มุฮัมมัด บินอับดิลวะฮาบ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

มุฮัมมัด บินอับดิลวะฮาบ (อาหรับ: محمد بن عبد الوهاب التميمي‎) มีชีวิตอยู่ในระหว่างปี ฮ.ศ.1115-1206 (พ.ศ. 2246-พ.ศ. 2335) เกิดที่เมือง อัลอุยัยนะหฺ ไม่ไกลจากนครริยาด เมืองหลวงของประเทศซาอุดิอาระเบียในปัจจุบัน ครอบครัวของเขาเรียกได้ว่าเป็นครอบครัวผู้รู้ศาสนา ปู่ของเขา คือ สุลัยมาน อิบนุ อะลี อิบนุ มัชร็อฟ เป็นหนึ่งในจำนวนปราชญ์มุสลิมที่มีชื่อเสียงที่สุดในสมัยนั้นและเป็นผู้ที่เหล่านักแสวงหาความรู้มากมายเลื่อมใสและเป็นสานุศิษย์ บิดาของเขา คือ อับดุลวะฮาบ อิบนุ สุลัยมาน) และน้าชายของเขา อิบรอฮีม อิบนุ สุลัยมาน รวมทั้งลูกผู้พี่คือ อับดุรเราะหฺมาน อิบนุ อิบรอฮีม และพี่ชายของเขาเองคือ สุลัยมาน อิบนุ อับดุลวะฮาบ ล้วนถือได้ว่าเป็นอุละมาอ์(นักปราชญ์มุสลิม)ซึ่งเป็นที่รู้จักของผู้คนในสมัยนั้น

ตั้งแต่ยังเยาว์วัย มุฮัมมัด บินอับดิลวะฮาบ เป็นเด็กที่เฉลียวฉลาดและมีความจำที่ดีเยี่ยม สามารถท่องจำอัลกุรอานได้หมดตั้งแต่อายุยังไม่ถึงสิบขวบ เขาเริ่มเรียนกับบิดาของเขาโดยได้ศึกษาหนังสืออิสลามต่าง ๆ มากมายตั้งแต่อายุยังน้อย เมื่ออายุได้ยี่สิบปีเขาได้ออกเดินทางไปศึกษากับผู้รู้ท่านอื่น ๆ อีกหลายท่าน โดยเริ่มต้นด้วยการเดินทางไปทำฮัจญ์ที่นครมักกะหฺ แล้วเดินทางไปยังนครมะดีนะหฺ และตั้งหลักมุ่งมั่นหาความรู้ที่นั่นเป็นเวลานานหลายปี ในบรรดาผู้เป็นครูของท่านที่มะดีนะหฺ อาทิ อับดุลลอฮฺ อิบนุ อิบรอฮีม อิบนุ ซัยฟฺ ผู้เป็นครูที่ใกล้ชิดท่านมากที่สุด ท่านยังได้เป็นศิษย์ของ มุฮัมมัด ฮะยาต อัสสินดีย์ นักปราชญ์ด้านฮะดีษ (ความรู้ว่าด้วยวจนะแห่งท่านศาสนทูต) ที่มีชื่อเสียงในมะดีนะหฺ จากมะดีนะหฺ เขาได้เดินทางต่อไปยังเมือง อัลบัศเราะหฺ (เมืองบัศรา ในประเทศอิรักปัจจุบัน) และได้เรียนเป็นศิษย์ของ มุฮัมมัด อัลมัจญ์มูอีย์ ผู้ซึ่งประสาทความรู้ด้านฮะดีษและภาษาให้กับเขา เขาเป็นที่รู้จักในนามเชค อัลนัจญ์ดีย์ (เชคแห่งแคว้นนะญัด)

เชค อัลนัจญ์ดีย์ ชอบและชื่นชมงานเขียนของ อิบนุตัยมียะหฺเป็นอย่างยิ่ง จึงเริ่มฟื้นฟูคำสั่งสอนของ อิบนุตัยมียะหฺ ภายหลังได้เขียนใบปลิวและหนังสือแจกจ่ายให้แก่ชาวบ้านในชนบท เพื่อเผยแพร่ทัศนะคติของตน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเน้นเรื่องการตั้งภาคี โดยเห็นว่าการเยี่ยมเยียนสุสานและการขอพรต่ออัลลอหฺ ณ ที่สุสานเป็นการตั้งภาคีต่ออัลลอหฺ เป็นการกระทำที่ผิดต่อหลักศาสนาอิสลามอย่างใหญ่หลวง

ชาวบ้านดัรอียะหฺ รวมทั้งผู้นำที่มีชื่อว่า มุฮัมมัด บินสะอูด (2268-2308) จากเผ่าอุนัยซะหฺ ซึ่งเป็นเผ่าเล็กและไร้อำนาจในอารเบีย ได้ศรัทธาต่อเชคอัลนัจดีย์ และเห็นผลประโยชน์ของลัทธิที่ก่อตั้งโดยบุตรอับดุลวะฮาบนี้ ทั้งสองจึงร่วมกันตั้งขบวนการเผยแพร่ลัทธิ ที่รู้จักกันในเวลาต่อมาว่า วะฮาบีย์ โดยบุตรอับดุลวะฮาบตั้งตนเป็น กอฎี (ผู้พิพากษา) ให้ สะอูด เป็น ฮากิม หรืออิมาม (ผู้ปกครอง) และได้ทำสัญญาว่า ตำแหน่งทั้งสองนี้จะสืบทอดโดยทายาทของสองตระกูลนี้เท่านั้นตลอดไป

ฝ่ายอับดุลวะฮาบ แห่งเผ่าตะมีม ผู้เป็นบิดาของเชค อัลนัจญ์ดีย์ นั้นเป็นผู้รู้แห่งนครมะดีนะหฺ และสุลัยมานพี่ชายของเขา รวมทั้งเหล่านักปราชญ์ในเมืองมะดีนะหฺก็ได้ประกาศต่อต้านลัทธิของ เชค อัลนัจญ์ดี เพราะขัดแย้งกับคำสั่งสอนของอิสลามหลายประการ เมื่อได้รับการต่อต้านจากหลายฝ่าย เชค อัลนัจญ์ดี ก็ได้ตกลงกับ มุฮัมมัด บุตรสะอูด ในปี ฮ.ศ. 1143 (พ.ศ. 2273) ว่า ผู้ใดที่ไม่ยอมรับลัทธิวะฮาบีย์ เขาก็ไม่ใช่มุสลิมที่แท้จริง เขาเป็นผู้ตั้งภาคี ควรแก่ฆ่าทิ้ง หรือทำสงครามปล้นเอาทรัพย์สินของเขาได้ 7 ปีต่อมา เขาทั้งสองก็ได้ปฏิบัติตามข้อตกลงนั้น จัดทัพออกทำศึกสงครามปล้นสะดมหมู่บ้าน ตำบล และเมือง ที่ไม่ยอมรับลัทธิวะฮาบีย์ ผู้คนที่เข้าลัทธิวะฮาบีย์เรียกกันว่า อัลอิควาน (ภราดร) ปี 2337 และ 2339 พวกวะฮาบีย์โจมตีเริ่มโจมตีคูเวตหลายครั้ง เพื่อยึดเมืองให้ขึ้นกับตระกูลสะอูด

ภายหลังจากที่มุฮัมมัด บินอับดิลวะฮาบเสียชีวิต กองทัพของชาววะฮาบีย์ได้ออกเผยแพร่ลัทธิ ภายหลังได้สถาปนาประเทศซาอุดิอาระเบียขึ้น

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]