มูลนิธิ ๕ ธันวามหาราช

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ตราสัญลักษณ์ มูลนิธิ ๕ ธันวามหาราช

มูลนิธิ ๕ ธันวามหาราช (อังกฤษ: Foundation of King Rama Nine, THE GREAT) เป็นองค์กรหลักในการจัดงานเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ภาคประชาชน ที่เรียกว่า “งาน ๕ ธันวามหาราช” และงานเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ภาคประชาชน ที่เรียกว่า “งาน ๑๒ สิงหาพระบรมราชินีนาถ” (ชื่อเดิม: งาน ๑๒ สิงหามหาราชินี) ต่อมาทางมูลนิธิได้เพิ่มวันที่ 28 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร มาอยู่ในกิจกรรมด้วย โดยเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555

ประวัติ[แก้]

พิธีถวายเครื่องราชสักการะ และจุดเทียนชัยถวายพระพร

มูลนิธิ ๕ ธันวามหาราช จัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2522 จากการดำเนินการจัดงาน ๕ ธันวามหาราช เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2520 ด้วยการตั้งคณะกรรมการจัดงานขึ้น ในรูปองค์กรเฉพาะกิจ รวมตัวกันจัดงานในแต่ละปี ไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคล ทั้งยังไม่มีฐานะใดๆ ในทางกฎหมาย ขณะที่มีการจัดงานเป็นประจำทุกปี จึงทำให้เกิดความไม่คล่องตัว อีกทั้งยังไม่สะดวกต่อการดำเนินงาน จึงได้จัดตั้งองค์กรขึ้นในรูปมูลนิธิ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน

ในปี พ.ศ. 2530 อันเป็นปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ รอบ ทางมูลนิธิฯ ร่วมกับพสกนิกรชาวไทย เสนอขอน้อมเกล้าฯ ถวายพระราชสมัญญา “มหาราช” แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ต่อคณะรัฐมนตรี และมีมติให้ถวายพระราชสมัญญาดังกล่าว

มูลนิธิฯ จึงดำเนินการจัดสร้าง หอเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ในบริเวณหอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี กรุงเทพมหานคร เพื่อเก็บรักษาเอกสารอันเกี่ยวเนื่องกับการขอน้อมเกล้าฯ ถวายพระราชสมัญญา “มหาราช” และเอกสารสำคัญ ตลอดจนสื่อโสตทัศน์ อันเกี่ยวเนื่องด้วยพระราชกรณียกิจในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ รวมถึงเป็นสำนักงานของมูลนิธิฯ ด้วย [1]

แรกเริ่มการกำเนิด “มูลนิธิ 5 ธันวามหาราช” นั้น สืบเนื่องจากวันที่ 12 สิงหาคม 2520 ได้มีการจัดงาน "วันร่มเกล้าชาวประชา" โดยการริเริ่มของ นายประสาน ศิลป์จารุ (ทองแป๊ะ) ศิลปินอาวุโส ได้ริเริ่มทำการเชิญชวนประชาชนทุกสาขาอาชีพ ทุกหมู่เหล่ามาร่วมกันจัดงาน “วันร่มเกล้าชาวประชา” 12 สิงหาคม 2520 ณ วังสราญรมย์ เพื่อเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งการจัดงานในครั้งนั้น ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง และถือเป็นงานใหญ่ที่มีคนมาร่วมงานมากในสมัยนั้น โดยในงานได้จัดให้มีการฉายหนังกลางแปลง ดนตรีลูกทุ่ง ลูกกรุง โขน ละคร ลิเก และมหรสพจำนวนมาก เต็มพื้นที่วังสราญรมย์ มีการเก็บเงินค่าผ่านประตูเพื่อการกุศลคนเข้าชมงานคนละ 5 บาท สามารถเก็บเงินได้ถึง 500,000 บาท นับได้ว่ามีผู้เข้าชมงานถึง 100,000 คน และได้นำเงินดังกล่าวขึ้นทูลเกล้าถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งพระองค์ท่านได้มีพระราชเสาวนีย์ว่าเงินจำนวนนี้ ถือเป็นเงินก้อนแรกที่ประเดิมเข้าบัญชีมูลนิธิศิลปาชีพ เพื่อประโยชน์ต่อประชาชนในอนาคตต่อไป

