มิแรนดา เคอร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก มิรานดา เคอร์)

มิแรนดา เมย์ เคอร์ (อังกฤษ: Miranda May Kerr) เกิด วันที่ 20 เมษายน ปี 1983[1] เป็นนางแบบสาวชาวออสเตรเลีย มิแรนดามีชื่อเสียงในปี 2007 เนื่องจากเป็น 1 ในนางฟ้าของวิคตอเรีย ซีเคร็ต เธอเป็นชาวออสเตรเลียเพียงคนเดียวที่ได้ร่วมงานกับวิคตอเรีย ซึเคร็ตและเป็นตัวแทนออสเตรเลียที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของห้างสรรพสินค้าของชนชั้นสูงหรือคนมีระดับอย่างห้างเดวิดโจนส์ นอกจากนี้เธอยังเปิดตัวสินค้าในแบรด์ของเธอเอง ซึ่งเป็นออแกนิคสกินแคร์ มีชื่อว่า KORA Organics, และหนังสือของเธอเองที่มีชื่อว่า "Treasure Yourself"

มิแรนดาเริ่มจากการเป็นนางแบบแฟชั่นที่เป็นแนวแฟชั่นอุตสาหกรรมเมื่อเธออายุได้ 13 ปี เริ่มจากชาลีโมเดลเอเจนซี่, และมิแรนดาการประกวดของนิตยสาร Dolly ในการหานางแบบได้ชนะเลิศในปี 1997 และกลิ่นของน้ำหอม(Impulse)[2] เธอแต่งงานกับนักแสดงชาวอังกฤษที่ชื่อ ออร์แลนโด บลูม ในปี 2010 พวกเขาได้แยกทางกันแล้ว.

ชีวิตในวัยเด็ก[แก้]

มิแรนดา เกิดในนครซิดนีย์[3] และเติบโตในเมืองเล็กๆ ที่ชื่อว่า กันเนดาห์, รัฐนิวเซาวท์เวลส์.[4] เธอเป็นลูกสาวขอเทเรเซและจอห์น เคอร์. เทเรเซเป็นผู้จัดการทั่วไปของบริษัทKORA Organics ซึ่งเป็นบริษัทของมิแรนดาฐานที่ตั้งอยู่ออสเตรเลียเริ่มเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2010.[5] เธอมีน้องชาย,แมทธิว, มีอายุน้อยกว่า 2 ปี. ในบทสัมภาษณ์, มิแรนดากล่าวว่าบรรพบุรุษของเธอส่วนใหญ่เป็นชาวอังกฤษเป็นส่วนน้อยที่เป็นชาวชาวสก๊อตแลนด์และฝรั่งเศส.[6] ช่วงวัยเด็กของมิแรนดา "เธอชอบซิ่งมอเตอร์ไซด์และขี่ม้าในฟาร์มของยาย" เธอได้อธิบายช่วงชีวิตวัยเด็กของเธอที่ชนบทในออสเตรเลียว่า "เป็นอะไรที่ติดดินมาก ... เป็นชีวิตที่ไม่มีมารยาและในที่ไม่มีใครสนใจว่าคุณจะสวมใส่อะไร คุณสามารถที่จะเป็นตัวของตัวเอง"[7][8]

ครอบครัวของเธอย้ายมาที่บริสเบนเพื่อให้มิแรนดาและน้องเพื่อให้สัมผัสและมีประสบการณ์การใช้ชีวิตในเมือง เธอจบการศึกษาจากโรงเรียน All Hallows' School ในปี 2000. เธอศึกษาวิชาเกี่ยวกับโภชนาการ์และจิตวิทยาสุขภาพก่อนที่มาเป็นนางแบบ[9][10]

อาชีพ[แก้]

1997–2006[แก้]

เมื่อตอนอายุ 13, มิแรนดาเริ่มเข้ามาและชนะการประกวดจากการแข่งขันที่จัดโดยนิตยสารดออลี่ที่เป็นนิตยสารนางแบบที่เป็นนิตยสารวัยทีน. เธอบินไปถ่ายแบบให้กับนิตยสารที่ซิดนีย์สัปดาห์ก่อนที่จะเป็นวันเกิดเธอในวัย 14 ปี เมื่อมิแรนดาชนะ สื่อท้องถิ่นกลับแสดง "ความเป็นกังวลกับสิ่งที่เธอยังเด็กเกินไปกับสิ่งนี้" กับวัยเด็กของเธอ. มีการโต้เถียงกับข้อกังวลเกี่ยวกับการที่ไปยกย่องเธอว่าเป็นเด็กหญิงที่โลดแล่นในวงการแฟชั่น, ความสวยความงาม และอุตสาหกรรมความบันเทิง.[7]

ในบางสื่ออ้างว่าการถ่ายภาพให้กับนิตยสารดอลลี่ของเธอ(รวมถึงการถ่ายแบบวัย 14 ปีของมิรันดา) ประกอบไปด้วยสื่ออนาจารของสื่อมวลชล, มิเรนด้ากล่าวว่า "สื่อในเวลาที่เขาพยายามที่ยึดติดเกาะติดกับสิ่งใดๆ ที่ทำแล้วมีความเกี่ยวข้องกับสิ่งลามกอนาจาร. ดอลลี่ เป็นเพียงนิตยสารสำหรับวัยทีนไม่ใช่นิตยสารสำหรับผู้ชาย และฉันสวมเสื้อผ้าเต็มเมื่อเป็นการถ่ายภาพเกี่ยวกับฤดูหนาว พวกเขาตอกย้ำกับบางสิ่งที่มันไม่มีอะไรเลย"[2]

มิแรนดา เคอร์ ในปี 2004 ในโฆษณายีนส์ ยี่ห้อโอเบอร์ยีนส์(Ober Jeans)

