การรถไฟแห่งประเทศไทย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก รฟท)
เว็บย่อ:
SRT
การรถไฟแห่งประเทศไทย
State Railway of Thailand
การรถไฟแห่งประเทศไทย.jpg
Thailand rail map.gif
แผนที่เส้นทางรถไฟในประเทศไทย
ที่ทำการ
1 แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพ 10330
ภาพรวม
วันก่อตั้ง 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2494
งบประมาณ 14,148 ล้านบาท (พ.ศ. 2555)[1]
ผู้บริหาร สร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์, ประธานกรรมการ
ประภัสร์ จงสงวน, ผู้ว่าการ
วิโรจน์ เตรียมพงศ์พันธ์, รองผู้ว่าการ
ภากรณ์ ตั้งเจตสกาว, รองผู้ว่าการ
กมล ตั้งกิจเจริญชัย, รองผู้ว่าการ
ต้นสังกัด กระทรวงคมนาคม
เว็บไซต์
http://www.railway.co.th/


การรถไฟแห่งประเทศไทย (ชื่อย่อ: รฟท.; อังกฤษ: State Railway of Thailand ; SRT) เป็นรัฐวิสาหกิจในกระทรวงคมนาคม ทำหน้าที่ดูแลกิจการด้านรถไฟของประเทศไทย มีทางรถไฟอยู่ภายใต้ขอบเขตดำเนินการทั้งหมด 4,070 กิโลเมตร โดยมากกว่า 3,600 กิโลเมตรสร้างในยุคที่กิจการรถไฟมีสถานะเป็นส่วนราชการรัฐพาณิชย์ และไทยปกครองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช

รฟท. เป็นรัฐวิสาหกิจของไทยที่มีผลการดำเนินงานขาดทุนมากที่สุด คือ 7,584 ล้านบาท[2] โดยมีสาเหตุมาจากความบกพร่องในการจัดการบริหารการเดินรถและพื้นที่ในครอบครอง ความเร็วเฉลี่ยของรถไฟไทยอยู่ที่ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จุดเริ่มแห่งความตกต่ำสำคัญของการรถไฟ คือ ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทางรถไฟถูกทิ้งระเบิดเสียหายจำนวนมาก เมื่อต้องการกู้เงินจากต่างประเทศมาฟื้นฟูทางรถไฟ ธนาคารโลกซึ่งเป็นเจ้าของเงินกู้ ได้บีบให้แปรรูปกิจการรถไฟของไทยมาเป็นรัฐวิสาหกิจในปี 2494 ซึ่งตรงกับรัฐบาลสมัยจอมพล ป. พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรี และมีการตราพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2494 ขึ้น ดังนั้น “กรมรถไฟ” จึงเปลี่ยนสถานะภาพจากหน่วยงานราชการมาเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจภายใต้ชื่อว่า “การรถไฟแห่งประเทศไทย” ส่งผลทำให้ผู้บริหารของกรมรถไฟซึ่งนับเป็นส่วนราชการที่มีบุคลากรที่มีคุณภาพ ที่เดิมเคยเลื่อนตำแหน่งมาเป็นปลัดกระทรวงคมนาคมและมีบทบาทสำคัญในการผลักดันกิจการรถไฟ ต้องกลายมาเป็นเพียงแค่ผู้บริหารของรัฐวิสาหกิจ คือ การรถไฟแห่งประเทศไทย เท่านั้น ทำให้ขาดเส้นทางอาชีพที่จะผลักดันความก้าวหน้ากิจการรถไฟ

ประวัติ[แก้]

ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2433 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนากรมรถไฟขึ้นเป็นครั้งแรกในสังกัดกระทรวงโยธาธิการ จากนั้นในวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2439 พระองค์ได้เสด็จฯ ทรงเปิดการเดินรถไฟ สายกรุงเทพ-นครราชสีมา เส้นทางรถไฟสายแรกของสยามประเทศ กรมรถไฟจึงถือเอาวันที่ 26 มีนาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสถาปนากิจการรถไฟจนถึงปัจจุบัน

