ยามเมื่อเหล่าจักจั่นกรีดร้อง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ยามเมื่อเหล่าจักจั่นกรีดร้อง
(ซ้ายไปขวา) ชิอง, มิอง, เรนะ, ริกะ, ซาโตโกะ
(ซ้ายไปขวา) ชิอง, มิอง, เรนะ, ริกะ, ซาโตโกะ
ชื่อไทย ยามเมื่อเหล่าจักจั่นกรีดร้อง
ชื่อญี่ปุ่น ひぐらしのなく頃に
ชื่ออังกฤษ Higurashi no Naku Koro ni
แนว เซเน็น, ลึกลับ, สยองขวัญ
เกม
สร้างโดย 07th Expansion / ริวคิชิ 07
จัดจำหน่ายโดย 07th Expansion / ริวคิชิ 07
แนว โดจินชิ, นิยายภาพ
สำหรับเครื่อง พีซี
จำหน่ายเมื่อ ภาคปริศนา:
โอะนิคะคุชิเฮ็น - 10 สิงหาคม 2545 (คอมิเก็ต 62)
วะทะนะกะชิเฮ็น - 29 ธันวาคม 2545 (คอมิเก็ต 63)
ทะทะริโกะโระชิเฮ็น - 15 สิงหาคม 2546 (คอมิเก็ต 64)
ฮิมะสุบุชิเฮ็น - 13 สิงหาคม 2547 (คอมิเก็ต 66)

ภาคเฉลย
เมะอะคะชิเฮ็น - 30 ธันวาคม 2547 (คอมิเก็ต 67)
สุมิโฮะโระโบะชิเฮ็น - 14 สิงหาคม 2548 (คอมิเก็ต 68)
มินะโกะโระชิเฮ็น - 30 ธันวาคม 2548 (คอมิเก็ต 69)
มะสึริบะยะชิเฮ็น - 13 สิงหาคม 2549 (คอมิเก็ต 70)
มังงะ
เขียนเรื่อง โอะนิคะคุชิเฮ็น & สุมิโฮะโระโบะชิเฮ็น: คาริน สุซุรากิ
วะทะนะกะชิเฮ็น & มะเอะอะคะชิเฮ็น: ยุโทริ โฮโจ
ทะทะริโกะโระชิเฮ็น: จิโร ซุซุกิ
ฮิมะสุบุชิเฮ็น: โยชิกิ โทโนไก
โอะนิซะระชิเฮ็น: เอริ คิโตะ
สำนักพิมพ์ สแควร์เอนิกซ์ (ทุกภาคยกเว้นโอะนิซะระชิเฮ็น)
คาโดกาวะโชเท็น (โอะนิซะระชิเฮ็น)
สยามอินเตอร์คอมิกส์(ไทย)
ลงนิตยสาร โอะนิคะคุชิเฮ็น & สุมิโฮะโระโบะชิเฮ็น: กันกันเพาเวอร์ด
วะทะนะกะชิเฮ็น & มะเอะอะคะชิเฮ็น: กันกันวิงรายเดือน
ทะทะริโกะโระชิเฮ็น: จีแฟนตาซีรายเดือน
ฮิมะสุบุชิเฮ็น: โชเน็นกันกันรายเดือน
โอะนิซะระชิเฮ็น: คอมพ์เอซ
เมื่อ มีนาคม 2549 – ปัจจุบัน
ภาพยนตร์การ์ตูนโทรทัศน์
ผู้กำกับ คง จิอะกิ
ออกแบบตัวละคร คิวตะ ซาคาอิ
ผลิตโดย สตูดิโอดีน
ฉายทาง คันไซทีวี
ฉายครั้งแรก 5 เมษายน 2549 - 26 กันยายน 2549
จำนวนตอน 26
Wikikartoon.png ส่วนหนึ่งของสารานุกรมการ์ตูนญี่ปุ่น

ยามเมื่อเหล่าจักจั่นกรีดร้อง[1] หรือ แว่วเสียงเรไร (ญี่ปุ่น: ひぐらしのなく頃に Higurashi no Naku Koro ni ?; อังกฤษ: Higurashi When They Cry) เป็นเกมนิยายภาพโดจินชิ แต่งและสร้างโดย 07th Expansion หรือ ริวคิชิ 07 (Ryukishi 07) ในปัจจุบันถูกดัดแปลงเป็นภาพยนตร์การ์ตูนโดยสตูดิโอดีน ออกฉายในประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2549

