มลาอิกะฮ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

มลาอิกะฮ์ [1] (อาหรับ: ملائكة) เป็นคำพหูพจน์ของ มะลัก (อาหรับ: ملك) มีความหมายเดียวกับทูตสวรรค์ในศาสนายูดาห์และศาสนาคริสต์ มีหน้าที่ถวายงานรับใช้แก่อัลลอฮ์

ความเป็นมาของมลาอิกะฮ์[แก้]

ภาพจินตนาการอิสรอฟีลในหนังสืออะญาอิบ อัลมัคลูกอต วะ ฆอรออิบ อัลเมาญดาต (ความแปลกของสิ่งถูกสร้างและความประหลาดของสรรพสิ่ง The Wonders of Creation and the Oddities of Existence ของซะกะรียา อัลก็อซวีนีย์ (Zakariya al-Qazwini) (1270))

คำว่า "มลาอิกะฮ์" มีรากศัพท์มาจากภาษาอาหรับว่า "มะละกะ" หมายถึง การปกครอง การมีอำนาจ โดยถูกสร้างมาจากรัศมี (นูร) มีจำนวนมากมาย ไม่มีใครรู้จำนวนได้นอกจากอัลลอฮฺ มลาอิกะฮฺไม่มีเพศ ไม่บริโภค และไม่ดื่ม มะลาอิกะฮฺเป็นบ่าวที่ปฏิบัติตามคำสั่งของอัลลอฮฺ ไม่บิดพริ้ว ไม่ฝ่าฝืนคำสั่ง ไม่มีความคิดที่จะเลือกทำอะไรหรือทำสิ่งใดโดยลำพังได้ เพราะมลาอิกะฮ์มีหน้าที่ปฏิบัติตามคำสั่งของอัลลอฮ์เพียงอย่างเดียว มนุษย์ไม่สามารถมองเห็นมะลาอิกะฮฺในสภาพเดิมได้ เว้นแต่บรรดานบีเท่านั้น เพราะมลาอิกะฮ์เป็นร่างที่ละเอียดอ่อน เหมือนที่มนุษย์ไม่สามารถมองเห็นลมได้ ทั้ง ๆ ที่ลมสามารถพัดใบไม้ไหวได้ แต่มนุษย์สามารถมองเห็นมะลาอิกะฮฺได้ในลักษณะจำแลง กล่าวคือ เมื่อมลาอิกะฮ์ได้จำแลงร่างให้เป็นมนุษย์

มลาอิกะฮ์ทั้ง 10[แก้]

มะลาอิกะฮฺที่มุสลิมทุกคนควรทราบนั้นมีทั้งหมด 10 ตน

  1. ญิบรีล (นามูส, รูหูลกุดุส และรูหุลอะมีน) เป็นผู้นำในบรรดามะลาอิกะฮฺทั้งหลาย และเป็นผู้นำวะฮฺยูจากอัลลอฮฺ (ซ.บ.)ไปยังบรรดานบีและเราะซูล
  2. มีกาอีล เป็นผู้ควบคุมระบบสุริยจักรวาล และนำปัจจัยยังชีพ (ริชกี) มาให้แก่บรรดามัคลูกทั้งหลาย
  3. อิซรออีล (มะลิกุลเมาตฺ) ทำหน้าที่ ถอดวิญญาณมัคลูกตามเวลาที่กำหนดไว้
  4. อิสรอฟีล เป่าแตร(ศูรฺ) เมื่อถึงกำหนดวันสิ้นโลก (วันกิยามะฮฺ) และวันฟื้นคืนชีพ
  5. รอกีบ ผู้บันทึกอันมีเกียรติ อยู่ประจำข้างซ้ายและข้างขวาของมนุษย์ บันทึกความดี ความชั่วของมนุษย์
  6. อะตีด ผู้บันทึกอันมีเกียรติ อยู่ประจำข้างซ้ายและข้างขวาของมนุษย์ บันทึกความดี ความชั่วของมนุษย์
  7. มุนกัรฺ ทำหน้าที่ สอบสวนคนตายในสุสาน (กุโบรฺ)
  8. นะกีรฺ ทำหน้าที่ สอบสวนคนตายในสุสาน
  9. ริฎวาน คอยดูแลและเฝ้าประตูสวรรค์
  10. มาลิก (ซะบานียะฮฺ) คอยดูแลและเฝ้าประตูนรก

มลาอิกะฮ์อื่น ๆ[แก้]

นอกจากนี้อัลกุรอานระบุอีกว่า มีมลาอิกะฮ์จำนวนหนึ่งที่แบกหามพระบัลลังก์ของอัลลอฮฺ ซึ่งอัลกุรอานไม่ได้ระบุว่าในปัจจุบันมีจำนวนเท่าไหร่ แต่ระบุว่า ในวันอาคิเราะฮฺ มะลาอิกะฮฺผู้แบกบัลลังก์มีจำนวน 8 ตน นอกจากนั้นยังมีมลาอิกะฮ์อีกมากมายที่ห้อมล้อมพระบัลลังก์ คอยสรรเสริญสดุดีพระองค์และวิงวอนขอให้อัลลอฮฺทรงอภัยให้แก่บรรดาศรัทธาชนผู้สำนึกผิด

อัลกุรอานได้เล่าเรื่องของมะลาอิกะฮฺที่ลงมาบอกข่าวดีแก่นบีอิบรอฮีม นบีซะกะรียา และมัรยัมมารดานบีอีซา และมลาอิกะฮ์ที่มาบอกให้ลูฏออกจากเมืองก่อนที่ดวงอาทิตย์จะขึ้น เนื่องจากว่าเมืองโซโดมกำลังจะถูกทำลาย

นอกจากนี้อัลลอฮฺยังได้ทรงส่งมะลาอิกะฮฺลงมาในนครบาบิโลน เพื่อเป็นข้อทดสอบสำหรับมนุษย์ในเรื่องไสยศาสตร์

อ้างอิง[แก้]

  1. ราชบัณฑิตยสถาน, พจนานุกรมศัพท์ศาสนาสากล อังกฤษ-ไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน, พิมพ์ครั้งที่ 3, ราชบัณฑิตยสถาน, 2552, หน้า 68