มิแรนดาเซ็นสัญญากับ ชิคเมเนทเมนต์ซิดนีย์ดิวิชั่น เธอเริ่มที่เป็นที่รู้จักเปิดเผยมากขึ้นหลังจากโฆษณาชุดเดินชายหาดที่โดดเด่นของออสเตรเลียที่อยู่ในเครือบิลาบอง, มิแรนดาเป็นนางแบบของแบรนด์ชุดเซิฟ และก็มีการทำงานให้กับแบรนด์ของ Tigerlily, Roxy, Billabong Girls, และ One Teaspoon. เป็นการเพิ่มโปรไฟล์ของเธอในตลาดออสเตรเลียและตลาดในเอเชีย, หลังจากที่มิแรนดาย้ายมาที่เมืองนิวยอร์ก เธอกลายเป็นเจ้าของร่วมกับ Bowery Ballroom.[2][7]

ในนิวยอร์ก, มิแรนดามีความหลากหลายเมื่อปรากฏตัวที่รันเวย์และเซนต์สัญญาซึ่งเป็นการจัดการนางแบบรุ่นต่อไป(NEXT Model Management) ในต้นปี 2004. หลังจากนั้นเธอก็ลงนิตยสารรันเวย์และพิมพ์ภาพที่เป็นแคมเปญสำคัญ รวมไปถึง Alex Perry, Baby Phat, Lisa Ho, Voodoo Dolls, ลีวายส์, Bettina Liano, Nicola Finetti, L.A.M.B., Heatherette, Betsey Johnson, Trelise Cooper, Jets, John Richmond, Blumarine ชุดว่ายน้ำ, Neiman Marcus, Seafolly Swimwear, Anna Molinari, Rock and Republic, Roberto Cavalli, และ Ober Jeans.[11] มิแรนดายังถูกตีพิมพ์ในนิตยสารอย่างเช่น นิตยสารแอล, นิตยสารโว๊คออสเตรเลียและ Harper's Bazaar และยังมีโฆษณาทางรายการโทรทัศน์ของแบรนด์เช่น Portmans, Bonds และ Veet.[2][7]

ในต้นปี 2006, มิแรนดาปรากฏตัวในชุดฟินาเล่ในแอพพิโซดของรายการทีวีโชว์โปรเจกต์รันเวย์, เป็นนางแบบเสื้อผ้าให้กับให้กับผู้เข้าประกวด Daniel Vosovic's ในคอลเลคชั่นสุดท้าย เธอเป็นคนแรกที่เดินบนแคทวอล์ก เธอต้องต่อสู้กับตลาดที่อเมริกาเมื่อเธอได้เซ็นต์สัญญากับบริษัทเครื่องสำอางค์ยี่ห้อดังอย่างเมเบอร์ลีน นิวยอร์ก ด้วยค่าตัวที่ค่อนข้างสูง. เป็นแคมเปญที่เป็นซีรีส์ที่เน้นขายให้กับนิตยสารเกี่ยวกับความงามทั่วโลก รวมไปถึง นิตยสารคอสโม, คลีโอ, และ แอล, และที่สำคัญที่สุดในนิตยสารแคตตาล็อกอย่างวิคตอเรีย ซีเคร็ท[7] พร้อมกันนั้นยังมีอีกหลายงานที่เกี่ยวกับวิคตอเรีย ซีเคร็ทและต่อมาเป็นนางแบบ มิแรนดายังมีงานเกี่ยวกับมิวสิควิดีโอที่เป็นซิงเกิลที่ชื่อว่า"Number One" ที่เป็นของศิลปิน คานเย เวสต์ และ ฟาร์เรลล์ วิลเลียมส์.[2]

2007–ปัจจุบัน[แก้]

หลังจากที่เธอประสบความสำเร็จกับแบรนด์อย่างเมเบอร์ลีนแล้ว[7] มิแรนดาก้าวเข้ามาในฐานะวงการนางแบบคนแรกของออสเตรเลียที่ถูกเสนอให้มาเซ็นต์สัญญากับวิคตอเรีย ซีเคร็ต ในปี 2007, แทนที่นางแบบที่ชื่อว่าจิเซล บุนเชน ซึ่งเป็นนางแบบชาวบราซิลที่มีค่าตัวสูง มิแรนดาตอบรับ และเธอก็กลายเป็นชาวออสเตรเลียคนแรกที่เป็นหนึ่งในนางฟ้าของวิคตอเรีย ซีเคร็ต[12] เป็นการเข้าร่วมเซ็นต์สัญญาที่จะเป็นนางแบบของชุดชั้นในยักษ์ใหญ่ รวมถึงแบรนด์Alessandra Ambrosio, Karolína Kurková, Adriana Lima, Selita Ebanks, อิซาเบล โกลาร์ท, และ ไฮดี คลูม. ก่อนที่มิแรนดาจะก้าวเข้ามาเป็นนางฟ้าของวิคตอเรีย ซีเคร็ต ในปี 2007 มิแรนดาได้รับคัดเลือที่จะมาสวมชุดชั้นในที่ประดับไปด้วยอัญมณีมีความมากมายมูลค่าสูงในงาน Alessandra Ambrosio as the face of PINK ในปี 2006 มิแรนดาได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากในการเข้ามาอยู่ในกลุ่มของนางฟ้าวิตอเรีย ซีเคร็ต และได้รับความนิยมไปทั่วโลกเมื่อเธอปรากฏตัวในรายการโทรทัศน์ในการแสดงแบบแฟชั่นโชว์ของรันเวย์ในวิตอเรีย ซีเคร็ต ในปี 2006 ,2007,2008 และ 2009 ซึ่งมีการออกอากาศใน 4 ทวีป.[7]

มิแรนดา เคอร์ ในงานเดินพรมแดง เปิดตัวหลุยส์ วิตตอง ในซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย,ปี 2011

