มหาวิหารเคอนิกสแบร์ก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
มหาวิหารเคอนิกสแบร์ก
Кафедральный собор Кёнигсберга

Königsberger Dom

มหาวิหารเคอนิกสแบร์ก
มหาวิหารเคอนิกสแบร์ก
สิ่งก่อสร้าง
ฐานะ มหาวิหาร
นิกาย รัสเซียออร์โธด็อกซ์
ที่ตั้ง คาลินกราด
ประเทศ ธงของประเทศรัสเซีย รัสเซีย
การก่อสร้าง
แรกสุด ค.ศ. 1333ค.ศ. 1380
ปัจจุบัน คริสต์ศตวรรษที่ 20
สร้างเสร็จ
แบบสถาปัตยกรรม กอธิค
แบบผัง แผนผัง
ผู้ออกแบบ/ตกแต่ง
ข้อมูลด้านการท่องเที่ยว
พิกัด 54°42′23″N 20°30′42″E / 54.70639°N 20.51167°E / 54.70639; 20.51167

อาสนวิหารเคอนิกสแบร์ก (รัสเซีย: Кафедральный собор Кёнигсберга, เยอรมัน: Königsberger Dom, อังกฤษ: Königsberg Cathedral) เป็นอาสนวิหารศาสนจักรออร์โธดอกซ์รัสเซีย[1]ที่ตั้งอยู่ที่เมืองคาลินกราด (เดิมเคอนิกสแบร์กในเยอรมนี) บนเกาะเพรเกิล (เพรโกลยา) ในสหพันธรัฐรัสเซีย หรือเรียกว่าคไนพ์ฮอฟในภาษาเยอรมัน

ประวัติ[แก้]

คริสต์ศตวรรษที่ 14 จนถึงสงครามโลกครั้งที่สอง[แก้]

มหาวิหารเคอนิกสแบร์กสร้างขึ้นแทนที่มหาวิหารเดิมที่มีขนาดเล็กกว่าหลังจากที่โยฮันน์ คลาเรอ บิชอปแห่งซัมลันด์ในรัสเซียมีความประสงค์ที่จะสร้างโบสถ์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ต่อมาอาสนวิหารเดิมที่มีขนาดเล็กกว่าที่ตั้งอยู่ที่บริเวณเมืองเก่าของเคอนิกสแบร์กก็ถูกรื้อ และ นำเอาวัสดุมาสร้างอาสนวิหารใหม่

การก่อสร้างอาสานวิหารเริ่มขึ้นในปี ค.ศ. 1333 บริเวณเนื้อที่ที่สร้างเป็นดินเลนฉะนั้นจึงต้องมีการตอกด้วยเสาเข็มที่ทำด้วยไม้โอ้คเป็นจำนวนร้อย ๆ ต้นก่อนที่จะเริ่มการก่อสร้างได้ หลังจากเวลาเพียงเกือบ 50 ปี ส่วนใหญ่ของมหาวิหารก็สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1380 แต่งานจิตรกรรมฝาผนังภายในทำต่อมาจนกระทั่งปลายคริสต์ศตวรรษที่ 14

บริเวณร้องเพลงสวดตกแต่งด้วยจิตรกรรมฝาผนังจากคริสต์ศตวรรษที่ 14 และ 15 งานสลักไม้เป็นแบบปลายสมัยกอทิกและงานอนุสรณ์แบบเรอเนสซองซ์แกะสลักโดยคอร์เนเลียส โฟลริส เดอ วเรียนดท์ในปี ค.ศ. 1570

เดิมอาสนวิหารเมีหอยอดแหลมสองหอทางเหนือและใต้ทางด้านหน้า แต่ในปี ค.ศ. 1544 หอทั้งสองถูกเพลิงไหม้เสียหาย หอใต้ได้รับการสร้างใหม่แต่หอเหนือสร้างแทนด้วยหลังคาจั่วอย่างง่ายๆ ในปี ค.ศ. 1640 ก็ได้สร้างนาฬิกาภายใต้จั่วที่สร้างใหม่ และตั้งแต่ปี ค.ศ. 1650 ก็ได้ตั้งหอสมุดขึ้นภายใต้จั่วที่มาจากห้องสมุดวอลเล็นโรดท์ที่อุทิศให้โบสถ์โดยมาร์ติน ฟอน วอลเล็นโรดท์ การติดตั้งออร์แกนทำในปี ค.ศ. 1695 และต่อมาใน19 ก็ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์

เมื่อวันที่ 27 กันยายน ค.ศ. 1523 โยฮันน์ ไบรสมันน์ทำการเทศนาแบบลูเทอรันขึ้นเป็นครั้งแรก และตั้งแต่บัดนั้นมาจนถึง ค.ศ. 1945 มหาวิหารก็กลายเป็นมหาวิหารโปรเตสแตนต์.

