รถบ้าน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
รถบ้าน
รถบ้าน

รถบ้าน (อังกฤษ: Recreational vehicle: RV) เป็นรถที่สามารถใช้เป็นที่อยู่อาศัยชั่วคราวได้ และเวลาไปเที่ยวที่ไหนก็อาจขับรถบ้านไปได้โดยเราไม่จำเป็นต้องพักโรงแรมหรือกางเต็นท์ รถบ้านโดยส่วนมากจะเป็นรถตู้, รถบัส หรือรถกระบะดัดแปลง

ในอเมริกาเหนือและสหราชอาณาจักรรถบ้านโดยทั่วไปมักหมายถึงยานยนตร์ที่ประกอบด้วยบริเวณที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยที่มีอุปกรณ์ต่างๆ ที่คล้ายคลึงกับที่มีในบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ที่มักจะรวมทั้งครัว, ห้องน้ำ, บริเวณที่ใช้หลับนอน และ บริเวณที่ใช้นั่งเล่น พักผ่อน และรับประทานอาหาร ในประเทศอื่นอาจจะใช้คำว่า “รถคาราวาน” หรือคำว่า “รถแคมพ์” (Campervan) มากกว่า และตัวรถที่เป็นรถบ้านก็แตกต่างกันออกไป แต่โดยทั่วไปแล้วรถบ้านในประเทศอื่นๆ จะมีขนาดย่อมกว่าที่ใช้กันในสหรัฐอเมริกา

วัตถุประสงค์ของรถบ้านมีด้วยกันหลายประการ ตั้งแต่ใช้ในการท่องเที่ยวพักผ่อนระยะสั้น ไปจนถึงการเป็นที่อยู่อาศัยอย่างถาวร ในกรณีหลังนี้ก็มักจะจอดตามสถานที่เฉพาะกิจที่เรียกว่า “Trailer park” (ซึ่งต่างกับที่จอดรถบ้านประเภทอื่น) นอกจากการเป็นเจ้าของรถบ้านเองแล้ว รถบ้านก็มีบริการให้เช่าในประเทศต่างๆ ทั่วโลก นอกจากจะใช้สำหรับการท่องเที่ยวพักผ่อนแล้ว รถบ้านก็ยอาจจะใช้สำหรับสำนักงานเคลื่อนที่สำหรับนักธุรกิจหรือผู้ประกอบการที่จำเป็นต้องเดินทางบ่อยครั้ง รถประเภทหลังนี้ผู้เป็นเจ้าของอาจจะสั่งสร้างพิเศษ เช่นมีห้องทำงาน, เพิ่มระบบไฟฟ้าให้มีพลังสำหรับการใช้สอยเพิ่มขึ้น, ติดตั้งระบบอินเทอร์เน็ตที่ใช้ดาวเทียมเป็นต้น

ประวัติ[แก้]

ต้นฉบับของรถเกวียนที่วิวัฒนาการมาเป็นรถบ้าน

พจนานุกรมสมัยใหม่ให้ความหมายของคำว่า “คาราวาน” ว่าคือ “รถแคมพ์ที่มีอุปกรณ์สำหรับการใช้เป็นที่อยู่อาศัย” และให้ความหมายของคำว่า “รถแคมพ์” ว่าคือ “รถที่ใช้ในการบันเทิงที่ประกอบด้วยอุปกรณ์สำหรับการใช้เป็นแคมพ์ระหว่างการเดินทาง” รถบ้านเมื่อแรกเริ่มเป็นรถที่ออกแบบเพื่อใช้เฉพาะกิจ มิใช้เพื่อการบันเทิง เช่นใช้เป็นที่อยู่อาศัยสำหรับศิลปินที่ต้องเดินทางเพื่อหาผู้ชมงาน, สำหรับลูกจ้างผู้จำเป็นต้องเดินทางไปทำงานกับนายจ้างที่อยู่ห่างไกล หรือในการเดินทางไปยังที่อยู่อาศัยไหม่ที่ตั้งอยู่ไกลออกไป