ลักษณะของเกม[แก้]

การออกจำหน่าย[แก้]

เนื้อหา[แก้]

เค้าโครงเรื่อง[แก้]

มาเอบาระ เคอิจิ เด็กหนุ่มคนหนึ่งได้ย้ายเข้าไปที่"ฮินามิซาวะ"พร้อมครอบครัว ได้เข้าไปอยู่ในโรงเรียนที่นั่น และได้พบเพื่อนคือ "มิอง-ชิอง" "เรนะ" "ริกะ" "ซาโตโกะ"และคนอื่นๆและว่าด้วยคำสาปของท่านโอยาชิโระที่ว่ากันว่าคุ้มครองที่ๆนี้เอาไว้ก็ทำให้เกดเรื่องประหลาดตามมา เลยทำให้มังงะเรื่องนี้มีหลายบทในให้เห็นในแต่ละภพของคนพวกนี้ และต้องไปเจอตำรวจที่ชื่อว่าโออิชิ และปริศนาของซาโตชิพี่ชายของซาโตโกะ

ตัวละครหลัก[แก้]

มาเอบาระ เคย์อิจิ(前原 圭一) เด็กหนุ่มจากในเมือง พ่อที่ทำงานเป็นศิลปิน เลยย้ายมาทำงานที่ฮินามิซาวะ ชีวิตเขาเปลี่ยนไป หลังจากได้รู้เรื่องของคำสาปเทศกาลลอยนุ่นที่เกิดขึ้นทุกปี

โซโนะซากิ มิอง(園崎 魅音;Sonozaki Mion) ผู้นำตระกูลหัวหอกของฮินามิซาวะ เป็นผู้หญิงแต่นิสัยห้าวเหมือนผู้ชาย เพื่อนสนิทคนนึงของเคอิจิ มีปิศาจสถิตอยู่ในตัวตั้งแต่เกิด เป็นหัวหน้าชมรม แอบชอบเคอิจิ ในฉบับมังงะจริงๆแล้วมิองคือน้องสาวแต่เพราะน้องสาวชอบร้องไห้งอแงจนพี่สาวต้องใจอ่อนยอมเปลี่ยนตัวให้บ้าง แต่ครั้งที่มีประชุมหมู่บ้านชิองขอเปลี่ยนตัวเป็นมิองและได้ถูกสลัดลายปิศาจที่หลัง จากนั้นชิองจึงต้องใช้ชีวิตเป็นมิองไปตลอด

โซโนะซากิ ชิอง (園崎 詩音;Sonozaki Shion) น้องสาวฝาแฝดของมิอง เป็นสาวหวานที่นิสัยต่างจากพี่สาวโดยสิ้นเชิง แต่จริงๆแล้วนิสัยแสบใช่เล่น ชอบแกล้งเคอิจิกับมิองบ่อยๆ ความจริงแล้วเธอเป็นคนที่น่ากลัวพอตัวเลยเพราะถ้าเพื่อคนที่รักละก็เธอยอมทำได้ทุกอย่าง ในฉบับมังงะ ยามเมื่อเหล่าจักจั่นกรีดร้อง บทสืบคดี จริงๆแล้วชิองคือพี่สาวแต่เพราะน้องสาวชอบร้องไห้งอแงจนพี่สาวต้องใจอ่อนยอมเปลี่ยนตัวให้บ้าง แต่ครั้งที่มีประชุมหมู่บ้านชิองขอเปลี่ยนตัวเป็นมิองและได้ถูกสลัดลายปิศาจที่หลัง จากนั้นมิองจึงต้องใช้ชีวิตเป็นชิองไปตลอด ชิองชอบซาโตชิมาก

ริวงุ เรนะ(竜宮 レナ;Ryuugu rena) เพื่อนสนิทอีกคนของเคอิจิ เป็นพวกคลั่งของน่ารัก ถูกท่านโอยาชิโระตามตลอด เพราะเคยทิ้งหมู่บ้านไปเมื่อในอดีต ชื่อเดิมคือ ริวงู เรย์นะ [Ryuugu Reina] ในบทชดใช้บาปเรนะคุ้มคลั่งเพราะถูกเรื่องล้อเล่นของทาคาโนะปั่นหัวและเข้าใจว่าคนร้ายคือมิองและตระกูลโซโนะซากิจนก่อคดีอันโหดร้ายขึ้น ชอบเคอิจิมาก

