มหาวิหารล็องกร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Logo monument classe.svg อาสนวิหารนักบุญมัมเมสแห่งล็องกร์
Cathédrale Saint-Mammès de Langres

Cathedral of St.Mammès of Langres

หน้าบันแบบคลาสสิก
หน้าบันแบบคลาสสิก
สิ่งก่อสร้าง
ฐานะ อาสนวิหาร
บาซิลิกา
นิกาย โรมันคาทอลิก
ที่ตั้ง ล็องกร์ จังหวัดโอต-มาร์น
ประเทศ Flag of France.svg ประเทศฝรั่งเศส
การก่อสร้าง
ปัจจุบัน ค.ศ. 1150
สร้างเสร็จ ค.ศ. 1196
ค.ศ. 1761 (สร้างหน้าบันใหม่)
แบบสถาปัตยกรรม โรมาเนสก์
กอทิก
คลาสสิก (หน้าบัน)
แบบผัง กางเขน
ผู้ออกแบบ/ตกแต่ง
ข้อมูลด้านการท่องเที่ยว
พิกัด 47°51′51″N 5°20′07″E / 47.86417°N 5.33528°E / 47.86417; 5.33528
หมายเหตุ Logo monument classe.svg อนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์
(ค.ศ. 1862)

มหาวิหารล็องกร์ หรือ อาสนวิหารนักบุญมัมเมสแห่งล็องกร์ (ฝรั่งเศส: Cathédrale Saint-Mammès de Langres) เป็นอาสนวิหาร ในนิกายโรมันคาทอลิก อันเป็นที่ตั้งของมุขนายกประจำมุขมณฑลล็องกร์ (Diocese of Langres) ตั้งอยู่ที่เมืองล็องกร์ จังหวัดโอต-มาร์น ในแคว้นช็องปาญาร์แดน ประเทศฝรั่งเศส สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้แก่นักบุญมัมเมสแห่งไกซาเรีย (Saint-Mammes of Caesarea) มรณสักขีในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 3

ลักษณะเด่นของมหาวิหารแห่งนี้อยู่ที่ความผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมโรมาเนสก์แบบเบอร์กันดี กับสถาปัตยกรรมกอทิกอาทิเช่น เพดานแบบโค้งสัน และหน้าบันหลักทิศตะวันตกซึ่งสร้างขึ้นใหม่ในแบบสถาปัตยกรรมคลาสสิก

มหาวิหารแห่งนี้ได้ขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ เมื่อปี ค.ศ. 1840[1]

ประวัติ[แก้]

ราวปีค.ศ. 1140 มุขนายกฌ็อฟฟรัว เดอ ลาร็อช-วานโน (Geoffroy de La Roche-Vanneau) (1139-1162) คนสนิทของนักบุญแบร์นาร์แห่งแกลร์โว (Saint Bernard of Clairvaux) ได้มีดำริที่จะสร้างมหาวิหารแห่งใหม่ขึ้น ในขณะนั้นอาสนวิหารนักบุญสเทเฟนแห่งซ็องส์ก็กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างด้วย โดยการก่อสร้างนั้นเริ่มต้นจากบริเวณร้องเพลงสวดก่อน โดยลักษณะการก่อสร้างนั้นได้นำแบบมาจากอารามกลูนีแห่งที่ 3 (Cluny III) ครีบยันลอยของบริเวณร้องเพลงสวดนั้นถูกบังอยู่ ยกเว้นแต่ของบริเวณกลางโบสถ์ซึ่งสามารถมองเห็นได้จากด้านนอก โดยจากสาสน์จากสมเด็จพระสันตะปาปาอเล็กซานเดอร์ที่ 3 ในช่วงที่เสด็จมาประทับเพื่อลี้ภัยสงครามที่เมืองซ็องส์ตั้งแต่ค.ศ. 1163-1165 ใจความสรุปได้ว่ามหาวิหารนั้นใกล้เสร็จสิ้น ณ ปีค.ศ. 1170 เหลือเฉพาะงานหน้าบันทิศตะวันตกและบริเวณกลางโบสถ์ช่วงเสาที่หนึ่งเท่านั้น

ต่อมาในปีค.ศ. 1190 มีการซื้อที่ดินฝั่งตะวันตกเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าจะมีการก่อสร้างครั้งสุดท้ายเพื่อให้เสร็จสิ้นทั้งหมด ในที่สุดมหาวิหารได้รับการเสกขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1196 ซึ่งในขณะนั้นบริเวณเพดานโค้งของบริเวณกลางโบสถ์ยังต้องสร้างต่ออีกมาก

ในปีค.ศ. 1209 ได้มีการเคลื่อนย้ายเรลิกส่วนศีรษะของนักบุญมัมเมสมาไว้ที่มหาวิหาร ในช่วงนั้น (คริสต์ศตวรรษที่ 13) บริเวณวิหารคดได้เริ่มก่อสร้าง (ปัจจุบันเหลืออยู่เพียงแค่สองซุ้ม) พร้อมๆกับชาเปลแม่พระตั้งอยู่ที่บริเวณช่วงปลายของมุขโค้งด้านสกัด (ค.ศ. 1282) ต่อมาในปีค.ศ. 1314 ได้เกิดอัคคีภัยซึ่งทำลายส่วนหลังคาของบริเวณกลางโบสถ์ไป และค.ศ. 1324 ได้มีการต่อเติมสร้างชาเปลบริเวณมุขโค้ง

ในคริสต์ศตวรรษที่ 16 ตั้งแต่ปีค.ศ. 1547- ค.ศ. 1551 มุขนายกแห่งล็องกร์ โกลด เดอ ลงวี (Claude de Longwy) ได้มีดำริให้สร้างชาเปลมหากางเขนขึ้นบริเวณฝั่งซ้ายของบริเวณกลางโบสถ์ ต่อมาในปีค.ศ. 1562 เกิดฟ้าผ่าลงบนหลังคาทำให้เกิดอัคคีภัยครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง

ในปีค.ศ. 1746 บริเวณหน้าบันฝั่งทิศตะวันตกอยู่ในสภาพชำรุดและใกล้จะถล่ม จึงมีความเห็นให้ทุบบริเวณส่วนนั้นทิ้ง และได้สร้างใหม่ระหว่างปีค.ศ. 1761 - ค.ศ. 1786 ในแบบสถาปัตยกรรมคลาสสิก ตามแบบของสถาปนิกโกลด-หลุย ดาวีเล (Claude-Louis D'Aviler) ที่เคยเสนอไว้เมื่อปีค.ศ. 1758 และได้สร้างด้วยฝีมือของสถาปนิกฌ็อง-อ็องตวน การิสตี (Jean-Antoine Caristie) จนสำเร็จ ต่อมาในปีค.ศ. 1790 มหาวิหารได้ถูกปิดลงท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของคริสตจักรในประเทศฝรั่งเศส และได้เปิดขึ้นอีกครั้งในปีค.ศ. 1791 หลังจากมีการแต่งตั้งมุขนายกองค์ใหม่ อูแบร์-อ็องตวน ว็องเดอแล็งกูร์ (Hubert-Antoine Wandelaincourt) ซึ่งเป็นผู้ที่สั่งให้ทำลายฉากกางเขนลงในปีค.ศ. 1792

และในคริสต์ศตวรรษที่ 19 ตั้งแต่ปีค.ศ. 1852 ส่วนบนของมหาวิหารได้ผ่านการบูรณะใหม่โดยสถาปนิกอัลฟงซ์ ดูร็อง (Alphonse Durand) ซึ่งเป็นผู้ที่ออกแบบและก่อสร้างห้องเก็บเครื่องพิธี ในช่วงปีค.ศ. 1857 - ค.ศ. 1862


ขนาดของมหาวิหาร[แก้]

  • ความยาวด้านใน : 94.3 เมตร (309 ฟุต)
  • ความสูงจรดเพดานบริเวณกลางโบสถ์และบริเวณร้องเพลงสวด : 23 เมตร (75 ฟุต)
  • ความกว้างของทางเดินกลางวัดจากเสาถึงเสา : 11.36 เมตร (37.3 ฟุต)
  • ความกว้างรวมของบริเวณกลางโบสถ์ : 24.4 เมตร (80 ฟุต)
  • เส้นผ่านศูนย์กลางของเสาบริเวณกลางโบสถ์ : 1.25 เมตร (4.1 ฟุต)
  • ความกว้างของแขนกางเขน : 13 เมตร (43 ฟุต)
  • ความยาวด้านในของแขนกางเขน : 41.6 เมตร (136 ฟุต)
  • ความสูงของหอ : 45 เมตร (150 ฟุต) (บันไดทั้งหมด 227 ขั้นสำหรับขึ้นไปบนหอฝั่งทิศใต้)

ระเบียงภาพ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. Notice No.PA00079088 Base Mérimée - กระทรวงวัฒนธรรมแห่งฝรั่งเศส

บรรณานุกรม[แก้]

  • (ฝรั่งเศส) Hubert Collin, Champagne romane, La Pierre-qui-Vire (France), Zodiaque, 1981
  • (ฝรั่งเศส) Jean-Marie Pérouse de Montclos, Le guide du Patrimoine : Champagne-Ardenne, Paris (France), Hachette, 1995 (ISBN 2-85822-614-8)
  • (เยอรมัน) Wilhem Schlink, Zwischen Cluny und Clairvaux, Berlin (Allemagne), W. de Gruyter, 1970

ดูเพิ่ม[แก้]