มหาวิหารแร็งส์
Cathédrale Notre-Dame de Reims |
|
|
Cathedral of Our Lady of Reims |
|
ทัศนียภาพด้านหน้า |
|
| สิ่งก่อสร้าง | |
|---|---|
| ฐานะ | อาสนวิหาร |
| นิกาย | โรมันคาทอลิก |
| ที่ตั้ง | แร็งส์ จังหวัดมาร์น |
| ประเทศ | |
| การก่อสร้าง | |
| ปัจจุบัน | ค.ศ. 1211 |
| สร้างเสร็จ | ค.ศ. 1275 |
| แบบสถาปัตยกรรม | กอธิก |
| สูง | 87 เมตร (290 ft)(บริเวณยอดสูงสุด) |
| ทางเดินกลาง | กว้าง 14.65 เมตร (48.1 ft) สูง 38 เมตร (120 ft) |
| แขนกางเขน (transept) | ยาว 61 เมตร (200 ft) กว้าง 30.7 เมตร (101 ft) |
| ขนาด | ยาว 149.17 เมตร (489.4 ft) กว้าง 30.65 เมตร (100.6 ft) |
| อื่นๆ | หอคู่สูง81.5 เมตร (267 ft) |
| แบบผัง | กางเขน |
| พื้นที่ | 6,650 ตารางเมตร |
| ผู้ออกแบบ/ตกแต่ง | |
| ข้อมูลด้านการท่องเที่ยว | |
| พิกัด | 49°15′13″N 4°02′02″E / 49.25361°N 4.03389°E |
| เว็บไซต์ | http://www.cathedrale-reims.com/ |
| หมายเหตุ | |
| มหาวิหารนอเทรอ-ดาม, แอบบีแซ็ง-เรอมีเก่า และพระราชวังโต เมืองแร็งส์ * | |
|---|---|
มหาวิหารแร็งส์ |
|
| ประเทศ | |
| ประเภท | มรดกทางวัฒนธรรม |
| เกณฑ์พิจารณา | (i) (ii) (vi) |
| ประวัติการจดทะเบียน | |
| จดทะเบียน | 1991 (คณะกรรมการสมัยที่ 15) |
| * ชื่อตามที่ได้จดทะเบียนในบัญชีมรดกโลก ** ภูมิภาคที่จัดแบ่งโดยยูเนสโก |
|
มหาวิหารแร็งส์ (อังกฤษ: Reims Cathedral) หรือชื่อทางการว่า กาเตดราลนอเทรอ-ดามเดอแร็งส์[1] (ฝรั่งเศส: Cathédrale Notre-Dame de Reims) เป็นอาสนวิหารสำคัญของเมืองแร็งส์ จังหวัดมาร์น ประเทศฝรั่งเศส ที่เคยใช้ในพิธีสวมมงกุฎกษัตริย์ของประเทศฝรั่งเศส มหาวิหารที่เห็นในปัจจุบันสร้างบนฐานของวิหารเดิมที่ถูกเพลิงไหม้ไปเมื่อค.ศ. 1211 โดยคาดการณ์ว่าวิหารเดิมนั้นมีอายุราวช่วงปีค.ศ. 400 อาสนวิหารเป็นที่ตั้งของอัครมุขมณฑลแห่งแร็งส์
มหาวิหารแร็งส์เป็นสถานที่ที่พระเจ้าโคลวิสที่ 1ผู้ถือกันว่าเป็นพระเจ้าแผ่นดินองค์แรกของฝรั่งเศสได้ทำพิธีรับศีลจุ่มจากนักบุญเรมี (St. Remi) บาทหลวงของเมืองแร็งส์เมื่อค.ศ. 496
เนื้อหา |
การก่อสร้าง [แก้]
มหาวิหารสร้างเสร็จเมื่อปลายคริสต์ศตวรรษที่ 13 ยกเว้นด้านหน้าซึ่งมาเสร็จเอาอีกศตวรรษหนึ่งต่อมา แต่ยังเป็นสถาปัตยกรรมของคริสต์ศตวรรษที่ 13 ทางเดินกลางขยายให้ยาวขึ้นเพื่อให้มีเนื้อที่เพียงพอกับผู้ที่เข้าร่วมพิธีสวมมงกุฎ หอสูง 81 เมตรย่อจากแบบเดิมที่ออกแบบให้สูง 120 เมตร หอด้านใต้มีระฆังสองใบ ใบหนึ่งคาร์ดินาลแห่งลอเรนตั้งชื่อให้ว่า “ชาร์ลอต” เมื่อปีค.ศ. 1570 ซึ่งหนักกว่า 10,000 กิโลกรัมหรือ 11 ตัน
เมื่อปี ค.ศ. 1875 รัฐสภาแห่งประเทศฝรั่งเศสอนุมัติเงินจำนวน 80,000 ปอนด์เพื่อปฏิสังขรณ์ด้านหน้ามหาวิหาร ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของมหาวิหาร และนับว่าเป็นงานฝีมือชิ้นเอกจากยุคกลาง เมื่อมหาวิหารโดนระเบิดระหว่างสงครามโลกครั้งที่หนึ่งก็ได้ทำลายบริเวณสำคัญๆ ของมหาวิหารไปมาก การบูรณปฏิสังขรณ์เริ่มอีกครั้งเมื่อปี ค.ศ. 1919 และมาเสร็จเมื่อในปี ค.ศ. 1938 โดยงบประมาณสนับสนุนจากมูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์ แต่การบูรณะก็ยังทำต่อเนื่องกันมาโดยมิได้หยุดยั้งจนทุกวันนี้