โฮโจ ซาโตโกะ(北条 沙都子) เด็กผู้มีความสัมพันธ์กับเคอิจิเหมือนน้องสาว ชอบวางกับดัก ก่อนมาอยู่กับฟุรุเดะ ริกะ เคยอยู่กับญาติที่ชอบกลั่นแกล้งและพ่อแม่ที่เย็นชา แต่พ่อเลี้ยง แม่ แล้วก็ป้า ถูกคำสาปตายไปแล้วทั้งสิ้น เหตที่กำพร้าพ่อแม่มาจากการที่ไม่ลงรอยกับพ่อคนปัจจุบัน ในช่วงที่พ่อและแม่พามาเที่ยวในวันสานความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัว ซาโตโกะคิดว่าที่พ่อแม่พามาที่หน้าผาซึ่งเป็นจุดชมวิวนั้นเพีราะจะผลักตัวเองให้ตกลงไป ทำให้เกิดความคุ้มคลั่งผลักพ่อแม่ตกลงไปก่อนและได้เข้าโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาอาการทางจิต สามารถติดตามได้จากบทสันนิบาทเทศกาล

โฮโจ ซาโตชิ (北条 悟史) พี่ชายของซาโตโกะ โดนซาโตะโกะเรียกว่า"นี้นี่(พี่จ๋า)" จนในบางครั้งซาโตโกะเคยชินจนเผลอเรียกเคอิจิว่านี้นี่บ่อยๆ เป็นคนที่เซอะซะ งุ่มง่าม เหมือนจะพึ่งพาอะไรไม่ได้แต่ก็เป็นคนรักน้องสาวและอ่อยโยนมาก เคยช่วยชิองจากพวกอันธพาลไว้ โดนคำสาปของท่านโอยาชิโระจนหายสาบสูญไป เป็นคนที่ซาโตโกะและชิองรักมาก

ฟุรุเดะ ริกะ(古手 梨花) ลูกสาวของเจ้าอาวาสวัดที่ถูกคำสาปตายไปแล้ว อาศัยอยู่กับโฮโจ ซาโตโกะ ที่บ้านหลังเล็กๆ เชื่อว่าเป็นมิโกะร่างอวตารของท่านโอยาชิโระมองเห็นอนาคตตัวเอง ถูกฆ่าในปีโชวะ 58 เป็นเด็กดีมีน้ำใจแต่ในบางครั้งก็พูดจาเหมือนผู้ใหญ่ ชอบลงท้ายประโยคด้วยคำที่ไม่จำเป็น เช่น "มี้~" "นิปป้า~" เวลาที่อยู่กับฮานิวนิสัยของริกะจะกลับจากหน้ามือเป็นหลังมือ ในบทสังหารหมู่ที่เธอและพวกเคอิจิได้สร้างปาฏิหาริย์มากมายนั้นเธอถูกทาคาโนะฆ่าตายอย่างโหดร้ายเพราะหวังจะให้ความเจ็บปวดนี้ถูกสลักลึกลงในจิตใจและจดจำไปยังภพหน้าที่ได้เจอทาคาโนะอีก ว่าทาคาโนะคือศัตรูที่แท้จริงของเธอ

ฟุรุเดะ ฮานิว (古手 羽入) วิญญาณบรรพบุรุษของริกะ เป็นเด็กสาวผมม่วงในชุดมิโกะที่มีเขาคล้ายๆเขาแกะอยู่บนหัว และเป็นเทพผู้คอยดูแลศาลเจ้าฟุรุเดะ มีริกะคนเดียวที่เห็นได้ มีความรู้สึกเชื่อมโยงกับริกะทำให้ริกะใช้โอกาสนี้แกล้งเธอเป็นประจำ ฮานิวเกลียดของเผ็ดมาก อาหารที่ชอบคือชูครีม ชอบร้อง อาอูว์ๆ ขี้กลัวและดูเหมือนจะไม่ค่อยมีประโยชน์ แต่มีพลังพิเศษในการหยุดเวลาและย้อนเวลา แต่ทุกครั้งที่ใช้พลังจะอ่อนแอลงเรื่อยๆ ในอดีตฮานิวเป็นยักษ์กินคนที่แต่งงานกับเจ้าอาวาสศาลเจ้าฟุรุเดะชื่อ ฟุรุเดะ ริกุ และได้มีลูกสาวที่หน้าตาเหมือนริกะชื่อ ฟุรุเดะ โอกะ เนื่องจากฮานิวเป็นยักษ์ทำให้ถูกชาวบ้านรังเกียจ เมื่อฮานิวคิดตัดสินใจที่จะเป็นเทพเพื่อรับบาปของคนในหมู่บ้าน ทำให้โอกะเสียใจมาก แต่โอกะก็ยังคงจำใจยอมปลิดชีพฮานิวแล้วสาวไส้มาชำระล้างในบึงโอนิงะฟุจิ เป็นต้นกำเนิดของเทศกาลวาตะนากะชิ ที่มีการลอยนุ่นเพื่องสังเวยวิญญาณแด่ท่านโอยาชิโระ ฮานิวถูกชาวบ้านเกลียดชังเพราะเป็นเผ่าพันธุ์ยักษ์ แต่ที่จริงแล้วเธอคือ..!?