ในปี 2007, มิแรนดาได้เซ็นต์สัญญาที่จะปรากฏหน้าของเธอที่ร้านค้าปลีกอย่าง Arden B หลังจากที่เปิดตัวครั้งแรกของแคมเปญในฤดูใบไม้ผลิและในช่วงฤดูร้อน มิแรนดาก็กลับมาอีกครั้งในช่วงฤดูใบไม้ร่วงในปี 2007 แคมเปญนี้ได้ช่างภาพมืออาชีพอย่าง Diego Uchitel เป็นผู้ที่ถ่ายทอดผลงานของการถ่ายแบบชิ้นนี้[2] หลังจากที่ประสบความสำเร็จในการเป็นนางแบบให้กับวิตอเรีย ซีเคร็ตแล้ว มิแรนดายังปรากฏตัวเป็นแขกรับเชิญเล็กในซิทคอมของ ซีบีเอส อย่างเรื่อง"ฮาวไอเม็ตยัวร์มาเธอร์" ร่วมกับนางฟ้าคนอื่นๆ อย่าง Adriana Lima, Marisa Miller, Alessandra Ambrosio, ไฮดี คลูม และ Selita Ebanks.[2]

เธอได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในแบรนด์คลินิกข์และได้ทำการเซ็นต์สัญญาด้วยตัวเลข 6 หลักในการเป็นหน้าใหม่ในห้างสรรพสินค้าเดวิด โจนส์ ในออสเตรเลีย ซึ่งมาแทนนางแบบอย่าง มอแกน แกล.[13] ในปี 2008, เธอได้รับค่าจ้างประมาณ 3.5 ล้านเหรียญสหรัฐใน 12 เดือนที่ผ่านมานิตยสารทางการเงินอย่างฟอบส์ ได้จัดอันดับว่ามิแรนดาอยู่ในอันดับ 10 อันของนางแบบที่มีค่าตัวสูงที่สุดโลก[14]

ตั้งแต่ปี 2009, มิแรนดาก็อยู่ในโฆษณาของแคมเปญ XOXO ทั้งฤดูใบผลิและในฤดูร้อน[15] ในปี 2009 เธอถูกนิตยสารชื่อดังอย่างฟอบส์ ให้อยู่ในอันดับ 9 ของนางแบบที่มีค่าตัวสูงที่สุดในโลก ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 3 ล้านเหรียญสหรัฐ[16] เธอได้ออกจาก NEXT Model Management และเซ็นต์สัญญากับ IMG Models.[17] ในเดือนกรกฎาคม ปี 2009 ภาพหน้าปกของนิตยสารของโรลลิ่ง สโตน ออสเตรเลีย เป็นรูปเปลือยของมิแรนดา.[18] หลังจากนั้นจนสิ้นปี เธอก็ทำงานเดินแบบแฟชั่นโชว์ให้กับวิตอเรีย ซีเคร็ต[17]

ในเดือนตุลาคม ปี 2009, มิแรนดาได้เปิดตัวแบรนด์ของเธอเองซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นเครื่องสำอางค์เกี่ยวกับผิว ภายใต้ชื่อแบรนด์ว่า KORA Organics, ที่ได้ทำร่วมกับ จอร์จ มอสกอส ชาวออสเตรเลีย[19] ซึ่งมันได้กลายเป็นในรูปแบบบริษัท[15]

ในเดือนมิถุนายน 2009, มิแรนดาได้มีประเด็นในภาพที่เธอขึ้นปกให้กับนิตยสาร โรลลิ่ง สโตน ออสเตรเลีย ซึ่งภาพนั้นป็นในภาพเธอเปลือยกายแล้วถูกล่ามโซ่ไว้กับต้นไม้ จุดประสงค์ก็เพื่อปลูกจิตสำนึกให้อนุรักษ์หมีโคอาล่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์[18] ซึ่งเป็นงานการกุศลที่เธอเข้าไปร่วมงาน รวมไปถึงองค์กรพิทักษ์สัตว์(Wildlife Warriors Worldwide) และเธอยังมีงานการกุศลเกี่ยวกับเด็กเช่น Children International.[20] ในเดือนสิงหาคม ปี 2010 มิแรนดาได้ออกมาสร้างแรงบันดาลใจจากตัวเธอเอง ผ่านหนังสือ self-help book ซึ่งหนังสือประเภทนี้จะเป็นหนังสือที่เป็นแรงบันดาลใจให้คนอ่านนั้นพึ่งพาตนเอง,หนังสือ Treasure Yourself ซึ่งหนังสือ Treasure Yourself จะเน้นในกลุ่มวัยรุ่นผู้หญิง[20]

เธอได้ปรากฏตัวในปี 2010 ปฏิทิน พีเรลลี่ ถ่ายภาพโดยเทอรี่ ริชาร์ดสันในรัฐบาเยีย,ประเทศบราซิล.[21] ก่อนหน้านี้รู้จักเธอกันดีในฐานะของนางแบบของวิตอเรียซีเคร็ตที่มีเรตหน้าตัวสูงในการทำงานวงการแฟชั่น , บาเรนซิก้า ได้ออกมาเปิดตัวนางแบบค่าตัวสูงที่อยู่ในเส้นทางวงการอาชีพนางแบบโดยทำการเลือกเฟ้นหานางแบบโดยได้กรรมการมาคัดเลือกคือ Ashley Brokaw และ Nicolas Ghesquière และได้เลือกเธอเข้าเดินแบบ exclusively ซึ่งเป็นแบรนด์ในฤดูใบไม้ผลิในปี 2010 ของรันเวย์[22] มันเป็นแฟชั่นโชว์ที่เธอได้ออกแบบเองเป็นครั้งแรก, นอกเหนือจากวิตอเรีย ซึเคร็ต เริ่มปี 2007.[11] ในฤดูกาลต่อมาเธอได้เข้ามาเดินแบบให้กับบริษัทออกแบบยี่ห้อ Prada ในฤดูใบไม้ร่วงในปี 2010 เป็นคอลเลคชั่นในมิลาน ร่วมกับเหล่านางฟ้าอย่าง Doutzen Kroes และ Alessandra Ambrosio.[23] มิแรนดาเป็นแบบให้แคมเปญของ Prada และ Jil Sander, และถ่ายภาพโดย Steven Meisel ซึ่งเป็นหน้าปกของนิตยสารโว๊คอิตาเลียน ในฉบับเดือนกันยายน [22] เธอปรากฏอยู่ในรายชื่อของนิตยสารฟอร์ป ปี 2010 อยู่ในลิสของนางแบบที่มีค่าตัวที่สูงที่สุดในโลก ในอันดับที่ 9 เธอได้รับค่าจ้างราว 4 ล้านเหรียญสหรัฐ[24]