เนื่องมาจากนโยบายขยายอาณานิคมของอังกฤษและฝรั่งเศส แผ่มาครอบคลุมบริเวณเหลมอินโดจีน พระองค์ท่านทรงตระหนักถึงความสำคัญของการคมนาคม โดยเส้นทางรถไฟ เพราะการใช้แต่ทางเกวียนและแม่น้ำลำคลองเป็นพื้นนั้น ไม่เพียงพอแก่การบำรุงรักษาพระราชอาณาเขต ราษฎรที่อยู่ห่างไกลจากเมืองหลวงมีจิตใจโน้มเอียงไปทางประเทศใกล้เคียง สมควรที่จะสร้างทางรถไฟขึ้นในประเทศเพื่อติดต่อกับมณฑลชายแดนก่อนอื่น ทั้งนี้เพื่อสะดวกแก่การปกครอง ตรวจตราป้องกันการรุกรานเป็นการเปิดภูมิประเทศให้ประชาชนพลเมืองเข้าบุกเบิกพื้นที่รกร้างว่างเปล่า ให้เป็นประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ และจะเป็นเส้นทางขนส่งผู้โดยสารและสินค้าไปมาถึงกันได้ง่ายยิ่งขึ้น ดังนั้น ในปี พ.ศ. 2430 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ เซอร์แอนดรู คลาก และบริษัทปันชาร์ด แมกทักการ์ด โลเธอร์ ดำเนินการสำรวจเพื่อ สร้างทางรถไฟจาก กรุงเทพฯ - นครราชสีมา และมีทางแยกตั้งแต่เมืองลพบุรี - เชียงใหม่ สายหนึ่ง จากเมืองอุตรดิตถ์ - ตำบลท่าเดื่อริมฝั่งแม่น้ำโขงสายหนึ่ง และจากเมืองเชียงใหม่ไปยังเชียงราย เชียงแสนหลวงอีกสายหนึ่ง โดยทำการสำรวจให้แล้วเสร็จเป็นตอน ๆ รวม 8 ตอน ในราคาค่าจ้างโดยเฉลี่ยไม่เกินไมล์ละ 100 ปอนด์ ทั้งสองฝ่ายลงนามในสัญญา เมื่อวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2430

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระราชทานพระบรมราชานุมัติให้กระทรวงโยธาธิการว่าจ้าง มิสเตอร์ จี. มูเร แคมป์เบลล์ สร้างทางรถไฟหลวงจากกรุงเทพ ถึงนครราชสีมา เป็นสายแรก เป็นทางขนาดกว้าง 1.435 เมตร และได้เสด็จพระราชดำเนินประกอบพระราชพิธีกระทำพระฤกษ์ เริ่มการ สร้างทางรถไฟ ณ บริเวณย่านสถานีกรุงเทพ เมื่อวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2434 ซึ่งปัจจุบัน การรถไฟฯได้สร้างอนุสรณ์ปฐมฤกษ์รถไฟหลวงเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานรำลึกเหตุการณ์สำคัญในอดีต และเพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณ เมื่อวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2534 โดยมีสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกเสด็จมาทรงเป็นองค์ประธานในพิธีเปิด ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 พระองค์ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อจาก “กรมรถไฟ” เป็น “กรมรถไฟหลวง” และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้บุคคลสำคัญที่ผลักดันให้กิจการรถไฟของไทยเติบใหญ่อย่างมั่นคงในเวลาต่อมา คือ นายพลเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน ซึ่งทรงสำเร็จการศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ที่ตรินีตี้คอลเลจ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ได้รับฉายาว่าพระบิดาแห่งการรถไฟไทย โดยปี 2453 ได้รักษาการตำแหน่งเจ้ากรมรถไฟสายเหนือ ต่อมาได้รวมกรมรถไฟสายเหนือกับสายใต้เข้าด้วยกันเป็นกรมรถไฟหลวงเมื่อปี 2460 ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกรมรถไฟหลวงพระองค์แรก การที่ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอย่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์นี้ มาดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกรมรถไฟหลวงสมัยนั้น ดูเหมือนจะเป็นพระราชประสงค์จำนงหมายไว้แต่เดิมมากกว่าเป็นการบังเอิญเนื่องแต่สงคราม เพราะเมื่อทรงแต่งตั้งพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์นี้ให้เป็นผู้บัญชาการในเดือน มิถุนายน พ.ศ. 2460 แล้วนั้น ต่อมาในเดือนพฤจิกายน พ.ศ.เดียวกัน ก็ได้มีพระราชหัตถเลขาเป็นส่วนพระองค์แสดงความในพระราชหฤทัยที่ทรงมีอยู่ (พระราชหัตถเลขาลงวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2460) ทรงกล่าวว่า

“รู้สึกว่า ราชการกรมรถไฟ เป็นราชการสำคัญและมีงานที่ต้องทำมาก เพราะเต็มไปด้วยความยุ่งยาก และฉันรู้สึกว่าเป็นเคราะห์ดีอย่างยิ่งที่ฉันได้เลือกให้ตัวเธอเป็นผู้บัญชาการรถไฟ และอาจพูดได้โดยไม่แกล้งยอเลยว่า ถ้าเป็นผู้อื่นเป็นผู้บัญชาการ การงานอาจยุ่งเหยิงมากจนถึงแก่เสียทีได้ทีเดียว เมื่อความจริงเป็นอยู่เช่นนี้ ฉันจึงได้มารู้สึกว่า

  • 1) การงานกรมรถไฟไม่ใช่เป็นของที่จะวานให้เธอทำเป็นชั่วคราวเสียแล้ว จะต้องคิดอ่านเป็นงานแรมปี....
  • 2) ฉันเห็นว่า เธอควรจะต้องให้เวลาและกำลังส่วนตัวสำหรับกิจการรถไฟนี้มากกว่าอย่างอื่น....