ท่านโอยาชิโระ (オヤシロさま) เทพประจำหมู่บ้านฮินามิซาวะ ว่ากันว่าเมื่อก่อนฮินามิซาวะถูกเรียกว่า"โอนิงะฟุจิ" มียักษ์กินคนอาศัยอยู่ ท่านโอยาชิโระได้กำราบยักษ์และมอบร่างมนุษย์ให้อยู่ร่วมกับมนุษย์มีหน้าที่ลงทัณฑ์คนผิด จนเกิดเป็น"คำสาปของท่านโอยาชิโระ"ขึ้น จึงต้องมีเทศกาลลอยนุ่นหรือวาตานางาชิ เพื่อสังเวยเหยื่อระงับความพิโรธของท่านโอยาชิโระ

เนื้อเรื่อง[แก้]

เหตุการณ์ในเกมเกิดขึ้นในปีโชวะที่ 58 (พ.ศ. 2526) ณ หมู่บ้านแถบชนบท ชื่อว่าฮินามิซาวะ โดยที่ตัวเอก เคอิจิ มาเอบาระ ที่ย้ายเข้ามาใช้ชีวิตในหมู่บ้านนี้ ได้พบกับเพื่อนใหม่ กิจกรรมชมรมแสนสนุกที่ประกอบไปด้วยสมาชิก มิอง โซโนะซากิ,ริวงุ เรนะ,โฮโจ ซาโตโกะ,ฟุรุเดะ ริกะ และสมาชิกใหม่ซึ่งก็คือตัวเขาเอง แต่แล้ววันเวลาที่สนุกสนาน ก็ต้องจบลงเมื่อถึงงานเทศกาลวาตะนะงาชิ ซึ่งเป็นเทศกาลที่จัดขึ้นเพื่อขอบคุณท่านโอยาชิโร่ เทพเจ้าผู้คุ้มครองหมู่บ้าน คำสาปของท่านโอยาชิโร่ การสร้างเขื่อน คดีฆาตกรรมต่อเนื่อง เคอิจิได้ถูกดึงลงไปสู่ปริศนาอันดำมืดของหมู่บ้านนี้โดยไม่อาจถอนตัวได้

ฮิกุระชิแบ่งเนื้อเรื่องออกเป็น 8 บท มี "บทปริศนา" 4 บท และ "บทเฉลย" อีก 4 บท ทุกๆ บทจะใช้ตัวละครและฉากเดียวกันแต่มีเหตุการณ์และจุดจบต่างกัน บทหลัง ๆ จะให้คำตอบและคำใบ้กับปริศนาหลาย ๆ ข้อในบทที่ผ่านมา และเพิ่มปริศนาให้กับเกมไปด้วยในเวลาเดียวกัน

หมายเหตุ: ชื่อภาษาไทยที่อ้างอิงในที่นี้ เป็นชื่อจากฉบับมังงะลิขสิทธิ์ในประเทศไทยโดย สยามอินเตอร์คอมมิค

ภาคปริศนา[แก้]

  • บทปีศาจลักซ่อน (ญี่ปุ่น: 鬼隠し編 Onikakushi-hen โอะนิคะคุชิเฮ็ง ?, จัดจำหน่ายเมื่อเดือนสิงหาคม 2545 ในงานคอมิเก็ต 62) มังงะ 2 เล่มจบ

