มัสยิด-มหาวิหารกอร์โดบา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เสาหินภายในมัสยิดกอร์โดบา
หนึ่งในประตูของมัสยิดกอร์โดบา

มหาวิหาร และอดีต มัสยิดใหญ่แห่งกอร์โดบา มีชื่อเรียกในศาสนาคริสต์ว่า มหาวิหารการอัสสัมชัญพระแม่มารี[1] (สเปน: Catedral de Nuestra Señora de la Asunción) และเป็นที่รู้จักในท้องถิ่นว่า เมซกีตา-กาเตดรัล (Mezquita-catedral, มัสยิด-มหาวิหาร) ปัจจุบันเป็นแหล่งมรดกโลกร่วมกับพื้นที่ส่วนประวัติศาสตร์ ตั้งอยู่ในเมืองกอร์โดบา ในแคว้นอันดาลูซีอา ทางตอนใต้ของประเทศสเปน

ด้านประวัติความเป็นมานั้น เริ่มจากในปี ค.ศ. 768 หลังจากการรุกรานของชาวมุสลิมบนคาบสมุทรไอบีเรีย การก่อสร้างได้เริ่มขึ้นบนพื้นที่ซึ่งแต่เดิมเป็นที่ตั้งของโบสถ์แห่งนักบวช บีเซนเต มาร์ตี โดยที่โบสถ์แห่งนี้ได้ถูกทำลายลงและสร้างมัสยิดกอร์โดบาขึ้นมาแทนที่

ถ้ามองในมุมมองของมัสยิดแล้ว มัสยิดกอร์โดบาถือได้ว่าเป็นสิ่งที่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองของอาณาจักรกาหลิบแห่งกอร์โดบา ด้วยพื้นที่ขนาด 23,400 ตารางเมตร ทำให้มัสยิดกอร์โดบามีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่สองของโลกเมื่อตอนที่สร้าง อันดับที่หนึ่งเป็นของมัสยิดแห่งนครมักกะฮ์ (ภายหลังในปี ค.ศ. 1588 อันดับที่สองตกเป็นของมัสยิดแห่งสุลต่านอะห์มัด ประเทศตุรกี) ลักษณะเด่นอย่างหนึ่งที่น่าสนใจมากคือ กิบลัต (ชุมทิศที่ชาวมุสลิมหันหน้าไปยามละหมาดและขอดุอาอ์) นั้นไม่ได้ชี้ไปยังทิศของนครมักกะฮ์ แต่ว่าชี้ไปยัง 51 องศาทางใต้ของทิศที่เป็นที่ตั้งนครมักกะฮ์ เหตุผลที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าที่ตั้งที่ติดกับแม่น้ำกวาดัลกีบีร์ จึงไม่สามารถทำการขยายการก่อสร้างออกไปทางทิศใต้ได้

จนกระทั่งภายหลังชาวสเปนสามารถพิชิตดินแดนคืนได้สำเร็จ ในปี ค.ศ. 1238 มัสยิดกอร์โดบาก็ได้กลายสภาพมาเป็นโบสถ์ตามคำสั่งของมุขนายก โลเป เด ฟีเตโร (มุขนายกคนแรกของมหาวิหารกอร์โดบา) ในปี ค.ศ. 1523 เริ่มการก่อสร้างโบสถ์ในส่วนกลางของมัสยิดโดยใช้รูปแบบปลาเตเรสโก (Plateresco) ในภาษาสเปน "ปลาตา" (plata) หมายถึงแร่เงิน ส่วนคำว่า "ปลาเตเรสโก" ต้องการสื่อถึงตามวิถีทางของช่างเงิน

มหาวิหารกอร์โดบาถือได้ว่ามีความสำคัญมากต่อกอร์โดบาและสถาปัตยกรรมอัลอันดะลุสเช่นเดียวกับอาลัมบรา (Alhambra)

อ้างอิง[แก้]

  1. http://www.mcu.es/patrimonio/MC/IPHE/PlanesNac/PlanCatedrales/EdificiosIncluidos.html เว็บกระทรวงวัฒนธรรมประเทศสเปน