รอนนี โอซุลลิแวน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก รอนนี่ โอซุลลิแวน)
รอนนี โอซุลลิแวน
เกิด 5 ธันวาคม ค.ศ. 1975 (39 ปี)
เวิดส์ลี เวสต์มิดแลนส์ อังกฤษ
สัญชาติ ธงชาติของอังกฤษ อังกฤษ
ฉายา The Rocket
The Essex Exocet
ปีที่เริ่มเล่นอาชีพ 1992-
อันดับสูงสุด 1
เงินรางวัลที่ได้มา 8,029,762 ปอนด์[1]
เบรกสูงสุด 147 (13 ครั้ง)[2]
จำนวนเซนจูรีเบรก 770[3]
การแข่งขันที่ประสบความสำเร็จ
รายการสะสมคะแนนที่ชนะ 27
รายการสะสมคะแนนย่อยที่ชนะ 3
รายการไม่สะสมคะแนนที่ชนะ 26
เวิลด์แชมเปียน 2001, 2004, 2008, 2012, 2013
ronnieosullivan.tv

โรนัลด์ แอนโทนีโอ "รอนนี" โอซุลลิแวน (อังกฤษ: Ronald Antonio "Ronnie" O'Sullivan) เกิดเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ค.ศ. 1975 เป็นนักสนุกเกอร์อาชีพชาวอังกฤษจากเมืองชิกเวล เอสเซกซ์ เป็นที่รู้จักกันในสไตล์การแทงรวดเร็วของเขา[4] มีหลายผู้ติดตามในเกมนี้บอกว่ามีพรสวรรค์ที่เหนือธรรมชาติสุดขีดในประวัติศาสตร์สนุกเกอร์

เขาทำเซนจูรีเบรกครั้งแรกตอนอายุ 10 ขวบ และทำแม็กซิมัมเบรก ตอนอายุ 15 ปี เขาเทิร์นโปรในปี 1992 ตอนอายุ 16 ปี ไม่นานก็ได้รับฉายาว่า "เดอะร็อกเก็ต" (The Rocket) เขาคว้าแชมป์ในรายการยูเคแชมเปียนชิป 1993 ตอนอายุ 17 ปี กับ 358 วัน กลายเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดที่คว้าแชมป์รายการสะสมคะแนน สถิติของเขายังคงอยู่ เขายังเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดที่ได้แชมป์รายการมาสเตอส์ เขาถูกจับกุมในตอนที่ได้แชมป์ครั้งแรกในปี 1995 ตอนอายุ 19 ปี กับ 69 วัน

โอซุลลิแวนมีทริปเปิลคราวน์รวมทั้งแชมป์รายการเวิลด์สนุกเกอร์แชมเปียนชิปห้าสมัย มาสเตอส์ห้าสมัย และยูเคแชมเปียนชิปห้าสมัย เป็นคนที่สี่ตามหลัง สตีเฟน เฮนดรี เรย์ เรียร์ดอน และ สตีฟ เดวิส เป็นผู้เล่นคนที่สามที่คว้าแชมป์รายการสะสมคะแนนถึง 27 รายการและได้เงินรางวัลมากกว่า 8 ร้านปอนด์ ตามหลังเฮนดรี[5] เขาติดอันดับหนึ่งในห้าฤดูกาล ระหว่างฤดูกาล 2002/2003 และ ฤดูกาล 2009/2010 ความสำเร็จในรายการของเขารวมทั้งได้แชมป์รายการพรีเมียร์ลีก ถึง 10 ครั้งและได้แชมป์รายการเนชันส์คัพกับทีมอังกฤษในปี 2000

นอกจากนี้เขายังเข้าเบรกได้ดี โอซุลลิแวนยังรวมเซนจูรีเบรกได้ 770 ครั้ง ตามหลังสถิติเฮนดรี[3] เขายังมีสถิติในการทำแม็กซิมัมเบรกมากที่สุดในการเล่นอาชีพถึง 13 ครั้ง นอกจากนี้ยังทำแม็กซิมัมเบรกเร็วที่สุดด้วยเวลา 5 นาทีกับ 20 วินาทีในเวิลด์แชมเปียนชิป 1997[6]