เป็นบทเปิดตัวของเรื่องทั้งในอะนิเมะและมังงะ ตัวเอกของบทนี้คือเคอิจิ ที่ได้รับข่าวไม่น่าไว้วางใจตั้งแต่ย้ายเข้ามายังหมู่บ้าน เขาได้พบเบาะแสมากมายจากที่ต่างๆในหมู่บ้าน แต่เพื่อนทุกคนกลับบอกว่าไม่เคยมีเหตุฆาตกรรมแบบนั้นในหมู่บ้านเพราะไม่อยากให้เขาต้องคิดมาก แต่เคอิจิกลับคิดว่าเพื่อนๆของพวกเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีจนพลั้งมือฆ่ามิองและเรนะตายในที่สุด

  • บทเทศกาลมรณะ (ญี่ปุ่น: 綿流し編 Watanagashi-hen วะตะนะงะชิเฮ็ง ?, จัดจำหน่ายเมื่อเดือนธันวาคม 2545 ในงานคอมิเก็ต 63) มังงะ 2 เล่มจบ

เป็นบทที่เพิ่มตัวละครสำคัญมาอีก 1 คือ ชิอง น้องสาวของมิองที่บังเอิญไปเจอกับเคอิจิที่ร้านแองเจิลมอธ และในวันเทศกาลลอยนุ่นชิองและเคอิจิได้ทำผิดกฎของหมู่บ้านด้วยความไม่รู้และเชื่อคำเชิญของทาคาโนะและโทมิทาเกะที่ให้เปิดประตูห้องเก็บอุปกรณ์พิธีของหมู่บ้าน ทำให้พวกเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับคำสาปแห่งฮินามิซาวะเข้าโดยไม่ทันตั้งตัว ในไม่ช้า เคอิจิได้รับข่าวจากตำรวจโออิชิว่าทาคาโนะและโทมิทาเกะได้เสียชีวิตแล้ว ไม่นานนักชิองก็หายตัวไป เขาจึงคิดว่าสักวันเขาอาจจะต้องหายไปด้วยเช่นกัน แถมมิองเองก็เริ่มมีท่าทีแปลกๆเป็นคนละคนจนยากที่จะเมินเฉย อีกทั้งริกะและซาโตโกะก็หายตัวไป เหลือเพียงเขาและเรนะ พวกเขาจึงยื่นคำขอถึงตำรวจในกรณีผู้ต้องสงสัยของคดีและไปที่บ้านของมิอง จนต้องพบกับเรื่องราวน่าตกตะลึงว่าคดีทั้งหมดเป็นฝีมือของมิอง โดยมิองก็อ้างว่าเป็นเพราะปีศาจในตัวทำให้ฆ่าคนไปมากมายและขอสารภาพบาปทั้งหมดของตนกับเคอิจิเป็นการส่วนตัว แต่มิองกลับพาเคอิจิไปยังห้องใต้ดินที่มิองใช้ลงมือฆ่าทุกคน!!! และที่นั่นเองเขาก็ได้พบตัวชิองที่หายสาปสูญไปได้พบ แต่พลาดท่า ทำให้เขาโดนมิองพาตัวไปเพื่อจัดการปิดปากซะ และในขณะที่กำลังจะถูกมิองฆ่าตาย เขาก็ได้ร้องขอกับมิองสองอย่างกับมิอง ได้แก่ 1 "ถ้าฆ่าฉันจนพอใจแล้วก็จงยกโทษให้ชิองซะ" 2"ขอให้ปีศาจในตัวมิองหายไปด้วย" แต่มิองบอกว่าทำไม่ได้ทั้งสองข้อ เคอิจิจึงกล่าวเชิงหยอกล้อว่า "งั้นข้อที่สาม...อย่าฆ่าฉัน" ซึ่งมิองก็รับปาก ทำให้เขารอดตายมาได้ จากนั้นก็มีข่าวตามมาว่ามิองกำลังหลบหนีไปยังทางลับของห้องใต้ดิน แต่พลาด เดินตกลงไปยังบ่อน้ำตาย

  • บทคำสาปสังหาร (ญี่ปุ่น: 祟殺し編 Tatarigoroshi-hen ทะทะริโกะโระชิเฮ็ง ?, จัดจำหน่ายเมื่อเดือนสิงหาคม 2546 ในงานคอมิเก็ต 64) มังงะ 2 เล่มจบ

เป็นบทที่กล่าวถึงซาโตโกะที่ถูกเทปเปทารุนอย่างหนักจนเกิดอาการทางประสาทอย่างรุนแรง

  • บทฆ่าเวลา (ญี่ปุ่น: 暇潰し編 Himatsubushi-hen ฮิมะสึบุชิเฮ็ง ?, จัดจำหน่ายเมื่อเดือนสิงหาคม 2547 ในงานคอมิเก็ต 66) มังงะ 2 เล่มจบ