ในเดือน มกราคม ปี 2011, มิแรนดากลายเป็นนางแบบคนแรกที่ท้องในนิตยสารโว๊คในหนังสือโว๊คออสเตรเลีย ตอนที่ถ่ายแบบตอนนั้นเธอตั้งครรภ์ได้ 6 เดือน[25] ในเดือนมีนาคมเธอกลับเข้ามาในคอลเลคชั่นของบาเรนซิก้า ในฤดูใบไม้ร่วงในปี 2011 พร้อมที่สวมใส่คอลเลคชั่นในส่วนของปารีสแฟชั่นวีค สองเดือนหลังจากที่ให้กำเนิดบุตรชาย[26] มิแรนดาได้ถ่ายรูปเปลือยในปี 2011 โดยได้ช่างภาพชื่อ Harper's Bazaar เป็นผู้ถ่ายภาพ.[27] ในเดือนตุลาคม ที่ปารีสแฟชั่นวีค เธอได้เดินแบบในเแบรนด์ของ Christian Dior, Lanvin, Chanel, John Galliano, Stella McCartney, Viktor & Rolf และ Loewe.[28] มิแรนดาได้ถูกเลือกในการนำเสนอชุดชั้นในของวิตอเรีย ด้วยค่าตัว 2.5 ล้านเหรียญในงาน Victoria's Secret Fantasy Treasure Bra ที่จัดแฟชั่นโชว์ในเดือนพฤศจิกายน ปี 2011.[29]

ในเดือนมกราคม ปี 2012, เธอได้ชื่อว่าเป็นแอมบาสเดอร์หรือตัวแทนของสินค้าอย่างสายการบินควอนตัส ซึ่งเป็นสายการบินที่ใหญ่ที่สุดในออสเตรเลีย[30] ในเดือนมิถุนายน, มิแรนดาได้เซ็นต์สัญญากับเพื่อเป็นตัวแทนของ Samantha Thavasa ซึ่งเป็นแบรนด์กระเป๋าชื่อดังของประเทศญี่ปุ่นซึ่งมักใช้ดาราหรือพรีเซนเตอร์ชื่อดังระดับฮอลิวูด, ซึ่งโปรโมทกระเป๋าในภายใต้ชื่อแบรนด์ว่า "Malissa" [31] ในเดือนพฤศจิกายน,เธอก็ได้มีชื่อในแบรนด์เสื้อผ้าไฮด์สตรีทชื่อว่า Mango, แทนที่ เคที่ มอส สำหรับแคมเปญฤดูกาลใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน ปี 2003 [32][33] มิแรนดาถูกจัดอันดับให้อยู่ในอันดับ 7 ของนิตยสารฟอร์ป ด้วยนางแบบที่มีค่าตัวที่สูงที่สุดในโลก ซึ่งเธอได้รับค่าจ้างราว 4 ล้านเหรียญสหรัฐ.[34]

ในเดือนมีนาคม ปี 2013 มีการเจรจาเกี่ยวกับการเซ็นต์สัญญาของเธอต่ออีก 5 ปี กับเดวิด โจนส์"ซึ่งทำไม่สำเร็จ," แต่ก็การเจรจาก็จบด้วยดีทั้งสองฝ่าย.[35] หลังจากนั้น 1 เดือน, มีการรายงานข่าวว่ามิแรนดาในเวลา 3 ปีที่มีการเซ็นต์สัญญาค่าตัว 1 ล้านเหรียญสหรัฐกับวิตอเรียซีเคร็ต ไม่ได้ถูกต่อสัญญา จากแหล่งข่าวระบุว่ามิแรนดานั้นอยู่ในจุดที่มี "ชื่อเสียงยากขึ้น" หรืออยู่ในจุดอิ่มตัว และ ไม่ได้เป็น"จุดขายหลักของวิตอเรียอีกต่อไป" อย่างไรก็ตามมิแรนดาก็กล่าว่าเธอไม่จำเป็นที่สามารถฆ่าเวลาให้กับสินค้าได้ แต่ก็ได้รับข้อความกลับจากเจ้าหน้าการตลาดจากวิตอเรีย ซีเคร็ตคือ Ed Razek ยังคงได้รับเชิญมิแรนดาในการเดินแฟชั่นโชว์ในปีนั้น[36][37]

เธอถูกจัดอันดับให้อยู่อันดับ 2 จากนิตยสารฟอร์ปในปี ในฐานะนางแบบที่มีค่าตัวสูงที่สุดในโลกซึ่งประมาณการค่าจ้างของเธอนั้นราว 7.2 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้น 3.2 ล้านเหรียญและกระโดดจากลำดับที่ห้าจากการจัดอันดับในปีก่อนหน้า.[38] ในเดือนตุลาคม มิแรนดาปรากฏกายที่ออสเตรเลียของงานแคมเปญคริสตันสวารอฟสกี้(Swarovski) ในฤดูใบไม้ร่วงในปี 2013 [39] และในเดือนธันวาคม เธอได้เป็นดาราในเวปไซด์โซเชียลช้อปปิ้งของ ShopStyle's ซึ่งเป็นแคมเปญระดับชาติ[40]

ในเดือนกุมภาพันธ์, มิแรนดาได้ถูกแทนที่ จิเซล บุนเชน(จิเซล บุนเชน) ในงานของแบรนด์เสื้อผ้าสวีเดนภายใต้แบรนด์ เอชแอนด์เอ็ม. เธอเป็นคนที่โปรไฟล์สูงของแคมเปญอย่าง รีบอค และ Wonderbra.[41]