ในยุโรป รถเกวียน (wagon) ที่สร้างสำหรับเป็นที่อยู่อาศัยที่มิใช่เป็นแต่เพียงเพื่อการบรรทุกผู้โดยสารหรือสินค้า วิวัฒนาการขึ้นในฝรั่งเศสราวปี ค.ศ. 1810 รถประเภทนี้นำมาใช้ในอังกฤษสำหรับคณะละครสัตว์มาตั้งแต่คริสต์ทศวรรษ 1820 แต่ยิบซีเพิ่งเริ่มมาใช้คาราวานเป็นที่อยู่อาศัยมาตั้งแต่ราวคริสต์ทศวรรษ 1850[1]

รถเกวียนปิดประทุน (Covered wagon) ที่เป็นพาหนะที่มีบทบาทสำคัญในการบุกเบิกทางตะวันตกของทวีปอเมริกาเหนือโดยชนผิวขาวตั้งแต่ราวปี ค.ศ. 1745 ก็เป็นรถบ้านประเภทหนึ่ง รถเกวียนปิดประทุนที่พร้อมสรรพก็จะมีบริเวณสำหรับเป็นที่อยู่อาศัย ในขณะเดียวกันก็เป็นพาหนะสำหรับการโยกย้ายและขนสเบียงและเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ไปด้วยในตัว[2]

ในแคนาดารถบ้านสมัยแรกสร้างจากโครงรถหรือรถบรรทุกราวตั้งแต่ปี ค.ศ. 1910[3] เมื่อมาถึงคริสต์ทศวรรษ 1920 อุตสาหกรรมการผลิตรถบ้านก็มั่นคงขึ้นในสหรัฐอเมริกา แม้ว่าถนนหนทางและที่จอดยังไม่ดีเท่าที่ควรก็ตาม[4]

ในออสเตรเลียรถบ้านคันแรกที่สุดสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1929 ที่ในปัจจุบันตั้งแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์กูลวา รถคันนี้ได้รับการับรองจากทั้งพิพิธภัณฑ์แห่งชาติแห่งออสเตรเลีย และพิพิธภัณฑ์ยานยนตร์แห่งชาติแห่งออสเตรเลียว่าเป็นรถบ้านคันแรกของออสเตรเลีย[5]

ระหว่างปลายคริสต์ทศวรรษ 1920 จนถึงต้นคริสต์ทศวรรษ 1960 กลุ่มผู้บำรุงรักษาและดูแลรถไฟในออสเตรเลียใต้ที่ทำงานห่างไกลออกไปและต้องพำนักอาศัย ณ ที่ปฏิบัติงานพำนักอาศัยในรถบ้านที่สร้างโดยบริษัทรถไปแทนที่จะอยู่ในเต็นท์เช่นที่เคยเป็นมา รถบ้านดังกล่าวสร้างจากตู้รถไฟขนาดสั้นที่ยาวราว 6.1 เมตร และมีล้อที่ทำด้วยไม้และยางที่ตันและและลูกลื่น[6]

ในสหรัฐอเมริกาอุตสาหกรรมการสร้างรถบ้านสมัยใหม่เริ่มขึ้นตั้งแต่ปลายคริสต์ทศวรรษ 1920 ถึง 1930 (ไม่นานหลังจากการเริ่มอุตสาหกรรมการสร้างรถยนต์) ที่เริ่มจากการสร้าง “บ้านเคลื่อนที่” (House trailer หรือ trailer coach) กิจการในสมัยแรกเป็นธุรกิจขนาดย่อมที่สร้างกันในโรงรถ หรือสนามหลังบ้าน เมื่อมาถึงคริสต์ทศวรรษ 1950 กิจการการสร้างบ้านเคลื่อนที่ก็เริ่มขยายตัวขึ้น บ้านเคลื่อนที่ที่สร้างขึ้นก็มีขนาดใหญ่ขึ้น และกลายมาเป็นกิจการที่แยกเป็นอิสระจากการสร้างรถบ้าน ระหว่างคริสต์ทศวรรษ 1950 ผู้สร้างรถพ่วงก็เริ่มสร้างรถบ้านที่เป็นพาหนะที่ใช้เป็นที่อยู่อาศัยได้และสามารถเคลื่อนย้ายด้วยตนเองได้

