มาร์ค ผู้ประกาศข่าวประเสริฐ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

(เปลี่ยนทางมาจาก มาร์คอีแวนเจลลิส)
นักบุญในคริสต์ศาสนา
มาร์คอีแวนเจลลิส
นักบุญมาร์คอีแวนเจลลิส โดย แอนเจโล บรอนซิโน
ของขวัญจากพระเจ้า (Gift of God)
วันเสียชีวิต 25 เมษายน ค.ศ. 68
เสียชีวิตที่
อเล็กซานเดรีย (Alexandria) (ประเทศอียิปต์)
นิกาย นิกายโรมันคาทอลิก

นิกายอีสเติร์นออร์โธด็อกซ์
นิกายอังกลิคัน
นิกายลูเธอรัน
นิกายโปรเตสแตนต์

วันสมโภช 25 เมษายน
สัญลักษณ์ สิงโต, บาทหลวงบนบัลลังก์มีรูปสิงโต, คนช่วยชาวเรือชาวเวนิส, คนถือหนังสือชื่อ “pax tibi Marce”, คนถือหนังสือและใบปาล์ม, คนถือหนังสือหรือม้วนหนังสือกับสิงโตมีปีก
ฯลฯ
ผู้พิทักษ์ ทนายความ, (เวนิส), และอื่นๆ
นักบุญ - คริสต์ศาสนา

นักบุญมาร์คอีแวนเจลลิส หรือ มาระโก (ภาษาอังกฤษ: St. Mark the Evangelist; ภาษาฮีบรู: “מרקוס”; ภาษากรีก: “Μάρκος”) เป็นหนึ่งในสี่อีแวนเจลลิสที่รวมทั้ง แม็ทธิว จอห์น และลูค ที่เชื่อกันว่าเป็นผู้ประพันธ์พระวรสารนักบุญมาร์ค (Gospel of Mark) ซึ่งเป็นเอกสารส่วนหนึ่งของ พันธสัญญาใหม่ (New Testament) และเป็นเพื่อนกับนักบุญปีเตอร์ นักบุญมาร์คได้ร่วมเดินทางกับนักบุญพอลและนักบุญบาร์นาบัสเมื่อนักบุญพอลเริ่มเดินทางไปเผยแพร่ศาสนาเป็นครั้งแรก หลังจากที่มีข้อขัดแย้งกัน นักบุญบาร์นาบัสก็แยกตัวจากนักบุญพอลโดยเอานักบุญมาร์คไปไซปรัสด้วย (กิจการของสาวก 15:36-40) การแยกตัวครั้งนี้ทำให้เกิดพระวรสารนักบุญมาร์คขึ้น ต่อมานักบุญพอลเรียกตัวนักบุญมาร์คกลับมา ฉะนั้นนักบุญมาร์คจึงกลับมาเป็นผู้ติดตามนักบุญพอลอีกครั้ง

นักบุญมาร์คเชื่อกันว่าเป็นพระสันตะปาปาองค์แรกของเมืองอเล็กซานเดรียของนิกายคอปติกออร์โธดอกซ์และนิกาย Greek Church of Alexandria และเป็นผู้วางรากฐานคริสต์ศาสนาในทวีปแอฟริกา

เช่นเดียวกับอีแวนเจลลิสอีกสามองค์นักบุญมาร์คมักจะปรากฏในภาพเขียนทางคริสต์ศาสนาใช้สัญลักษณ์สิงโต ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่ทางสถาบันคริสต์ศาสนาตามหนังสือแดเนียล 7 (Book of Daniel)

เนื้อหา

[แก้] ประวัติ

นักบุญมาร์คเชื่อกันว่าเกิดที่เพ็นตโพลิส (Pentapolis) ทางทวีปแอฟริกาตอนเหนือ และเมื่อกลับไปหลังจากเดินทางไปเทศนากับนักบุญพอลที่โคลอสซี (Colosse)[1] และ โรม (ฟีเลโมน 24; ทิโมธี 2 4:11) จากเพ็นตโพลิสนักบุญมาร์คก็เดินทางไปอเล็กซานเดรีย[2]