จึงขอบอกตามตรง และเธอต้องอย่าเสียใจว่าในขณะนี้ เธอมีหน้าที่ราชการหลายอย่างเกินไป จนทำให้ฉันนึกวิตกว่า ภถึงแม้เธอจะเต็มใจรับทำอยู่ทั้งหมดก็ดี แต่กำลังกายของเธอจะไม่ทนไปได้ จริงอยู่ฉันได้ยินเธอกล่าวอยู่เสมอว่า “ยอมถวายชีวิต” แต่ฉันขอบอกอย่างดื้อๆ เพราะฉันรักเธอว่า ฉันไม่ต้องการชีวิตของเธอ ฉันต้องการใช้กำลังความสามารถของเธอมากกว่า”

ต่อมา ในสมัยรัฐบาลที่มีจอมพลป. พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา เลขที่ 40 หมวด ก ฉบับพิเศษ ลงในวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2494[3] และให้ประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ปีเดียวกัน ดังนั้น การรถไฟแห่งประเทศไทย จึงถูกจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจประเภทสาธารณูปโภค สังกัดกระทรวงคมนาคม และให้มีการโอนกิจการ ทรัพย์สิน หนี้สิน สิทธิ หน้าที่ต่างๆ รวมไปถึงข้าราชการพลเรือนรัฐพาณิชย์ ลูกจ้าง และสายงานทั้งหมด ของกรมรถไฟไปอยู่ในการดำเนินงานของ การรถไฟแห่งประเทศไทย โดยมี หลวงเสรีเริงฤทธิ์ (จรูญ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์) เป็นผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทยคนแรก และเป็นอธิบดีกรมรถไฟคนสุดท้าย

การปรับปรุง[แก้]

เครื่องหมายตราของกรมรถไฟหลวง
พนักงานข้าราชการกรมรถไฟหลวง 2477
พนักงานการรถไฟแห่งประเทศไทยในปัจจุบัน

หลังจากที่รถไฟไทยได้รับเสียงวิจารณ์ด้านลบอย่างมาก ทั้งในแง่ของการเดินรถช้า อุปกรณ์เก่าและขาดการซ่อมบำรุง จึงมีความพยายามจากหลายภาคส่วนในการปรับปรุงระบบรถไฟหรือแปรรูปเป็นเอกชน แต่หลายๆครั้งก็ถูกคัดค้านโดยสหภาพการรถไฟ

ในปี พ.ศ. 2551 ได้มีการดำเนินการประมูลสร้างรถไฟทางคู่จากฉะเชิงเทราถึงแหลมฉบัง คิดเป็นระยะทาง78กิโลเมตร ตามมาด้วยรถไฟรางคู่จากคลองสิบเก้าถึงชุมทางแก่งคอย และทางคู่ขางนครปฐมถึงหัวหิน ในปี พ.ศ. 2553 โครงการประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนกำลังจะเกิดขึ้น ทำให้เกิดโครงการรถไฟรางคู่จากนครราชสีมาถึงสะพานมิตรภาพไทย-ลาว โดยเริ่มจากสถานีรถไฟนครราชสีมาถึงสถานีรถไฟชุมทางถนนจิระ โครงการรถไฟรางคู่มีเป้าหมายสูงสุดที่การปรับปรุงสายเหนือ สายตะวันออกเฉียงเหนือ และสายใต้ รวมเป็นระยะทางทั้งหมด 832 กิโลเมตร[4]

ในปี พ.ศ. 2555 การรถไฟได้ทยอยเปิดประมูลซื้อหัวรถจักรใหม่ 70 คัน และรถโดยสาร 115 คัน คิดเป็นมูลค่ารวม 19,406.4ล้านบาท [5] โดยการโครงการจัดซื้อถูกกระตุ้นจากเหตุรถไฟตกรางต่อเนื่องสามเหตุการณ์ในช่วงปลายปี พ.ศ. 2554 ถึงต้นปี พ.ศ. 2555

รายพระนามและรายนามเจ้ากรมรถไฟ, ผู้บัญชาการกรมรถไฟ, อธิบดีกรมรถไฟ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย[แก้]