ประเภท[แก้]

รถบ้านแยกออกเป็นกลุ่มต่างๆ ดังนี้:[7]

ภาพ ประเภท ลักษณะ
Powerhouse Coach - luxury motor coach based on Volvo NH12.jpg รถบ้านประเภท A
Class A motorhome
รถบ้านที่อาจจะสร้างขึ้นจากโครงรถบรรทุกที่ใช้ในการค้า, จากโครงรถที่ออกแบบพิเศษสำหรับการสร้างเป็นรถบ้านโดยเฉพาะ, หรือ จากโครงรถประจำทาง ตัวรถที่มีด้านข้างที่ขยายเลื่อนออกไปจากตัวรถที่กว้างกว่าความกว้างของถนนเริ่มปรากฏขึ้นในปี ค.ศ. 1989 เป็นความเปลี่ยนแปลงก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมการสร้างรถบ้าน[8]
Busconversion.jpg รถบ้านแปลงจากรถประจำทาง
Bus Conversion
รถบ้านที่แปลงจากรถประจำทางสาธารณะ มักจะเป็นรถประเภทที่มีการติดตั้งอุปกรณ์อันหรูหราฟุ่มเฟือยกว่ารถบ้านประเภทอื่น และจะเป็นรถบ้านที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดารถบ้านประเภทต่างๆ
Adria Van weiß vr.jpg รถบ้านประเภท B
Class B campervan
รถบ้านที่แปลงมาจากรถแวนที่อาจจะยกหลังคาให้สูงขึ้น หรือแทนที่ตอนท้ายรถด้วยตัวรถบ้านแบบต่ำ ในออสเตรเลีย รถบ้านประเภท B ค่อนข้างจะแตกต่างจากรถแคมพ์ที่จะใช้รถแวนขนาดใหญ่ ที่อาจจะมีน้ำหนักถึง 4500 กิโลกรัม และยาวถึง 6.4 เมตร ซึ่งรถแคมพ์ของออสเตรเลียจะมีขนาดเล็กกว่านั้นมากเช่นโตโยต้าไฮเอซ ขณะเดียวกันก็มีรถที่อยู่ระหว่างสองขนาดที่อาจจะสร้างจากโครงรถฟอร์ดทรานซิท, เมอร์เซเดส-เบนซ์สปรินเตอร์, เฟียตดูคาโต และไอเวโค[9] ที่ทำให้การแยกแยะประเภทรถบ้านกำกวมขึ้น
Adriatik Alkoven Wohnmobil Fiat l.jpg รถบ้านประเภท C
Class C motorhome
รถบ้านที่สร้างขึ้นจากโครงรถบรรทุกที่เชื่อมโดยตรงกับส่วนที่เป็นบริเวณที่อยู่อาศัย (cab) รถบ้านประเภท C ในสหราชอาณาจักรที่บางครั้งเรียกว่ารถบ้านเล็ก (mini-motorhome) มีลักษณะเดียวกับรถบ้านประเภท B ขนาดใหญ่ของออสเตรเลีย ที่โครงที่นิยมกันสร้างจากโครงรถฟอร์ดทรานซิท, เมอร์เซเดส-เบนซ์สปรินเตอร์, เฟียตดูคาโต และไอเวโค รถบ้านประเภทนี้อาจจะมีเพดานเหนือผู้ขับต่ำ หรือยกสูงขึ้นไปเป็นที่เก็บของหรือที่ใช้เป็นที่นอนที่เรียกว่า “โหนกรถ
