ยะโอะอิ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ยะโอะอิ (ญี่ปุ่น: やおい yaoi ?) เป็นคำศัพท์ที่มีต้นกำเนิดมาจากญี่ปุ่น ใช้ในวงการนิยายและการ์ตูน เริ่มแรกเดิมทีคำนี้ หมายถึง ประเภทหนึ่งของงานโดจินชิซึ่งเป็นผลงานล้อเลียนมังงะหรืออะนิเมะที่กำลังเป็นที่นิยมในขณะนั้น แต่ปัจจุบันความหมายได้เปลี่ยนไป กลายเป็นลักษณะความสัมพันธ์แบบรักร่วมเพศเชิงอีโรติกหรือโรแมนติกระหว่างชายกับชาย ซึ่งอยู่ในรูปแบบของมังงะ อะนิเมะ เกม นิยาย และ โดจินชิ

ต่อมาในญี่ปุ่นได้เกิดคำศัพท์ใหม่แทนที่ยะโอะอิ คือคำว่า บอยส์เลิฟ (Boy's Love) (ญี่ปุ่น: ボーイズラブ Booizu Rabu ?) แม้ชื่อจะบอกว่าเป็นความรักของเด็กหนุ่ม แต่ในความเป็นจริงแล้วสามารถใช้ได้กว้างตั้งแต่เรื่องราวระหว่างวัยรุ่นไปจนถึงคนสูงวัย แต่มีศัพท์เฉพาะ คือ ความสัมพันธ์กับชายวัยเยาว์ เรียก โชะตะคอน ถ้าเป็นชายสูงอายุเรียก โอจิคอน ส่วนในต่างประเทศเช่น สหรัฐอเมริกา ไทย ยังคงนิยมใช้คำว่า ยะโอะอิ[ต้องการอ้างอิง]

ที่มา[แก้]

คำว่า yaoi กำเนิดครั้งแรงช่วงปลายยุค 70 โดยซาคาตะ ยาซุโกะและฮัตสุ รินโกะ ที่ต้องการล้อเลียนโครงสร้างของงานเขียนโคลงจีนยุคเก่าซึ่งต้องประกอบด้วย ki (introduction บทนำ), syo (development ดำเนินเรื่อง), ten (transition จุดผกผัน), และ ketsu (conclusion บทสรุป) โดยสร้างงานที่

Yamanashi (no climax-ไม่มีไคลแมกซ์)

Ochinashi (no point-ไม่มีประเด็น)

Iminashi (no meaning-ไม่มีความหมาย)

กลายมาเป็นงานโดจินชิที่ชื่อ Loveri

ต่อมาในยุค 80 คำว่า yaoi ได้หมายความถึงงานการ์ตูนล้อเลียนที่มีผู้ชายสองคนเป็นตัวเอกและเน้นความสัมพันธ์ทางเพศเป็นเนื้อหาหลัก ส่วน shonenai หมายถึงการ์ตูนที่มีผู้ชายสองคนเช่นกัน แต่เน้นความรักโรแมนติกและน่ารักอ่อนโยนกว่า ทั้ง yaoi และ shonenai ไม่ใช่การ์ตูนที่กล่าวถึงความรักของ เกย์ เลย แต่เป็นรูปแบบหนึ่งของความรักที่ "เหนือ" กว่าความรักระหว่างคนต่างเพศทั่วไป

แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ต้นกำเนิดของความสัมพันธ์แบบชายกับชายในการ์ตูนไม่ได้เกิดในดงโดจินชิเป็นที่แรก แต่กลับเกิดในงานการ์ตูนที่มีพิมพ์ขายแบบเป็นล่ำเป็นสัน เรื่องนั้นคือ Kaza to Ki no Uta หรือ A Poem of Wind and Trees งานเขียนของทาเคมิยะ เคย์โกะ ซึ่งตีพิมพ์ในนิตยสารการ์ตูนผู้หญิงในปี 1976 เรื่องนี้เป็นเรื่องของกิลเบิร์ต คอคโต เด็กหนุ่มรูปงามในโรงเรียนประจำแห่งหนึ่งที่มีอันต้องร่วมหอลงเตียงกับเพื่อนหนุ่มรูมเมท