ลำดับ รูป รายนามเจ้ากรมรถไฟ ดำรงตำแหน่ง
1 Coat of Arms of Siam (1873-1910).svg นายเค. เบธเก้ พ.ศ. 2439 - พ.ศ. 2442
2 Coat of Arms of Siam (1873-1910).svg นายเอช. เกอร์ธ พ.ศ. 2442 - พ.ศ. 2447
3 Coat of Arms of Siam (1873-1910).svg นายแอล ไวเลอร์(สายเหนือ) 1 ก.ค. 2447 - 5 มิ.ย.2460
4 Coat of Arms of Siam (1873-1910).svg นายเอช กิตตินส์(สายใต้) 1 มิ.ย. 2452 - 31 พ.ค.2460
ลำดับ รูป รายพระนาม และนามผู้บัญชาการกรมรถไฟหลวง ดำรงตำแหน่ง
1 พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร.jpg พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน พ.ศ. 2460 - พ.ศ. 2469
2 Sansas.gif พระยาสารศาสตร์ศิริลักษณ์ ( สรรเสริญ สุขยางค์​ ) 8 ก.ย. 2471 - 9 ส.ค.2475
3 Kanbanchong.jpg พระยาสฤษดิการบรรจง(สมาน ปันยารชุน) พ.ศ. 2475 - พ.ศ. 2476
4 Pakit.jpg พระยาประกิตกลศาสตร์ 1 เม.ย. 2476 - 24 ก.ย.2476
5 Prawitsadar-1.jpg นายพันเอก พระวิสดารดุลยะรัถกิจ (เชย พันธุ์เจริญ) พ.ศ. 2476 - พ.ศ..2477
ลำดับ รูป รายนามอธิบดีกรมรถไฟ ดำรงตำแหน่ง
1 Praudom.jpg พล.ต.พระอุดมโยธาธิยุต พ.ศ. 2477 - พ.ศ. 2479
2 หลวงเสรีเริงฤทธิ์.jpg หลวงเสรีเริงฤทธิ์ (จรูญ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์) 1 ก.พ. 2479 - 10 มี.ค. 2485
3 Kuang.jpg พันตรี ควง อภัยวงศ์ มี.ค. 2485 - ก.ค. 2485
4 Chalor.jpg พ.อ.ขุนศรีศรากร (ชลอ ศรีศรากร) พ.ศ. 2485 - พ.ศ. 2486
5 Praudom.jpg พล.ต.พระอุดมโยธาธิยุต 17 ก.ย. 2486 - 2 พ.ย. 2486
6 Jarun sube.jpg นายจรูญ สืบแสง 2 พ.ย. 2486 - 15 ก.พ. 2488
7 Pun.jpg นายปุ่น ศกุนตนาค 19 ธ.ค. 2488 - 11 พ.ย. 2492
8 หลวงเสรีเริงฤทธิ์.jpg พลเอกจรูญ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ 11 พ.ย. 2492 - 30 มิ.ย. 2494
ลำดับ รูป รายนามผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ดำรงตำแหน่ง
1 หลวงเสรีเริงฤทธิ์.jpg พลเอกจรูญ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ 1 ก.ค. 2494 - 10 ก.ย. 2502
2 GelSawai.jpg พลเอกไสว ไสวแสนยากร 11 ก.ย. 2502 - 31 ธ.ค. 2507
3 RSR GOV1967.jpg พันเอกแสง จุละจาริตต์ 1 ม.ค. 2508 - 24 ก.พ. 2514
4 Arna.jpg นายอะนะ รมยานนท์ 25 ก.พ. 2514 - 31 ธ.ค. 2516
5 Tuan.jpg พลโททวน สริกขกานนท์ 1 ม.ค. 2517 - 1 พ.ค. 2519
6 GovSanga.jpg นายสง่า นาวีเจริญ 8 มิ.ย. 2519 - 30 เม.ย. 2522
7 GovTawat.jpg นายธวัช แสงประดับ 1 พ.ค. 2522 - 26 ก.ค. 2525
8 Banyong.jpg นายบันยง ศรลัมพ์ 27 ก.ค. 2525 - 30 ก.ย. 2529
9 Hirun.jpg นายหิรัญ รดีศรี 1 ต.ค. 2529 - 10 ธ.ค. 2531
10 Sherd.jpg นายเชิด บุณยะรัตนเวช 11 ธ.ค. 2531 - 31 ก.ค. 2532
11 GovSomchai.jpg นายสมชาย จุละจาริตต์ 1 ส.ค. 2532 - 28 ก.พ. 2535
12 Gov.Sommai.jpg นายสมหมาย ตามไท 1 มี.ค. 2535 - 29 ส.ค. 2537
13 Gov.sa.Photo.jpg นายเสมอ เชาว์ไว 30 ส.ค. 2537 - 30 ก.ย. 2539
14 Sarawoot tham.jpg นายสราวุธ ธรรมศิริ 1 ต.ค. 2539 - 2545
15 Jitsanti.jpg ดร.จิตต์สันติ ธนะโสภณ พ.ศ. 2545 – พ.ศ. 2549
16 Yuthana.jpg นายยุทธนา ทัพเจริญ พ.ศ. 2549 - พ.ศ. 2555
17 Prapas chongsanguan.jpg นายประภัสร์ จงสงวน พ.ศ. 2555 - ปัจจุบัน

หน่วยงานของการรถไฟแห่งประเทศไทยในภูมิภาค[แก้]

การรถไฟแห่งประเทศไทยมีหน่วยการเดินรถไฟกระจายอยู่ทั้ง 4 ภูมิภาคของแต่ละภาคโดยมีทั้งสิ้น 3 เขตลากเลื่อน

  • กองลากเลื่อนเขตนครราชสีมา (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)
  • กองลากเลื่อนเขตอุตรดิตถ์ (ภาคเหนือ)
  • กองลากเลื่อนเขตหาดใหญ่ (ภาคใต้)

เส้นทางเดินรถ[แก้]