Lancesnow.jpg รถบ้านแบบซ้อนท้าย
Truck camperหรือ
demountable
ตัวรถบ้านประเภทนี้แยกเป็นอิสระจากตัวรถ การเคลื่อนย้ายทำได้โดยการยกซ้อนขึ้นบนท้ายรถกะบะเมื่อต้องการที่จะเคลื่อนย้าย
JaycoPopupCamper-2009-11-17.jpg รถบ้านแบบพับ
Popup camper หรือ
folding trailer หรือ
tent camper
รถพ่วงแบบเบาที่กางออกมาเป็นที่นอนและเต็นท์ เมื่อขับก็พับลงคล้ายรถกะบะที่ใช้ในการลากจูงหรือเก็บรักษาไว้ต่างหากเมื่อไม่ใช้
Polar 550 GLS.jpg รถบ้านแบบพ่วง
Travel trailer
ตัวรถบ้านประเภทนี้แยกเป็นอิสระจากตัวรถ การเคลื่อนย้ายทำได้โดยการใช้รถยนต์ลากจูง รถบ้านประเภทนี้เรียกกันในสหราชอาณาจักรว่า “คาราวาน”
Teardroptrailer.jpg รถบ้านแบบหยาดน้ำตา
Teardrop trailer
เป็นรถบ้านแบบรถพ่วงขนาดเล็กที่มีลักษณะคล้ายหยาดน้ำตา บางครั้งก็อาจจะมีขนาดเล็กพอที่จะลากจูงได้โดยจักรยานยนต์
KZHybridTrailer-2009-12-08.JPG รถบ้านลูกผสม
Hybrid trailer
เป็นรถบ้านที่มีลักษณะที่ผสานระหว่างรถบ้านแบบพ่วงและรถบ้านแบบพับ
HRV WC Greystone 2011Ext01.jpg รถบ้านห้าล้อ
Fifth-wheel trailer
ตัวรถบ้านประเภทนี้แยกเป็นอิสระจากตัวรถ การเคลื่อนย้ายทำได้โดยการลากจูงโดยรถกะบะหรือรถบรรทุกเมื่อต้องการที่จะเคลื่อนย้าย โดยใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า “fifth wheel coupling” ตัวรถบ้านยื่นออกมาเหนือบริเวณคนขับของรถที่ใช้ลาก รถบ้านห้าล้อขนาดใหญ่อาจจะยาวกว่า 12 เมตรและหนักถึง 8,200 กิโลกรัม
รถบ้านแบบถาวร
Park model
(Vacation/Resort Cottage)
รถบ้านประเภทนี้เป็นรถบ้านแบบพ่วงที่มีขนาดใหญ่—มักจะยาวถึง 35 ถึง 45 ฟุต—ที่ต้องเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ก่อนที่จะอยู่อาศัยได้ รถบ้านประเภทนี้จำเป็นต้องจอดตามแค็มพ์เท่านั้น ซึ่งไม่เหมือนกับรถบ้านประเภทอื่นที่มีอุปกรณ์พร้อมสรรพในตัว แม้ว่ารถบ้านประเภทนี้จะออกแบบให้จอดอยู่กับที่ แต่ก็ไม่ถือว่าเป็นบ้านเคลื่อนที่ (mobile home) เพราะรถบ้านประเภทนี้อาจจะถูกลากจูงเคลื่อนย้ายเป็นบางครั้ง

องค์ประกอบ[แก้]

ตัวรถ[แก้]