ในวันที่ 22 เมษายน ปี 2014, มิแรนดา ได้ปล่อยผลงานหลังจากเป็นโสดแล้วครั้งแรก ที่มีเธอและ crooner Bobby Fox ในปกเอลวิส เพรสลีย์ ในรูปแบบ "คุณคือเจ้านาย".[42][43]

ภาพต่อสาธารณะชน[แก้]

มิแรนดา เคอร์ ที่เมืองเพิร์ท ประเทศออสเตรเลีย ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ปี 2009

ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2010, มิแรนดาได้กลายเป็นข่าวไปทั่วโลกเมื่อ เดวิด เคลลี่(David Kiely) นายธนาคารหนุ่มของธนาคารแม๊คควารี่(Macquarie Bank) ในนครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลียถูกจับได้ว่ามีรูปเปลือยของมิแรนดาอยู่ในคอมพิวเตอร์ของเขาซึ่งภาพแบล็คกราวน์ด้านหลังปรากฏอยู่เมื่อมีการถ่ายทอดการสัมภาษณ์สดจากนักข่าวเพื่อนร่วมงานของเขาทางช่อง 7. ภายในวันนั้น คลิปที่เกี่ยวกับการสัมภาษณ์ได้ถูกอัฟโหลดในยูทูปมียอดวิวฮิตติดลมบนมากกว่า 1.3 ล้านวิว.[44] ในที่สุด เคลลี่ก็ระงับและหยุดเปิดตัวแคมเปญอินเตอร์ที่จะเปิดตัวในนามของเขา มิแรนดายังให้เขาสนับสนุนเธอต่อไป "ฉันอยากจะขอร้องที่จะรักษางานของเขาไว้และแน่นอนที่สุดฉันจะเซ็นต์มัน" จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้มันยิ่งทำให้โปรโมทเธอเข้าไปอีกมียอดในการค้นหาเพิ่มขึ้นอีก 100 เปอร์เซ็นในกูเกิลเสิร์ชในเข้าไปค้นหาชื่อของเธอ[45] หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่กี่วัน ทางธนาคารแม๊คควารี่มีประกาศว่าเคลลี่ยังคงทำงานของเขาต่อไป[46]

มิแรนดายังถูกกล่าวขานว่าเธอเป็นอันดับ 4 ในท๊อป 20 นางแบบที่มีความเซ็กซี่ที่สุดในโลก.[47] เธอถูกจัดอันดับในนิตยสาร เอฟเอชเอ็ม ว่าติดอันดับที่ 56 ของโพลในผู้หญิง 100 คนที่เซ็กซี่ที่สุดในปี 2009, อันดับที่ 36 ในปี 2010, อันดับที่ 44 ในปี 2011, อันดับ 51 ในปี 2012, อันดับ 56 ในปี 2013 และอันดับที่ 48 ในปี 2014.[48] ชื่อของมิแรนดายังติดอยู่ 1 ใน "100 ผู้หญิงที่ฮอตตลอดกาล" โดยนิตยสาร Men's Health คนที่เคยถูกจัดอันดับก็มี ออเดรย์ เฮปเบิร์น( ออเดรย์ เฮปเบิร์น) ดาราฮอลิวูดชื่อดัง,เกรซ เคลลี(เกรซ เคลลี) ซึ่งเป็นเจ้าหญิงที่สิริโฉมของโมนาโก และ โซเฟีย ลอเรน(โซเฟีย ลอเรน) นักแสดงสาวชาวอิตาลี.[49] เธอยังถูกได้รับการขนานนามว่า "เป็นผู้หญิงที่เซ็กซี่ที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่ในปี 2012:Sexiest Woman Alive 2012" โดยนิตยสาร Esquire UK.[50] เธอยังได้ถูกจัดอันดับเป็นประจำในนิตยสาร AskMen's ติดอันดับ 1 ใน 99 ของผู้หญิงที่กำลังมาแรง อันดับที่ 19 ในปี 2008, อันดับที่ 46 ในปี 2009, อันดับที่ 10 ในปี 2010, อันดับที่ 5 ในปี 2011, อันดับที่ 25 ในปี 2012, อันดับที่ 6 ในปี 2013 และ อันดับที่ 46 ในปี 2014.[51]

นางแบบอย่างมิแรนดามีสัญลักษณ์ทางการค้าหรือเอกลักษณ์ก็คือรอยยิ้มในลักยิ้มของเธอ ช่างภาพที่มีชื่อเสียงอย่างรัสเซล เจมส์(Russell James) ได้กล่าวไว้ว่า

"ชาวสหรัฐได้หลงรักเธอ พวกเรารักเธอ เพราะว่าเธอเป็นหญิงสาวที่ดูน่ารักอย่างไม่น่าเชื่อ(girl-next-door มีความหมายว่าเป็นหญิงสาวที่น่าคบหา มีความเป็นมิตร มีความใสซื่อ รวมๆ คือ หญิงสาวในอุดมคติ) และเธอสวยเป็นบ้าเลย มันหมายถึงผู้หญิงที่ไม่สามารถจะข่มขู่ใครได้โดยลุคของเธอ และผู้ชายจะต้องพูดถึงเธอ มันวิเศษมากที่มารวมอยู่ในตัวเธอ คนต้องการที่อยู่รายล้อมตัวเธอ เธอสนุกบนภาพถ่ายและเธอเป็นผู้หญิงไม่โง่ ซึ่งเป็นลักษณะนิสัยที่น่ารำคาญมากกับนางแบบบางคน"

The US has fallen in love with her. We love her because she has the most incredible girl-next-door look and she's also insanely beautiful. It means women are not intimidated by her looks and guys think they might be able to talk to her. It's a fantastic combination ... people want to be around her; she's fun on a shoot … and she's not stupid, which can be a very annoying trait among some models.[ต้องการอ้างอิง]

ตัวแทนแอเจนซี่ของนางแบบ เออซูล่า(Ursula Hufnagl) ได้ให้คำนิยามที่อธิบายเกี่ยวกับมิแรนดาได้ว่า "เห็นด้วยเป็นอย่างมากว่าเธอสมบูรณ์แบบ", อ้างมาจากความสามารถในการ "ขายสินค้าอย่างแท้จริง".[7]

