มดคันไฟอิวิคต้า

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
มดคันไฟอิวิคต้า
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Arthropoda
ชั้น: Insecta
อันดับ: Hymenoptera
อันดับย่อย: Apocrita
วงศ์ใหญ่: Vespoidea
วงศ์: Formicidae
สกุล: Solenopsis
สปีชีส์: S. invicta
ชื่อทวินาม
Solenopsis invicta
Buren, 1972
แผนที่แสดงการกระจายพันธุ์ดั้งเดิมในธรรมชาติ
ชื่อพ้อง
  • Solenopsis saevissima wagneri Santschi, 1916

มดคันไฟอิวิคต้า (อังกฤษ: Red imported fire ant) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Solenopsis invicta (/โซ-เลน-นอป-ซิส-อิน-วิค-ต้า/; invicta เป็นภาษาละตินแปลว่า "ไม่อาจเอาชนะได้"[1]) อยู่ในวงศ์ Formicidae หรือมด

มีรูปร่างและขนาดที่แทบจะไม่แตกต่างจากมดคันไฟในประเทศไทย แต่จะมีผิวลำตัวเรียบและสดใสกว่า ถ้าสังเกตโดยใช้แว่นขยายจะพบว่ามีฟันตรงกลางริมฝีปากบน มีขากรรไกรที่แข็งแรงมากเหมือนแม่แรงไฮโดรลิก[1]

ถิ่นอาศัย[แก้]

มดคันไฟอิวิคต้า มีถิ่นกำเนิดอยู่ในอเมริกาใต้ ในป่าดิบชื้นของบราซิล ชอบสร้างถิ่นอาศัยบริเวณที่มีน้ำไหลเวียน มีปริมาณน้ำฝนมากกว่า 550 มิลลิเมตร / ปี ทั้งในสวนป่า ทุ่งหญ้า ริมฝั่งแม่น้ำลำคลอง ชายฝั่งทะเล ไปจนถึงทะเลทราย โดยมักจะสร้างรังเป็นจอมโดยใช้มูลดิน ซึ่งจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า 1 เมตร ความสูงประมาณ 4 – 24 นิ้ว และมีจำนวนประชากรประมาณ 500,000 ตัวต่อรัง รังสามารถปกป้องประชากรได้ในฤดูหนาว และป้องกันในฤดูร้อน รังทั้งหมดเชื่อมต่อกันเป็นอาณานิคมร่วม โดยมดคันไฟอีวิคต้าจะไม่มีการจำศีล และภายในเป็นอาณาจักรใต้ดินโดยแท้ มีนิเวศวิทยาที่มีทั้งราชินีมดตัวเดียวหรือหลายตัว โดยในบางรังอาจมีราชินีมดได้ถึง 900 ตัว ราชินีมดทำหน้าที่เพียงวางไข่อย่างเดียว ดังนั้นในปีหนึ่ง ๆ อาจมีจำนวนมดคันไฟอีวิคต้าเพิ่มขึ้นถึง 9 ล้านตัว[1] [2]

ประโยชน์[แก้]

มดคันไฟอิวิคต้า เป็นศัตรูสำหรับศัตรูพืชหลายชนิด เช่น หนอนเจาะต้นอ้อย มวนที่เป็นศัตรูข้าว แมลงหางหนีบ เพลี้ยอ่อน ด้วงงวง หนอนคืบถั่วเหลือง หนอนกินใบฝ้าย ต่อสน เป็นต้น [2]

ผลกระทบต่อมนุษย์[แก้]

มดคันไฟอิวิคต้า มีความก้าวร้าวสูงมาก เวลาที่ต่อยเหล็กในที่เหมือนมีดขนาดใหญ่ จะฉีดพิษกลุ่มอัลลาลอยด์และกรดฟอร์มิกเช่นเดียวกับผึ้งและตัวต่อ ซึ่งทำให้เกิดอาการไหม้และคันอย่างรุนแรง โดยพิษจะออกฤทธิ์อยู่นานหลายชั่วโมงและเกิดเป็นเม็ดตุ่มพอง ซึ่งจะกลายเป็นหนองสีขาวเมื่อตุ่มหนองนี้แตกก็สามารถมีแบคทีเรียเข้าไปทำให้เนื้อเยื่อตาย ในรายที่มีอาการแพ้รุนแรงจะก่อให้เกิดอาการหมดสติและอาจเสียชีวิตได้[2] จู่โจมสัตว์ทุกชนิดไม่เว้นแม้แต่มนุษย์ มีผู้ถูกโจมตีทุกปี นอกจากนี้แล้วการฉีดพิษเข้าไปในแผงวงจรไฟฟ้าทำให้ระบบต่าง ๆ เช่น ระบบจราจร หรือไฟฟ้าต่าง ๆ เสียหายได้[1]

ผลกระทบต่อการเกษตร[แก้]