ภายในตัวรถ

อย่างน้อยที่สุดตัวรถบ้านก็จะประกอบด้วยเตียง, โต๊ะ, บริเวณสำหรับประกอบอาหาร และ บริเวณที่ใช้สำหรับเก็บของ รถบ้านที่มีขนาดใหญ่ก็อาจจะมีห้องน้ำเต็มตัว, ตู้เย็น, บริเวณสำหรับพักผ่อนและนั่งเล่น, ห้องนอนเอก และอื่นๆ รถบ้านบางคันก็อาจจะมีระบบอินเทอร์เน็ต และ/หรือโทรทัศน์ที่ใช้ดาวเทียม, ด้านข้างตัวรถที่เลื่อนให้กว้างออกไปได้เมื่อจอด, ผ้าใบที่กางออกมาจากข้างรถที่ใช้ในการหลบแดดหลบฝน, แกนที่ใช้สำหรับลากรถขนาดเล็ก และ ถ้าคันที่มีขนาดใหญ่จริงๆ ก็อาจจะบรรจุรถขนาดเล็กไว้ภายในได้ ราคารถบ้านก็อาจจะเริ่มตั้งแต่ 10,000 ไปจนถึงกว่า 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ เช่นรถเทอร์ราวินด์ที่มีราคาตั้งแต่ 800,000 ดอลลาร์สหรัฐ[10]

นอกจากรถบ้านที่สร้างโดยโรงงานแล้ว ก็ยังมีนักนิยมรถบ้านที่ประกอบรถบ้านด้วยตนเองจากรถ, รถแวน, รถรับส่งนักเรียน, รถประจำทาง และรถบรรทุก

ที่จอด[แก้]

แค็มพ์จอดรถบ้านในอังกฤษ
ที่จอดรถบ้านสาธารณะแห่งหนึ่งในเยอรมนี
ป้ายแสดงที่จอดรถบ้านสาธารณะ

ผู้ใช้รถบ้านก็อาจจะจอดรถได้ตามแค็มพ์จอดรถบ้าน (RV par หรือ Campsite) ที่ส่วนใหญ่จะมีไฟฟ้า, น้ำ และ ระบบทิ้งของเสีย รวมทั้งโทรทัศน์เคเบิล และอินเทอร์เน็ตไร้สาย นอกจากนั้นที่จอดรถบ้านก็อาจจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกหรือสร้างความบันเทิงอื่นๆ เช่นสระว่ายน้ำ ห้องกีฬา ร้านขายอาหาร ภัตตาคาร

แค็มพ์จอดรถบ้านบางแห่งก็อาจจะเป็นเพียงที่จอดรถโดยไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกอื่นใด ในสหราชอาณาจักรและยุโรปนอกไปจากแค็มพ์จอดรถบ้านแล้วที่จอดรถบ้านก็อาจจะเป็นเพียงบริการส่วนบุคคลขนาดเล็ก ที่เจ้าของกิจการที่อาจจะเป็นเจ้าของบ้าน ฟาร์ม หรือภัตตาคารมีที่ให้รถบ้านจอดสองสามคันเพื่อหารายได้พิเศษ ที่จอดประเภทนี้จะมีราคาต่ำกว่าที่จอดรถบ้านที่เป็นทางการ และมักจะไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้

นอกไปจากแค็มพ์จอดรถบ้านอย่างเป็นทางการแล้ว แต่ละประเทศก็มีกฎเกี่ยวกับการอนุญาตหรือการไม่อนุญาตให้จอดที่แตกต่างกันไป เช่นในสหรัฐอเมริการถบ้านอาจจะจอดตามอุทยานท้องถิ่น, อุทยานแห่งรัฐ และอุทยานแห่งชาติได้กรมป่าไม้แห่งสหรัฐอเมริกา และ กรมการบริหารที่ดินแห่งสหรัฐอเมริกาต่างก็มีบริการที่จอดรถบ้านโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