    
การรถไฟแห่งประเทศไทย 
Head station
ท่านาแล้ง, ลาว
Unknown BSicon "GRENZE+WBRÜCKE"
สะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว แห่งที่ 1
หนองคาย
Station on track Head station
อุบลราชธานี
อุดรธานี
Station on track Station on track
ศรีสะเกษ
เชียงใหม่
Head station Station on track Straight track
ขอนแก่น
ลำพูน
Station on track Straight track Station on track
สุรินทร์
นครลำปาง
Station on track Station on track Straight track
บ้านไผ่
อุโมงค์ขุนตาน
Enter and exit tunnel Straight track Station on track
บุรีรัมย์
ศิลาอาสน์
Station on track Station on track Straight track
ชุมทางบัวใหญ่
ชุมทางบัวใหญ่
Straight track Junction to left Junction from right
ชุมทางถนนจิระ
อุตรดิตถ์
Station on track Straight track Station on track
ชุมทางถนนจิระ
จัตุรัส
Straight track Station on track Station on track
นครราชสีมา
ชุมทางบ้านดารา
Track turning from left Junction from right Junction from left Track turning right
สวรรคโลก
End station Straight track Straight track Unused continuation backward
รถไฟกัมพูชา
พิษณุโลก
Station on track Straight track Unknown BSicon "KBHFxa"
อรัญประเทศ
พิจิตร
Station on track Straight track Station on track
ปราจีนบุรี
นครสวรรค์
Station on track Junction to left Junction from right
ชุมทางแก่งคอย
ลพบุรี
Station on track Station on track Straight track
สระบุรี
ชุมทางบ้านภาชี
Track turning left Junction from right Straight track
สุพรรณบุรี
Head station Station on track Straight track
อยุธยา
นครปฐม
Unknown BSicon "ABZfg"
Transverse track + Unknown BSicon "v-STR+r" + Unknown BSicon "lvBHF-"
Junction from right Straight track
ชุมทางบางซื่อ
Straight track Unknown BSicon "vBS2+l" Station on track Straight track
ชุมทางบางซื่อ
ธนบุรี
Straight track End station Junction from left Unknown BSicon "ABZgf"
ชุมทางฉะเชิงเทรา
Junction to left Track turning from right End station Straight track
กรุงเทพ (หัวลำโพง)MRT (Bangkok) logo.svg
สะพานข้ามแม่น้ำแคว
Bridge over water Straight track Head station Straight track
วงเวียนใหญ่(สายแม่กลอง)
กาญจนบุรี
Station on track Straight track
End station + Abbreviated in this map
Straight track
มหาชัย(สายแม่กลอง)
น้ำตก
Station on track Straight track
Abbreviated in this map + Pier
Straight track
นั่งเรือข้าม แม่น้ำท่าจีน
น้ำตกไทรโยคน้อย
Unknown BSicon "KBHFxe" Straight track
Head station + Abbreviated in this map
Straight track
บ้านแหลม(สายแม่กลอง)
รถไฟพม่า
Unused continuation forward Straight track End station Straight track
แม่กลอง(สายแม่กลอง)
ราชบุรี
Station on track Station on track
ชลบุรี
เพชรบุรี
Station on track Track turning from left Junction to right
ชุมทางศรีราชา
หัวหิน
Station on track Non-passenger end station Straight track
ท่าเรือแหลมฉบัง
ประจวบคีรีขันธ์
Station on track Station on track
บางละมุง
บางสะพานน้อย
Station on track Station on track
พัทยา
ชุมพร
Station on track Track turning from left Junction to right
ชุมทางเขาชีจรรย์
หลังสวน
Station on track Straight track Non-passenger end station
มาบตาพุด
ละแม
Station on track Non-passenger end station
สัตหีบ
ไชยา
Station on track
คีรีรัฐนิคม
Transverse terminus from left Junction to right
ชุมทางบ้านทุ่งโพธิ์
สุราษฎร์ธานี
Station on track
ชุมทางทุ่งสง
Track turning from left Junction to right
ตรัง
Station on track Junction to left Track turning from right
ชุมทางเขาชุมทอง
กันตัง
End station Straight track End station
นครศรีธรรมราช
พัทลุง
Station on track
ชุมทางอู่ตะเภา
Unknown BSicon "eABZgl+l" Unknown BSicon "exKBHFr"
สงขลา
ชุมทางหาดใหญ่
Station on track
ชุมทางหาดใหญ่
Track turning from left Junction to right
ชายแดน ไทย/มาเลเซีย
Restricted border on track Station on track
ยะลา
ปาดังเบซาร์, มาเลเซีย
Station on track Station on track
สุไหงโกลก
รถไฟมาเลเซีย
Straight track Restricted border on track
ชายแดน ไทย/มาเลเซีย (ปิดทำการ)
 วูดแลนด์ส, สิงคโปร์ 
Continuation forward Station on track
รันเตาปันจัง, มาเลเซีย
 เจมัส 
Continuation to right Unknown BSicon "vSTRlg"
Unknown BSicon "vINT"
ปาเซมัส, มาเลเซีย
Unknown BSicon "vSTRe"
Straight track
รถไฟมาเลเซีย
Continuation forward
 ตุมปัต 

