มนัส โอภากุล
''''''''''นายมนัส โอภากุล (4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2457 - 4 มกราคม พ.ศ. 2554) หรือชื่อที่ชาวจังหวัดสุพรรณบุรีเรียกติดปากว่า "อาจารย์มนัส" เป็นนักประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของจังหวัดสุพรรณบุรี
นายมนัสเป็นบุตรชายของ นายติ๊มเข่ง แซ่โอ ชาวจีนแต้จิ๋วอพยพ เกิดเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2457 ที่จังหวัดสุพรรณบุรี จบการศึกษาจากโรงเรียนกรรณสูตศึกษาลัย เมื่อ ปี พ.ศ. 2469 เริ่มเข้ารับราชการครูที่โรงเรียนวัดสุวรรณภูมิ ระหว่างปี พ.ศ. 2478-พ.ศ. 2483 ต่อมาได้เป็นเสมียนและผู้ช่วยผู้จัดการบริษัทสุพรรณบุรี จังหวัดพาณิชย์ จำกัด ระหว่างปี พ.ศ. 2484-พ.ศ. 2487 ภายหลังเปิดร้านค้าเป็นของตนเอง ชื่อ "ร้านมนัสพาณิชย์" ตั้งอยู่ที่เลขที่ 770 ตลาดทรัพย์สินซอย 4 อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี ขายเครื่องดนตรีและเครื่องกีฬา
นายมนัส โอภากุล มีความสนใจและรักในการศึกษาค้นคว้าทางด้านโบราณคดีโดยเฉพาะประวัติศาสตร์ของจังหวัดสุพรรณบุรี จนมีความรู้อย่างละเอียดและแตกฉาน ได้รวบรวมหลักฐานต่าง ๆ ทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์ของจังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมทั้งนำไปเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปได้ศึกษา จนเป็นที่ยอมรับไปทั่ว และได้รับเชิญเป็นวิทยากรบรรยายเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และวัตถุโบราณในจังหวัดสุพรรณบุรี นับตั้งแต่ พ.ศ. 2493 เป็นต้นมา โดยเฉพาะความรู้ความสามารถทางด้านพระพุทธรูปและพระเครื่องชนิดต่าง ๆ เช่น พระผงสุพรรณ เป็นต้น นอกจากนี้แล้วยังเป็นนักสื่อสารมวลชนท้องถิ่นที่ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นฉบับแรกของสุพรรณบุรี คือ “หนังสือพิมพ์คนสุพรรณ”
นอกจากนี้แล้ว ยังเคยเป็นผู้จัดการวงดนตรีลูกทุ่ง และเป็นผู้ก่อตั้งวงดนตรีสากลวงแรกของจังหวัดสุพรรณบุรี โดยในปี พ.ศ. 2480 ได้ตั้งวงดนตรีขึ้นในนามของ วงดนตรีโรงเรียนเทศบาลวัดปราสาททอง แล้วเปลี่ยนเป็นชื่อวง “มนัสและสหาย” ต่อมาในปี พ.ศ. 2503 วงมนัสและสหายได้เข้าสังกัดสมาคมชาวสุพรรณ จึงได้ชื่อวง “ช.พ.ส.” [[[หนึ่งในสมาชิกของวงคือ อาจารย์สุเทพ โชคสกุล เจ้าของบทเพลงที่โด่งดังและเป็นอมตะจนถึงปัจจุบัน เช่น "แม่พิมพ์ของชาติ" "มนต์การเมือง" "พระคุณที่สาม" เป็นต้น และเพลงที่ใช้ในวงการลูกเสือ เช่น "ความเกรงใจ" "ความซื่อสัตย์" "ตรงต่อเวลา" รวมทั้งเพลงที่ใช้ประกอบภาพยนตร์เรื่อง "ครูบ้านนอก" อีกหลายเพลง นับได้ว่าท่านได้สร้างแรงบันดาลใจและสร้างโอกาสแก่สมาชิกในวงดนตรีของท่าน จนมีโอกาสได้สร้างประโยชน์ให้กับสังคมและประเทศชาติ และได้รับเกียรติอันยิ่งใหญ่ให้แสดงหน้าพระที่นั่งในคราวที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จมาจังหวัดสุพรรณบุรี สมาชิกของวงทุกท่านได้รับพระทานถุงทองบรรจุเหรียญ 1 ตำลึง ซึ่งเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลอย่างหาที่สุดมิได้]]]ส่วนสมาชิกวงดนตรี ช.ส.พ.หรือ วงดนตรีชาวสุพรรณ ได้แก่ นายมนัส โอภากุล เล่นไวโอลิน (เสียชีวิตแล้ว) นายสุเทพ โชคสกุล เล่นทรัมเปต (เสียชีวิตแล้ว ) นายสถาน แสงจิตพันธ์ กีต้าคอร์ด ( เสียชีวิตแล้ว ) นายประยูร ปริยัติฆระพันธ์ เล่นดับเบิลเบส (เสียชีวิตแล้ว) และ นายสนิท บัวทอง เล่น แซกโซโฟน (เสียชีวิตแล้ว) ส่วนมือกลองมีหลายท่านแต่จำชื่อไม่ได้ท่านใดพอจะทราบกรุณาแจ้งได้ที่ 0890918714(ครูชนะ โชคสกุล)
ชีวิตส่วนตัว นายมนัส สมรสกับ นางจงจิน มีบุตรด้วยกัน 6 คน โดยมีบุตรชายฝาแฝดที่เป็นที่รู้จักกันดีคือ ยืนยง (แอ๊ด คาราบาว) และ ยิ่งยง โอภากุล นักร้องเพลงเพื่อชีวิตชื่อดัง
จากผลงานการทำงานด้านสังคม ศิลปวัฒนธรรมต่าง ๆ ทำให้นายมนัส โอภากุล ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็นผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม สาขามนุษยศาสตร์ (อนุรักษ์และเผยแพร่) ประจำปี พ.ศ. 2530 เป็นผู้มีผลงานดีเด่นของจังหวัดสุพรรณบุรี ประจำปี พ.ศ. 2539 และได้รับรางวัลนราธิป ประจำปี พ.ศ. 2552
นายมนัส โอภากุล ถึงแก่กรรมด้วยโรคชรา ที่โรงพยาบาลศูนย์เจ้าพระยายมราช เขตเทศบาลเมืองสุพรรณบุรี เมื่อช่วงเช้าวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2554 มีอายุได้ 97 ปี[1]