จากความสำเร็จดังกล่าว จึงได้ริเริ่มดำเนินการต่อ ที่จะถวายสมัญญา "มหาราช" แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2520 โดยเชิญข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ และประชาชนสาขาอาชีพต่างๆ มาร่วมแสดงความเห็น ทั้งในภาครัฐบาล และเอกชน หลังจากที่ได้ร่วมประชุมกันหลายครั้ง ที่ประชุมมีความเห็นว่าจะยังไม่มีการถวายสมัญญานาม แต่จะจัดงานเตรียมการถวายกันก่อน โดยตั้งชื่องานว่า "5 ธันวามหาราช" กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 3 - 5 ธันวาคม 2520 โดยนายประสาน ศิลป์จารุ, นายวสันต์ ชูสกุล, นายประจวบ จำปาทอง ได้นำคณะกรรมการจัดงานฯ เข้าเชิญ พลเอก เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น ให้เป็นประธานจัดงาน 5 ธันวามหาราช 5 ธันวาคม พ.ศ. 2520 ซึ่งท่านนายกเกรียงศักดิ์ ก็ได้กรุณาตอบรับเชิญเป็นประธานในทันที และสนับสนุนงานอย่างดียิ่ง จึงถือได้ว่า พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานจัดงาน 5 ธันวามหาราช คนแรกของประเทศไทย /// และในปี พ.ศ. 2522 นายประสาน ศิลป์จารุ ยังเป็นผู้ริเริ่มมอบหมายให้นายศักดิ์เกษม หุตาคม หรือ "อิงอร" ร่วมกับ นายมงคล อมาตยกุล ทำการประพันธ์เพลง "พระภูมิพลมหาราช" ขึ้น เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติองค์พระมหากษัตริย์อีกทางหนึ่งด้วย

ปี พ.ศ. 2528 ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น ได้ประกาศว่ารัฐบาลจะจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสพระชนมายุครบ 60 พรรษา ในปี พ.ศ. 2530 ทางคณะกรรมการมูลนิธิฯ จึงได้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้เชิญ นายพิศาล มูลศาสตรสาทร ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานอำนวยการจัดงาน 5 ธันวามหาราช ปี 2528 และให้ นายประจวบ จำปาทอง เป็นประธานจัดงาน กระทั่งปี 2529 นายพิศาล มูลศาสตรสาทร ได้ทำการสำรวจประชามติประชากรกว่า 40 ล้านคนในสมัยนั้น เพื่อขอความคิดเห็นในกรณีที่จะถวายสมัญญานาม "มหาราช" แด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผลปรากฏว่า ประชาชน 34 ล้านคน เห็นควรถวายพระนาม "พระภูมิพลมหาราช" อีก 6 ล้านคน เห็นควรถวายพระนาม "พระภัทรมหาราช" และพระนามอื่นๆ อีกเล็กน้อย จนกระทั่งวันที่ 5 ธันวาคม 2530 ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศถวายสมัญญานาม "พระภูมิพลมหาราช" ในท่ามกลางสันนิบาตรสโมสร เป็นที่ปลื้มปิติแด่ประชาชนชาวไทยทั้งมวล /// และในปี 2531 ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี ได้มอบรางวัล “สังข์เงิน” แด่ นายประสาน ศิลป์จารุ ในฐานะเป็นผู้ริเริ่มจัดงาน 5 ธันวามหาราช โดยรับในสาขาเทิดพระเกียรติสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งจัดโดยสมาคมนักประชาสัมพันธ์แห่งประเทศไทย

สำหรับการจัดงาน 5 ธันวามหาราช นั้น ในงานจะจัดให้มีการฉายภาพยนตร์ 100 จอ จัดชกมวยไทยกว่าร้อยคู่ในแต่ละครั้ง และมหรสพอื่นๆ อีกมากมาย โดยใช้สนามหลวงเป็นสถานที่จัดงานตลอดมา และได้ร่วมกับคณะกรรมการจัดงาน "5 ธันวามหาราช" จัดตั้ง "มูลนิธิ 5 ธันวามหาราช" ขึ้นจนเป็นที่เรียบร้อย ในปี พ.ศ. 2522 โดยมีคุณหญิงนงนุช จิรพงศ์ (บุตรสาวจอมพลถนอม กิตติขจร) เป็นประธานมูลนิธิคนแรก และคุณหญิงวิจิตรา ดิษยะศริน เป็นประธานคนที่สอง และเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

คณะกรรมการมูลนิธิ[แก้]

มูลนิธิฯ จะมีมติแต่งตั้ง คณะกรรมการมูลนิธิฯ เพื่อดำรงตำแหน่งตามวาระ ขึ้นจำนวนสองชุด ประกอบด้วย คณะกรรมการที่ปรึกษา และคณะกรรมการสามัญ ดังมีรายนามในชุดปัจจุบัน ดังต่อไปนี้[2]

รายนามคณะกรรมการที่ปรึกษา[แก้]

รายนามคณะกรรมการสามัญ[แก้]

คณะกรรมการจัดงานเฉลิมพระชนมพรรษาฯ[แก้]

มูลนิธิฯ จะมีมติแต่งตั้ง คณะกรรมการจัดงานเฉลิมพระชนมพรรษาฯ เป็นประจำทุกปี ประกอบด้วยคณะกรรมการฯ สองชุด คือ คณะกรรมการจัดงานเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ (งาน ๕ ธันวามหาราช) คณะกรรมการจัดงานเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ (งาน ๑๒ สิงหาพระบรมราชินีนาถ) และคณะกรรมการจัดงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ดังมีรายนามในชุดปัจจุบัน ดังต่อไปนี้

คณะกรรมการจัดงาน ๕ ธันวามหาราช [3][แก้]

คณะกรรมการจัดงาน ๑๒ สิงหาพระบรมราชินีนาถ [4][แก้]

คณะกรรมการจัดงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร[แก้]

ผลงานสำคัญของมูลนิธิ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]