ภาษาไทยถิ่นเหนือ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก ภาษาเหนือ)
ภาษาถิ่นพายัพ
Lanna-Kham Mueang.png คำเมือง
ภาษาแม่ใน ไทย พม่า ลาว กัมพูชา
ภูมิภาค ภาคเหนือตอนบนของไทย
จำนวนผู้พูด 6 ล้านคน[1]  (ไม่พบวันที่)
ตระกูลภาษา
ระบบการเขียน อักษรธรรมล้านนา, อักษรไทย
สถานภาพทางการ
ภาษาทางการ ไม่มี
รหัสภาษา
ISO 639-3 nod

คำเมือง (คำเมือง: ᨣᩴᩤᨾᩮᩧ᩠ᩋᨦ คำเมือง [กำเมือง]) หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า ภาษาถิ่นภาคพายัพ[2] เป็นภาษาถิ่นของชาวไทยวนทางภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย ซึ่งเป็นอาณาจักรล้านนาเดิม ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย อุตรดิตถ์ แพร่ น่าน แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง พะเยา และยังมีการพูดและการผสมภาษากันในบางพื้นที่ของจังหวัดตาก สุโขทัย และเพชรบูรณ์ ปัจจุบันกลุ่มคนไทยวนได้กระจัดกระจายและมีถิ่นที่อยู่ในจังหวัดสระบุรี จังหวัดราชบุรี และอำเภอของจังหวัดอื่นที่ใกล้เคียงกับราชบุรีอีกด้วย

คำเมืองยังสามารถแบ่งออกเป็นสำเนียงล้านนาตะวันตก (ในจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน แม่ฮ่องสอน) และสำเนียงล้านนาตะวันออก (ในจังหวัดเชียงราย พะเยา ลำปาง อุตรดิตถ์ แพร่ น่าน) ซึ่งจะมีความแตกต่างกันบ้าง คือ สำเนียงล้านนาตะวันออกส่วนใหญ่จะไม่พบสระเอือะ เอือ แต่จะใช้สระเอียะ เอียแทน (มีเสียงเอือะและเอือเพียงแต่คนต่างถิ่นฟังไม่ออกเอง เนื่องจากเสียงที่ออกมาจะเป็นเสียงนาสิกใกล้เคียงกับเอียะ เอีย)

ส่วนคนในจังหวัดลำพูนมักจะพูดสำเนียงเมืองยอง เพราะชาวลำพูนจำนวนมากสืบเชื้อสายมาจากชาวยองในรัฐฉาน จึงมีสำเนียงที่เป็นเอกลักษณ์

คำเมืองมีไวยากรณ์เหมือนกับภาษาไทยกลางแต่ใช้คำศัพท์ไม่เหมือนกัน แต่เดิมใช้คู่กับ อักษรธรรมล้านนา ซึ่งเป็นตัวอักษรของอาณาจักรล้านนาที่ใช้อักษรมอญเป็นต้นแบบ

ชื่อ[แก้]

ภาษาถิ่นภาคพายัพมีชื่อเรียกหลายชื่อ โดยภาษาจากตระกูลภาษาไทต่าง ๆ มีชื่อเรียกซึ่งคล้ายคลึงหรือไม่เหมือนกัน

  • ในภาษาถิ่นพายัพเอง มักเรียกว่า "กำเมือง" (รูปปริวรรต: คำเมือง) อันแปลว่า "ภาษาของเมือง" หรืออีกชื่อหนึ่งว่า "ภาษาล้านนา" ส่วนชาวยวนในจังหวัดราชบุรี เรียกภาษาของตนว่า "ภาษาลาว"[3]
  • ภาษาไทยมาตรฐาน เรียกว่า "ภาษาถิ่นพายัพ", "ภาษาไทยถิ่นเหนือ" หรือเรียกสั้นๆ ว่า "ภาษาเหนือ"
  • ภาษาลาว เรียกว่า "ภาษายวน" (ลาว: ພາສາຍວນ, รูปปริวรรต: พาสายวน) หรือ "ภาษาโยน" (ลาว: ພາສາໂຍນ, รูปปริวรรต: พาสาโยน)
  • ภาษาไทลื้อ เรียกว่า "ก๋ำโย่น" (ไทลื้อ: ᦅᧄᦍᦷᧃ, รูปปริวรรต: คำโยน)
  • ภาษาไทใหญ่ เรียกว่า "กว๊ามโย๊น" (ไทใหญ่: ၵႂၢမ်းယူၼ်း, รูปปริวรรต: ความโยน)

