ยุทธการเกตตีสเบิร์ก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ยุทธการเกตตีสเบิร์ก
เป็นส่วนหนึ่งของ สงครามกลางเมืองอเมริกัน
Battle of Gettysburg, by Currier and Ives.png
ภาพวาด The battle of Gettysburg, Pa. July 3d. วาดโดยเคอร์เรียร์ และอิเวส
วันที่ 1 กรกฎาคม - 3 กรกฎาคม ค.ศ. 1863
สถานที่ เกตตีสเบิร์ก , แอดัมส์ คันที , รัฐเพนซิลเวเนีย
ผลลัพธ์ สหรัฐอเมริกา (ฝ่ายเหนือ) ชนะ
คู่ขัดแย้ง
สหรัฐอเมริกา สหรัฐอเมริกา Flag of the Confederate States of America (1863-1865).svg สมาพันธรัฐอเมริกา
ผู้บัญชาการหรือผู้นำ
จอร์จ กอร์ดอน มีด โรเบิร์ต เอ็ดเวิร์ด ลี
กำลัง
93,921 นาย 71,699 นาย
กำลังพลสูญเสีย
23,055 นาย
(3,155 killed
 14,531 wounded
 5,369 captured/missing)[1]
23,231 นาย
(4,708 killed
 12,693 wounded
 5,830 captured/missing)[2]

ยุทธการเกตตีสเบิร์ก (อังกฤษ: Battle of Gettysburg; 1 – 3 กรกฎาคม ค.ศ. 1863) เป็นส่วนหนึ่งของสงครามกลางเมืองอเมริกา โดยเป็นการต่อสู้กันระหว่างฝ่ายสหรัฐอเมริกา นำโดยนายพลจอร์จ กอร์ดอน มีด กับฝ่ายสมาพันธรัฐอเมริกา นำโดยนายพลโรเบิร์ต เอ็ดเวิร์ด ลี โดยสมรภูมิแห่งนี้ได้เกิดขึ้นในเมืองเกตตีสเบิร์ก รัฐเพนซิลเวเนีย การปะทะกันกินเวลาทั้งสิ้น 3 วัน ยุทธการดังกล่าวนับว่าเป็นสมรภูมิที่นองเลือดมากแห่งหนึ่งในสงครามกลางเมืองอเมริกา โดยมียอดผู้เสียชีวิตเกือบ 10,000 คน และบาดเจ็บอีกเกือบ 30,000 คน

ก่อนการรบ[แก้]

นายพลโรเบิร์ต อี. ลี

ในช่วงสงครามกลางเมืองก่อนจะเกิดการปะทะกันที่เกตตีสเบิร์กนั้น ฝ่ายสมาพันธรัฐอเมริกา หรืออเมริกาฝ่ายใต้ มักเป็นฝ่ายชนะในสงคราม อันเนื่องมาจากมีผู้บัญชาการฝีมือดีอย่างนายพลโรเบิร์ต อี. ลี แห่งกองทัพแห่งเวอร์จิเนียเหนือ ซึ่งถึงแม้ฝ่ายอเมริกาใต้จะเสียเปรียบอเมริกาเหนือในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านกำลังพลที่ฝ่ายเหนือมีมากกว่าฝ่ายใต้อย่างนับไม่ถ้วน แต่นายพลลีก็สามารถกำชัยเหนือฝ่ายเหนือมาได้หลายครั้ง ซึ่งในยุทธการเกตตีสเบิร์กครั้งนี้ก็เป็นความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ครั้งหนึ่งของฝ่ายใต้ ที่สร้างความเสียหายให้ชาวอเมริกันทั้ง 2 ฝ่ายอย่างใหญ่หลวงเลยทีเดียว

ในช่วงกลางปี ค.ศ. 1863 นายพลลีได้ส่งกองกำลังกว่า 70,000 คน รุกเข้าไปในรัฐเพนซิลเวเนีย โดยมีเป้าหมายที่จะยึดเมืองแฮร์ริสเบิร์ก ซึ่งเป็นเมืองสำคัญด้านการขนส่งของฝ่ายเหนือ โดยเฉพาะทางรถไฟ โดยนายพลลีสามารถรุกเข้ามาได้ถึงเมืองเกตตีสเบิร์กได้ แต่ก็ต้องหยุดชะงักลง เมื่อต้องเผชิญหน้ากับกองกำลังฝ่ายเหนือกว่า 90,000 คน ซึ่งบัญชาการโดยนายพลจอร์จ กอร์ดอน มีด แห่งกองทัพโปโตแมค

1 กรกฎาคม ค.ศ. 1863[แก้]

กองทัพฝ่ายใต้ได้โจมตีกองกำลังฝ่ายเหนือของนายพลจอห์น บัลฟอร์ท ที่มีกำลังพลประมาณ 3,000 นาย ซึ่งกองกำลังฝ่ายเหนือได้ถอยร่นลงไปตั้งรับที่เนินเขาคีมีทีรีฮิลล์ ทางตอนใต้ของเมืองเพื่อตั้งหลัก และรอกำลังเสริมจากกองทัพฝ่ายเหนือของนายพลจอร์จ จี. มีด ซึ่งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน ซึ่งในวันแรกฝ่ายใต้มีชัยในสงคราม

2 กรกฎาคม ค.ศ. 1863[แก้]

นายพลจอร์จ จี. มีด
นายพลจอร์จ เอ. คัสเตอร์

กองทัพฝ่ายใต้ได้โจมตีแนวตั้งรับของฝ่ายเหนือด้านซ้ายและขวา แต่ด้วยชัยภูมิที่ได้เปรียบกว่าของฝ่ายเหนือ กล่าวคือเป็นเนินสูง ทำให้กองทัพฝ่ายใต้ถูกตีถอยกลับไปได้ทุกครั้ง ในขณะเดียวกันกองทัพฝ่ายเหนือของนายพลมีดก็ทยอยเข้าเสริมกำลังมากขึ้นเรื่อยๆ แต่นายพลโรเบิร์ต อี. ลี ยังคงมั่นใจว่าจะต้องได้รับชัยชนะ ซึ่งในวันที่สองฝ่ายเหนือเริ่มมีโอกาสสร้างความเสียหายให้กับฝ่ายใต้ได้มากขึ้น ฝ่ายใต้เริ่มบอบช้ำจากการโจมตีในชัยภูมิที่เสียเปรียบ

3 กรกฎาคม ค.ศ. 1863[แก้]

หลังจากการโจมตีโอบปีกทั้งซ้าย ขวาของฝ่ายใต้ประสบความพ่ายแพ้ ที่สำคัญกองกำลังที่ตีตลบหลังก็ถูกสกัดโดยนายพลจอร์จ อาร์มสตรอง คัสเตอร์ แห่งกรมทหารม้าที่ 7 ทำให้กองทัพฝ่ายใต้เริ่มวิตกกังวลอย่างหนัก แต่นายพลลียังคงมั่นใจว่าจะกำชัยเหนือฝ่ายเหนือได้ แต่ก็ถูกทัดทานจากนายพลเจมส์ ลองสตรีท ซึ่งนายพลลียังต้องการเข้าตีกองกำลังฝ่ายเหนือให้ถอยร่นกลับไปโดยไม่สนคำทัดทานใดๆ ซึ่งการที่ฝ่ายใต้ไม่สามารถตีแนวตั้งรับด้านข้างของฝ่ายเหนือได้ นายพลลีคิดว่าน่าจะเป็นเพราะฝ่ายเหนือป้องกันแนวตั้งรับด้านข้างมากกว่าด้านอื่นๆ จึงได้ตัดสินใจที่จะบุกแนวหน้าที่น่าจะมีการป้องกันเข้มข้นน้อยกว่าด้านอื่นๆ

ในวันที่สามของการรบ นายพลลีได้มอบหมายให้นายพลจอร์จ พิคเกตต์ นำกองกำลังกว่า 10,000 นายเข้าโจมตีแนวตั้งรับแนวหน้าของฝ่ายเหนือ ได้มีการระดมยิงปืนใหญ่ถล่มแนวหน้าของฝ่ายเหนืออยู่หลายชั่วโมง ก่อนจะเคลื่อนพลเข้าโจมตี แต่ทว่านายพลลีคาดการณ์แสนยานุภาพฝ่ายเหนือต่ำไป เพราะเข้าระยะยิงของปืนยาว ทหารฝ่ายเหนือก็ได้ระดมยิงกราดเข้าใส่ทหารฝ่ายใต้ ประกอบด้วยชัยภูมิที่ฝ่ายเหนือได้เปรียบ ทำให้ฝ่ายใต้ต้องประสบกับพ่ายแพ้ยับเยินกลับไปอีกครั้ง ซึ่งในการรบครั้งนี้เป็นความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ที่สุดในยุทธการเกตตีสเบิร์ก ทหารฝ่ายใต้และฝ่ายเหนือเสียชีวิตหลายพันนาย ยุทธการเกตตีสเบิร์กได้จบลงด้วยชัยชนะของฝ่ายเหนือ นายพลลีจึงต้องยกทัพกลับไปยังสมาพันธรัฐอเมริกา ก่อนที่สงครามกลางเมืองจะจบลงด้วยชัยชนะของฝ่ายเหนืออีกเช่นกันในอีกหลายปีต่อมา

อ้างอิง[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. Busey and Martin, p. 125.
  2. Busey and Martin, p. 260. See the section on

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]