มุฮัมมัด ซัยยิด ฏ็อนฏอวี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

มุฮัมมัด ซัยยิด ฏ็อนฏอวี (อังกฤษ: Muhammad Sayyid Tantawi; อาหรับ: محمد سيد طنطاوي‎; 28 ตุลาคม ค.ศ. 1928-10 มีนาคม ค.ศ. 2010) ท่องจำกุรอานที่เมืองอะเล็กซานเดรีย เคยดำรงตำแหน่งอิหม่ามคนสำคัญแห่งมัสยิดอัลอัซฮัร และผู้นำสูงสุดแห่งอัซฮัร เสียชีวิตระหว่างการเดินทางเยือนกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย

วัยเด็ก[แก้]

เกิดที่หมู่บ้านซาลีมอัชชัรกียะฮ์ จังหวัดซูฮาจ ประเทศอียิปต์

การศึกษาและทำงาน[แก้]

จบการศึกษาในระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร คณะวจนะศาสดาและอรรถาธิบายกุรอาน ปี ค.ศ. 1966 ด้วยคะแนนประเมินผลอันดับดีเยี่ยม ได้รับมอบหมายให้เป็นอาจารย์สอนคณะศาสนศาตร์ ประเทศลิเบีย เป็นเวลา 4 ปี ได้รับตำแหน่งเป็นคณบดีคณะศึกษาศาสตร์อิสลาม แห่งมหาลัยอิสลามียะฮ์ ณ นครมะดีนะฮ์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย เคยดำรงตำแหน่งมุฟตีผู้วินิจฉัยชี้ขาดประเด็นปัญหาทางศาสนาอิสลามแห่งสาธารณรัฐอิยิปต์ ครั้นปี ค.ศ.1996 จึงได้รับตำแหน่งอธิการบดีแห่งมหาลัยอัลอัซฮัร

มุมมองการวินิจฉัยประเด็นทางศาสนา[แก้]

ข้อขัดแย้งต่อการคลุมศีรษะของสตรีมุสลิมในฝรั่งเศส[แก้]

ในช่วงที่รัฐบาลฝรั่งเศสสั่งห้ามสตรีมุสลิมคลุมศีรษะในสถานศึกษา ฏ็อนฏอวีวินิจฉัยว่า อนุญาตให้เปลื้องผ้าคลุมศีรษะ (ฮีญาบ) ได้ขณะกำลังศึกษา

การทำแท้ง[แก้]

เขากล่าวว่า อณุญาตให้สรีทำแท้งได้ ในกรณีที่นางตั้งครรภ์จากการถูกข่มขึน กระทั่งอาลี ญุมอัต ออกมาบริภาษว่า ฏ็อนฏอวี วินิจฉัยผิดพลาด

การขลิบอวัยวะเพศหญิง[แก้]

เขาต่อต้านการขลิบอวัยวะเพศหญิง เขากล่าวว่า การกระทำดังกล่าวไม่ใช่สิ่งที่มาจากอิสลาม และในปี ค.ศ. 1997 ปราชญ์ทางศาสนาอิสลาม (อุลามา) มีความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่า การกระทำดังกล่าวไม่ใช่กิจการทางศาสนา ฏ็อนฏอวียังปิดเผยด้วยว่า บุตรสาวของเขาเองก็ไม่ได้ขลิบอวัยวะเพศ

การระเบิดพลีชีพ[แก้]

ฏ็อนฏอวีต่อต้านการระเบิดแบบยอมตายของมุสลิมในการต่อสู้กับอิสราเอล ซึ่งเป็นความเห็นที่แตกต่างจากยุซุฟ ก็อรฏอวี ในปี ค.ศ. 2003 เขาประณามการระเบิดพลีชีพว่า "เป็นศัตรูของอิสลาม" และยังกล่าวอีกว่า "ความเชื่อที่แตกต่างกันของผู้คนในสังคม การขัดแย้งและการเป็นปรปักษ์เป็นเหตุทำให้อยู่ร่วมกันไม่ได้ นับเป็นความโง่เขลาอย่างยิ่ง พวกหัวรุนแรงสุดโต่งเป็นศัตรูของอิสลาม ญิฮาดคือการต่อต้านการรุกรานดินแดนและช่วยเหลือกันให้หลุดพ้นจากการถูกกดขี่บังคับ ซึ่งแตกต่างกับการใช้ความรุนแรงราวฟ้ากับดิน"[ต้องการอ้างอิง]

การให้สตรีเป็นอิหม่ามนำละหมาด[แก้]

เขากล่าวว่า มันเป็นสิ่งไม่เหมาะสมสำหรับพวกผู้ชายที่จะมองสัดส่วนของผู้หญิงที่อยู่ด้านหน้า

กรณีสมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกที่ 16 กล่าวตำหนิอิสลาม[แก้]

ฏ็อนฏอวีระบุระบุว่า เราไม่มีข้อโต้แย้งที่เขาจะกล่าวในเรื่องสาระอื่น ๆ ในขณะเดียวกันสิ่งที่เขาประกาศต่อสาธารณชนเขาต้องขออภัยอย่างเปิดเผยหรือไม่ก็แสดงเหตุผลสมควรในสิ่งที่เขาพูด

กรณีการก่อวินาศกรรม 11 กันยายน พ.ศ. 2544[แก้]

เขากล่าวว่า นี่ไม่ใช่ความกล้าหาญที่จะฆ่าผู้บริสุทธิ์เป็นพันศพ รวมทั้งฆ่าผู้ชาย ผู้หญิง และเด็ก เขากล่าวด้วยว่า "อุซามะฮ์ บิน ลาดิน เรียกการญิฮาดว่าเป็นเพียงการต่อต้านตะวันตกซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และไม่เกี่ยวข้องกับอิสลาม" เขากล่าวเสริมอีกว่า "การฆ่าพลเรือนผู้บริสุทธิ์เป็นการข่มขวัญที่น่ารังเกียจ เป็นการกระทำของพวกไร้ศาสนา ซึ่งเรารับไม่ได้" และยังกล่าวอีกว่า "ผู้กระทำผิดลักษณะเดียวกับกับฏอลิบานและอัลกออิดะฮ์ เป็นสิ่งที่กุรอานไม่อนุญาต"[ต้องการอ้างอิง]

การเยือนประเทศไทย[แก้]

ฏ็อนฏอวีได้รับคำเชิญจากรัฐบาลไทยให้เยือนไทยในระหว่างวันที่ 23 – 27 มิถุนายน พ.ศ. 2550 เพื่อกระชับตวามสัมพันธ์ในกิจการด้านศาสนาและเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างศาสนาเพื่อสันติสุขชายแดนใต้

เสียชีวิต[แก้]

ฏ็อนฏอวีได้เสียชีวิตเนื่องจากหัวใจล้มเหลว (หัวใจวาย) ในระหว่างการเยือนที่ประเทศซาอุดีอาระเบียอย่างเป็นทางการ เมื่อเช้าวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2553 ในขณะที่ท่านมีอายุ 81 ปี