นอกจากภาษากลุ่มไทดังกล่าวแล้ว ภาษาอังกฤษ เรียกภาษาถิ่นพายัพว่า "Northern Thai"

พื้นที่การใช้ภาษา[แก้]

สุวิไล เปรมศรีรัตน์ และคณะ ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับงานวิจัยผู้ใช้ภาษาไทยถิ่นเหนือไว้ว่า ภาคเหนือตอนบนประกอบด้วย 8 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่, เชียงราย, แม่ฮ่องสอน, ลำพูน, ลำปาง, พะเยา, แพร่ และน่าน ประชากรส่วนใหญ่ใช้ภาษาเหนือเป็นภาษากลาง และภาคเหนือตอนล่างประชากรส่วนใหญ่พูดภาษาไทยกลาง แต่มีเขตที่พูดภาษาไทยถิ่นเหนือด้วยหลายตำบล เช่น ตาก, สุโขทัย, กำแพงเพชร, อุตรดิตถ์, พิจิตร และพิษณุโลก[4]

สมทรง บุรุษพัฒน์ ได้ระบุว่าภาษาไทยถิ่นเหนือเป็นภาษาที่พูดกันทางตอนเหนือของไทย ได้แก่ เชียงใหม่, เชียงราย, แม่ฮ่องสอน, ลำพูน, ลำปาง, พะเยา, แพร่, น่าน, ตาก, สุโขทัย, อุตรดิตถ์ และบางอำเภอของจังหวัดสระบุรี[5]

กาญจนา เงารังษีและคณะ ได้สรุปผลการศึกษาภาษาถิ่นเหนือที่ใช้บริเวณภาคเหนือตอนล่าง โดยระบุว่า ภาษาเหนือเป็นภาษาถิ่นที่ใช้ในพื้นที่ 9 จังหวัด คือ กำแพงเพชร, ตาก, นครสวรรค์, พิจิตร, พิษณุโลก, เพชรบูรณ์, สุโขทัย, อุตรดิตถ์ และอุทัยธานี[6]

ระบบเสียง[แก้]

ระบบเสียงพยัญชนะ[แก้]

พยัญชนะต้น[แก้]

  ริมฝีปาก ริมฝีปากกับฟัน ปุ่มเหงือก ปุ่มเหงือก-
เพดานแข็ง
เพดานแข็ง เพดานอ่อน เส้นเสียง
นาสิก   [m]     [n]   [ɲ]   [ŋ]  
ระเบิด [p] [pʰ] [b]   [t] [tʰ] [d]     [k] ([kʰ])**   [ʔ]*
เสียดแทรก   [f] [s]       [x]   [h]
กึ่งเสียดแทรก       [t͡ɕ] ([t͡ɕʰ])**      
กึ่งสระ   [w]     [j]    
กึ่งสระเปิดข้างลิ้น       [l]        
* ก่อนหน้าสระ หรือ หลังสระสั้น
** /kʰ/ and /t͡ɕʰ/ มาจากศัพท์ ภาษาไทยกลาง.

พยัญชนะต้นควบกล้ำ[แก้]

ไม่ปรากฏคำควบกล้ำเสียง ร ล มีคำควบกล้ำเฉพาะเสียง ว เท่านั้น อนึ่งเสียงรัวลิ้น "ร" และเสียงไม่รัวลิ้น "ล" ถือว่าไม่ต่างกัน ซึ่งบางครั้งเสียง "ล" จะกลายเป็นเสียง "ร" ก็ไม่ถือว่าต่างกันแต่อย่างใด

คำควบกล้ำในภาษาไทยถิ่นเหนือนั้น มี ๑๑ เสียงได้แก่

  • /kw/ กว
  • /xw/ ขว, คว
  • /t͡ɕw/ จว
  • /ŋw/ งว
  • /sw/ ซว
  • /ɲw/ ญว
  • /tw/ ตว
  • /pʰw/ พว
  • /jw/ ยว
  • /lw/ ลว
  • /ʔw/ อว

พยัญชนะสะกด[แก้]

