มาสคาร่า

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ขวดมาสคาร่าและแปรงปัด

มาสคาร่า (อังกฤษ: Mascara) เป็นเครื่องสำอางที่ใช้เสริมความเข้ม เพิ่มความหนาและความยาวแก่ขนตา มาสคาร่ามาในสามรูปแบบได้แก่ แบบน้ำ เค้ก และ ครีม แล้วยังมาในอีกหลากหลายสูตร ทิ้นท์ และสี มาสคาร่าจะมีรูปแบบบรรจุในขวดหลอดและมีแปรงพร้อมในตัว ส่วนผสมในมาสคาร่าประกอบด้วยน้ำ ขี้ผึ้ง film-formers และ สารกันบูด แปรงปัดมาสคาร่าสามารถดัดตรงหรือโค้งงอเมื่อใช้ปัดขนตา และขนแปรงมีทั้งแบบบางและหนา มาสคาร่าบางตัวอาจมีส่วนผสมของเส้นใยสังเคราะห์หรือเส้นใยไนล่อนเพื่อเพิ่มความยาวของขนตา

ประวัติ [แก้]

ในศตวรรษที่ 19 มาสคาร่าได้ถูกคิดค้นขึ้นโดย Eugene Rimmel คำว่า “rimmel” ยังมีความหมายว่า "มาสคาร่า" ในภาษาต่างๆรวมถึงโปรตุเกส (rímel) ตุรกี (rimel) โรมาเนีย (rimel) ดัตช์ (rimel) เปอร์เซีย (rimel) ฯลฯ

คำว่ามาสคาร่าได้มาจากภาษาอาหรับ Maskhara หรือจากอิตาลี maschera ซึ่งหมายถึงหน้ากาก จากละตินกลาง masca หรือจากออกซิตัน masco

มาสคาร่าสมัยใหม่ถูกคิดค้นขึ้นในปี 1913 โดยนักเคมีชื่อ T.L. Williams ผลิตเพื่อให้น้องสาว Mabel ได้ใช้ มาสคาร่าอันแรกนั้นทำขึ้นจากหินถ่านผงผสมกับวาสลิน หลังจากนั้นผลิตภัณฑ์ได้ประสบความสำเร็จ Williams เลยเริ่มผลิตขายผ่านทางเมล บริษัท Maybelline ซึ่งมาจาการรวมชื่อของน้องสาวและวาสลินในที่สุดก็กลายเป็นบริษัทเครื่องสำอางชั้นนำ

มาสคาร่าจะนำมาใช้เพื่อให้ขนตาดูเข้มและหนาขึ้น และมีส่วนประกอบด้วยเชื้อสีและ ขี้ผึ้ง carnauba ผู้ใช้จะต้องทำให้ขนแปรงเปียกและถูกับเนื้อเค้ก แล้วค่อยนำมาปัดขนตา โดยส่วนมากผู้หญิงใช้มาสคาร่าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่ดวงตารวมทั้งเพื่อดึงดูดความสนใจ

มาสคาร่าในสมัยใหม่ที่บรรจุในขวดหลอดและมาพร้อมกับแปรงปัดขนตาในตัวมักเป็นที่นิยมในท้องตลาดมากกว่ามาสคาร่าแบบเค้ก Max Factor เป็นบริษัทแรกที่ผลิตมาสคาร่าพร้อมแปรงในบรรจุภัณฑ์แบบขวดหลอดซึ่งได้ทำให้เกิดการผลิตมาสคาร่าสมัยใหม่จนถึงวันนี้

กลุ่มประเภท [แก้]

มาสคาร่าสมัยใหม่ถูกแบ่งเป็น 2 กลุ่มได้แก่มาสคาร่าแบบกันน้ำ (waterproof) และไม่กันน้ำ (non-water resistant)

มาสคาร่าแบบกันน้ำมีส่วนประกอบของ volatile solvent (isododecane - isomer นด dodecane) ไขมันจากสัตว์ (ขี้ผึ้ง) ไขมันจากพืช (carnauba wax, rice bran wax, candelila wax) ไขมันจากแร่ธาตุ (ozokerite, paraffin) รงควัตถุ (iron oxide, ultramarine) และ filmifying polymers

