มายเวิลด์
| มายเวิลด์ | |||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| อีพี โดย จัสติน บีเบอร์ | |||||||||||
| ออกจำหน่าย | 17 พฤศจิกายน ค.ศ. 2009 (ดู ประวัติการจำหน่าย) |
||||||||||
| ช่วงบันทึกเสียง | 2008-2009 | ||||||||||
| แนวเพลง | ป๊อป, ทีนป๊อป, อาร์แอนด์บี, แดนซ์ป๊อป | ||||||||||
| ความยาว | 25:58 นาที | ||||||||||
| ค่ายเพลง | ไอส์แลนด์, อาร์บีเอ็มจี | ||||||||||
| โปรดิวเซอร์ | อัชเชอร์ (ผู้อำนวยการสร้าง), สกูเตอร์ เบราน์(ผู้อำนวยการสร้าง), แอนโตนิโอ แอลเอ เรด (ผู้อำนวยการสร้าง), คริสโตเฟอร์ สจวต, อิเซเคล เลวิส, บาเลวา มูฮัมมัด, เดอะ-ดรีม, มีดี้ มาเฟีย, ดาโปะ โทริโมโตะ, JB & Corron, Lashaunda "Babygirl" Carr | ||||||||||
| อันดับความนิยมจากนักวิจารณ์ดนตรี | |||||||||||
|
|||||||||||
| ลำดับอัลบั้มของ จัสติน บีเบอร์ | |||||||||||
|
|||||||||||
มายเวิลด์ (อังกฤษ: My World) คือผลงานชุดแรกของจัสติน บีเบอร์ ชาวแคนาดา ซึ่งถือเป็นผลงานส่วนแรกจากสองส่วนในผลงานชุด มายเวิลด์ ผลงานชุดนี้จัดอยู่ในประเภทอีพี ออกจำหน่ายเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน ค.ศ. 2009 โดยค่ายไอส์แลนด์เรเคิดส์ และในผลงานส่วนที่สองออกจำหน่ายในวันที่ 23 มีนาคม ค.ศ. 2010[10] บีเบอร์จัดทำผลงานชุดนี้ร่วมกับโปรดิวเซอร์และนักประพันธ์เพลงที่หลากหลาย อาทิ อัชเชอร์ ที่ปรึกษาของเขา, ทริกกี สจวต, เดอะ-ดรีม, มิดิ มาเฟีย และอื่นๆอีกมากมาย บทเพลงนี้ผลงานชุดนี้ส่วนใหญ่ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องราวความรักของวัยหนุ่มสาวและสถานการณ์ที่กำลังจะเติบโตสู่วัยผู้ใหญ่ ดนตรีในอัลบั้มเป็นแนวอาร์แอนด์บีที่ได้รับอิทธิพลจากแนวป๊อป อัลบั้มนี้ได้รับการวิจารณ์ในเชิงบวกและเปิดตัวในอันดับที่ 6 บนชาร์ บิลบอร์ด 200 ของสหรัฐอเมริกา[11] มียอดจำหน่ายกว่า 137,000 ชุดในสัปดาห์แรกหลังออกจำหน่าย[12] ซึ่งในขณะนั้นถือเป็นศิลปินหน้าใหม่ที่เปิดตัวได้ดีที่สุดในปี ค.ศ. 2009 [10] จนกระทั่งถูกทำลายสถิติโดยอัลบั้ม ไอดรีมอะดรีม ของซูซาน บอยล์ ที่เปิดตัวในชาร์ตอัลบั้มแห่งประเทศแคนาดาในอันดับที่หนึ่งและได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำในสัปดาห์นั้น[13][14]. อัลบั้มนี้ได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำขาว (Platinum) ในประเทศแคนาดาในช่วงระยะเวลาไม่ถึงเดือนหลังออกจำหน่าย[15] ขณะเดียวกันนั้นก็ได้รางวัลแผ่นเสียงทองคำในสหรัฐอเมริกาโดยสถาบัน RIAA เช่นกัน ต่อมาไม่ถึงสองเดือนก็ได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำขาวในสหรัฐอเมริกา และมียอดจำหน่ายมากกว่าหนึ่งล้านชุด[16] หลังจากนั้นไม่ถึงเดือนที่ได้ออกจำหน่ายในสหราชอาณาจักรไปแล้วนั้น ก็ได้รับรางวัลแผ่นเสียงเงินโดยสถาบัน BPI ของสหราชอาณาจักร[17]
"วันไทม์" ซิงเกิลแรกของอัลบั้มออกจำหน่ายเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน ค.ศ. 2009 และเป็น 1 ใน 15 เพลงแรก (Top 15) ของชาร์ตแคนาดาฮอต 100 และ 1 ใน 20 เพลงของชาร์ต บิลบอร์ด ฮอต 100 ของสหรัฐอเมริกา สามซิงเกิลต่อมาออกจำหน่ายผ่านไอทูนส์ ซิงเกิลที่สอง "วันเลสโลนลีเกิร์ล" ออกจำหน่ายเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ค.ศ. 2009 และขึ้นชาร์ตสิบอันดับแรกของชาร์ตแคนาดาฮอต 100 และ 20 อันดับแรกของชาร์ต บิลบอร์ด ฮอต 100 และซิงเกิลที่สาม "เลิฟมี" ออกจำหน่ายเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2552 และซิงเกิลที่สี่ "แฟวอริตเกิร์ล" ออกจำหน่ายวันที่ 3 พฤศจิกายน ค.ศ. 2009