  ริมฝีปาก ริมฝีปากกับฟัน ปุ่มเหงือก ปุ่มเหงือก-
เพดานแข็ง
เพดานแข็ง เพดานอ่อน เส้นเสียง
นาสิก   [m]     [n]       [ŋ]  
ระเบิด [p]       [t]         [k]     [ʔ]*
กึ่งสระ   [w]     [j]    
* หลังสระสั้นเท่านั้น

ระบบเสียงสระ[แก้]

สระเดี่ยว[แก้]

อะ อา อิ อี อึ อือ อุ อู เอะ เอ แอะ แอ โอะ โอ เอาะ ออ เออะ เออ

สระประสม[แก้]

อัวะ อัว เอียะ เอีย เอือะ เอือ

เสียงสระเอือะ,เอือ จะไม่พบในบางท้องถิ่น คือในถิ่นล้านนาตะวันออก ได้แก่ จังหวัดแพร่ อุตรดิตถ์ น่าน พะเยา ลำปาง โดยจะออกเสียงเป็นสระเอียะ,เอีย เช่น คำเมือง เป็น กำเมียง (มีเสียงเอือะ และเอือเพียงแต่คนต่างถิ่นฟังไม่ออกเอง เนื่องจากเสียงที่ออกมาจะเป๊นเสียงนาสิกใกล้เคียงกับเอียะ เอีย)

นอกจากนี้ยังมีสำเนียงแบบเมืองยองซึ่งพูดกันมากในจังหวัดลำพูน โดยจะไม่มีสระประสม สระอัว กลายเป็น โอ สระเอีย กลายเป็น เอ และสระเอือ กลายเป็น เออ เช่น เมือง เป็น เมิง, เกลือ เป็น เก๋อ, สวย เป็น โสย, หมี่เกี๊ยว เป็น หมี่เก๊ว เป็นต้น

คำเมืองกับตัวอักษรของมันเองคือตัวเมือง วลีนี้เขียนว่า "ภาษาล้านนา รฤ คำเมือง"
ตำราคำเมือง คู่กับภาษาไทย
ตำราคำเมือง คู่กับภาษาไทย
ตำราคำเมือง คู่กับภาษาไทย

ระบบเสียงวรรณยุกต์[แก้]







วรรณยุกต์ (วัณณยุกต์) ทั้งหกของคำเมืองในพยางค์ '/law/' คือ เหลา เหล่า เหล้า เลา เล่า เล้า ตามลำดับ:

เสียงวรรณยุกต์ในพยางค์เป็น[แก้]

เสียงวรรณยุกต์สำเนียงเชียงใหม่มี 6 เสียง คือ เสียงจัตวา, เสียงเอก, เสียงตรีปลายโท, เสียงสามัญ, เสียงโท, และเสียงตรี[7]

เสียงวรรณยุกต์ ตัวอย่าง
อักษรไทย การถอดรหัสเสียง การออกเสียง ความหมายในภาษาไทย
เสียงจัตวา เหลา /lǎw/ [law˨˦] เหลา, ทำให้คม
เสียงเอก เหล่า /làw/ [law˨] เหล่า, ป่า
เสียงตรีปลายโท เหล้า /la᷇w/ [la̰w˥˧] เหล้า, เครื่องดืมมึนเมา
เสียงสามัญ เลา /lāw/ [law˦] งาม
เสียงโท เล่า /lâw/ [law˥˩] เล่า, บอกเรื่อง
เสียงตรี เล้า /láw/ [la̰w˦˥˦] เล้า, ที่กักไก่

เสียงวรรณยุกต์ในพยางค์ตาย[แก้]

เสียงวรรณยุกต์ ตัวอย่าง
อักษรไทย การถอดรหัสเสียง การออกเสียง ความหมายในภาษาไทย
เสียงตรี หลัก /lák/ [lak˦˥] เสาหลัก, หลักแหลม
เสียงตรีปลายโท ลัก /la᷇k/ [lak˥] ลักขโมย, แอบ
เสียงเอก หลาก /làːk/ [laːk˨] หลากหลาย
เสียงโท ลาก /lâːk/ [laːk˥˩] ลาก, ดึง