ต่อมาในปี 1978 นิตยสาร Comic June (อ่านว่าจู-เน่) ได้วางแผงช่วงเวลาเดียวกับที่กลุ่มของซาคาตะคิดค้นคำว่า yaoi ถือเป็นนิตยสารเล่มแรกที่มีแต่เรื่องชายกับชาย[1]

ศัพท์เทคนิค[แก้]

โชเน็งไอ[แก้]

โชเน็งไอ (shonen ai) เป็นคำศัพท์ที่ริเริ่มจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นคำที่ใช้เรียกการ์ตูน อะนิเมะ มีเนื้อหาเป็นลักษณะความรักระหว่างชายและชาย โชเน็งไอจะไม่เน้นเรื่องเพศสัมพันธ์เหมือนยะโอะอิ

seme และ uke[แก้]

ใช้แบ่งแยกสถานะในกรณีของ yaoi และ yuri

  • seme (เซะเมะ) คือ ฝ่ายรุก มักมีรูปร่างสูงใหญ่ และเหมือนผู้ชายปกติ
  • uke (อุเคะ) คือ ฝ่ายรับ มักมีหน้าตาและรูปร่างเหมือนผู้หญิง

โดจินชิ[แก้]

ดูบทความหลักที่: โดจินชิ

โดจินชิ (Doujinshi) เป็นการ์ตูนหรือนิยายที่ผู้เขียนออกทุนเองโดยไม่ผ่านสำนักพิมพ์ หรือเรียกว่าหนังสือทำมือ เนื้อหาของโดจินชิสามารถเป็นได้ทั้งออริจินัลของผู้เขียนเอง หรือเป็นการล้อเลียนหรือดัดแปลงจากต้นฉบับโดยผู้เขียนจะหยิบยกตัวละครมาเขียนในรูปแบบใหม่ที่ต่างจากต้นฉบับ (ซึ่งอาจจะเป็นแนวอะไรก็ได้ไม่จำเป็นต้องเป็น yaoi หรือ yuri เสมอไปตามที่คนเข้าใจผิดกัน)

การออกวางจำหน่าย[แก้]

การ์ตูนแนวยะโอะอินั้น ปัจจุบันเป็นที่หาซื้อได้ง่ายมากๆ ส่วนใหญ่จะวางขายในร้านขายหนังสือการ์ตูนใหญ่ๆ หรือร้านหนังสือการ์ตูนขึ้นห้าง โดยที่จะมีการแบ่งโซนอย่างชัดเจน หนังสือการ์ตูนแนวนี้จะไม่มีฉากในการร่วมเพศอย่างโจ่งแจ้ง ส่วนใหญ่จะมีแค่ฉากจูบเท่านั้น

ข้อวิพากษ์วิจารณ์, ปฏิกิริยา และ ผลตอบรับ[แก้]

ในประเทศไทย ถึงแม้ว่าจะมีผู้ชื่นชอบนวนิยายประเภทนี้เป็นจำนวนมากพอสมควรก็ตาม ทว่าก็มีผู้ที่ไม่เห็นด้วย, ต่อต้าน และ คัดค้านสิ่งที่พวกเขากล่าวว่าเป็นสิ่งที่ "หยาบคาย" และ "ลามกอนาจาร" โดยส่วนใหญ่แล้ว ผู้ที่ไม่เห็นด้วย มักจะเป็นกลุ่มคนที่มีความคิดไปทาง อนุรักษ์นิยม, ชาตินิยม และ ประเพณีนิยม

เป็นที่น่าสังเกตว่า มีการ เขียน, อ้างถึง หรือ ส่อไปในทางที่เชื่อได้ว่า เป็นบุคคลจริงๆ

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]