ในฝรั่งเศส, เยอรมนี และ อิตาลี (อังกฤษ: Stopover, ฝรั่งเศส: Aire de service, เยอรมัน: Stellplatz, อิตาลี: Aree di Sosta) มีระบบเครือข่ายของการบริการจอดรถบ้านที่นอกเหนือไปจากที่จอดรถบ้านที่เป็นแค็มพ์อย่างกว้างขวางทั่วประเทศ ลานจอดรถบ้านสาธารณะนอกแค็มพ์นี้ส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ติดกับหมู่บ้านหรือเมือง หรืออาจจะอยู่กลางเมือง ลานที่จอดอาจจะเป็นลานจอดรถทั่วไปของตัวเมือง ลานจอดรถของคริสต์ศาสนสถาน สถานีตำรวจ ตึกเทศบาลเมือง ซูเปอร์มาร์เก็ต และอื่นๆ ที่มีป้ายกำหนด จำนวนรถที่ให้จอดก็มีตั้งแต่สำหรับคันเดียวไปจนถึง สามถึงสี่สิบคันแล้วแต่ความนิยมของเมือง ราคาก็ตั้งแต่ไม่คิดไปจนถึงราว 3 ถึง 5 ยูโรโดยเฉลี่ย บริการก็จะมีตั้งแต่เป็นเพียงที่จอดรถเท่านั้น บางครั้งก็อาจจะมีไฟฟ้า, น้ำประปา และ ที่ทิ้งของเสียด้วย วัตถุประสงค์ของที่จอดรถประเภทนี้ก็เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้กระจายกันไปในท้องถิ่น ดึงดูดลูกค้า และ เป็นการบริการสาธารณะโดยทั่วไป เช่นบริการลานจอดรถบ้านตามริมฝั่งทะเลทางตอนเหนือของฝรั่งเศส

การจอดรถประเภทที่นอกเหนือไปจากแบบต่างๆ ดังกล่าวก็ได้แก่ การจอดรถแบบ “ค่ำไหนนอนนั่น” ที่เรียกว่า “boondocking” ในสหรัฐอเมริกา หรือ “Wildcamping” ในสหราชอาณาจักร การจอดดังกล่าวก็มิใช่ว่าจะจอดกันพร่ำเพรื่อ แต่จะมี “แนวปฏิบัติ” ที่ใช้กันเช่นไม่จอดหน้าบ้านใคร รักษาความสะอาด ไม่ทำเกลื่อนกลาด หรือ จอดเพียงคืนเดียวเป็นต้น

ข้อดีและข้อเสีย[แก้]

การใช้รถบ้านมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือความสามารถในการนำความสะดวกสบายของบ้านตามไปกับการท่องเที่ยว, ความเป็นอิสระในการท่องเที่ยว จากการสามารถที่จะเดินทางไปยังสถานที่ไกลออกไปจากการบริการขนส่งสาธารณะ, การหยุดพักระหว่างทางเพื่อรับประทานอาหาร ยืดแข้งยืดขา เข้าห้องน้ำเป็นไปได้อย่างสะดวกสบายโดยเฉพาะในบริเวณที่ห่างไกลผู้คนและขาดการบริการ, ความมีอิสระจากการผูกพันกับการจองโรงแรม การจัดกระเป๋าและการย้ายโรงแรมทุกวันสองวัน และ การเข้าการออกตามกฎของโรงแรมโดยเฉพาะเมื่องเดินทางในฝรั่งเศส, เยอรมนี และ อิตาลี, การลดค่าใช้จ่ายจากการทำอาหารเอง และจากค่าที่พัก

ข้อเสียคือค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับน้ำมัน สำหรับผู้ที่คุ้นเคยกับความเป็นอยู่ในบ้านกว้างๆ อาจจะพบว่าการอาศัยอยู่ในรถบ้านมีความรู้สึกเหมือนถูกบีบ และขนาดของรถถ้าใหญ่นักก็ไม่อาจจะเดินทางซอกแซกได้โดยเฉพาะในยุโรป แต่รถบ้านขนาดสั้นกว่า 7 เมตร และ น้ำหนักต่ำกว่า 3,500 กิโลกรัมจะท่องเที่ยวได้โดยทั่วไปในยุโรปโดยไม่มีปัญหา

วิถีชีวิต[แก้]