เสียงวรรณยุกต์บางที่มีถึง 9 เสียง ได้แก่

  • เสียงสามัญ
  • เสียงเอกต่ำ หรือเสียงเอกขุ่น
  • เสียงเอกสูง หรือเสียงเอกใส
  • เสียงโทต่ำ หรือเสียงโทขุ่น
  • เสียงโทพิเศษ
  • เสียงโทสูง หรือเสียงโทใส
  • เสียงตรีต่ำ หรือเสียงตรีขุ่น
  • เสียงตรีสูง หรือเสียงตรีใส
  • เสียงจัตวา
ตำราคำเมือง คู่กับภาษาไทย

การพูดคำเมืองในสมัยปัจจุบัน[แก้]

การพูดคำเมืองแบบดั้งเดิม[แก้]

การพูดคำเมืองที่เป็นประโยคแบบดังเดิมนั้นหายากแล้วเนื่องจากมีการผสมผสานกับภาษาไทยภาคกลาง ทั้งในสำเนียงและคำศัพท์ ส่วนนี้จะเป็นส่วนรวบรวม ประโยค กำเมือง ดั้งเดิม

  • กิ๋นข้าวแล้วกา = ทานข้าวแล้วหรือยัง
  • ยะอะหยั๋งกิ๋นกา = ทำอะไรทานหรือ
  • ไปตังใดมา = ไปไหนมา

การพูดคำเมืองผสมกับภาษาไทย[แก้]

การพูดคำเมืองผสมกับภาษาไทยนั้น คำเมืองจะเรียกว่า แปล๊ด (ปะ-แล๊ด, ไทยแปล๊ดเมือง) ซึ่งโดยมากแล้วมักจะพบใน คนที่พูดคำเมืองมาก ๆ แล้วพยายามจะพูดไทย หรือ คนพูดภาษาไทยพยายามจะพูดคำเมือง เผลอพูดคำทั้ง ๒ ภาษามาประสมกัน เช่น

ประโยค อะไรเนี่ย! ทำไมมันแพงแต๊แพงว่า
อะไร เนี่ย! ทำไม มัน แพง แต๊ แพง ว่า
ภาษา ไทย ไทย ไทย ไทยและเมือง ไทย เมือง ไทย ไทยและเมือง
"การเรียงประโยค (คำวิเศษณ์ + แท้ + คำวิเศษณ์ (ซ้ำ) + ว่า" เป็นการเรียงประโยคแบบคำเมือง)
คำเมืองแท้ อะหญังนิ! ญิใดมันแปงแต๊แปงว่า
ความหมาย อะไรเนี่ย! ทำไมมันแพงจริงๆ
ประโยค แดดร้อนขนาดหนัก เอาจ้องมากางดีกว่า
ความหมาย แดดร้อนมากเลย เอาร่มมากางดีกว่า

ภาษาไทยถิ่นเหนือนอกเขตภาคเหนือ[แก้]

ช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ปี พ.ศ. 2347 ได้มีการเทครัวชาวยวนลงมาในเขตภาคกลาง อาทิ จังหวัดสระบุรี (โดยเฉพาะอำเภอเสาไห้)[8][9], จังหวัดราชบุรี (มีมากที่อำเภอเมือง อำเภอบ้านโป่ง และอำเภอจอมบึง)[10], จังหวัดนครปฐม (โดยเฉพาะอำเภอกำแพงแสน)[11], จังหวัดกาญจนบุรี (โดยเฉพาะอำเภอไทรโยค)[12], จังหวัดลพบุรี (ที่อำเภอชัยบาดาล)[13] และจังหวัดนครราชสีมา (เฉพาะอำเภอสีคิ้ว)[14] โดยเฉพาะในจังหวัดราชบุรีมีชาวยวนราว 70,000-80,000 คน[15] และมีชาวยวนแทบทุกอำเภอ ยกเว้นเพียงแต่อำเภอดำเนินสะดวกกับวัดเพลงเท่านั้น[16]

ซึ่งภาษาไทยวนทุกจังหวัดมีหน่วยเสียง พยัญชนะและหน่วยเสียงสระเหมือนกัน รายละเอียดในวรรณยุกต์แทบไม่แตกต่างกัน ยกเว้นภาษายวนลพบุรีที่มีหน่วยเสียงแตกต่างจากอีก 4 จังหวัดเพียงหน่วยเสียงเดียว[17] ทั้งนี้อาจเป็นเพราะชาวยวนลพบุรีได้อาศัยปะปนอยู่กับหมู่บ้านชาวลาว[13] อาจทำให้หน่วยเสียงเปลี่ยนแปลงก็เป็นได้

คำศัพท์[แก้]