ชีวิตส่วนตัว[แก้]

ในปี 2003, มิแรนดาเริ่มเดทกับโบรกเกอร์ทางการเงินที่ชื่อว่าแอนเดรียน แคมมิเลอรี่(Adrian Camilleri). ที่เป็นคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และการลงทุนของออสเตรเลีย(Australian Securities and Investments Commission), แอนเดรียน แคมมิเลอรี่ ถูกพบว่ามีความผิดในห้าข้อหาพฤติกรรมหลอกลวงจากเดือนกุมภาพันธ์ปี 2003 ถึงกุมภาพันธ์ ปี 2004 มิแรนดาก็เลยจบความสัมพันธ์กับเขาลง.ในปี 2007 หนังสือพิมพ์ได้รายงานข่าวอ้างว่ามิแรนดาได้รับความเดือดร้อนเกี่ยวข้องกับทางการเงิน"หลังจากที่แฟนหนุ่มได้ให้คำปรึกษาทางการเงินกับเธอ" แต่เธอเลือกที่จะไม่ฟ้องร้องหรือไม่ดำเนินคดีทางกฎหมาย.[52]

ก่อนหน้าที่เธอจะเดทกับ เจย์ ลียง( Jay Lyon :Brent Tuhtan), เป็นนักร้องนำของวงทามาราม่า(Tamarama), เธอได้ปรากฏตัวของ MTV ที่ทำไว้ในฤดูกาลหนึ่งของซีรีส์ The City. มิแรนดาได้ร่วมแสดงในมิวสิควิดีโอของวงทามาราม่าในเพลง"Everything To Me". ทั้งคู่ได้เริ่มเดทกันในปี 2003 และปีที่ 4 เริ่มพัฒนาความสัมพันธ์และความสัมพันธ์จบลงในช่วงกลางปี 2007[53]

มิแรนดาเริ่มเดทกับนักแสดงชาวอังกฤษที่มีชื่อว่าออแลนโด บลูม ในปลายปี 2007.[54] ในปี 2009, แกงค์บริง ริง(Bling Ring) บุกเข้าไปบ้านของออแลนโด. เป็นแกงค์ขโมยของเสื้อผ้าแบรนด์หรูและอัญมณี ในกรณีนี้, หัวโจกของแกงค์นี้ต้องการที่ขโมยชุดชั้นในของวิตอเรีย ซีเคร็ตของมิแรนดา[55] มิแรนดาและออแลนโดประกาศหมั้นกันในเดือนมิถุนายน ปี 2010,[56] และพวกเขาได้แต่งงานหลังจากเดือนนั้น.[57] มิแรนดาได้ให้กำเนิดลูกชายชื่อ ฟริน คริสโตเฟอร์ แบรนด์ชาร์ต โคปแลนด์ บลูม(Flynn Christopher Blanchard Copeland Bloom),ในเดือนมกราคม ปี 2011.[58][59][60] ชื่อกลางที่ชื่อคริสโตเฟอร์นั้นมาจากชื่อแฟนเก่าของมิแรนดา[61] ที่ชื่อว่า คริสโตเฟอร์ มิเดิลบลูค[62]เขาตายจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ในปี 1998 เมื่อเขาอายุได้เพียง 15 ปี.[63] ในเดือนตุลาคม ปี 2013, มิแรนดากับออแลนโด ได้ประกาศว่าได้แยกกันอยู่หลายเดือนก่อนหน้านี้ และประกาศว่าจะแยกทางกัน.[64]

มีการรายงานอ้างว่ามิแรนดาเป็นชาวพุทธ เธอได้บอกกับ เดอะ เทเลกราฟ, "ฉันไม่ใช่ชาวพุทธ ฉันเป็นคริสเตียน. ฉันอธิฐานกับพระเจ้าทุกวัน ฉันทำสมาธิและทำโยคะทุกวัน ฉันไม่มีศาสนา,ฉันสนใจเกี่ยวกับเรื่องจิตใจ การสวดมนต์เป็นสิ่งที่คุณยายฉันสอนมาเป็นอย่างดี. ฉันจะสวดมนต์และความกตัญญูเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับฉัน"[65][66] เธอกล่าวกับเดอะกลอสหลังจากนั้นว่า

"ฉันชอบสวดมนต์และฉันชอบทำสมาธิ ฉันจะใช้เวลา 3 นาทีสำหรับสวดมนต์และใช้เวลาเล็กน้อยประมาณ 5 นาทีสำหรับทำสมาธิวันละสองครั้ง -เหมือนว่าจะพุ่งเหมือนลูกศรไปยังเป้าหมายที่เราต้องการ เมื่อฉันสวดมนต์ฉันจะขอบคุณธรรมชาติที่ทำให้เกิดความงามทั้งหมดของโลกใบนี้ มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับความคิดที่สำนึกในบุญคุณ และฉันจะอธิฐานต่อพระคริสต์ฉันจะพูดว่า ขอบคุณสำหรับวันนี้และครอบครัวของฉันและสุขภาพของฉัน และถ้าฉันอายุมากขึ้นฉันจะเพิ่มคำอธิฐานว่า 'โปรดส่องแสงสว่างให้ฉัน โปรดเปิดหัวใจของฉัน จักระ(จักระ หมายถึงพลังแฝงที่อยู่ในทุกๆสิ่งในโลกไม่ว่าจะมีชีวิตหรือไม่) เปิดช่องรับแสงและยกระดับจิตใจของฉัน เพื่อที่ฉันจะได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ' "

I like to pray and I like to meditate. Doing just three minutes of prayer and a minimum of five minutes meditation twice a day sets the tone—like an arrow so that you’re hitting your target. When I pray I always thank Mother Nature for all the beauty in the world; it’s about having an attitude of gratitude. And then I pray to Christ to say, 'Thank you for this day and my family and my health,' and now that I'm older I’ve added, ‘Please illuminate me. Please open my heart chakra. Open my aperture and uplift my consciousness so that I can be the best version of myself.’[67]

