ระดูขาว

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ระดูขาว
การจำแนก และแหล่งข้อมูลอื่น
ICD-10 N89.8
ICD-9 623.5
MeSH D007973

ระดูขาว หรือ ตกขาว หรือ มุตกิด (อังกฤษ: leucorrhea (BrE) หรือ leukorrhoea (AmE)) คือ สิ่งที่ถูกขับถ่ายออกมาทางช่องคลอด ลักษณะข้น หรือค่อนข้างข้น สีขาว หรือสีเหลืองปนเขียว มีกลิ่นเหม็น เกิดจากสาเหตุหลายประการ เช่น ติดเชื้อไวรัส, ติดเชื้อพยาธิชนิด Trichomonas vaginalis, เนื้องอก

ตกขาวปกติ[แก้]

ลักษณะตกขาวจะเป็นมูกใสหรือคล้ายแป้งเปียก ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่คัน ไม่มีอาการผิดปกติอื่นๆ เช่น จะไม่ปวดท้อง หรือปวดแสบเวลาถ่ายปัสสาวะ เป็นต้น ตกขาวชนิดนี้มักเกิดขึ้นเป็นปกติ โดยเฉพาะช่วงกลางรอบเดือนหรือก่อนมีประจำเดือนมา ไม่ต้องรักษา เว้นแต่คนที่มีตกขาวติดต่อกันนานเกิน 2 สัปดาห์ หรือมีปริมาณมากผิดปกติ

ทั้งนี้ จะต้องสังเกตตนเองด้วยว่าบริเวณนั้นมีความอับชื้นมากไปหรือไม่ เช่น ใส่กางเกงในใยสังเคราะห์ ไม่รักษาความสะอาด การใส่เสื้อผ้าที่รัดแน่นหรือในคนที่อ้วนมากๆ ก็อาจเป็นสาเหตุได้เช่นกัน หากพิจารณาดูแล้วไม่พบต้นเหตุของตัวเอง ก็ควรไปปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุหรือโรคที่แท้จริงต่อไป

ตกขาวผิดปกติ[แก้]

ตกขาวจากเชื้อรา[แก้]

อาการที่พบจะมีตกขาว คัน ตกขาวจะคล้ายแป้งเปียกแห้งๆ อาจมีปัสสาวะขัดหรือมีผื่นแดงๆ บริเวณปากช่องคลอดหรือขาหนีบ เป็นต้น ตกขาวจากเชื้อราไม่ใช่โรคติดต่อ แต่เกิดจากเชื้อราแคนดิดาที่มีอยู่ในช่องคลอดตามปกติ แต่เจริญเติบโตมากผิดปกติ เนื่องจากปัจจัยบางอย่าง หากเรารู้จักสภาพปกติของช่องคลอดที่ทำให้เกิดความสมดุล เราก็จะเข้าใจภาวะที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนั้น

ในร่างกายของผู้หญิงมีการทำงานของฮอร์โมนเพศหญิงหลายตัว ฮอร์โมนที่เรียกว่า “เอสโตรเจน” จะทำให้ผนังมดลูกหนาตัวขึ้น ที่ผนังนี้จะมีไกลโคเจน ซึ่งเป็นสารอาหารของเชื้อแบคทีเรียตัวที่ดีในช่องคลอด แบคทีเรียตัวนี้จะสร้างกรดแลคติกขึ้นมา ทำให้ช่องคลอดมีสภาพเป็นกรดอ่อนๆ อยู่เสมอ กรดนี้จะทำให้เชื่อราแคนดิดาที่พบในช่องคลอดไม่เจริญเติบโตมากเกินไปจนก่อโรคได้ ดังนั้น ภาวะใดๆ ก็ตามที่ทำให้วงจรนี้เสียไป จะทำให้เกิดตกขาวผิดปกติ เช่น การรับประทานยาคุมกำเนิด การตั้งครรภ์ ซึ่งทำให้ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายเปลี่ยนแปลงไป การรับประทานยาที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงๆ เช่น ยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน จะทำให้ผนังมดลูกบางลง จะส่งผลรบกวนไกลโคเจนในคนที่เป็นเบาหวาน ส่วนคนที่รับประทานยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียติดต่อกันเป็นเวลานานๆ จะทำให้แบคทีเรียที่ดีในช่องคลอดตาย หรือคนที่ชอบใช้นำยาสวนล้างช่องคลอด ก็จะทำให้ค่าความเป็นกรดของช่องคลอดเปลี่ยนไป การใส่กางเกงในที่อับชื้นหรือใช้แผ่นอนามัย ก็อาจจะเกิดความหมักหมมทำให้เชื้อราเติบโตเร็วขึ้น สุดท้ายสภาพในช่องคลอดจะเปลี่ยนแปลงไป ทำให้เชื้อราแคนดิดาเติบโตมากผิดปกติ ทำให้เกิดการตกขาวจากเชื้อราแคนดิดาได้

การรักษาอาการตกขาวจากเชื้อรา[แก้]

  • การใช้ยา
    • ใช้ยาเหน็บช่องคลอด
    • การรับประทานยาเพื่อฆ่าเชื้อราในช่องคลอด (เมื่อเป็นเรื้อรัง) ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนทุกครั้ง
  • การรักษาป้องกันด้วยตัวเอง พยายามรักษาสุขภาพให้แข็งแรง รักษาความสะอาดของร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณนั้นของผู้หญิง ต้องพยายามอย่าให้อับชื้น ไม่รับประทานยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียติดต่อกันนานๆ โดยไม่จำเป็น

ตกขาวจากเชื้อทริโคโมแนส[แก้]

ตกขาวชนิดนี้เกิดจากการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์จากคนที่เป็นโรค การรักษาจึงต้องรับประทานยาทั้งในหญิงและคู่นอน จึงจะหายขาดอาการที่พบ คือ คันในช่องคลอดมาก ตกขาวมีกลิ่นเหม็น มีปริมาณตกขาวมาก มีสีเหลืองหรือเขียวและมีฟอง อาจมีการขัดเบาหรือปัสสาวะแสบขัดและเจ็บเวลาร่วมเพศด้วย

การรักษาอาการตกขาวจากเชื้อทริโคโมแนส[แก้]

รับประทานยา ควรปรึกษาขอคำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกร ซึ่งส่วนใหญ่ยาที่ใช้รักษาต้องรับประทานหลังอาหารทันที เพราะอาจทำให้คลื่นไส้อาเจียนได้ ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรและห้ามรับประทานยาร่วมกับเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์กรณีหญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรก็ควรปรึกษาและได้รับคำแนะนำจากแพทย์

ตกขาวจากเชื้อแบคทีเรีย[แก้]

แบคทีเรียบางชนิดทำให้เกิดอาการตกขาวที่ผิดปกติได้ ลักษณะตกขาวจะมีสีผิดไปจากเดิมแต่ไม่คัน และไม่มีฟองอาจจะมีอาการปวดท้องน้อยร่วมด้วย

การรักษาอาการตกขาวจากเชื้อแบคทีเรีย[แก้]

รับประทานยา ควรปรึกษาขอคำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกร

กรณีตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร การรับประทานยาฆ่าเชื้อบางชนิดอาจทำให้เกิดภาวะลำไส้อักเสบได้ เพราะไปฆ่าเชื้อแบคทีเรียในลำไส้ทิ้งหมด จึงอาจทำให้เกิดอาการท้องเสียได้ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนการใช้ยาเสมอเพื่อความปลอดภัย มั่นใจ และได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องเหมาะสม

บทความโดย หมอนพพร ผู้เชี่ยวชาญด้านเพศศึกษา</ref>

อ้างอิง[แก้]