มหาประติมากรรม
| ประติมากรรม | ||
|---|---|---|
| มหาประติมากรรม Monumental sculpture |
||
อาฮูทองการิคีบนเกาะอีสเตอร์ ซึ่งเป็นรูปสลักหินโมอาย 15 รูปที่ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ในคริสต์ทศวรรษ 1990 |
||
| ประติมากรรม | ||
มหาประติมากรรม (อังกฤษ: Monumental sculpture) เป็นคำที่มักจะใช้ในประวัติศาสตร์ศิลป์วิทยาและการวิพากษ์งานศิลปะ แต่ยังเป็นความหมายที่ยังไม่ลงตัว มหาประติมากรรมรวมแนวคิดสองอย่างๆ หนึ่งคือการใช้สอย และ อีกอย่างหนึ่งคือขนาด และอาจจะรวมแนวคิดที่สามที่เป็นแนวคิดเชิงอัตวิสัย มหาประติมากรรมจะใช้กับประติมากรรมทั้งหมดที่มีขนาดใหญ่ รูปคนที่มีขนาดครึ่งหนึ่งของคนจริงขึ้นไปก็ถือกันว่าเป็นมหาประติมากรรมตามทัศนคติของนักประวัติศาสตร์ศิลป์[1] และศิลปะร่วมสมัยก็ใช้สำหรับขนาดทั้งหมดของงานประติมากรรม ฉะนั้นมหาประติมากรรมจึงต่างจากจุลประติมากรรม, งานโลหะขนาดเล็ก, งานแกะสลักงาช้าง, บานพับภาพสองหรืองานในทำนองเดียวกัน
นอกจากนั้นมหาประติมากรรมเป็นคำที่ใช้สำหรับการสร้างหรือส่วนประกอบของอนุสาวรีย์อย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งทำให้รวมทั้งหัวเสา, งานแกะนูนที่ติดกับผนังของสิ่งก่อสร้างจึงรวมอยู่ในบริบทนี้ด้วย แม้ว่าอาจจะเป็นงานชิ้นที่ไม่ใหญ่นัก ประโยชน์การใช้สอยของอนุสาวรีย์ก็เพื่อเป็นการระบุที่หมายของที่ฝังศพ หรือสำหรับเป็นอนุสรณ์สถานสำหรับผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว หรือเป็นสิ่งที่ใช้ในการแสดงอำนาจของประมุขของประชาคม ทั้งนี้ก็รวมทั้งอนุสรณ์สถานของศาสนสถาน
แนวคิดที่สามอาจจะเจาะจงเฉพาะงานชิ้นใดชิ้นหนึ่ง คำอธิบายของคำว่า “Monumental” ใน “A Dictionary of Art and Artists” โดย ปีเตอร์ และ ลินดา เมอร์เรย์ให้คำจำกัดความไว้ว่า[2]:
|
อ้างอิง [แก้]
- Schapiro, Meyer, Selected Papers, volume 2, Romanesque Art, 1977, Chatto & Windus, London, ISBN 0701122390