คำเมืองในจังหวัดอื่น[แก้]

คำเมืองในจังหวัดอื่น เช่น จังหวัดลำปาง, แพร่, น่าน, เชียงราย, พะเยา และอุตรดิตถ์ (ในบางอำเภอ) ก็มีการใช้คำบางคำที่แตกต่างกันออกไป แต่โดยรวมแล้วจะสื่อสารกันเข้าใจในกลุ่มคนเหนือ เช่น

ภาษาไทยกลางมาตรฐาน ภาษาไทยถิ่นเหนือ
สำเนียงเชียงใหม่ สำเนียงจังหวัดอื่น
คำศัพท์ หมายเหตุ คำศัพท์ หมายเหตุ
พี่ชาย อ้าย เปรียบไทใหญ่ อ้าย "พี่ชายคนแรก" ปี้
พี่สาว ปี้ เย้ย, เย้, ใย้ เปรียบไทใหญ่ เหย้ "พี่สาวคนแรก"
อา, น้า อา, น้า อาว (ผู้ชาย), อา (ผู้หญิง) เปรียบลาว อาว "อาผู้ชาย"
ฝรั่ง (ผลไม้) บะก้วย จาก หมากกล้วย บะแก๋ว,บะมั้น,มะเปา(อุตรดิตถ์บางอำเภอ) จาก หมากแกว, หมากมัน
ผักชี หอมป้อม หอมน้อย(หอมหน้อย)
มะละกอ บะก้วยเต้ด จาก หมากกล้วยเทศ บะเต้ด จาก หมากเทศ
ช้าง จ๊าง จ้าง
น้ำ น้ำ น่าม
เที่ยว แอ่ว

นอกจากนี้ สำเนียงในของคำเมืองในกลุ่มนี้จะออกสั้นและห้วนกว่า โดยที่เห็นได้ชัดคือเสียงตรีในเชียงใหม่ ลำพูน จะเป็นเสียงโทในจังหวัดอื่น เช่น บ่ะฮู้ แปลว่า ไม่รู้ เป็นสำเนียงเชียงใหม่ แต่จะออกเสียงว่า บ่ะฮู่ ในสำเสียงอื่น, กิ๋นน้ำ ที่แปลว่า ดื่มน้ำ จะออกเสียงเป็น กิ๋นน่ำ, สามร้อย ออกเสียงเป็น สามร่อย เป็นต้น

ความแตกต่างจากภาษาไทยกลาง[แก้]

ความแตกต่างทางด้านระบบเสียง[แก้]

โดยมากแล้วภาษาไทยกลางและคำเมืองมักมีเสียงที่เหมือนกันยกเว้นบางที ที่ไม่เหมือนแต่คล้ายกันได้แก่ เสียงธนิต(aspirate)ของอักษรต่ำมักตรงกับเสียงสิถิล (unaspirate)เช่น จาก "ท" เป็น "ต" (เช่น "ทาง" เป็น "ตาง"), "ช" เป็น "จ" (เช่น "ช้อน" เป็น "จ๊อน"), "พ" เป็น "ป" (เช่น "แพง" เป็น "แปง"), "ค" เป็น "ก" (เช่น "คำ" เป็น "กำ") เป็นต้น โดยมักจะคงเสียงวรรณยุกต์เดิม (เช่น "ใช้" เป็น "ใจ๊") อย่างไรก็ตาม เสียงธนิต (aspirate)ของอักษรต่ำที่ตรงกับเสียงโฆษะบาลีมักมีเสียงที่ตรงกันในทั้งสองภาษา เช่น ภาพ เป็น ภาพ และ ธรรม เป็น ธัมม์ เป็นต้น นอกจากนี้แล้ว เสียงธนิต (aspirate)ของอักษรต่ำที่ตามด้งย ร ในไทยกลางมักตรงกับเสียงธนิตแต่ไม่มี ร ตามในคำเมือง เช่น คราว เป็น คาว, ครั้ง เป็น คั้ง, และ พระ เป็น ผะ นอกจากนี้แล้ว ยังมีความแตกต่างที่อื่นด้วย ได้แก่ เสียง ร ในไทยกลางมักตรงกับเสียง ฮ คำเมือง (เช่น "เรา" เป็น "เฮา") เสียง ย ที่สะกดด้วย ทั้ง ย และ ญ ในภาษาไทยมักตรงกับเสียง ย นาสิก ซึ่งไม่มีในภาษาไทยกลาง (เช่น "หญ้า" เป็น "หญ้า (นาสิก)"