ฉันให้เครดิตกับการทำสมาธิ, ฉันจะพูดกับเพื่อนและเขียนวิธีการที่ท้าทายอย่างเช่น มิดเดลบลุ๊คตาย(Middlebrook's death)[65] และ "ทำให้การอธิฐานมีความสำคัญเพื่อที่จะให้อภัยตัวเองและคนอื่น"[68]

มิแรนดารักษาร่างกายของเธอด้วยการฝึกโยคะทุกวัน, วิ่งเบาๆ และคุมน้ำหนักโดยกินผักนึ่ง,ผลไม้สดและปลา.[69] มิแรนด้าบอกกับผู้อ่านชาวออสเตรเลียผ่านหนังสือนิตยสารคอสโมโพลิเทน ว่า น้ำมันมะพร้าว เป็นคีย์ที่สำคัญที่ทำให้ผิวของเธอใส, ผมเงางามและรูปร่างสวยงาม,เธอบอกกับนิตยสารว่าเธอกินวันละ 4 ช้อนชา มีทั้งในสลัด และการปรุงอาหารหรือในชาเขียวที่เป็นเครื่องดื่มของเธอ[70][71]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Miranda Kerr". People.com. สืบค้นเมื่อ 7 November 2013. 
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 2.4 2.5 2.6 Miranda Kerr OneThousandModels. Retrieved 26 April 2008.
  3. Rachel Brown (11 July 2010). Is Miranda Kerr pregnant?. The Sydney Morning Herald. Retrieved 1 September 2010.
  4. Miranda's blog. PortmansComAu. Retrieved 26 April 2008.
  5. KORA Organics Blog | Author Therese. Koraorganics.com. Retrieved 28 October 2011.
  6. "I’m pretty much just Australian – obviously, in my blood, there’s a lot of English, I have Scottish, I have a little bit of French, I have English."
  7. 7.0 7.1 7.2 7.3 7.4 7.5 7.6 7.7 Elissa Blake (11 November 2007). Miranda's Model Life[ลิงก์เสีย] The Daily Telegraph Australia. Retrieved 26 April 2008.
  8. Miranda Kerr Childhood Photos. Childhood Photos rare Collections
  9. Melissa Field (8 October 2009). Miranda's Kerr-Ching! factor. The Daily Telegraph. Retrieved 4 April 2012.
  10. About Miranda. KORA Organics. Retrieved 15 October 2010.
  11. 11.0 11.1 แม่แบบ:Fashionmodel
  12. Miranda Kerr.. Retrieved 3 March 2010.
  13. Holly Byrnes (3 April 2008). David Jones is Kerr's new darling. News.com.au. Retrieved 26 April 2008.
  14. Kiri Blakeley (30 April 2008). In Pictures: The World's 15 Top-Earning Models −10 Forbes. Retrieved 27 May 2008.
  15. 15.0 15.1 Miranda Kerr – Advertising. Models.com. Retrieved 28 October 2011.
  16. Lauren Streib (27 May 2009). The World's Top-Earning Models −9. Forbes. Retrieved 10 October 2011.
  17. 17.0 17.1 Miranda Kerr – Fashion Model. New York. Retrieved 28 October 2011.
  18. 18.0 18.1 Stuart Pink (1 June 2009). Miranda Kerr strips naked for the koalas. The Sun. Retrieved 16 October 2010.
  19. KORA Organics by Miranda Kerr. Koraorganics.com. Retrieved 28 October 2011.
  20. 20.0 20.1 Victoria's Secret Profile of Miranda Kerr YouTube. Retrieved 12 December 2007.
  21. Gabriel Bell (18 June 2009). Terry Richardson and Most of the World’s Models Gang Up for Pirelli Calendar 2010. New York. Retrieved 21 February 2011.
  22. 22.0 22.1 James Lim (26 September 2011). Prada or Balenciaga: Who Carries More Weight in Modeling?. New York. Retrieved 6 October 2011.
  23. Prada's Fashion Show Gets Heavenly (1 March 2010). CocoPerez.com. Retrieved 15 October 2010.
  24. "http://www.forbes.com/2010/05/12/top-earning-models-business-entertainment-models_slide_18.html". 
  25. Miranda Kerr is Vogue's first pregnant cover mode. Novafm.com.au. Retrieved 28 October 2011.
  26. Maysa Rawa (4 March 2011). They don't call her super for nothing: Miranda Kerr is back on the catwalk just TWO months after giving birth. Daily Mail. Retrieved 6 March 2011.
  27. "Miranda Kerr nude pic in Harper's Bazaar shows her post-baby career is shaping up gorgeously" (7 October 2011). The Daily Telegraph. Retrieved 10 October 2011.
  28. Miranda Kerr – Shows. Models.com. Retrieved 3 August 2012.
  29. Ariana Finlayson (19 October 2011). "See Miranda Kerr's $2.5 Million Bra". Us Magazine. Retrieved 8 January 2012.
  30. Fiona Byrne (13 January 2012). Does model Miranda Kerr have what it takes to get Qantas soaring again?. Retrieved 3 August 2012.
  31. Modelpress (9 September 2012). [1]. Retrieved 23 October 2012.
  32. "Miranda Kerr takes over as Mango rep". Sky News. สืบค้นเมื่อ 24 November 2012. 
  33. Adams, Chanel. "Miranda Kerr takes over as the new face of Mango". Examiner. 
  34. "http://www.forbes.com/pictures/eimh45elij/no-7-miranda-kerr/". 
  35. Krupnick, Ellie (22 March 2013). "Miranda Kerr 'Breaks Up' With David Jones, Replaced By Jessica Gomes & Montana Cox". Huffington Post. สืบค้นเมื่อ 14 April 2013. 
  36. "Miranda Kerr Reportedly Dropped As VS Angel; Kate Upton and Diddy May Be Dating". Daily Beast. สืบค้นเมื่อ 14 April 2013. 
  37. "Miranda Kerr leaving Victoria's Secret, 3 months/year too big a commitment". Fox News Channel. 11 April 2013. สืบค้นเมื่อ 14 April 2013. 
  38. Le, Vanna (19 August 2013). "The World's Highest-Paid Models, 2013: Gisele's Earnings Down, Kerr's Are Up". Forbes.com. สืบค้นเมื่อ 31 October 2013. 
