ยุทธการเธอร์มอพเพอะลี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ยุทธการแห่งเธอร์มอพเพอะลี
เป็นส่วนหนึ่งของ สงครามกรีก-เปอร์เซีย
Thermopylae ancient coastline large.jpg
ช่องเขาเธอร์มอพเพอะลีในปัจจุบัน
วันที่ 7 สิงหาคม[1] หรือ 8-10 กันยายน[2] 480 ปีก่อนคริสต์ศักราช[3]
สถานที่ เธอร์มอพเพอะลี กรีซ
ผลลัพธ์ จักรวรรดิเปอร์เซียได้รับชัยชนะ
คู่ขัดแย้ง
พันธมิตรชาวกรีก จักรวรรดิเปอร์เซีย
ผู้บัญชาการหรือผู้นำ
เลโอนิดาสที่ 1  เซอร์เซสที่ 1
มาร์โดนิอัส
อัลตาพานัส
กำลัง
ทหารสปาร์ตา 300 นาย
ทหารธีปส์ 400 นาย
ทหารเธสเปียน 700 นาย
ชนชั้นทาส 900? คน
ทหารโฟเซีย 1,000 นาย
พันธมิตรชาวกรีกอื่น ๆ อีก 2,800 นาย
รวม: 6,100? นาย

รวม:
5,200+ นาย (เฮโรโดตุส)
~2,080,000 นาย (เฮโรโดตุส)[4]
~200,000 นาย (ค่าประมาณการในปัจจุบัน)
กำลังพลสูญเสีย
เสียชีวิต 1,000-4,000 นาย[5]
ตกเป็นเชลย ~400 นาย
~20,000 นาย (เฮโรโดตุส)[6]
ทหารชาวกรีกเหล่านี้ถูกถอนกำลังออกจากการรบในวันสุดท้าย และให้กองทัพที่เหลือต้านทานกองทัพเปอร์เซียต้านทานทางด้านหลัง[7]
เป็นตัวเลขที่ถูกบันทึกไว้ในยุคโบราณ
จำนวนความสูญเสียอย่างต่ำ ทหารสปาร์ต้า 300 นาย และทหารเธสเปียน 700 นาย
ทหารธีปส์ประมาณ 400 นาย (ความสูญเสียน้อยกว่านั้นมาก)

ยุทธการแห่งเธอร์มอพเพอะลี (อังกฤษ: Battle of Thermopylae) เกิดขึ้นในปี 480 ปีก่อนคริสตกาล พันธมิตรรัฐกรีกตั้งรับการรุกรานของจักรวรรดิเปอร์เซีย ณ ช่องเขา เธอร์มอพเพอะลี ในกรีซตอนกลาง กองทัพกรีกเสียเปรียบด้านจำนวนอย่างมหาศาล แต่ก็ยังสามารถยันกองทัพเปอร์เซียได้เป็นเวลาสามวัน ยุทธการดังกล่าวเป็นหนึ่งในการรบจนตัวตายที่โด่งดังที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ กองทัพกรีกขนาดเล็กนำโดยกษัตริย์ เลโอนิดาสที่ 1 แห่งสปาร์ตา ได้เข้าปิดช่องเขาเล็ก ๆ ซึ่งขัดขวางกองทัพมหึมาของจักรวรรดิเปอร์เซีย ภายใต้การนำของจักรพรรดิเซอร์เซสที่ 1 ไว้ หลังจากการรบสามวัน เฮโรโดตุสเชื่อว่ามีคนทรยศที่บอกเส้นทางให้กับกองทัพเปอร์เซียซึ่งนำไปสู่ด้านหลังของกองทัพสปาร์ต้า และในวันที่สาม กองทัพกรีกได้ถอนตัวออกไปราว 2,300 นาย

หลังเที่ยงวันของวันที่สาม กองทัพเปอร์เซียสามารถเจาะผ่านแนวกรีกได้ แต่ก็ต้องประสบกับความสูญเสียอย่างมหาศาลเมื่อเทียบกับความสูญเสียของกองทัพกรีก การต้านทานอย่างบ้าระห่ำของกองทัพกรีกได้ซื้อเวลาอันหาค่ามิได้ในการเตรียมกองทัพเรือ ซึ่งอาจตัดสินผลแพ้ชนะของสงคราม[8] ต่อมา ภายหลังชัยชนะของกองทัพเรือกรีกที่ยุทธนาวีแห่งซาลามิส ทำให้กองทัพเรือเปอร์เซียถูกทำลายสิ้น จักรพรรดิเซอร์เซสสั่งถอนทัพกลับมายังทวีปเอเชีย เหลือเพียงกองทัพเปอร์เซียใต้การนำของมาร์โดนิอัสเพื่อทำสงครามต่อไป[9]

ยุทธการดังกล่าวนั้นได้ถูกยกขึ้นมาเป็นตัวอย่างหลายครั้งโดยนักการทหาร ในการศึกษาทางด้านความได้เปรียบของการฝึกฝน อุปกรณ์เครื่องแต่งกายและภูมิประเทศที่เหมาะสม ว่าเป็นตัวคูณกำลังรบ[10] รวมไปถึงสัญลักษณ์ของความกล้าหาญในการต่อสู้เพื่อแผ่นดินของตน[10]

แหล่งข้อมูล[แก้]