ก่อนการออกจำหน่ายอัลบั้ม บีเบอร์กลายเป็นศิลปินเดี่ยวคนแรกของประวัติศาสตร์นิตยสาร บิลบอร์ด ที่มีซิงเกิลอย่างน้อยสี่ซิงเกิลขึ้น 40 อันดับแรกของชาร์ตฮอต 100 ก่อนการออกจำหน่ายอัลบั้ม[18] เพื่อการสนับสนุนการจำหน่ายอัลบั้มดังกล่าว บีเบอร์ออกรายการวิทยุและโทรทัศน์เพื่อประชาสัมพันธ์ และจัดคอนเสิร์ตทัวร์ในประเทศแคนาดาโดยได้รับการสนับสนุนจาก Urban Behavior[19][20]
ประวัติ [แก้]
จัสตินเริ่มต้นอาชีพของเขาในยูทูบ จากการที่เขาและมารดาโพสต์วิดีโอของเขาที่ร้องเพลงในงานประกวดดนตรีเพื่อให้สมาชิกในครอบครัวคนอื่นที่ไม่ได้ดู แต่ทว่าความนิยมของเขาในยูทูบเติบโตอย่างรวดเร็ว สกูเตอร์ เบราน์ ซึ่งเคยทำงานเป็นผู้อำนวยการการตลาดให้กับ So So Def เห็นวิดีโอของเขา และสนใจในตัวเขามาก ได้บินพาบีเบอร์ไปยังแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย เพื่อปรึกษากับอัชเชอร์และเขาก็ได้เซ็นสัญญากับค่ายไอส์แลนด์ในระยะเวลาอันรวดเร็ว[21] Braun[22] และพาบีเบอร์บินไปยังแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย อันเป็นที่พำนักของอัชเชอร์ นักร้องและนักประพันธ์เพลงแนวอาร์แอนด์บี[22] สัปดาห์ต่อมาบีเบอร์จึงมีโอกาสขับร้องให้อัชเชอร์ฟัง[23] ซึ่งเขาเองก็สนใจในทันใด และให้เขาทดลองขับร้องกับแอนโตนิโอ แอลเอ เรด ณ ไอส์แลนด์เรเคิดส์ ซึ่งเขาได้เซ็นสัญญาในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2008[22] มีการรายงานว่าจัสติน ทิมเบอร์เลกจะให้บีเบอร์เข้าเซ็นสัญญา แต่เขากลับเซ็นสัญญาร่วมกับอัชเชอร์[24] อัชเชอร์แนะนำบีเบอร์สู่วงการเมื่อเดือนเมษายน ค.ศ. 2009 ณ ลอสแองเจิลลิส ภายหลังการบันทึกเสียงเพลง "วันไทม์" เท่านั้น อัชเชอร์บรรยายบีเบอร์ต่อหน้าฝูงชนว่าเป็น "คลื่นลูกใหม่" และเป็น "ความภูมิใจสำหรับผมและไอส์แลนด์เดฟแจม"[21]
ในการสัมภาษณ์กับ JSYK แห่งเอโอแอล เมื่อได้ถามถึงชื่อของอัลบั้ม เขาตอบว่า "มันเรียบง่ายมาก มันเป็นทางเดียวที่ผมจะอธิบายถึงมันได้ มันประกอบไปด้วยองค์ประกอบมากมายในโลกของผม"[25] เมื่อถามถึงดนตรีของเขา บีเบอร์กล่าวว่า "ผมคิดว่าผู้สูงวัยก็สามารถซาบซึ้งไปกับบทเพลงของผมได้ เพราะผมได้ใช้หัวใจในการขับร้อง และมันก็ไม่ล้าสมัย ผมคิดว่าผมสามารถเติบโตในฐานะนักร้องได้ และแฟนเพลงก็จะเติบโตตามผมเช่นกัน"[26] เมื่อกล่าวถึงอัลบั้มของเขาในเอ็มทีวีนิวส์ บีเบอร์กล่าวว่า
|
โครงสร้างดนตรี สไตล์และเนื้อเพลง [แก้]
ดนตรีของอัลบั้มเป็นไปในแนวอาร์แอนด์บีที่ได้รับอิทธิพลจากดนตรีป๊อป และได้มีการนำไปเปรียบเทียบกับผลงานของศิลปินอื่นๆ อาทิ ไมเคิล แจ็กสัน, สตีวี วันเดอร์, คริส บราวน์[7] อัชเชอร์ และเน-โย ในฉบับมาตรฐานของอัลบั้มสามารถแบ่งตามลักษณะเด่นของดนตรีออกเป็น 2 ส่วนคือเสียงอาร์แอนด์บีจังหวะขึ้นในเพลง "วันไทม์" และ "แฟวิเรตเกิร์ล", "บิกเกอร์" และ "เลิฟมี" และจังหวะในแบบช้าอย่าง "เฟิสต์แดนซ์", "วันเลสส์โลนลรเกิร์ล" และ "ดาวน์ทูเอิร์ธ" ซึ่งประกอบด้วยจังหวพอันเดอร์โทนของอาร์แอนด์บีแบบง่ายๆ
อ้างอิง [แก้]
- ↑ อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ
<ref>ไม่ถูกต้อง ไม่มีข้อความใดให้ไว้สำหรับอ้างอิงชื่อallmusic - ↑ อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ
<ref>ไม่ถูกต้อง ไม่มีข้อความใดให้ไว้สำหรับอ้างอิงชื่อBillboardReview - ↑ อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ
<ref>ไม่ถูกต้อง ไม่มีข้อความใดให้ไว้สำหรับอ้างอิงชื่อBostonGlobe - ↑ อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ
<ref>ไม่ถูกต้อง ไม่มีข้อความใดให้ไว้สำหรับอ้างอิงชื่อWood - ↑ Review: My World. The New York Times. Retrieved on 2009-12-08
- ↑ อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ
<ref>ไม่ถูกต้อง ไม่มีข้อความใดให้ไว้สำหรับอ้างอิงชื่อRSarticle - ↑ 7.0 7.1 Infantry, Ashante. Review: My World. Toronto Star. Retrieved on 2009-11-17.
- ↑ Quick Spins: Reviews of albums by Justin Bieber, Clipse, and Animal Collective. Washington Post.. Retrieved on 2009-12-08
- ↑ "Justin Bieber Readies Second Single". สืบค้นเมื่อ 2009-11-08.
- ↑ 10.0 10.1 "Justin Bieber reigns supreme!". Def Jam. สืบค้นเมื่อ 2009-12-26.
- ↑ "Billboard 200, Week of December 5, 2009". Nielsen. 2009-11-26. สืบค้นเมื่อ 2009-12-26.
- ↑ "John Mayer tops album chart; Norah Jonas and Justin Bieber, not too shabby". Entertainment Weekly. 2009-11-25.
- ↑ "Justin Bieber tops album chart: PHOTO, November 25th, 2009". celebrifi.com. 2010-02-27.
- ↑ "Canadian Albums Chart, Week of December 5, 2009". Nielsen. 2009-11-26. สืบค้นเมื่อ 2009-12-26.
- ↑ "Gold & Platinum". cria.ca. December 2009. สืบค้นเมื่อ 2010-02-02.
- ↑ อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ
<ref>ไม่ถูกต้อง ไม่มีข้อความใดให้ไว้สำหรับอ้างอิงชื่อRIAA - ↑ "Justin Bieber BPI album certifications". BPI. สืบค้นเมื่อ 14/02/2010.
- ↑ "Official News: Good Morning America and My World Pt 2". Island DefJam. 2009-11-13. สืบค้นเมื่อ 2009-12-26.
- ↑ อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ
<ref>ไม่ถูกต้อง ไม่มีข้อความใดให้ไว้สำหรับอ้างอิงชื่อBieberTour - ↑ "Justin Bieber on Meeting Obama, Kissing Rihanna and Hanging with Asher Roth". 2009-12-11. สืบค้นเมื่อ 2009-12-26.
- ↑ 21.0 21.1 Mitchell, Gail (2009-04-28). "Usher Introduces Teen Singer Justin Bieber". Billboard. สืบค้นเมื่อ 2009-07-23.
- ↑ 22.0 22.1 22.2 Herrera, Monica (2009-07-19). ""Time" is right for teen singer Justin Bieber". Reuters (Billboard). สืบค้นเมื่อ 2009-07-22.
- ↑ "Neon Limelight Interviews: Usher Protegé Justin Bieber: Accidental Star". Neon-Limelight.com. 2009 11 08. สืบค้นเมื่อ 2009 11 08.
- ↑ Vena, Jocleyn (2009-09-13). "Justin Bieber's Debut Album Isn't Just About Teen Love". MTV. สืบค้นเมื่อ 2009-09-13.
- ↑ "On The Phone With Justin Bieber". AOL JSYK. 2009-11-17. สืบค้นเมื่อ 2010-01-06.
- ↑ "My World: Amazon.com". Amazon.com. สืบค้นเมื่อ 2009-12-26.
- ↑ "Justin Bieber Says My World Is 'Not Just About Love". MTV News. 2009-11-17. สืบค้นเมื่อ 2010-01-06.