อาจจะเป็นไปได้ว่าการใช้ชื่อ “มาร์ค” ในพันธสัญญาใหม่อาจจะหมายถึงคนหลายคน หรือคนหลายคนที่ว่าอาจจะเป็นคนคนเดียวกันก็ได้ ในการตีความหมาย, “จอห์น มาร์ค” ใน “กิจการของสาวก” 12:12, 25, 15:37 กล่าวถึงเพียง “จอห์น” ใน “กิจการของสาวก” 13:5, 13:13 และ “มาร์ค” ใน“กิจการของสาวก” 15:39 ซึ่งเป็นคนคนเดียวกันกับ “มาร์ค” ที่กล่าวถึงในจดหมายเหตุของนักบุญพอล โคลอสเซียน 4:10, ทิโมธี2 4:11, ฟีเลโมน 24 และ ปีเตอร์1 5:13. “มาร์ค” ในจดหมายเหตุของนักบุญพอลกล่าวว่าเป็นลูกพี่ลูกน้องของบาร์นาบัส (โคลอสเซียน 4:10) จึงเป็นสาเหตุที่อธิบายได้ถึงความผูกพันระหว่างมาร์คกับบาร์นาบัสเมื่อมีเรื่องกับนักบุญพอล (กิจการของสาวก 15:37-40) แม่ของมาร์คเป็นผู้นำทางคริสต์ศาสนาในกรุงเยรุซาเล็ม บ้านของแม่ของมาร์คเป็นที่เป็นที่พบปะของผู้ที่นับถือคริสต์ศาสนาและเป็นที่ที่นักบุญปีเตอร์ไปพักหลังจากที่ถูกปล่อยตัวจากคุก(กิจการของสาวก 12:12-17)

หลักฐานว่านักบุญมาร์คเป็นผู้เขียนพระวรสารนักบุญมาร์คมาจาก นักบุญพาเพียส (Papias)[3] [4].


เรื่องเกี่ยวกับนักบุญมาร์คมีด้วยกันหลายเรื่องแต่ไม่มีหลักฐานใดที่จะยืนยันเป็นที่แน่นอนได้ในพันธสัญญาใหม่ บางเรื่องก็ว่านักบุญมาร์คเป็นคนรับใช้ในงานแต่งงานที่คานา (Marriage at Cana) ผู้ที่เทน้ำที่พระเยซูเสกให้เป็นไวน์ (จอห์น 2:1-11) และยังเชื่อกันว่านักบุญมาร์คเป็นหนึ่งในสาวก 70 คนที่พระเยซูส่งไป (ลูค 10) หรือเป็นคนรับใช้ที่แบกน้ำเข้ามาในบ้านระหว่างพระกระยาหารค่ำมื้อสุดท้าย (มาร์ค 14:13)[5]; หรือเป็นชายหนุ่มไม่นุ่งผ้าที่วิ่งหนีเมื่อพระเยซูถูกจับ (มาร์ค 14:51-52)[6] และเป็นคนที่รับรองสาวกในบ้านหลังจากที่พระเยซูสิ้นพระชนม์และเป็นบ้านที่พระเยซูกลับมาหลังจากคืนชีพ (จอห์น 20)

ที่ประเทศอียิปต์ เชื่อกันว่านักบุญมาร์คอีแวนเจลลิสสร้างปาฏิหาริย์ไว้หลายอย่าง ได้สร้างวัดที่นั่น และได้แต่งตั้งอาร์ชบิช็อปอันเนียนุสแห่งอเล็กซานเดรีย (Anianus of Alexandria) และพระตำแหน่งอื่นๆ เมื่อนักบุญมาร์คกลับมาอเล็กซานเดรีย ว่ากันว่าประชาชนที่นั่นไม่พอใจที่นักบุญมาร์คพยายามสั่งสอนให้เลิกนับถือเทวรูปต่างๆ ที่เคยทำกันมา เมื่อปี ค.ศ. 67 ประชาชนก็จับนักบุญมาร์คผูกกับม้าแล้วลากไปรอบเมืองจนนักบุญมาร์คเสียชีวิต