ระเบียงภาพก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง[แก้]

สงครามโลกครั้งที่สอง[แก้]

ในปลายเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1944 เรือบินทั้งระเบิดของบริติชก็ทำการทิ้งระเบิดที่เคอนิกสแบร์กอยู่สองคืน คืนแรกในคืนวันที่ 26/27 สิงหาคมส่วนใหญ่ไม่ลงในตัวเมือง แต่คืนที่สองในวันที่ 29/30 สิงหาคมทำลายบริเวณตัวเมืองเก่าของเคอนิกสแบร์ก (รวมทั้งคไนพ์ฮอฟ) รวมทั้งมหาวิหาร ผู้คนและส่วนใหญ่ที่เป็นเด็กราวร้อยคนที่หนีเข้ามาหลบภัยอยู่ในโบสถ์ภายใต้หอแหลมเสียชีวิตไปกับระเบิด

หลังสงครามโลกครั้งที่สอง[แก้]

หลังสงครามแล้วมหาวิหารก็ยังคงอยู่ในสภาพที่เป็นโครงสร้างที่ถูกเพลิงไหม้ และคไนพ์ฮอฟก็ทำเป็นอุทยานโดยไม่มีสิ่งก่อสร้างอื่นใด ก่อนสงครามคไนพ์ฮอฟมีตึกจำนวนหลายตึกๆ หลังหนึ่งเป็นตึกมหาวิทยาลัยอัลเบอร์ตินาหลังแรก ที่อิมมานูเอิล คานท์ทำการสอน ซึ่งเป็นตึกที่ตั้งอยู่ติดกับด้านตะวันออกของมหาวิหาร

ไม่นานหลังจากคาลินกราดเปิดให้ชาวต่างประเทศเข้าได้เมื่อต้นคริสต์ทศวรรษ 1990 การก่อสร้างมหาวิหารใหม่ก็ได้เริ่มต้นขึ้นหอยอดแหลมได้รับการติดตั้งใหม่โดยใช้เฮลิคอปเตอร์ในปี ค.ศ. 1994 ในปี ค.ศ. 1995 ก็ได้มีการติดตั้งนาฬิการใหม่ที่มีระฆังสี่ใบ (1,180 กิโลกรัม, 700 กิโลกรัม, 500 กิโลกรัม และ 200 กิโลกรัม) ที่หล่อขึ้นในปี ค.ศ. 1995 นาฬิกาตีทุกสิบห้านาที เมื่อครบชั่วโมงก็จะเล่นโน้ตตัวแรกซิมโฟนีหมายเลขหมายเลข 5 โดยลุดวิจ ฟาน เบโทเฟิน ตามด้วยระฆังเสียงเดียวตีบอกจำนวนชั่วโมง ระหว่างปี ค.ศ. 1996 ถึงปี ค.ศ. 1998 ก็ได้มีการปูหลังคา และ สร้างหน้าต่างประดับกระจกสีใหม่

ปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นระหว่างการบูรณปฏิสังขรณ์คือการทรุดตัวของพื้นดินภายใต้มหาวิหารที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกันมา แม้ในขณะที่ยังอยู่ในความครอบครองของเยอรมนี ที่เริ่มเห็นได้ชัดขึ้น

ในปัจจุบันมหาวิหารมีโบสถ์น้อยสองแห่ง แห่งหนึ่งสำหรับลูเทอแรน อีกชาเปลหนึ่งสำหรับรัสเซียออร์โธด็อกซ์ และพิพิธภัณฑ์ ที่ตั้งของชาเปลของลูเทอรันเป็นที่ที่มีผู้เสียชีวิตระหว่างการทั้งระเบิดในปลายเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1944 นอกจากนั้นแล้วมหาวิหารก็ยังใช้สำหรับการแสดงคอนเสิร์ตด้วย

Kant's Tomb[แก้]

อนุสรณ์ของนักปรัชญาอิมมานูเอิล คานท์ “นายช่างแห่งเคอนิกสแบร์ก” ในปัจจุบันเป็นมอโซเลียมตั้งติดกับทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของมหาวิหาร มอโซเลียมสร้างโดยสถาปนิกฟรีดริช ลาห์รส เสร็จในปี ค.ศ. 1924 ทันเวลาครบรอบสองร้อยปีของการเกิดของคานท์ เดิมร่างของคานท์ฝังอยู่ภายในมหาวิหาร แต่ในปี ค.ศ. 1880 ร่างของคานท์ก็ถูกย้ายออกไปภายนอกไปตั้งไว้ในชาเปลแบบฟื้นฟูกอธิคติดกับทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของมหาวิหาร แต่เมื่อเวลาผ่านไปชาเปลก็อยู่ในสภาพที่ทรุดโทรมและในที่สุดก็ต้องถูกรื้อทิ้งเพื่อสร้างใหม่เป็นมอโซเลียม

อ้างอิง[แก้]

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ เคอนิกสแบร์ก

ระเบียงภาพ[แก้]