ประวัติการแข่งขัน[แก้]

รอนนีเริ่มเล่นอาชีพในปี ค.ศ.1992 และสามารถคว้าแชมป์รายการ ยูเคแชมเปียนชิป ได้ในปี ค.ศ.1993 โดยการเอาชนะสตีเฟน เฮนดรีนักสนุกเกอร์มือวางอันดับ 1 ของโลกในขณะนั้น ซึ่งเป็นการคว้าแชมป์รายการนี้ด้วยวัยเพียง 17 ปีกับอีก 358 วัน ทำให้เขาเริ่มเป็นที่จับตามองในวงการสนุกเกอร์อาชีพ ซึ่งในปีนั้นเขาก็คว้าแชมป์รายการบริติชโอเพน (British Open) ได้อีกหนึ่งรายการด้วย และเมื่อจบฤดูกาล คะแนนอันดับโลกของเขาในปีนั้นก็ขึ้นไปอยู่ในอันดับที่ 9 ของโลก

ในฤดูกาลแข่งขันปี 1995/96 รอนนีคว้าแชมป์รายการเดอะมาสเตอส์ ซึ่งเป็นรายการชิงเงินรางวัลที่ใหญ่ที่สุดโดยการเอาชนะ จอห์น ฮิกกินส์ (John Higgins) ไปได้ 9-3 เฟรม แต่ในส่วนของผลงานของรายการอาชีพเก็บคะแนนของฤดูกาลแข่งขันปี 1995/96 นี้ รอนนีมีผลงานที่ไม่ดีนักเพราะตกรอบแรกไปถึง 5 รายการจากทั้งหมด 10 รายการ ในรายการชิงแชมป์โลกปีนี้ รอนนี่ถูกสมาคมสนุกเกอร์อาชีพโลกปรับเงิน 10,000 ปอนด์ เนื่องจากถูก อแล็ง โรบิดูซ์ (Alain Robidoux) กล่าวหาว่ารอนนีนั้นใช้วิธีการเล่นที่ไม่สุภาพกับเขา โดยในการแข่งขันนัดนั้น รอนนีผลัดกันใช้มือขวาและมือซ้ายในการแทงลูก ซึ่งในเวลาต่อมา รอนนีต้องออกมาแถลงการณ์ขอโทษต่อหน้าสื่อมวลชน อย่างไรก็ตามในรายการชิงแชมป์โลกปีนี้ เขาสามารถเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศ โดยในรอบรองชนะเลิศ เขาพ่ายแพ้ให้กับ ปีเตอร์ เอบดอน (Peter Ebdon) ไป 14-16 เฟรม จบท้ายฤดูกาลนั้นด้วยอันดับที่ 8 ของโลก

ในฤดูกาลการแข่งขันปี 1996/97 รอนนี่เริ่มต้นฤดูกาลด้วยการคว้าแชมป์รายการ เอเชียนคลาสสิก โดยเอาชนะไบรอัน มอร์แกน (Brian Morgan) ไปแบบหวุดหวิด 9-8 เฟรม และสามารถคว้าแชมป์รายการที่ 2 ของฤดูกาลนี้คือรายการเยอร์มันโอเพน โดยเอาชนะ อแล็ง โรบิดูซ์ (Alain Robidoux) ไปได้ 9-7 เฟรม และในการแข่งขันรายการชิงแชมป์โลกปีนี้ เขาสามารถทำ แม็กซิมัมเบรก ในการแข่งขันรอบแรกกับ มิก ไพรซ์ (Mick Price) ซึ่งเป็นการทำแม็กซิมัมเบรกที่เร็วที่สุดในโลก คือใช้เวลาทั้งหมด 5 นาทีกับอีก 20 วินาที แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับรายการชิงแชมป์โลกในฤดูกาลนี้ เขาก็ไปได้เพียงรอบที่ 2 โดยพ่ายแพ้ใหกับแดร์เรน มอร์แกน (Darren Morgan) ไป 12-13 เฟรม