เป็นบทที่กล่าวถึงริกะ ในช่วงหนึ่งที่เธอเองได้พบกับอาคาซากะ ตำรวจหนุ่มจากเมืองกรุงต้องมาทำงานบางอย่าง เธอได้เตือนอาคาซากะไว้ว่าให้กลับไปไม่อย่างนั้นจะไม่ทันการ แต่ในขณะนั้นอาคาซากะยังไม่เข้าใจความหมายของมัน เมื่อมั่นใจแล้วว่าอาคาซากะไม่กลับแล้ว เธอจึงร้องขอว่าจงช่วยเธอซะ เพรราะในวันที่ xxx เธอจะถูกฆ่าตาย แต่เธอไม่รู้ว่าใครเป็นคนฆ่า แต่อาคาซากะไม่เชื่อ เขาอยู่ในโรงพยาบาลและรอจนกระทั่งเขาได้เวลากลับไปยังบ้านของเขา เขาก็ทราบว่าภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ของเขาเสียชีวิตเสียแล้ว และในวันที่ xxx ริกะก้ได้เสียชีวิตไปตามที่เธอเคยกล่าวเอาไว้แล้วเช่นกัน เมื่อนั้นเขาถึงตระหนักว่าที่ริกะเตือนเขาไว้ หมายถึงอย่างนี้นี่เอง...

ภาคเฉลย[แก้]

  • บทสืบคดี (ญี่ปุ่น: 目明し編 Meakashi-hen เมะอะคะชิเฮ็ง ?, จัดจำหน่ายเมื่อเดือนธันวาคม 2547 ในงานคอมิเก็ต 67) มังงะ 4 เล่มจบ มีเนื้อหาเป็นบทเฉลยของบท "สายใยสังหาร" หรือฉบับมังงะเรียกว่าบทเทศกาลมรณะ

เป็นอีกมุมหนึ่งของบทเทศกาลมรณะ คือเป็นมุมมองของแฝดมิองและชิอง และความจริงที่ชวนให้ติดตามมากขึ้น

  • บทชดใช้บาป (ญี่ปุ่น: 罪滅し編 Tsumihoroboshi-hen สึมิโฮะโระโบะชิเฮ็ง ?, จัดจำหน่ายเมื่อเดือนสิงหาคม 2548 ในงานคอมิเก็ต 68) มังงะ 4 เล่มจบ มีเนื้อหาเป็นบทเฉลยของบท "ปิศาจลักซ่อน"

คดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นโดยที่เคอิจิไปพบโดยบังเอิญนั้น แท้จริงแล้วเป็นฝีมือของเรนะ และเพื่อนๆที่พากันปิดบังเอาไว้และพยายามจะให้ลืมมันไป เนื่องจากเรนะเกิดอาการคุ้มคลั่งจากเรื่องเล่าหลอกเด็กของพยาบาลมิโยะจนฆ่าคนเป็นจำนวนมาก

  • บทสังหารหมู่ (ญี่ปุ่น: 皆殺し編 Minagoroshi-hen มินะโกะโระชิเฮ็ง ?, จัดจำหน่ายเมื่อเดือนธันวาคม 2548 ในงานคอมิเก็ต 69) มังงะ 1-6 เล่ม

เป็นบทเบื้องหลังของทุกบท โดยมีริกะเป็นตัวเอกที่แท้จริงได้ทำการเฉลยทุกสิ่งทุกอย่างและพยายามจะเปลี่ยนแปลงชะตากรรม เพื่อให้พวกตนได้พ้นจากเรื่องร้ายๆทั้งหลาย แต่สุดท้ายก็ทำไม่สำเร็จ แต่เธอได้สิ่งที่วิเศษที่สุดมา นั่นคือการได้รุ้คนร้ายที่แท้จริงที่ฆ่าเธอในวันที่ xxx นั่นคือทาคาโนะ แต่เธอก็ยังไม่รู้เหตุผลที่ทาคาโนะทำแบบนั้น สุดท้ายแล้วเธอและเพื่อนที่พยายามมาต้องถูกสังหารหมู่อย่างน่าเศร้า แต่เธอก็พยายามไม่ให้ลืมเรื่องของทาคาโนะ จึงได้ร้องขอก่อนตายว่า หากจะฆ่าก็จงอย่าทำให้หลับ จงกรีดลึกร่างของตนให้ฝังลึกในวิญญาณ เมื่อยามใดที่ได้พบเจ้าอีกครั้ง จะได้รู้ว่าเจ้าคือศัตรูที่แท้จริง!!!

