มีในรังนกจะไปจับเชื้อไวรัสและยับยั้งการเกิด hemagglutination ที่จำเป็นในการเพิ่มจำนวนเชื้อไวรัส จึงช่วยป้องกันการติดเชื้อไวรัสได้หลายชนิด ทั้งไวรัสที่มีในคน เป็น และหมู ท้ายสุดผู้วิจัยได้สรุปผลว่า รังนกเป็นอาหารที่ปลอดภัย และมีประสิทธิผลในการป้องกันการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ได้ [13]
• ต่อเนื่องจากการศึกษาที่พบว่า สารสกัดจากรังนกมีฤทธิ์ช่วยยับยั้งการติดต่อเชื้อไข้หวัดใหญ่ ซึ่งเป็นผลมาจาก O- or N-glycoconjugates การศึกษานี้พบว่า โครงสร้างที่มีกรด sialic เป็นตัวหลัก เป็นตัวทำให้เกิดผลในการต้านไวรัสดังกล่าวได้ [14]
[แก้] อ้างอิง
- ^ http://www.hilunch.com/blood-bird-nest
- ^ Adrain, Y. Edible bird’s nest industry in Malaysia. 2004 [online] [cited 21 July 2004]., available from http://www.tradezone.com/tradesites/birdsnest.html Davidson, Robert L. Handbook of water-soluble gims and resins. New York : McGraw-Hill, 1980, p 2-13. Thai Swallow bird’s nest Co.Ltd. Certificate of analysis edible bird’s nests. Ref.no 8701/90/36 /92/3 Issued by Schaller, R. dated June 10, 1954. Bangkok : Laboratory and Office, 1954 กระทรวงเศรษฐการ. ศาลาแยกธาตุ. อาหารและชนิดของอาหาร เรียบเรียงโดยนาย คาล ซี ซิมเมอร์แมน รายงานสำรวจโภคกิจตามชนบทประเทศสยาม พ.ศ. 2473-2474 ฉบับที่ 6, เมษายน, 2473 ถึงมีนาคม 2474, พระนคร ซ โรงพิมพ์บางกอกไตม์ จำกัด, 2474, หน้า 19-20 เกาะสี่ เกาห้า. 2004. [ออนไลน์] [อ้างถึงวันที่ 14 กรกฎาคม 2547] เข้าถึงได้จาก http://www.deqp.go.th/data_env/coastline/gulf_thai/putalung/put_tour15.html. ความสัมพันธ์ ไทย-จีน. 2004. [ออนไลน์] [อ้างถึงวันที่ 14 กรกฎาคม 2547] เข้าถึงได้จาก http://www.thai-d.com/siam-chaina/neu/th-ch.htm สำนักคณะกรรมการอาหารและยา, พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 พร้อมกฎกระทรวงและประกาศกระทรวงสาธารณสุข. กรุงเทพมหานคร ซ ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด, 2545. หน้า 1,7,11,355.
- ^ เอกสารอ้างอิง Adrain, Y. Edible bird’s nest industry in Malaysia. 2004 [online] [cited 21 July 2004]., available from http://www.tradezone.com/tradesites/birdsnest.html Davidson, Robert L. Handbook of water-soluble gims and resins. New York : McGraw-Hill, 1980, p 2-13. Thai Swallow bird’s nest Co.Ltd. Certificate of analysis edible bird’s nests. Ref.no 8701/90/36 /92/3 Issued by Schaller, R. dated June 10, 1954. Bangkok : Laboratory and Office, 1954 กระทรวงเศรษฐการ. ศาลาแยกธาตุ. อาหารและชนิดของอาหาร เรียบเรียงโดยนาย คาล ซี ซิมเมอร์แมน รายงานสำรวจโภคกิจตามชนบทประเทศสยาม พ.ศ. 2473-2474 ฉบับที่ 6, เมษายน, 2473 ถึงมีนาคม 2474, พระนคร ซ โรงพิมพ์บางกอกไตม์ จำกัด, 2474, หน้า 19-20 เกาะสี่ เกาห้า. 2004. [ออนไลน์] [อ้างถึงวันที่ 14 กรกฎาคม 2547] เข้าถึงได้จาก http://www.deqp.go.th/data_env/coastline/gulf_thai/putalung/put_tour15.html. ความสัมพันธ์ ไทย-จีน. 2004. [ออนไลน์] [อ้างถึงวันที่ 14 กรกฎาคม 2547] เข้าถึงได้จาก http://www.thai-d.com/siam-chaina/neu/th-ch.htm สำนักคณะกรรมการอาหารและยา, พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 พร้อมกฎกระทรวงและประกาศกระทรวงสาธารณสุข. กรุงเทพมหานคร ซ ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด, 2545. หน้า 1,7,11,355.
- ^ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กองควบคุมอาหาร งานควบคุมมาตรฐาน พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522. กรุงเทพฯ ; กระททรวงสาธารณสุข, 2530 หน้า 1
- ^ (Kong Y.C., Tsao S.W., Song M.E. and Ng M.H. Potentiated of mitogenic response by extracts of the swiftlet's (Apus) nest collected from Huai-Ji, Acta Zoologica Sinica. 1989; 35: 429-35)
- ^ (Kong Y.C. et al. Evidence that Epidermal Growth Factor is present in swiflet's (Collocalia) nest. Comp. Biochem. Physiol 1987;87B(2):221-226)
- ^ (Kong Y.C. et al. Potentiation of mitogenic response by extract of the swiftlet's (Collocalia) nest. Biochem Intern 1986;13:521-531)
- ^ (Chi Che Wang. Amino Sugar of Edible Birds' Nests. The isolation and the nature of the amino sugar of Chinese edible bird's nests. P441-452)
- ^ (Genus collocalia). The Journol of Biological Chemistry. 1987, Vol.262, No. 14, Issue of May 15, pp. 6650-6657. Lee T.H. and Kamini N. Edible Bird's Nest: A Potential Product Breakthrough. Institute of Bioproduct Development Universiti Teknologi Malaysia.)
- ^ (Nakagawa H., et al. Occurrence of a nonsulfated chondroitin proteoglycan in the dried saliva of Collocalia swiftest (edible bird's-nest)).
- ^ (Norhayati MK, et al. Preliminary Study of the Nutritional Content of Malaysian Edible Bird's Nest. 2010; Mal J Nutr 16(3):389-396)
- ^ (Houdret N., et al. Purification and chemical study of a Collocalia glycoprotine. Biochimie. 1975;57(5):603-8)
- ^ (Guo CT et al. Edible bird's nest extract inhibits influenza virus infection, Antiviral Res. 2006;70(3):140-6).
- ^ (Hirokazu Yagi, et al., The expression of sialylated high-antennary N-glycans in edible bird's nest. Carbohydrate Research. 2008; 343:1373-1377).