โดยทั่วไปแล้วสามัญทัศน์ของบุคคลภายนอกที่มีต่อผู้ใช้ชีวิตในรถบ้านเต็มเวลาจะเห็นว่าเป็นผู้ที่มีฐานะยากจนและไม่มีรายได้พอที่จะมีบ้านเป็นของตนเอง แต่อันที่จริงแล้วก็มีผู้คนมากขึ้นทุกทีที่ตัดสินใจขายบ้าน และหันมาเลือกการใช้ชีวิตพำนักอาศัยในรถบ้านอย่างถาวร ทั้งที่ค่าใช้จ่ายก็มิได้ถูกกว่าการมีบ้านเรือนเป็นของตนเอง บ้างก็มีทั้งบ้านและรถบ้าน ส่วนใหญ่แล้วการตัดสินใจที่จะพำนักอาศัยในรถบ้านอย่างถาวรนั้นเป็นการตัดสินใจที่มีสาเหตุมาจากการเลือกวิถีชีวิตที่ต้องการ มากกว่าที่จะมาจากปัญหาทางเศรษฐกิจ

นอกจากการเลือกใช้ชีวิตดังกล่าวแล้ว รถบ้านแบบพ่วงก็ยังใช้เป็นที่พำนักชั่วคราวของผู้ที่ต้องทำงานห่างไกลจากบ้านเรือนของตนเองเป็นระยะยาว, ผู้ที่เดินทางทำธุรกิจ หรือผู้ไม่มีที่อยู่อาศัยเนื่องมาจากภัยธรรมชาติ

ผู้ใช้รถบ้านอย่างถาวรหรือเกือบถาวรประกอบด้วยผู้ที่มีความสนใจในการท่องเที่ยวหรือเดินทาง แทนที่จะอยู่เป็นที่เป็นทาง บ้างก็อาจจะเดินทางลงไปยังบริเวณที่มีอากาศร้อนระหว่างฤดูหนาวและเดินทางกลับถิ่นฐานเมื่ออากาศอุ่นขึ้น ในสหรัฐอเมริกาผู้ที่ใช้ชีวิตประเภทนี้เรียกกันว่า “Snowbird” ในออสเตรเลียนักเดินทางผู้สูงอายุผู้ปลดเกษียณแล้วเรียกกันว่า “grey nomad” (ชนร่อนเร่หัวขาว)

ในปัจจุบันนอกไปจากผู้สูงอายุแล้วหนุ่มสาวหรือคนวัยกลางคนก็เริ่มหันมาสนใจในการดำรงชีวิตแบบเร่ร่อนโดยใช้รถบ้านกันมากขึ้นที่เรียกกันว่า “fulltimer” หรือ “H.O.W.” (Houses On Wheels-บ้านบนล้อ) ความก้าวหน้าในด้านการโทรคมนาคม และ การติดต่อสื่อสารทางไกลกับสำนักงานผ่านอินเทอร์เน็ตเป็นเรื่องที่ทำกันได้อย่างง่ายดาย ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ความจำเป็นในการอยู่เป็นที่เป็นทางลดถอยลง ซึ่งทำให้การใช้ชีวิตอย่างเร่ร่อนทำได้ง่ายขึ้น

อุปกรณ์ที่มีในรถบ้าน[แก้]

รถบ้านในปัจจุบันมักจะมีองค์ประกอบหลายประการเพิ่มเติมจากรถทั่วไป เช่น:

ศัพท์[แก้]