ปัจจุบันการรถไฟฯ มีระยะทางที่เปิดการเดินรถแล้ว รวมทั้งสิ้น 4,346 กิโลเมตร โดยเป็นทางคู่ช่วง กรุงเทพ - รังสิต ระยะทาง 31 กิโลเมตร และเป็นทางสามช่วง รังสิต - ชุมทางบ้านภาชี ระยะทาง 59 กิโลเมตร โดยมีเส้นทาง ดังนี้

และการรถไฟฯ ยังได้เปิดเดินเส้นทางรถไฟฟ้าจำนวน 1 เส้นทาง ระยะทาง 28.6 กิโลเมตร โดยให้บริษัท รถไฟฟ้า รฟท. จำกัด (SRT Electrified Train Co., Ltd. หรือ SRTET) ซึ่งเป็นบริษัทลูกที่ก่อตั้งขึ้นโดยได้รับความร่วมมือจาก Deutsche Bahn AG ประเทศเยอรมนี เป็นผู้ดำเนินการในการเดินรถ โดยเส้นทางดังกล่าวคือ รถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

นอกจากนั้นยังมีการสร้างทางอีกหลายเส้นทาง อาทิ สถานีรถไฟชุมทางคลองสิบเก้า - สถานีรถไฟชุมทางบ้านภาชี - สถานีรถไฟชุมทางแก่งคอย - สถานีรถไฟศรีราชา - สถานีรถไฟแหลมฉบัง - สถานีรถไฟชุมทางเขาชีจรรย์ - สถานีรถไฟมาบตาพุด และโครงการรถไฟฟ้าอีกสองเส้นทางคือ รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงอ่อน (ศาลายา - หัวหมาก) และรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงเข้ม (มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต - มหาชัย) หรือเรียกรวมๆ ได้ว่า โครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง)

นอกจากนี้ยังมีโครงการปรับปรุงรางที่สำคัญมากๆต่อการพัฒนารางคือ ขยาย รางให้เป็นรางคู่เพื่อให้สามารถทำความเร็วได้มากขึ้นลดเวลาการเดินทาง จุโบกี้สินค้าได้มากขึ้น จุผู้โดยสารได้มาก และประหยัดพลังงานมากขึ้นเนื่องจาก การขนส่ง เที่ยวหนึ่ง สามารถจุคนสินค้าได้มากกว่ารถยนต์ ซึ่งโครงการนี้จะเป็นการพัฒนาปรับปรุงการขนส่งทางรางให้มีประสิทธิภาพและดีขึ้นซึ่งปัจจุบันรางเดี่ยวไม่เหมาะที่จะขนส่งอีกต่อไป ซึ่งรางเดี่ยวจะเสียต้นทุนมาก โครงการที่สำคัญๆ ที่จะสร้าง คือ ชุมทางสระบุรีไป ปากนำโพ 118กม นครปฐมไปหัวหิน 165 กม มาบกะเบา ไป ชุมทางจิระ132 กม และ จิระไปขอนแก่น 185กม ประจวบ คีรีขันธ์ไปชุมพร 167กม โครงการเฟสแรกรวม 767 กม

กิจการด้านภาพยนตร์[แก้]

ปี 2465 พระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ซึ่งขณะนั้นทรงเป็นผู้บัญชาการกรมรถไฟหลวง ได้ทรงจัดตั้ง "กองภาพยนตร์เผยแพร่ข่าว กรมรถไฟหลวง" เพื่อทำหน้าที่ผลิตภาพยนตร์ข่าวสารและสารคดีเผยแพร่กิจการของกรมรถไฟหลวง ตลอดจนกิจการของกระทรวงทบวงกรมอื่นๆ ทั้งมวล รวมไปถึงบริการรับจ้างผลิตภาพยนตร์ให้แก่เอกชนทั่วไปด้วย นับได้ว่าเป็นการจัดตั้งหน่วยงานผลิตภาพยนตร์อย่างเป็นกิจลักษณะและใหญ่โตระดับชาติ กองภาพยนตร์เผยแผ่ข่าวได้ทำหน้าที่เป็นศูนย์ผลิตภาพยนตร์ ข่าวสารและสารคดีของชาติ การที่มีกองผลิตภาพยนตร์ในกรมรถไฟหลวงก็เพื่อสร้างภาพยนตร์ประชาสัมพันธ์ให้ คนไทยและชาวต่างประเทศนิยมท่องเที่ยวโดยใช้บริการของรถไฟ เพราะในขณะนั้นรถไฟเป็นสิ่งใหม่ สร้างภาพยนตร์ขึ้นมาเพื่อให้เห็นสถานที่น่าท่องเที่ยวต่างๆของไทย กรมรถไฟหลวงจึงกลายเป็นโรงเรียนในการสร้างคนที่จะผลิตภาพยนตร์เรื่องของไทยต่อไปในอนาคต ต่อมาเมื่อกิจการสร้างภาพยนตร์เรื่องบันเทิงของไทยเกิดขึ้นในปี 2470 ก็ได้อาศัยบุคลากรและอุปกรณ์ของกองภาพยนตร์เผยแผ่ข่าวนี้เองเป็นฐานสำคัญ เมื่อเกิดการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองประเทศตั้งแต่ปี 2475 แล้ว กิจการของกองภาพยนตร์เผยแผ่ข่าว กรมรถไฟหลวง ค่อยๆลดบทบาทลง เพราะรัฐบาลใหม่ในระบอบประชาธิปไตย ได้จัดตั้งกรมโฆษณาการ (คือ กรมประชาสัมพันธ์ในเวลาต่อมา) และตั้งแผนกภาพยนตร์ขึ้นในสำนักงานนี้ เพื่อทำหน้าที่ผลิตภาพยนตร์เผยแพร่กิจการของรัฐบาล ผลงานภาพยนตร์บางส่วนของกรมรถไฟหลวง มีดังนี้