การพลีชีพของนักบุญมาร์ค

[แก้] ร่างของนักบุญมาร์ค

เมื่อปี ค.ศ. 828 วัตถุมงคลที่เชื่อกันว่าเป็นร่างของนักบุญมาร์คถูกขโมยโดยพ่อค้าชาวเวนิสสองคนไปจากอเล็กซานเดรียเอาไปเวนิส ขณะนั้นในสมัยไบเซ็นไทน์เวนิสมีนักบุญทีโอดอร์เป็นนักบุญประจำเมือง แต่เมื่อได้ร่างของนักบุญมาร์คมาทางเมืองเวนิสก็สร้างมหาวิหารใหญ่เป็นที่เก็บวัตถุมงคลของนักบุญมาร์ค ภายในมหาวิหารเวนิสมีภาพโมเสกแสดงให้เห็นกลาสีคลุมร่างของนักบุญมาร์คเป็นชั้นๆ ด้วยหมู จึงสามารถทำให้ลักลอบออกมาได้จากอียิปต์ได้เพราะชาวมุสลิมห้ามแตะต้องหมู

นิกายคอปติกออร์โธดอกซ์ยังเชื่อกันว่ากะโหลกของนักบุญมาร์คยังอยู่ที่อเล็กซานเดรีย ทุกปีทุกวันที่ 30 ของเดือน Babah วัดคอปติกออร์โธดอกซ์ก็จะฉลองวันสถาปนาวัดเซ็นต์มาร์ค และการปรากฏกะโหลกของนักบุญมาร์คที่อเล็กซานเดรีย งานฉลองนี้ทำกันที่มหาวิหารเซ็นต์มาร์คคอปติกออร์โธดอกซ์ที่เป็นที่เก็บหัวของนักบุญมาร์ค

เมื่อปี ค.ศ. 1063 ระหว่างการก่อสร้างมหาวิหารเซ็นต์มาร์คที่เวนิส วัตถุมงคลของนักบุญมาร์คก็หายไป แต่ตามที่เล่ากันในปี 1094 นักบุญมาร์คเองมาปรากฏบอกที่ตั้งของวัตถุมงคลของท่านเอง[7] ซากที่พบใหม่เอาไว้ในโลงหินภายในมหาวิหาร[8]

[แก้] อ้างอิง

  1. ^ จดหมายเหตุของนักบุญพอล โคลอสเซียน 4:10
  2. ^ Suscopts
  3. ^ Harrington, Daniel J. (1990), "The Gospel According to Mark", in Brown, Raymond E.; Fitzmyer, Joseph A. & Murphy, Roland E., The New Jerome Biblical Commentary, Englewood Cliffs, NJ: Prentice Hall, pp. 596, ISBN 0-13-614934-0
  4. ^ ^ University of Navarre (1999), The Navarre Bible: Saint Mark’s Gospel (2nd ed.), Dublin: Four Court’s Press, pp. 55, ISBN 1-85182-092-2
  5. ^ University of Navarre (1999), The Navarre Bible: Saint Mark’s Gospel (2nd ed.), Dublin: Four Court’s Press, pp. 172, ISBN 1-85182-092-2
  6. ^ University of Navarre (1999), The Navarre Bible: Saint Mark’s Gospel (2nd ed.), Dublin: Four Court’s Press, pp. 179, ISBN 1-85182-092-2
  7. ^ Okey, Thomas (1904). Venice and Its Story. London: J. M. Dent & Co.. 
  8. ^ วิหาร[1]

[แก้] ข้อมูลเพิ่มเติม

เครื่องมือส่วนตัว