  • บทสันนิบาตเทศกาล (ญี่ปุ่น: Matsuribayashi-hen มัตสึริบะยะชิเฮ็ง ?, จัดจำหน่ายเมื่อเดือนสิงหาคม 2549 ในงานคอมิเก็ต 70) มังงะ 1-8 เล่ม

เป็นบทต่อจากบทสังหารหมู่ โดยแสดงเรื่องราวในอดีตของทาคาโนะ และเหตุผลที่เธอทำการวิจัยโรคกลุ่มอาการฮินามิซาวะ และเหตุจูงใจให้เธอคอยตามฆ่าริกะทุกชาติภพ และในท้ายที่สุด พวกริกะก็ได้สร้างปาฏิหาริย์ได้สำเร็จ พวกเธอสามารถเอาชนะการตามล่าของทาคาโนะและทาคาโนะเองก็ได้ถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย เมื่อริกะได้มีชีวิตที่ยาวนานตามอุดมคติของเธแล้ว เธอได้ย้อนอดีตกลับมายังยุคที่ทาคาโนะเป็นเด็กและทิ้งท้ายประโยคอันเป็นปริศนาว่า "เธออยากอยู่หรือตาย?" เมื่อทาคาโนะตอบแบบไร้เดียงสาแล้ว เธอก็ได้แนะนำประโยคปริศนาของเธออีกครั้ง และให้ทาคาโนะกลับบ้านไป เพื่อให้ทาคาโนะใช้ชีวิตให้ดีที่สุดกับพ่อแม่ของเธอ จนกว่าจะไม่มีโอกาสอีก...

นอกจากนี้ยังมีบทเสริมอีก 1 บท (Side Story) ซึ่งจัดพิมพ์ออกมาแล้ว 2 เล่มจบคือ บท "บทยักษ์ตัดคอ" (โอะนิซะระชิเฮ็ง; Onisarashi-hen") ซึ่งในบทนี้จะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดในเวลาคาบเกี่ยวกับบทหลัก แต่จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับตัวละครหลักอย่าง เรนะ มิอง ซาโตโกะ ฯลฯ แต่อย่างใด แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีตัวละครจากบทหลักอย่างโออิชิ และ อาคาซากะ มาโมรุ เข้ามาร่วมในเหตุการณ์ด้วยอยู่

ในโลกของฮิกุราชินั้น นอกจากบทหลัก 8 บทและบทเสริม 1 บทแล้ว ยังมีบทใหม่ ๆ ที่ออกมาอย่างบทที่หนุ่มหน้าคล้ายกับซาโตชิประสบอุบัติเหตุและมาพบกับมิอง (จริงๆแล้วเป็นร่างของชิอง แต่มิองเข้าสิง เมื่อถูกยิงแล้วจึงกลับเป็นชิอง) ที่โตเป็นสาวใหญ่ในหมู่บ้านฮินามิซาว่าที่น่าจะร้างไปแล้วคือบท "บทพ้นทิวา หรือ ตำนานไม่มีวันตาย" (โยอิโกชิเฮ็น; Yoigoshi-hen; บทชั่วข้ามคืน) หรือบทที่เล่าเรื่องราวของชิองในโรงเรียนสตรีเซนต์ลูเซีย คือ บท "วันที่หายไป หรือ บททลายความจริง" (อุสึสึโกวาชิเฮ็น; Utsusukowashi-hen) ซึ่งบางบทมีการตีพิมพ์ออกมาแล้ว (ดูได้จากเว็บไซต์มังกะ)

ในตัวเกมมีการให้ "ทิป" (Tips) แก่ผู้อ่านแทรกระหว่างการดำเนินเรื่อง โดยทิปเหล่านี้เป็นข้อมูลเสริมที่ผู้อ่านต้องพิจารณาเองว่าเป็นประโยชน์อย่างไรหรือไม่ ยกตัวอย่าง ทิปบางข้อเป็นแค่ข้อมูลง่ายๆ อย่าง "ฮินามิซาวะเป็นหมู่บ้านขนาดเล็กมาก นักเรียนทุกคนที่ไปโรงเรียนในหมู่บ้านจะถูกรวมให้อยู่ชั้นเดียวกัน" ทิปบางข้อเป็นบทความในหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับคดีฆาตกรรมในฮินามิซาวะ เป็นต้น