ในฤดูกาลแข่งขันปี 2000/01 เป็นฤดูกาลที่รอนนีรอคอย เมื่อเขาสามารถคว้ารายการชิงแชมป์โลกได้สำเร็จเป็นคนแรกโดยเขาเอาชนะ จอห์น ฮิกกินส์ (John Higgins) ไปได้ 18-14 เฟรม และจบฤดูกาลปีนี้ไปด้วยอันดับที่ 2 ของโลก และในฤดูกาลปี 2002/03 เขาก็สามารถก้าวไปถึงมือวางอันดับ 1 ของโลกได้สำเร็จ โดยเขาได้ครองตำแหน่งมือวางอันดับหนึ่งของโลกทั้งสิ้น 4 ฤดูกาล คือฤดูกาลปี 2002/03,2004/05,2005/06 และในฤดูกาล 2008/09

ในฤดูกาลแข่งขันปี 2007/08 เป็นฤดูกาลที่รอนนี่ประสบความสำเร็จหลายอย่าง แม้ว่าเขาจะเริ่มต้นฤดูกาลโดยการยอมแพ้ผ่าน (withdraw) ในรอบแรกของรายการเซี่ยงไฮ้มาสเตอส์ เนื่องจากว่ามีอาการบาดเจ็บที่หลัง ซึ่งแพทย์ประจำตัวของเขาแนะนำให้รอนนี่ถอนตัวจากรายการนี้เพื่อทำการรักษา แต่ในรายการต่อมาคือรายการกรังปรีซ์ รอนนีก็สามารถเข้าไปได้ถึงรอบชิงชนะเลิศ โดยเขาพ่ายแพ้ให้กับ มาร์โก ฟู (Marco Fu) ไป 6-9 เฟรม ในรายการนอร์ทเทิร์นไอร์แลนด์โทรฟี และรายการยูเคแชมเปียนชิป เขาสามารถทำแม็กซิมัมเบรก ครั้งที่ 7 และครั้งที่ 8 ได้ โดยในรายการยูเคแชมเปียนชิป รอนนีทำ แม็กซิมัมเบรก ในรอบรองชนะเลิศเฟรมตัดสินกับ มาร์ก เซลบี (Mark Selby) ซึ่งการทำแม็กซิมัมเบรกครั้งที่ 8 นี้เป็นการทำสถิติเทียบเท่ากับสถิติสูงสุด 8 ครั้งของ สตีเฟน เฮนดรี (Stephen Hendry) ด้วย และในรายการนี้ เขาก็สามารถคว้าแชมป์ไปได้สำเร็จ โดยเอาชนะสตีเฟน แม็กไกวร์ (Stephen Maguire) ไป 10-2 เฟรม

ในรายการชิงแชมป์โลกในฤดูกาลปี 2007/08 รอนนีสามารถทำแม็กซิมัมเบรกครั้งที่ 3 ของฤดูกาลนี้ และเป็นครั้งที่ 10 ในชีวิตการแข่งขันของเขา ซึ่งเป็นสถิติจำนวนครั้งสูงสุดของผู้ทำแม็กซิมัมเบรก โดยเขาทำแม็กซิมัมเบรกได้ในเฟรมที่ 20 ของการแข่งขันในรอบสอง โดยคู่แข่งขันคือ มาร์ก วิลเลียมส์ (Mark Williams) และในรายการชิงแชมป์โลกฤดูกาลนี้ เขาก็สามารถคว้าแชมป์โลกได้เป็นผลสำเร็จ และเป็นการคว้าแชมป์โลกครั้งที่ 3 ของเขาด้วย