ภายนอก [แก้]
ประตูทางเข้าด้านหน้ามีสามบาน แต่ละบานเต็มไปด้วยรูปปั้นทั้งใหญ่และเล็กประดับ ประตูกลางอุทิศให้กับพระแม่มารี เหนือประตูแทนที่จะเป็นหน้าบันหินแกะสลัก กลับเป็นกระจกโรซาสกรอบประตูเป็นซุ้มโค้งที่ประกอบไปด้วยรูปปั้น เหนือระดับประตูเป็นระเบียงตรงกลาง และด้านล่างเหนือประตูจะมีหน้าต่างกุหลาบบานใหญ่อีกบานหนึ่ง ถัดขึ้นไปจากนั้นเป็นระเบียงรูปปั้นพระเจ้าแผ่นดิน (gallery of the kings) ซึ่งมีรูปปั้นพระเจ้าโคลวิสที่ 1 รับศึลจุ่มอยู่ตรงกลาง
ด้านหน้าทางแขนกางเขนด้านเหนือและใต้ตกแต่งด้วยรูปปั้น ทางด้านเหนือเป็นบาทหลวงของแร็งส์ และการตัดสินครั้งสุดท้าย (Last Judgment) และรูป “พระเยซูผู้งดงาม” (“le Beau Dieu”) ทางด้านใต้เป็นหน้าต่างกุหลาบสมัยใหม่เรื่องศาสดาและสาวก 12 องค์ เมื่อปี ค.ศ. 1481 ไฟไหม้หลังคาวัดและทำลายหอคอยสี่หอที่สูงกว่าหลังคาจนราบลงมาแค่ระดับหลังคา เหนือบริเวณสงฆ์ขึ้นไปเป็นหอระฆังไม้หุ้มด้วยตะกั่วสูง 18 เมตรสร้างเมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 15 และซ่อมเมื่อปี ค.ศ. 1920
ภายใน [แก้]
ทางเดินกลางของมหาวิหารยาว 138.75 เมตร กว้าง 30 เมตร สูง 38 เมตร ทางเดินกลางขนาบด้ายทางเดินข้าง แขนกางเขนก็เป็นทางเดินหลายช่อง บริเวณสงฆ์เป็นทางเดินคู่ หลังมุขมีทางเดินรอบ และคูหาสวดมนต์กระจายออกไปทางด้านหลัง ภายในมีหน้าต่างประดับกระจกสีที่สร้างระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 13 ถึง 20 ประดับ
นอกจากนั้นทางมหาวิหารยังมีพรมทอแขวนผนัง (tapestries) ชุดที่มีค่าที่สุดถวายให้แก่วัดโดยรอแบร์ เดอ เลนงกอร์ (Robert de Lenoncourt) ผู้เป็นอัครบาทหลวงในสมัยพระเจ้าฟรองซัวส์ที่ 1 เป็นเรื่องพระแม่มารี ปัจจุบันตั้งแสดงอยู่ที่วังเทา (Palace of Tau) ซึ่งเดิมเป็นที่ประทับของบาทหลวง ทางด้านเหนือแขนกางเขนมีออร์แกนในตู้แบบกอธิควิจิตร (Flamboyant Gothic) นาฬิกาที่ตกแต่งด้วยกลไกที่สวยงาม และงานหน้าต่างประดับกระจกสีโดยศิลปินมีชื่อเสียงชาวรัสเซีย มาร์ค ชากาล (Marc Chagall) ที่ติดตั้งเมื่อ ค.ศ. 1974
มหาวิหารแร็งส์ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ เมื่อปี ค.ศ. 1862
มหาวิหารแร็งส์ได้รับเลือกโดยองค์การยูเนสโกให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี ค.ศ. 1991
อ้างอิง [แก้]
- ↑ Sacred-destinations.com: Reims Cathedral - Reims, France[www.sacred-destinations.com/france/reims-cathedral.htm]
ข้อมูลเพิ่มเติม [แก้]
- แผนผังมหาวิหาร
- มหาวิหาร
- สถาปัตยกรรมการก่อสร้างมหาวิหารในยุโรปตะวันตก
- สถาปัตยกรรมกอธิค
- หน้าต่างกุหลาบ
- คริสต์ศาสนสถาน
แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]
| คอมมอนส์ มีภาพและสื่ออื่น ๆ เกี่ยวกับ: มหาวิหารนอเทรอดามแห่งแร็งส์ |
- เว็บไซต์มหาวิหารรีมส์
- ประวัติสถาปัตยกรรมกอธิค: มหาวิหารรีมส์
- มหาวิหารนอเทรอดามแห่งแร็งส์ (Sacred Destinations)
- มหาวิหารนอเทรอดามแห่งแร็งส์ (Structurae)
- มหาวิหารนอเทรอดามแห่งแร็งส์ (MSN Encarta)
สมุดภาพ [แก้]
-
พระเยซูแกะนูนในภาพการตัดสิน
ครั้งสุดท้ายบนหน้าบัน
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||