มดคันไฟอิวิคต้า เป็นตัวทำลายแมลงพวกผสมเกสร เช่น ผึ้งที่สร้างรังใต้ดิน และกินเมล็ด ใบ ราก เปลือก น้ำหวาน น้ำเลี้ยง เชื้อราและมูลต่างๆ เป็นอาหาร ซึ่งสร้างความเสียหายต่ออุตสาหกรรมการเกษตรเป็นวงกว้าง ด้วยการเข้าไปทำลายระบบรากของพืช เช่น ถั่วเหลือง พืชตระกูลส้ม ข้าวโพด กะหล่ำ มันฝรั่ง ถั่วลิสง ทานตะวัน ข้าวฟ่าง มะเขือ ถั่วเขียว เป็นต้น รวมถึงทำลายถิ่นอยู่อาศัยของมดท้องถิ่นด้วย และเป็นพันธมิตรที่ดีกับเพลี้ยอ่อน ซึ่งเป็นแมลงศัตรูพืชเพราะต้องการกินน้ำหวานดอกไม้ ทำให้ช่วยในการปกป้องเพลี้ยอ่อนไปด้วย ทำให้มีการเพิ่มปริมาณของเพลี้ยอ่อน[1][2]

การแพร่กระจาย[แก้]

พื้นที่การแพร่กระจายพันธุ์ในสหรัฐอเมริกา

มดคันไฟอิวิคต้า สามารถปรับตัวและขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว เช่น สามารถปรับตัวอยู่ได้ในถิ่นที่น้ำท่วม เมื่อพบกับน้ำท่วม มดงานจะใช้ขากรรไกรและขาที่แข็งแรงเกาะเกี่ยวกันเป็นแพและยอมเสียสละชีวิตตัวเองเพื่อให้ตัวอื่นและอาณาจักรที่เหลืออยู่รอด และสามารถลอยไปได้ไกลหลายร้อยกิโลเมตรในน้ำทุกประเภท แพนี้มีความแข็งแรงมากถึงขนาดที่ใช้มือกดไม่แตก แต่หากแพลอยนานเกินไป มดคันไฟอีวิคต้าจะถูกบีบให้กินไข่และตัวอ่อนเพื่อให้อยู่รอด จนกระทั่งกว่าจะถึงฝั่ง[1]

ปัจจุบันสร้างความเสียหายมากกว่า 320 ล้านเอเค่อร์ใน 12 รัฐทางตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกาและเปอร์โตริโก้ ปัจจุบันพบแพร่กระจายไปเกือบทั่วโลก โดยเริ่มขยายพันธุ์เข้ามาในเอเชีย ประมาณปี ค.ศ. 2007 ในไต้หวันและฮ่องกง รวมถึงไทย และมีแนวโนมการแพร่กระจายอย่างรวดเร็วโดยการติดมากับเรือสินค้าหรือการขนส่งอื่น ๆ[1][2]

ในออสเตรเลีย มีการพบมดคันไฟอีวิคต้าครั้งแรกที่บรินเบนในปี ค.ศ. 2001 โดยพบ 2 จุด คือ ติดมากับเรือขนส่งสินค้า และแจกันวัตถุโบราณ คาดว่าสร้างความเสียหายปีละ 42 พันล้านเหรียญให้กับท้องถิ่น[1]

ศัตรูตามธรรมชาติ[แก้]

แมลงวันซอมบี้ นับเป็นแมลงตัวเบียนที่เป็นศัตรูตามธรรมชาติของมดคันไฟอีวิคต้า โดยแมลงวันซอมบี้จะวางไข่ในช่วงอกของมดคันไฟอีวิคต้า โดยการบินเหนือตัวมดคันไฟอีวิคต้าและฉีดไข่จากปลายก้นที่เป็นติ่งเล็ก ๆ ยิ่งเมื่อได้กลิ่นสารเคมีที่มดคันไฟอีวิคต้าส่งเพื่อหาถึงกันยิ่งเป็นตัวเร่งให้ยิ่งปล่อยไข่ แมลงวันซอมบี้สามารถวางไข่ได้ครั้งละ 200 ฟอง และเมื่อไข่ฟักเป็นหนอน จะควบคุมมดคันไฟอีวิคต้าให้เหมือนซอมบี้ โดยจะควบคุมให้มดไปตายในที่ ๆ ปลอดภัยเพื่อที่หนอนจะได้โผล่ออกมาจากหัวมดได้อย่างปลอดภัย จึงจัดว่าเป็นตัวควบคุมทางชีวภาพอย่างหนึ่ง ปัจจุบันทางการสหรัฐอเมริกามีการศึกษาและใช้แมลงวันซอมบี้เพื่อใช้ควบคุมปริมาณมดคันไฟอีวิคต้า แต่มีข้อจำกัดคือ ใช้ได้เพียงพื้นที่แคบ ๆ และในปัจจุบัน มดคันไฟอีวิคต้าก็มีการป้องกันตนเองจากแมลงวันซอมบี้ได้ดีขึ้นด้วย [1]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 1.5 1.6 1.7 1.8 Fire Ant, "The Conquerors". สารคดีทางแอนิมอลแพลนเน็ต ทางทรูวิชั่นส์: จันทร์ที่ 6 มกราคม 2556
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 2.4 "ระวังมดพันธุ์ดุ อิวิคต้า เข้าไทยเร็วๆนี้". ไทยรัฐ. 31 August 2009. สืบค้นเมื่อ 6 January 2014. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]