ตัวอย่างบริเวณทิ้งน้ำเสียและเติมน้ำในฝรั่งเศส
ตัวอย่างเสาจ่ายน้ำและที่ทิ้งของเสีย
ชายคาบังแดด (Awning) 
ส่วนที่ม้วนติดกับด้านข้างด้านประตูรถ และตอนบนของตัวรถที่ยืดแล้วออกมากลายเป็นชายคาสำหรับบังแดด
แบตเตอรี่ 
รถบ้านส่วนใหญ่จะมีแบตเตอรี่นอกไปจากแบตเตอรี่รถที่ใช้เก็บสะสมพลังงานที่มาจากการขับรถ และจากแผ่นเซลล์สุริยะเพื่อใช้ในกิจการต่างๆ ในรถที่ต้องใช้ไฟฟ้า
น้ำเทา (Graywater) 
เป็นน้ำจากการอาบน้ำ หรือ ล้างถ้วยชาม
ถังเก็บน้ำเทา (Glackwater tank) 
เป็นถังสำหรับเก็บน้ำเสีย เมื่อเต็มหรือใกล้จะเต็ม ก็จะเปิดท่อหรือต่อสายไปยังบริเวณถ่ายทิ้งน้ำเสียในแค็มพ์จอดรถบ้านหรือที่ทิ้งน้ำเสียอื่นตามที่ระบุไว้
น้ำดำ (Blackwater) 
เป็นของเหลวจากส้วม
ถังเก็บน้ำดำ (Blackwater tank) 
เป็นถังสำหรับเก็บของเหลวจากส้วม เมื่อเต็มหรือใกล้จะเต็ม ก็จะเปิดท่อหรือต่อสายไปยังบริเวณถ่ายทิ้งน้ำเสียในแค็มพ์จอดรถบ้านหรือที่ทิ้งน้ำเสียอื่นตามที่ระบุไว้ หรือในยุโรปก็เททิ้งและล้างถัง
สารเคมี (สำหรับถังเก็บน้ำดำ) 
ลักษณะของส้วมในรถจะคล้ายส้วมหลุมซึ่งมีกลิ่น การช่วยกำจัดกลิ่นก็อาจจะใช้สารเคมีโดยเฉพาะ หรือติดตั้งทางระบายอากาศออกสู่ด้านนอก
ช่องเติมน้ำ (Water Hookup) 
เป็นช่องสำหรับเติมน้ำในแท้งค์น้ำใช้ ที่ต่อมาจากสายยางจากก๊อก
ช่องเสียบไฟ (Electric Hookup) 
เป็นปลั๊กไฟที่ใช้เสียบต่อระหว่างไฟฟ้าของที่จอดรถกับตัวรถ
เครื่องปั่นไฟ (Generator)  
คอนเวิร์ตเตอร์ (Converter)  
อุปกรณ์เปลี่ยนกระแสไฟให้เป็น 12 โวลต์เพื่อใช้ในยานพาหนะ
อินเวิร์ตเตอร์ (Inverter)  
อุปกรณ์เปลี่ยนกระแสไฟจาก 12 โวลต์จากยานพาหนะให้เป็น 220 หรือ 120 โวลต์เพื่อใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ
สถานีทิ้งของเสีย (Dump Station)  
สถานที่สำหรับทิ้งน้ำเสียและของเสียจากส้วม

ดูเพิ่ม[แก้]

ดูเพิ่มเติมที่

อ้างอิง[แก้]

  1. "History of the Vardo (Gypsy Caravan)". ValleyStream Media,. 2009. 
  2. "Inside a pioneer covered wagon", Robin Flinchum, PageWise, Inc, 2002
  3. "From Past to Present 1901 - 1910", RVHotlineCanada.com, 2003
  4. "RV History", RV/MH Heritage Foundation, retrieved 2009
  5. "Pop Kaesler's Motorhome", Campervan and Motorhome Club of Australia, retrieved 2009
  6. "Heritage Caravan", History Trust of South Australia, 2003
  7. "Go Rving RV roundup". Gorving.com. Go RVing Canada. สืบค้นเมื่อ 2007-08-26. 
  8. "The Era of the Slideout Room" Retrieved 23 October 2008
  9. "Feel at home on the road", The Courier-Mail (Brisbane), 19 June 2010 
  10. "CAMI", Cool Amphibious Manufacturers International's Terra Wind.

ศูนย์รวมรถบ้าน

ลิงก์อื่นๆ[แก้]