มาสคาร่าในกลุ่มประเภทนี้จะไม่มีส่วนผสมของ water-sensitive moieties ซึ่งทำให้ต้านทานกับน้ำตา เหงื่อ หรือฝนได้เป็นอย่างดี ดังนั้นมาสคาร่าในกลุ่มประเภทนี้จึงได้แค่สามารถเช็ดออกด้วย make-up remover ซึ่งจะทำให้ฟิมล์ของมาสคาร่าจางลง

ไข่ขาวก็นำมาใช้บ่อยในสีของมาสคาร่า

มาสคาร่าแบบไม่กันน้ำมีส่วนประกอบของ น้ำ soft surfectants (เช่น triethanolamine stearate) ไขมันจากสัตว์ (ขี้ผึ้ง) ไขมันจากพืช (carnauba wax, rice bran wax, candelila wax) ไขมันจากแร่ธาตุ (ozokerite, paraffin) รงควัตถุ (iron oxide, ultramarine) thickening polymers (gum Arabic, hydrophobically modified cellulose) และสารกันบูด

มาสคาร่าในกลุ่มประเภทนี้อาจมีปฏิกิริยาต่อของน้ำตาซึ่งจะทำให้เลอะหรือเปื้อนบริเวณรอบตาได้แต่จะลบออกได้อย่างง่ายดายด้วยสบู่และน้ำสะอาด

โพลีเมอร์ที่อยู่ในแบบฟอร์ม water dispersed (latexes) สามารถต้านทานน้ำได้ในระดับนึงในมาสคาร่าที่อยู่ในกลุ่มประเภทแบบไม่กันน้ำ

มาสคาร่าแบบกันน้ำจะคล้ายคลึงกับ oil-based หรือ solvent-based paint

มาสคาร่าแบบไม่กันน้ำจะมีคุณสมบัติเหมือน water-based paint

สำหรับความไวของน้ำ มาสคาร่าและ latex-based paint (acrylates) มีส่วนประกอบของ polymer dispersion

การใช้ [แก้]

มาสคาร่าสามารถใช้ปัดได้ทั่วทั้งขนตา ไม่ว่าจะเป็นมุมชั้นนอกหรือมุมใน ตัวแปรงจะถูกจุ่มลงในหลอดของมาสคาร่า เริ่มปัดจากมุมในสุดแล้วก็ปัดออกจนมาถึงสุดปลายของขนตา ตัวแปรงจะทำพลาสติกและไม่ควรให้ผู้อื่นร่วมใช้ มาสคาร่าสามารถปัดบนปลายขนตาเพื่อให้ลุคแบบ 'heavy-lidded' หรือปัดด้านล่างของขนตายาวขึ้นเพื่อทำให้ตาดูโตขึ้น ส่วนมากมักจะใช้ในการดัดขนตาและอาจจะนำมาใช้เป็น primer ถ้าต้องการให้ขนตายาวขึ้นสามารถปัดมาสคาร่าซ้ำได้ใน 2-3 นาที มอยส์เจอร์ในบางมาสคาร่าและ primer อาจทำให้ขนตาไม่งอนตอนที่ปัด ซึ่งสามารถแก้ไขได้ง่ายโดยใช้มาสคาร่าแบบกันน้ำที่มีส่วนผสมที่ทำแห้งไว มาสคาร่าแบบกันน้ำควรจะถูกลบออกอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้ขนตาขาดหรือหลุดล่วง

มาสคาร่าที่มีส่วนผสมของใยไนลอนสามารถทำให้ขนตาดูหนาและยาวขึ้นเพราะตัวใยไนลอนจะเกาะยึดติดกับขนตาซึ่งทำให้ต่อขนตายาวขึ้น

โปรวิตามิน บี 5 ทำหน้าที่เป็นครีมนวดสำหรับขนตาซึ่งทำให้ขนตานุ่มและดูเป็บธรรมชาติ เพื่อความปลอดภัยและอนามัย มาสคาร่าควรทิ้งทุก 3 เดือนหลังจากการเปิดใช้