สื่ออื่น ๆ[แก้]

มังงะ[แก้]

ดรามาซีดี[แก้]

นิยาย[แก้]

อะนิเมะ[แก้]

ภาพยนตร์[แก้]

ดนตรี[แก้]

การตอบรับ[แก้]

ฮิกุระชิ โนะ นะคุ โคะโระ นิ ได้รับความนิยมอย่างสูงในประเทศญี่ปุ่น ผู้ติดตามหลายคนกล่าวว่าความสำเร็จของฮิกุระชินั้น เกิดจากความน่ากลัวและระทึกขวัญที่เกมสามารถถ่ายทอดได้อย่างสมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ยังมีปริศนาจำนวนมากที่ตัวเกมไม่ได้ให้คำตอบที่ตายตัว เปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้ขบปริศนาด้วยตัวเอง ทำให้ผู้เล่นหลายกลุ่มรวมตัวกันสร้างกระดานสนทนาทางอินเทอร์เน็ตเพื่อแลกเปลี่ยนและถกเถียงทฤษฎีที่อธิบายเหตุการณ์ในเกม ความนิยมของฮิกุระชิทวีขึ้นเป็นเท่าตัวเมื่อนิตยสารเกมใหญ่ๆ ตีพิมพ์บทความชื่นชมเนื้อเรื่องและบทของเกม

ฮิกุระชิจะถูกนำไปดัดแปลงเป็นเกมสำหรับเครื่องเพลย์สเตชัน 2 ซึ่งคาดว่าจะมีกำหนดจำหน่ายในฤดูหนาวปี2550 นับเป็นครั้งแรกของเกมโดจินชิที่ได้รับความนิยมสูงถึงขนาดนี้

อภิธานศัพท์[แก้]

เทศกาลลอยนุ่น[แก้]

หรือที่เรียกกันในภาษาญี่ปุ่นว่า "วาตะ นะ วางิ" มาจากคำว่า "วาตะ"ที่แปลว่ายนุ่น และคำว่า "นางาชิ"ที่แปลว่าการลอย หรือการชำระ แต่ความหมานที่แท้จริงแล้วมากจากคำว่า "วาตะ"อีกตัวหนึ่งที่แปลว่าเครื่องในเนื่องจากประเพณีโบราณที่ว่าบรรพบุรุษของตระกูลฟุรุเดะคือฮานิวที่เป็นยักษ์เผ่ากินคนได้แต่งงานกับเจ้าอาวาสเมื่อมีลูกสาวทำให้ถูกชาวบ้านรังเกียจจึงได้ได้ลูกสาวทำการำระบาปของตนด้วยการฆ่าและสาวใส้ในออกมาชำระล้างในแม่น้ำโอนิงะฟูจิจึงเป็นที่มาของเทศกาลลอยนุ่นที่จะนำฟูกมาชำแหละและนำไปลอยที่แม่น้ำโอนิงะฟูจิเพื่อเป็นการชำระล้างหรือสังเวยวิญญาณคนบาปเพื่อระงับความพิโรธของท่านโอยะชิโระ

ท่านโอยาชิโระ[แก้]

เทพเจ้าประจำหมู่บ้านที่คนในฮินามิซาวะต่างหวาดกลัว ยามใดที่มีการตายปริศนาในฮินามิซาวะชาวบ้านมักเชื่อว่าเป็นเพราะ "คำสาปของท่านโอยาชิโระ" โดยในเทศกาลลอยนุ่นของทุกปีจะมีคนหนึ่งที่ต้องตายและอีกคนที่ต้องหายสาบสูญ แต่แท้จริงแล้วเป็นเพราะความคาดหวังของทาคาโนะที่จะเป็นพระเจ้า เป็นผู้กำหนดความตายของทุกคนในหมู่บ้าน จึงได้จัดการทำร้ายคนหลายคนเพื่อความสำเร็จของตนเอง

อ้างอิง[แก้]

  1. "รายชื่อหนังสือการ์ตูน". SIC. 8 เมษายน 2555. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

Wikiquote
วิกิคำคมภาษาอังกฤษ มีคำคมที่กล่าวโดย หรือเกี่ยวกับ: Higurashi_no_Naku_Koro_ni

เว็บไซต์ทางการ[แก้]

เว็บไซต์ผู้ติดตามผลงาน[แก้]