นอกจากความแตกต่างทางด้านพยัญชนะแล้ว ทั้งสองมีความแตกต่างทางด้านเสียงวรรณยุกต์อีกด้วย คำที่ขึ้นต้นด้วยอักษรกลาง(ยกเว้น ด, บ, อย, และ อ)ในคำเป็นภาษาไทยที่มีเสียงสามัญมักตรงกับเสียงจัตวาในคำเมือง (เช่น "ตัว" เป็น "ตั๋ว", "ใจ" เป็น "ใจ๋") แต่ในคำพ้องเสียงของภาคกลาง ในภาษาเหนือนั้นอาจจะออกเสียงไม่เหมือนกัน ส่วนในคำตายนั้นเสียงเอกมักตรงกับเสียงตรีในคำเมือง (เช่น "หัก" เป็น "ฮัก") และ เสียงตรีในคำตายมักตรงกับเสียงโทพิเศษในคำเมือง ซึ่งไม่มีในไทยกลาง (เช่น "รัก" เป็น "ฮั๊ก", "นับ" เป็น "นั๊บ", "มัก" เป็น "มั๊ก")

อักษรไทย ประเภทในภาษาไทยกลาง เสียงคำเมือง ตัวอย่าง ความหมาย
ก, จ, ต/ฏ, ป อักษรกลางอโฆษะ ก, จ, ต, ป ตามลำดับ ก๋า, จ๋าน, ต๋า, ป๋า ตามลำดับ กา, จาน, ตา, ปลา ตามลำดับ
ด/ฎ/ฑ, บ, อย, อ อักษรกลางโฆษะ และ อ ด, บ, อย, อ ตามลำดับ ด้าว, บ่าว, อย่า, อาว ตามลำดับ ด้าว, บ่าว, อย่า, อาผู้ชาย (อาว์) ตามลำดับ
ค, ช, ท, พ อักษรต่ำโฆษะบาลี ก, จ, ต, ป ตามลำดับ ก้า, จ๊าง, ตาง, ปา ตามลำดับ ค่า, ช้าง, ทาง, พา ตามลำดับ
ฅ, ซ, ฟ อักษรต่ำเสียดแทรก ค, ซ, ฟ ตามลำดับ คืน, ซ้ำ, ฟ้า ตามลำดับ กลับคืน, ซ้ำ, ฟ้า ตามลำดับ
ฆ, , ธ/ฒ (ยกเว้น "เฒ่า"), ภ อักษรต่ำธนิต ค, , ท , พ ตามลำดับ
ข, , ถ/ฐ, ผ, ฝ อักษรสูงธนิต ข, , ถ, ผ, ฝ ตามลำดับ ขา, สัตร, ถง, ผ้า, ฝา ตามลำดับ ขา, ร่มฉัตร, ถุง, ผ้า, ฝา ตามลำดับ
ศ/ษ/ส อักษรสูงเสียดแทรก สาย สาย
กร, ตร, ปร อักษรกลาง + ร ข, ก, ผ ตามลำดับ ขาบ, กง, ผาสาท ตามลำดับ กราบ, ตรง, ปราสาท ตามลำดับ
คร, พร อักษรต่ำ + ร ค, พ ตามลำดับ คั้ง, พ้า ตามลำดับ ครั้ง, พร้า ตามลำดับ
ย, , ล/ฬ , ว, ฮ อักษรต่ำกึ่งสระ และ ฮ ญ (นาสิก), (บางครั้ง ล ในคำภาษาบาลี), ล , ว, ฮ ตามลำดับ ญาว (นาสิก), เฮือ, ลอง , ว่า, ฮิ ตามลำดับ ยาว, เรือ, ลอง, ว่า, พยายาม ตามลำดับ
ง, , น/ณ, ม อักษรต่ำนาสิก ง, ญ (นาสิก), น, ม ตามลำดับ งู, ใหญ่ (นาสิก), นา, ม้า ตามลำดับ งู, ใหญ่, นา, ม้า ตามลำดับ
ห, หง, หย/หญ, หน, หม, หร/หล, หว อักษรต่ำ ห และ ห นำ ห, หง, หญ (นาสิก), หน, หม, หล, หว ตามลำดับ หา, เหงา, หญ้า (นาสิก), หนู, หมู, หลาน, แหวน ตามลำดับ หา, เหงา, หญ้า, หนู, หมู, หลาน, แหวน ตามลำดับ