แหล่งข้อมูลหลักของสงครามกรีก-เปอร์เซีย(Greco-Persiam Wars)นั้นมาจากเฮโรโดตุส ผู้ซึ่งได้รับการยกย่องเป็นบิดาแห่งประวัติศาสตร์ เขาเกิดเมื่อปี 484 ก่อนคริสตกาลในฮาลิคาร์นัสซุส ซึ่งอยู่ในเอเชียไมเนอร์ เขาเขียนงานประวัติศาสตร์ขึ้นในราวปี 440-430 ก่อนคริสตกาล โดยพยายามหาความจริงของเหตุการณ์สงครามกรีก-เปอร์เซีย ซึ่งยังเกี่ยวข้องกับช่วงเวลานั้น เพราะสงครามจบลงในปี 449 ก่อนคริสตกาล งานของเขาเป็นสิ่งที่แปลกใหม่ในขณะนั้น คือ เหมือนการเขียนประวัติศาสตร์ในปัจจุบัน การที่ในฮอลแลนด์มีการเขียนประวัติศาสตร์ขึ้นเป็นครั้งแรกผลักดันให้เขาเขียนประวัติศาสตร์ โดยที่เขาจะทำในเรื่องที่ไม่เกิดขึ้นนานเกินไป ซึ่งทำให้งานของเขาเป็นสิ่งที่ดีมาก ที่สำคัญเขาเขียนงานโดยไม่อิงเทพเจ้าใดๆ และไม่สนองต่อความคาดหวังของใคร แต่เป็นการอธิบายสิ่งที่เขาพิสูจน์ด้วยตัวเอง

นักประวัติศาสตร์ยุคโบราณหลายคนแม้จะเจริญรอยตามเขา แต่ก็ดูถูกเขา เริ่มต้นด้วยธูซีไดดิส(Thucydides)ที่แม้จะเริ่มต้นงานของเขาต่อจากเฮโรโดตุสในเรื่องสงครามกรีก-เปอร์เซียและรู้สึกว่างานของเฮโรโดตุสเป็นการเขียนที่มีเหตุผลก็ตาม ขณะที่พลูทาร์ช(Plutarch)วิจารณ์เฮโรโดตุสในงานเขียนชื่อ "On The Malignity of Herodotus" ว่าเป็น "Philobarbaros"(คนรักความเป็นอนารยะ) จากการที่เฮโรโดตุสไม่มีความเป็นกรีกพอ และเสนอแนะว่าน่าจะเขียนงานที่มีเหตุผลอย่างยุติธรรม ความคิดแง่ลบนี้ล่วงเลยไปถึงยุคเรอเนสซองค์ อย่างไรก็ตาม วันของเฮโรโดตุสก็มาถึง ในคริสต์ศตวรรษที่ 19 การค้นคว้าทางโบราณคดีกลายเป็นสิ่งยืนยันความถูกต้องงานเขียนของเขา แม้ว่าในรายละเอียดปลีกย่อยบางอย่าง เช่น วัน เวลา หรือจำนวน จะต้องใช้การวิเคราะห์อย่างรอบคอบก่อนก็ตาม แม้กระนั้น นักประวัติศาสตร์บางคนก็ยังคงคิดว่างานจำนวนมากของเขาถูกสร้างขึ้น

การมาถึงของเปอร์เซีย[แก้]

การรบ[แก้]

หลังการรบ[แก้]

ภูมิประเทศของสนามรบ[แก้]

ความน่าเชื่อถือของเฮโรโดตุส[แก้]

อนุสาวรีย์[แก้]

วัฒนธรรมอื่น[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. Lemprière, p. 10
  2. Greswell, p. 374
  3. S. Sacks, Kenneth (1976). "Herodotus and the Dating of the Battle of Thermopylae". The Classical Quarterly 26 (2): 232–248. สืบค้นเมื่อ 2008-07-05. 
  4. Herodotus VII,186
  5. Herodotus VIII, 25
  6. Herodotus VIII, 24
  7. Green, Peter (1996). The Greco-Persian Wars. University of California Press. pp. page 140. ISBN 0520203135. 
  8. Bury, J. B.; Russell Meiggs (July 2000). A History of Greece to the Death of Alexander the Great (4th Revised Edition ed.). Palgrave Macmillan. pp. page 271.  The 1913 edition (same page numbers) สามารถดาวน์โหลดได้ที่ Google Books, [1].
  9. Bury (1913), page 295.
  10. 10.0 10.1 Eikenberry, Lt. Gen. Karl W. (Summer 1996). "Take No Casualties". Parameters: US Army War College Quarterly XXVI (2): pages 109–118. สืบค้นเมื่อ 2007-10-17. 

ดูเพิ่ม[แก้]

  • Barkworth, Peter R. (1993). "The Organization of Xerxes' Army". Iranica Antiqua. XXVII: pages 149–167. สืบค้นเมื่อ 2007-10-18. 
  • Pressfield, Steven (1998). Gates of Fire. ISBN 0-385-49251-0.  Unknown parameter |publicher= ignored (help)
  • Morris, Ian Macgregor (2000). "To Make a New Thermopylae: Hellenism, Greek Liberation, and the Battle of Thermopylae". Greece & Rome 47 (2): pages 211–230. 
  • Bradford, Ernle (2004). Thermopylae: The Battle for the West. Da Capo Press. ISBN 0-306-81360-2. 
  • Cartledge, Paul (2006). Thermopylae: The Battle That Changed the World. Woodstock, New York: The Overlook Press. ISBN 1-58567-566-0. 
  • Matthews, Rupert (2006). The Battle of Thermopylae: A Campaign in Context. Stroud, Gloucestershire, UK: Tempus Publishing. ISBN 1-86227-325-1. 
  • Holland, Tom (2006). 'Persian Fire: The First World Empire and the Battle for the West'. ISBN 0-385-51311-9.  Unknown parameter |publicher= ignored (help)

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 38°48′0″N 22°32′0″E / 38.80000°N 22.53333°E / 38.80000; 22.53333