  39. Hamilton, Carmen. "Behind the scenes on Miranda Kerr’s next major campaign". Vogue Australia. สืบค้นเมื่อ 31 October 2013. 
  40. Sugar, Lisa. "Miranda Kerr Is the New Face of ShopStyle". PopSugar. สืบค้นเมื่อ 28 March 2014. 
  41. Evans, Laura. "She really is selfie obsessed! Miranda Kerr poses, pouts and snaps about in flirty new H&M ad". The Daily Mail (London). สืบค้นเมื่อ 28 March 2014. 
  42. "Miranda Kerr singing debut You're the Boss". 22 April 2014. สืบค้นเมื่อ 25 April 2014. 
  43. Madeline Boardman (22 April 2014). "Miranda Kerr Sings on "You're the Boss" with Bobby Fox: Listen to Supermodel's Debut Single". Us Weekly. สืบค้นเมื่อ 25 April 2014. 
  44. "Campaigners rally to save 'racy pics' banker Dave's job" (4 February 2010). ซีเอ็นเอ็น. Retrieved 16 October 2010.
  45. "Australia banker caught viewing erotic photos keeps job". (5 February 2010). BBC News. Retrieved 5 February 2010.
  46. "Miranda Kerr's banker fan David Kiely to keep job" (5 February 2010). The Courier-Mail. Retrieved 1 September 2010.
  47. Top Sexiest models. Models.com. Retrieved 30 November 2011.
  48. Miranda Kerr. เอฟเอชเอ็ม. Retrieved 28 October 2011.
  49. The 100 Hottest Women of All-Time (2011). Men's Health. Retrieved 3 January 2012.
  50. "Miranda Kerr – Exclusive Video". Esquire UK. สืบค้นเมื่อ 2 November 2012. 
  51. "#6 Miranda Kerr". AskMen. สืบค้นเมื่อ 13 December 2012. 
  52. Kerr's ex Guilty (10 June 2009). The Daily Telegraph. Retrieved 6 November 2012.
  53. Jonathon Moran (11 November 2007). Miranda Kerr single but love may Bloom. The Daily Telegraph. Retrieved 1 September 2010.
  54. Orlando Bloom Meets Miranda Kerr's Parents (28 April 2008). People. Retrieved 27 September 2013.
  55. Nancy Jo Sales (20 October 2009). The Suspects Wore Louboutins. Vanity Fair. Retrieved 16 October 2010.
  56. It's official! Orlando Bloom and Miranda Kerr are engaged. (21 June 2010) NY Daily News. Retrieved 1 September 2010.
  57. Orlando Bloom and Miranda Kerr Secretly Marry! (22 July 2010). People. Retrieved 7 July 2008.
  58. Sarah Michaud (19 January 2011). Miranda Kerr: I Had a Baby Boy with Orlando Bloom!. People. Retrieved 19 January 2011.
  59. Eamonn Duff (9 January 2011). It's a baby boy for KerrBloom. The Sydney Morning Herald. Retrieved 8 January 2011.
  60. Miranda Kerr Names Flynn After Late Boyfriend. celebritybabies.eople.com. Retrieved 28 October 2011.
  61. Flynn Christopher Bloom: A Son for Miranda Kerr and Orlando Bloom. Waltzing More Than Matilda. Retrieved 28 October 2011.
  62. At home with Miranda Kerr – the Telegraph.com.au
  63. Treasure Yourself. KORA Organics. Retrieved 28 October 2011.
  64. Miranda Kerr and Orlando Bloom Split. The Sydney Morning Herald. Retrieved 25 October 2013.
  65. 65.0 65.1 Grose, Jessica. "Miranda Kerr: everyone's cup of tea?". The Telegraph. สืบค้นเมื่อ 22 August 2014. 
  66. "Miranda Kerr: 'I'm Christian' and 'I pray every day'" (ใน English). Fox News. 12 May 2014. สืบค้นเมื่อ 21 August 2014. "Kerr also took the opportunity to clarify her religion, which has often been misreported. "…I'm not Buddhist. Orlando is," she told The Telegraph. "I'm Christian.”" 
  67. "Miranda Kerr’s 7 Rules For Adulthood". Into The Gloss. สืบค้นเมื่อ 22 August 2014. 
  68. Martinez, Jessica (19 August 2014). "Supermodel Miranda Kerr Says Prayer, Gratitude, Forgiveness Are Daily Rules She Lives By" (ใน English). The Christian Post. สืบค้นเมื่อ 21 August 2014. "The Australian model says she is Christian despite previous reports that she is a practicing Buddhist and believes in the power of forgiveness even in the "little things like looking at someone the wrong way, or snapping at someone." She also notes that she makes it a priority to pray about forgiving herself and others because when she does, it creates an "energy shift" in her life. "Even those that we find challenging to be around are sometimes the people that need the prayers the most," said Kerr. "If you've had an intense conversation with someone, a good thing to do would be to say to them, 'I forgive you, and please forgive me.' We all say things sometimes to hurt people, so it's important to forgive and have peace …"" 
  69. Miranda Kerr's hot body secrets (12 June 2008). Cleo Australia. Retrieved 4 April 2010.
  70. Amanda Kerr on Coconut Oil. ABC News Online. Retrieved 15 February 2012.
  71. Miranda Kerr's favourite supplements. KORA Organics.com. Retrieved 15 February 2012.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

แม่แบบ:2000-2009VSFashion Show แม่แบบ:2010-2019VSFashion Show

ข้อมูลบุคคล
ชื่อ Kerr, Miranda
ชื่ออื่น
รายละเอียดโดยย่อ Model
วันเกิด 20 April 1983
สถานที่เกิด Sydney, Australia
วันตาย
สถานที่ตาย