  • ราชพิธีบรมราชาภิเษก (พ.ศ. 2468 ,ขาว-ดำ, เงียบ, 10 นาที )ภาพยนตร์ของ "กองภาพยนตร์เผยแผ่ข่าว กรมรถไฟหลวง" ทำขึ้นเพื่อจำหน่ายแก่ผู้สนใจ เก็บไว้เป็นที่ระลึก บันทึกเหตุการณ์พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่มีการบันทึก ภาพยนตร์พระราชพิธีสำคัญตามโบราณราชประเพณีของไทย แสดงพิธีกรรมสำคัญตามลำดับแต่ต้นจนตลอดพระราชพิธี
  • ชมสยาม (พ.ศ. 2473 ,ขาว-ดำ, เงียบ, 22 นาที )สร้างโดย "กองภาพยนตร์เผยแผ่ข่าว กรมรถไฟหลวง" โดยฝีมือของ หลวงกลการเจนจิต(เภา วสุวัต) ช่างถ่ายหนังสำคัญของสยามในยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นภาพยนตร์แนะนำประเทศสยามต่อชาวต่างชาติ ทำนองส่งเสริมการท่องเที่ยว เป็นตัวอย่างให้เห็นการมองตนเองและอวดตนเองต่อชาวต่างชาติ
  • นางสาวสุวรรณ (อังกฤษ: Miss Suwanna of Siam) เป็นภาพยนตร์ใบ้ แนวรักใคร่ ค.ศ.1923 ขนาดสามสิบห้ามิลลิเมตร ความยาวแปดม้วน เขียนบทและกำกับโดย เฮนรี แม็กเร (Henry MacRae) เป็นเรื่องแรกที่ถ่ายทำในประเทศสยาม (ต่อมาคือ ประเทศไทย) โดยฮอลลีวูด ที่ใช้นักแสดงชาวสยามทั้งหมด เริ่มถ่ายทำเมื่อต้นเดือนมีนาคมและสร้างเสร็จเมื่อเดือนมิถุนายน ในปี พ.ศ. 2465 โดยกรมรถไฟหลวงให้ความร่วมมือในการถ่ายทำ หลังจากถ่ายทำเสร็จ นายเฮนรี แม็กเร ได้มอบฟิล์มภาพยนตร์ให้แก่ กรมรถไฟหลวงไว้ 1 ชุด เป็นฟิล์มขนาด 35 มิลลิเมตร มีความยาว 8 ม้วน ต่อมาบริษัทสยามภาพยนตร์ได้ขออนุญาตกรมรถไฟหลวง นำมาฉายให้ประชาชนเป็นครั้งแรกมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2466 เพื่อเก็บเงินรายได้บำรุงสภากาชาดสยาม
  • โชคสองชั้น (Double Luck)เป็นภาพยนตร์ไทยเงียบ (Silent Film) สร้างโดยคนไทยสำเร็จเป็นครั้งแรกในนาม กรุงเทพภาพยนตร์ บริษัท (ต่อมาคือ ภาพยนตร์เสียงศรีกรุง) ของ มานิต วสุวัต ร่วมกับคณะหนังสือพิมพ์สยามราษฎร์ และศรีกรุง ถ่ายทำระบบ 35 มม. ขาวดำ จำนวน 6 ม้วน ประมาณ 90 นาที ฉายครั้งแรกเมื่อ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2470 ที่โรงภาพยนตร์พัฒนากร โดยจ้างทีมงานบางส่วน และอุปกรณ์การถ่ายทำ จาก"กองภาพยนตร์เผยแผ่ข่าว กรมรถไฟหลวง"

กิจการด้านทรัพยากรปิโตรเลียมบนบก[แก้]