รอนนีเริ่มต้นฤดูกาลแข่งขันปี 2008/09 ได้อย่างน่าประทับใจเมื่อเขาสามารถคว้าแชมป์รายการนอร์ทเทิร์นไอร์แลนด์โทรฟี ซึ่งเป็นรายการสะสมแรกของฤดูกาลแข่งขัน โดยเอาชนะ เดฟ ฮาโรลด์ (Dave Harold) ไปได้ 9-3 เฟรม และในรายการต่อมาคือรายการเซี่ยงไฮ้มาสเตอส์ รอนนีได้ตำแหน่งรองแชมป์ไป โดยพ่ายแพ้ให้กับนักสนุกเกอร์ดาวรุ่ง ริกกี วอลเดน (Ricky Walden) ไปอย่างเฉียดฉิว 8-10 เฟรม ทำให้เขามีคะแนนสะสมเพียงพอที่จะเป็นมือวางอันดับที่ 1 ของโลกต่อไปอีกในฤดูกาลแข่งขันฤดูกาลถัดไป แม้ว่าในรายการชิงแชมป์โลกในฤดูกาลนี้ เขาจะทำผลงานได้แค่เพียงรอบ 2 หรือรอบ 16 คนสุดท้ายเท่านั้น โดยเขาพ่ายแพ้ให้กับ มาร์ก อัลเลน (Mark Allen) ไป 11-13 เฟรม

ผลงาน[แก้]

รายการสะสมคะแนน[แก้]

  • รายการชิงแชมป์โลก 5 สมัย ในปี ค.ศ.2001 / ค.ศ.2004 / ค.ศ.2008 / ค.ศ.2012 / ค.ศ.2013
  • รายการ Uk Championship 4 สมัยในปี ค.ศ.1993 / ค.ศ.1997 / ค.ศ.2001 / ค.ศ.2007
  • รายการ British Open ปี ค.ศ.1994
  • รายการ German Open ปี ค.ศ.1995 ปี / ค.ศ. 2012
  • รายการ China Open 3 สมัยในปี ค.ศ.1996 / ค.ศ.1999 / ค.ศ.2000
  • รายการ European Open ปี ค.ศ.2003
  • รายการ Irish Masters 2 สมัยในปี ค.ศ.2003 และปี ค.ศ.2005
  • รายการ Welsh Open 2 สมัยในปี ค.ศ.2004 และในปี ค.ศ.2005
  • รายการ Grand Prix ปี ค.ศ.2004
  • รายการ Northern Ireland Trophy ปี ค.ศ.2008

รายการชิงเงินรางวัล[แก้]

  • รายการ The Masters 4 สมัยในปี ค.ศ.1995, 2005, 2007, 2009
  • รายการ Scottish Masters 3 สมัยในปี ค.ศ.1998, 2000, 2002
  • รายการ Irish Masters 2 สมัยในปี ค.ศ.2001, 2007
  • รายการ Premier League 8 สมัยในปี ค.ศ.1997, 2001, 2002, 2005 (04/05), 2005 (05/06), 2006, 2007, 2008
  • รายการ Benson and Hedges Championship ปี ค.ศ.1993
  • รายการ Nescafe Extra Challenge ปี ค.ศ.1993
  • รายการ Liverpool Victoria Charity Challenge ปี ค.ศ.1996
  • รายการ Riley Superstar International ปี ค.ศ.1997
  • รายการ Champions Cup ปี ค.ศ.2000
  • รายการ Nations Cup ร่วมกับทีมชาติอังกฤษ ปี ค.ศ. 2000

อ้างอิง[แก้]

  1. "Ronnie O'Sullivan". CueTracker – Snooker Database. สืบค้นเมื่อ 6 December 2013. 
  2. Hafez, Shamoon (4 December 2014). "UK Championship 2014: Ronnie O'Sullivan makes 147 break". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 4 December 2014. 
  3. 3.0 3.1 Hercock, Richard (8 December 2014). "Video: Rocket holds on in face of Trump fightback". The Yorkshire Post (Leeds: Johnston Press). สืบค้นเมื่อ 8 December 2014. 
  4. "Gloucester MP plays snooker ace Ronnie O'Sullivan". Gloucester Citizen. 16 November 2009. สืบค้นเมื่อ 16 February 2011. 
  5. "Prize Money – All-time, Professional". CueTracker – Snooker Database. สืบค้นเมื่อ 31 May 2013. 
  6. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ records