มหาวิหารดอล-เดอ-เบรอตาญ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Logo monument classe.svg อาสนวิหารนักบุญแซมซัน
แห่งดอล-เดอ-เบรอตาญ
Cathédrale Saint-Samson de Dol-de-Bretagne

Cathedral of St. Samson of Dol

มหาวิหารแห่งดอล-เดอ-เบรอตาญ
มหาวิหารแห่งดอล-เดอ-เบรอตาญ
สิ่งก่อสร้าง
ฐานะ โบสถ์ประจำเขต
(อาสนวิหารจนกระทั่งปี ค.ศ. 1801)
นิกาย โรมันคาทอลิก
ที่ตั้ง ดอล-เดอ-เบรอตาญ จังหวัดอีเลวีแลน
ประเทศ Flag of France.svg ประเทศฝรั่งเศส
การก่อสร้าง
แรกสุด ค.ศ. 1203
สร้างเสร็จ คริสต์ศตวรรษที่ 16
แบบสถาปัตยกรรม กอทิก
แบบผัง กางเขน
ผู้ออกแบบ/ตกแต่ง
ข้อมูลด้านการท่องเที่ยว
พิกัด 48°33′03″N 1°45′21″W / 48.55083°N 1.75583°W / 48.55083; -1.75583
หมายเหตุ Logo monument classe.svg อนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์
(ค.ศ. 1840)

มหาวิหารดอล-เดอ-เบรอตาญ หรือเรียกชื่อเต็มว่า อาสนวิหารนักบุญแซมซันแห่งดอล-เดอ-เบรอตาญ (ฝรั่งเศส: Cathédrale Saint-Samson de Dol-de-Bretagne) ในปัจจุบันมีฐานะเป็นโบสถ์ประจำเขตแพริช นิกายโรมันคาทอลิก ซึ่งในอดีตเคยมีฐานะเป็นอาสนวิหารประจำมุขมณฑลดอล (Diocese of Dol) เป็นมุขมณฑลหนึ่งในเก้าแห่งในแคว้นเบรอตาญในอดีต ซึ่งต่อมาได้ถูกยุบลงเป็นส่วนหนึ่งของมุขมณฑลแรน (Diocese of Rennes) ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1801[1] เป็นต้นมา (ตามความตกลง ค.ศ. 1801) ตั้งอยู่ที่เมืองดอล-เดอ-เบรอตาญ จังหวัดอีเลวีแลน ในแคว้นเบรอตาญ ประเทศฝรั่งเศส สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้แก่นักบุญแซมซันแห่งดอล


มหาวิหารแห่งนี้ได้ขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ เมื่อปี ค.ศ. 1840[2]


ประวัติโดยสังเขป[แก้]

ในปีค.ศ. 1203 พระเจ้าจอห์นแห่งอังกฤษ ได้ทำให้เกิดไฟไหม้มหาวิหารหลังเดิมที่สร้างในแบบสถาปัตยกรรมโรมาเนสก์ จึงมีพระราชประสงค์ให้สร้างหลังใหม่ขึ้นโดยพระองค์เป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างทั้งหมด โดยได้เริ่มการก่อสร้างขึ้นในเดือนกันยายนในปีเดียวกันนั้น โดยได้ทรงมอบหมายให้มุขนายกฌ็องที่ 7 แห่งลิโซเน (Jean VII de Lizaunet) เป็นผู้ควบคุมการก่อสร้าง

ต่อมาในปีค.ศ. 1231 ซึ่งเป็นปีมรณภาพของมุขนายกฌ็องที่ 7 แห่งลิโซเน ส่วนบริเวณกลางโบสถ์ก็สร้างเสร็จสิ้นโดยมุขนายกองค์ต่อมา คือ เกลม็อง เดอ วิเทร (Clément de Vitré) มารับช่วงต่อในการก่อสร้างบริเวณแขนกางเขนและบริเวณร้องเพลงสวดที่มีด้านนอกแบบเรียบง่าย ซึ่งต่อมาเรลิกของนักบุญแซมซันได้นำมาซึ่งนักแสวงบุญมากมาย จึงมีความจำเป็นในการต่อเติมส่วนของจรมุขขึ้นเพิ่มเติม โดยมุขนายกเกลม็อง เดอ วิเทร ได้ว่าจ้างช่างฝีมือเยี่ยมจากมหาวิหารแห่งอื่นมาใช้ก่อสร้างในวิธีแบบใหม่ โดยใช้รากฐานของมหาวิหารเดิมแบบโรมาเนสก์ และสร้างต่อเติมขึ้นเป็นแบบกอทิกแบบนอร์มังดี ซึ่งได้ดำเนินมาตลอดคริสต์ศตวรรษที่ 13 ส่วนสุดท้าย ได้แก่ บริเวณร้องเพลงสวด และจรมุข รวมถึงชาเปลข้างจำนวนสิบแห่ง ได้สร้างเสร็จราวปีค.ศ. 1279 ซึ่งก็ถือเป็นการสร้างเสร็จและใช้งานได้ ยกเว้นเพียงส่วนของหอระฆังกอทิกทั้งสองข้าง ซึ่งกำลังดำเนินไปเรื่อยๆ

บริเวณมุขทางเข้าขนาดใหญ่ซึ่งตั้งอยู่บริเวณปลายแขนกางเขนฝั่งทิศใต้ได้สร้างขึ้นระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 14 และ 15 และในช่วงเดียวกันนั้น ได้มีการสร้างหอประชุมนักบวชขึ้นที่บริเวณทิศตะวันตก และห้องเก็บสมบัติบริเวณทิศตะวันออก รวมถึงชาเปลขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บริเวณปลายสุดของบริเวณร้องเพลงสวดอีกด้วย


ขนาดต่างๆ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. http://www.catholic-hierarchy.org/diocese/drenn.html
  2. Ref No.PA00090544 Base Mérimée - กระทรวงวัฒนธรรมแห่งฝรั่งเศส

ดูเพิ่ม[แก้]