ระดูขาว
| มีข้อสงสัยว่าบทความนี้อาจละเมิดลิขสิทธิ์ แต่ระบุไม่ได้ชัดเจนเพราะขาดแหล่งที่มา หรืออ้างถึงสิ่งพิมพ์ที่ยังตรวจสอบไม่ได้ หากแสดงได้ว่าบทความนี้ละเมิดลิขสิทธิ์ ให้แทนป้ายนี้ด้วย {{ละเมิดลิขสิทธิ์}} หากคุณมั่นใจว่าบทความนี้ไม่ได้ละเมิดลิขสิทธิ์ ให้แสดงหลักฐานด้านล่าง โปรดอย่านำป้ายนี้ออกก่อนมีข้อสรุป |
|
|
บทความนี้อาจต้องการพิสูจน์อักษร ในด้านไวยากรณ์ รูปแบบการเขียน การเรียบเรียง คุณภาพ หรือการสะกด คุณสามารถช่วยพัฒนาบทความได้ |
| บทความนี้ไม่มีการอ้างอิงจากเอกสารอ้างอิงหรือแหล่งข้อมูล โปรดช่วยพัฒนาบทความนี้โดยเพิ่มแหล่งข้อมูลน่าเชื่อถือ เนื้อหาที่ไม่มีการอ้างอิงอาจถูกคัดค้านหรือนำออก |
| ระดูขาว | |
|---|---|
| การจำแนก และแหล่งข้อมูลอื่น | |
| ICD-10 | N89.8 |
| ICD-9 | 623.5 |
| MeSH | D007973 |
ระดูขาว หรือ ตกขาว หรือ มุตกิด (อังกฤษ: leucorrhea (BrE) หรือ leukorrhoea (AmE)) คือ สิ่งที่ถูกขับถ่ายออกมาทางช่องคลอด ลักษณะข้น หรือค่อนข้างข้น สีขาว หรือสีเหลืองปนเขียว มีกลิ่นเหม็น เกิดจากสาเหตุหลายประการ เช่น ติดเชื้อไวรัส, ติดเชื้อพยาธิชนิด Trichomonas vaginalis, เนื้องอก
เนื้อหา |
ตกขาวปกติ [แก้]
ลักษณะตกขาวจะเป็นมูกใสหรือคล้ายแป้งเปียก ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่คัน ไม่มีอาการผิดปกติอื่นๆ เช่น จะไม่ปวดท้อง หรือปวดแสบเวลาถ่ายปัสสาวะ เป็นต้น ตกขาวชนิดนี้มักเกิดขึ้นเป็นปกติ โดยเฉพาะช่วงกลางรอบเดือนหรือก่อนมีประจำเดือนมา ไม่ต้องรักษา เว้นแต่คนที่มีตกขาวติดต่อกันนานเกิน 2 สัปดาห์ หรือมีปริมาณมากผิดปกติ
ทั้งนี้ จะต้องสังเกตตนเองด้วยว่าบริเวณนั้นมีความอับชื้นมากไปหรือไม่ เช่น ใส่กางเกงในใยสังเคราะห์ ไม่รักษาความสะอาด การใส่เสื้อผ้าที่รัดแน่นหรือในคนที่อ้วนมากๆ ก็อาจเป็นสาเหตุได้เช่นกัน หากพิจารณาดูแล้วไม่พบต้นเหตุของตัวเอง ก็ควรไปปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุหรือโรคที่แท้จริงต่อไป
ตกขาวผิดปกติ [แก้]
ตกขาวจากเชื้อรา [แก้]
อาการที่พบจะมีตกขาว คัน ตกขาวจะคล้ายแป้งเปียกแห้งๆ อาจมีปัสสาวะขัดหรือมีผื่นแดงๆ บริเวณปากช่องคลอดหรือขาหนีบ เป็นต้น ตกขาวจากเชื้อราไม่ใช่โรคติดต่อ แต่เกิดจากเชื้อราแคนดิดาที่มีอยู่ในช่องคลอดตามปกติ แต่เจริญเติบโตมากผิดปกติ เนื่องจากปัจจัยบางอย่าง หากเรารู้จักสภาพปกติของช่องคลอดที่ทำให้เกิดความสมดุล เราก็จะเข้าใจภาวะที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนั้น
ในร่างกายของผู้หญิงมีการทำงานของฮอร์โมนเพศหญิงหลายตัว ฮอร์โมนที่เรียกว่า “เอสโตรเจน” จะทำให้ผนังมดลูกหนาตัวขึ้น ที่ผนังนี้จะมีไกลโคเจน ซึ่งเป็นสารอาหารของเชื้อแบคทีเรียตัวที่ดีในช่องคลอด แบคทีเรียตัวนี้จะสร้างกรดแลคติกขึ้นมา ทำให้ช่องคลอดมีสภาพเป็นกรดอ่อนๆ อยู่เสมอ กรดนี้จะทำให้เชื่อราแคนดิดาที่พบในช่องคลอดไม่เจริญเติบโตมากเกินไปจนก่อโรคได้ ดังนั้น ภาวะใดๆ ก็ตามที่ทำให้วงจรนี้เสียไป จะทำให้เกิดตกขาวผิดปกติ เช่น การรับประทานยาคุมกำเนิด การตั้งครรภ์ ซึ่งทำให้ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายเปลี่ยนแปลงไป การรับประทานยาที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนสูงๆ เช่น ยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน จะทำให้ผนังมดลูกบางลง จะส่งผลรบกวนไกลโคเจนในคนที่เป็นเบาหวาน ส่วนคนที่รับประทานยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียติดต่อกันเป็นเวลานานๆ จะทำให้แบคทีเรียที่ดีในช่องคลอดตาย หรือคนที่ชอบใช้นำยาสวนล้างช่องคลอด ก็จะทำให้ค่าความเป็นกรดของช่องคลอดเปลี่ยนไป การใส่กางเกงในที่อับชื้นหรือใช้แผ่นอนามัย ก็อาจจะเกิดความหมักหมมทำให้เชื้อราเติบโตเร็วขึ้น สุดท้ายสภาพในช่องคลอดจะเปลี่ยนแปลงไป ทำให้เชื้อราแคนดิดาเติบโตมากผิดปกติ ทำให้เกิดการตกขาวจากเชื้อราแคนดิดาได้
การรักษาอาการตกขาวจากเชื้อรา [แก้]
- การใช้ยา
- ใช้ยาเหน็บช่องคลอด
- การรับประทานยาเพื่อฆ่าเชื้อราในช่องคลอด (เมื่อเป็นเรื้อรัง) ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนทุกครั้ง
- การรักษาป้องกันด้วยตัวเอง พยายามรักษาสุขภาพให้แข็งแรง รักษาความสะอาดของร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณนั้นของผู้หญิง ต้องพยายามอย่าให้อับชื้น ไม่รับประทานยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียติดต่อกันนานๆ โดยไม่จำเป็น
ตกขาวจากเชื้อทริโคโมแนส [แก้]
ตกขาวชนิดนี้เกิดจากการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์จากคนที่เป็นโรค การรักษาจึงต้องรับประทานยาทั้งในหญิงและคู่นอน จึงจะหายขาดอาการที่พบ คือ คันในช่องคลอดมาก ตกขาวมีกลิ่นเหม็น มีปริมาณตกขาวมาก มีสีเหลืองหรือเขียวและมีฟอง อาจมีการขัดเบาหรือปัสสาวะแสบขัดและเจ็บเวลาร่วมเพศด้วย
การรักษาอาการตกขาวจากเชื้อทริโคโมแนส [แก้]
รับประทานยา ควรปรึกษาขอคำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกร ซึ่งส่วนใหญ่ยาที่ใช้รักษาต้องรับประทานหลังอาหารทันที เพราะอาจทำให้คลื่นไส้อาเจียนได้ ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรและห้ามรับประทานยาร่วมกับเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์กรณีหญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรก็ควรปรึกษาและได้รับคำแนะนำจากแพทย์
ตกขาวจากเชื้อแบคทีเรีย [แก้]
แบคทีเรียบางชนิดทำให้เกิดอาการตกขาวที่ผิดปกติได้ ลักษณะตกขาวจะมีสีผิดไปจากเดิมแต่ไม่คัน และไม่มีฟองอาจจะมีอาการปวดท้องน้อยร่วมด้วย
การรักษาอาการตกขาวจากเชื้อแบคทีเรีย [แก้]
รับประทานยา ควรปรึกษาขอคำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกร
กรณีตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร การรับประทานยาฆ่าเชื้อบางชนิดอาจทำให้เกิดภาวะลำไส้อักเสบได้ เพราะไปฆ่าเชื้อแบคทีเรียในลำไส้ทิ้งหมด จึงอาจทำให้เกิดอาการท้องเสียได้ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนการใช้ยาเสมอเพื่อความปลอดภัย มั่นใจ และได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องเหมาะสม
บทความโดย หมอนพพร ผู้เชี่ยวชาญด้านเพศศึกษา</ref>