มอระกู่

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
มอระกู่

มอระกู่[1][2] เป็นอุปกรณ์สูบยาของชาวอาหรับ ลักษณะเป็นขวดทรงสูงหรือหม้อมีขาหยั่ง ด้านบนมีถ้วยสำหรับใส่ยาสูบซึ่งเรียก "ชีชะฮ์" (شيشة, shisha) หรือ ฮุคคา (hookah) ถ้วยนั้นมีฝาปิด และมีท่อต่อจากถ้วยลงมาถึงก้นขวดที่มีน้ำหล่ออยู่ เมื่อดูดท่อจะทำให้ควันผ่านน้ำขึ้นมา อุปกรณ์นี้มีชื่อเรียกที่ต่างกันหลายภาษาเช่น water pipe, narghile, hubble-bubble ภาษาไทยเองก็เรียกเพี้ยนเป็น บารากู่ เป็นต้น

สารที่นำมาใช้กับอุปกรณ์ฮุคคาไม่จำเป็นต้องแห้งสนิท ที่มักใช้กันก็มีชื่อว่า โทบาเมล หรือ มาแอสเซล เป็นส่วนผสมของใบยาสูบ (tobacco) กับสารที่มีความหวาน เช่น น้ำผึ้งหรือกากน้ำตาล (molasses) หรือผลไม้ตากแห้ง

วัฒนธรรมมอระกู่[แก้]

ในแถบตะวันออกกลางและตุรกี สามารถพบได้ในร้านอาหารและ ภัตตาคารทั่วไป ใช้สูบหลังอาหารแทนบุหรี่ บางแห่งสูบกันในแหล่งที่ใช้เป็นที่สังสรรค์ ดูรายการยอดนิยม หรือดูกีฬาระดับชาติร่วมกัน เมื่อไม่นานมานี้หลายรัฐในอเมริกาและแคนาดา ได้ห้ามการสูบในที่สาธารณะ ที่สกอตแลนด์และอังกฤษก็ห้ามเช่นกัน ในขณะเดียวกันก็เริ่มเป็นที่นิยมในบางแห่ง เช่น สเปนและรัสเซีย
ในเอเชียโดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เริ่มรู้จักกันมากขึ้น เริ่มเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นในปากีสถานและอัฟกานิสถาน ที่อินเดีย มาเลเซีย ฟิลิปปิ้นส์ ก็มีความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่วนในประเทศไทยบารากู่พบแพร่หลายในสถานที่เที่ยวทั่วไป แม่ว่าตั้งแต่เริ่มมีข่าวเรื่องวัยรุ่นกับการใช้บารากู่ตั้งแต่ปี 2546 กระทรวงสาธารณสขได้ทำเรื่องเสนอไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเพื่อ พิจารณาประการศห้ามจำหน่ายและนำเข้าผลิตภัณฑ์นี้และได้รับการตอบรับแล้วก็ ตาม


อันตรายของมอระกู่[แก้]

มีงานศึกษาเกี่ยวกับการใช้ฮุคคานั้น ถ้าใช้เวลาสูบนาน 45 นาที จะได้รับสารทาร์เป็น 36 เท่า คาร์บอนมอนนอกไซด์เป็น 15 เท่า และนิโคตินเป็น 70เท่าเมื่อเปรียบเทียบกับการใช้บุหรี่ 9 มวน(ซึ่งคำนวณว่า 1 มวนใช้เวลา 5 นาที) และอีกการศึกษาหนึ่งพบว่าเมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่ไม่สูบยาแล้ว มีโอกาสเป้นโรคเหงือกมากกว่าถึง 5 เท่า

แม้บารากู่จะมีกลิ่นหอมหวานชวนให้ลุ่มหลงในการสูบอย่างถอนตัวไม่ขึ้น แต่รู้หรือไม่จากการวิจัยได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า บารากู่มีอันตรายมากกว่าการสูบบุหรี่ทั่วไป เพราะมีสารทาร์และนิโคตินจำนวนมากกว่า อีกทั้งการสูบผ่านน้ำและการผสมกลิ่นผลไม้ต่างๆ จะทำให้ความเข้มข้นของควันจางลง แต่กลับทำให้ผู้สูบสูบได้ลึกขึ้นและจำนวนมากขึ้น

เมื่อเทียบการสูบบารากู่นาน 45 นาที จะได้รับสารทาร์เป็น 36 เท่า คาร์บอนมอนอกไซด์เป็น 15 เท่า และนิโคตินเป็น 70 เท่า ของการสูบบุหรี่ 1 มวน ซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกายมาก โดยผู้ที่สูบจะได้รับก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ซึ่งเป็นสารที่เป็นปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดแข็งตัว และโรคเรื้อรังของระบบทางเดินหายใจ ผู้สูบจะมีอาการปวดศีรษะ ตามองเห็นภาพไม่ชัด ใจสั่น เวียนศีรษะ และมีระดับคอเลสเตอรอลในกระแสเลือดมากกว่าผู้ที่สูบบุหรี่ทั่วไป

อีกทั้งยังอาจกระตุ้นให้เกิดหลอดลมตีบตันในตัวผู้ป่วยโรคหอบหืด และเพิ่มการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร จึงเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นแผลในกระเพาะอาหาร นอกจากนี้ ยังพบว่าทำให้เกิดการเจริญเติบโตผิดปกติของทารกในครรภ์อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้กำลังดำเนินมาตรการห้ามขายในสถานบันเทิง แต่บารากู่สุดฮิตของเหล่าวัยรุ่นทั้งหลายก็ยังมีจำหน่ายอยู่เกลื่อนทั้งตามตลาดเปิดท้ายกลางคืนอย่าง ตลาดนัดรถไฟ คลองหลอด สะพานพุทธ รวมไปถึงการซื้อขายอย่างง่ายดายในอินเทอร์เน็ต นอกจากนั้น ยังได้มีการดัดแปลงบารากู่ให้สามารถใช้งานได้สะดวกขึ้น ด้วยการผลิตออกมาเป็นแบบไฟฟ้า ลักษณะเดียวกับบุหรี่ไฟฟ้า และได้รับความนิยมในกลุ่มวัยรุ่นเช่นกัน

อ้างอิง[แก้]

  1. พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน
  2. เป็นชื่อที่ยืมมาจากภาษาชวา merokok, ตำนานมอระกู่ (บาระกู่)