ในปี พ.ศ. 2461 ชาวบ้านฝาง จังหวัดเชียงใหม่ พบน้ำมันไหลขึ้นมาบนผิวดิน บริเวณบ่อต้นขาม ต่างเล่าลือกันว่าเป็นน้ำมันศักดิ์สิทธิ์ นำมาใช้ทาตัวเพื่อรักษาโรคต่าง ๆ เมื่อเรื่องนี้ทราบถึงเจ้าหลวงเมืองเชียงใหม่ จึงสั่งให้ขุดบ่อกักน้ำมันไว้ เรียกกันว่า “บ่อเจ้าหลวง” หรือ “บ่อหลวง” ต่อมาพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ซึ่งขณะนั้นทรงเป็นผู้บัญชาการกรมรถไฟหลวง ทรงทราบถึงการค้นพบน้ำมันที่อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ จึงติดต่อว่าจ้าง “Mr. Wallace Lee” นักธรณีวิทยาชาวอเมริกัน ให้สำรวจน้ำมันและถ่านหินเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับรถจักรไอน้ำในกิจการรถไฟ ระหว่างปี พ.ศ. 2464 – 2465 นับเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยได้มีการใช้วิธีการทางด้านธรณีวิทยาในการสำรวจ แร่เชื้อเพลิง และปิโตรเลียมอย่างแท้จริง

กิจการด้านส่งเสริมการท่องเที่ยว[แก้]

ริเริ่มขึ้นโดยพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ได้ทรงส่งเรื่องราวเมืองไทยไปเผยแพร่ในสหรัฐฯ ต่อมาในปี 2467 ได้จัดตั้งแผนกโฆษณาของกรมรถไฟหลวงขึ้น ทำหน้าที่โฆษณาและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเดินทางมาประเทศไทย ต่อมาเมื่อทรงเลื่อนตำแหน่งเป็นเสนาบดีกระทรวงพาณิชย์และคมนาคม งานด้านส่งเสริมการท่องเที่ยวได้ย้ายไปอยู่ที่กระทรวงพาณิชย์และคมนาคมตามไปด้วย ก่อนที่จะพัฒนามาเป็นการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยในปัจจุบัน

กิจการด้านโรงแรม[แก้]

กรมรถไฟหลวงยังนับเป็นผู้บุกเบิกสำคัญ เช่น โรงแรมรถไฟหัวหิน ซึ่งปัจจุบัน คือ โรงแรมโซฟิเทลเซ็นทรัลหัวหินรีสอร์ท ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี 2465 มีเอกลักษณ์โดดเด่นด้านสถาปัตยกรรมยุโรป ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นโรงแรมตากอากาศที่หรูหราที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงนั้น โรงแรมรถไฟอีกแห่ง คือ โฮเต็ลวังพญาไท ซึ่งปัจจุบัน คือ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า นับว่าหรูหรามาก เนื่องจากดัดแปลงจากพระราชวังพญาไทมาเป็นโรงแรมเมื่อปี 2469 นอกจากนี้ ยังมีโรงแรมราชธานีที่สถานีรถไฟหัวลำโพง เปิดดำเนินการเมื่อปี 2470 นับเป็นโรงแรมที่ทันสมัยระดับแนวหน้าของไทย มีบริการอาหารแบบตะวันตก ห้องพักทุกห้องมีห้องน้ำในตัว มีทั้งน้ำร้อนและน้ำเย็น ไฟฟ้า พัดลม และโทรศัพท์ ฯลฯ

ด้านบุคคลากร[แก้]

พระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าบุรฉัตรไชยากร กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน นับแต่แรกที่ทรงปฏิบัติราชการในกรมรถไฟ พระองค์ทรงฝึกให้ข้าราชการไทย โดยการแนะนำสั่งสอนด้วยพระองค์เอง และโดยจัดให้มีนักเรียนสอบชิงทุนของกรมรถไฟหลวงออกไปศึกษาวิชาการรถไฟและการพาณิชย์ ณ ต่างประเทศ เพื่อเข้ามาสวมตำแหน่งสำคัญๆ แทนชาวต่างประเทศดั่งที่เคยจำเป็นต้องจ้างมาใช้แต่ก่อน ได้ทรงเริ่มนโยบายนี้เมื่อต้นปี พ.ศ. 2461 และรุ่นสุดท้าย ได้ส่งไปในปี พ.ศ. 2466 รวมเป็นนักเรียน 51 คน นโยบายนี้ได้รับผลอันสมบูรณ์ราวต้นปี พ.ศ. 2475 นอกจากนั้น ยังทรงรับโอนนักศึกษาไทยที่ศึกษาอยู่ ณ ต่างประเทศแล้วของกรมกองอื่นๆ มาเป็นนักเรียนใช้ทุนของกรมรถไฟหลวงก็อีกหลายนาย ทรงเป็นผู้ก่อกำเนิดชักนำให้ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ผู้น้อยในกรมรถไฟมีความรู้สึกฉันมิตรซึ่งกันและกัน ร่วมมือฏิบัติราชการโดยมิให้เป็นไปเยี่ยงนายกับบ่าว ความร่วมเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวของข้าราชการกรมรถไฟนับแต่สมัยพระองค์ทรงบังคับบัญชา เป็นผลความเจริญแก่กรมรถไฟมาจนทุกวันนี้ และกรมรถไฟหลวงยังเป็นแหล่งผลิตวิศวกรไปยังงานก่อสร้างที่สำคัญของประเทศอีกหลายหน่วยงาน

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]