อ้างอิง[แก้]

  1. Lewis, M. Paul (2009), Ethnologue: Languages of the World (16 ed.), SIL International 
  2. ราชบัณฑิตยสถาน, พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, กรุงเทพพฯ : ราชบัณฑิตยสถาน, 2556, หน้า (10)
  3. "วิถีชีวิตและภาษา". Thai Yuan Festival. สืบค้นเมื่อ 29 ธันวาคม 2556. 
  4. สุวิไล เปรมสีรัตน์และคนอื่น ๆ . แผนที่ภาษาของชาติพันธุ์ต่าง ๆ ในประเทศไทย. [ม.ป.ท., ม.ป.ป.], หน้า 41-44
  5. สมทรง บุรุษพัฒน์. ภูมิศาสตร์ภาษาถิ่น. กรุงเทพฯ:เอกพิมพ์ไทย, 2543, หน้า 27-29
  6. กาญจนา เงารังษีและคนอื่น ๆ . พจนานุกรมภาษากลุ่มชาติพันธุ์ 9 จังหวัด ภาคเหนือตอนล่าง. พิษณุโลก:ตระกูลไทย, 2541, หน้า 1-285
  7. Gedney, William J., and Thomas J. Hudak. William J. Gedney's Tai Dialect Studies: Glossaries, Texts, and Translations. Ann Arbor, MI: Center for South and Southeast Asian Studies, The University of Michigan, 1997. Print.
  8. "เยือนลุ่มนำป่าสัก ไทยยวน-ไทยเบิ้ง" (Press release) (ใน ไทย). ข่าวสด. 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555. สืบค้นเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2556. 
  9. เที่ยวไทยทัวร์ดอตคอม. ศูนย์วัฒนธรรมไทยวน: จังหวัดสระบุรี. เรียกดูเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2556
  10. ราชบุรีศึกษา. 8 ชาติพันธุ์ในราชบุรี : ไท-ยวน ตอนที่ 2 ชีวิตที่เมืองราชบุรี. เรียกดูเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2556
  11. ฐานข้อมูลงานวิจัยทางชาติพันธุ์ในประเทศไทย ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร. พิธีกรรมและประเพณีของชาวไทยยวนบ้านท่าเสา อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม. เรียกดูเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2556
  12. สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดราชบุรี. ประวัติชาวไท-ยวน ราชบุรี. เรียกดูเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2556
  13. 13.0 13.1 สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี. ยวน. เรียกดูเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2556
  14. ลัดดา ปานุทัย, ละอองทอง อัมรินทร์รัตน์ และ สนอง โกศัย. "วัฒนธรรมพื้นบ้านยวนสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา". ฐานข้อมูลงานวิจัยทางชาติพันธุ์ในประเทศไทย. สืบค้นเมื่อ 28 ธันวาคม 2556. 
  15. จิปาถะภัณฑ์สถานบ้านคูบัว. ประวัติความเป็นมาชาวไท-ยวนจังหวัดราชบุรี. เรียกดูเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2556
  16. ศูนย์สารนิเทศมนุษยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ไทยวน. เรียกดูเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2556
  17. ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. การศึกษาเปรียบเทียบระบบเสียงภาษาไทยยวน 4 จังหวัดในภาคกลาง. เรียกดูเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2556
  • พจนี ศิริอักษรสาสน์. ภาษาถิ่นของไทย. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง, 2545. ISBN 974-593-984-6

ดูเพิ่ม[แก้]

  • Bilmes, J. (1996). Problems And Resources In Analyzing Northern Thai Conversation For English Language Readers. Journal of Pragmatics, 26(2), 171-188.
  • Davis, R. (1970). A Northern Thai reader. Bangkok: Siam Society.
  • Filbeck, D. (1973). Pronouns in Northern Thai. Anthropological Linguistics, 15(8), 345-361.
  • Howard, K. M. (2009). “When Meeting Khun Teacher, Each Time We Should Pay Respect”: Standardizing Respect In A Northern Thai Classroom. Linguistics and Education, 20(3), 254-272.
  • Khankasikam, K. (2012). Printed Lanna character recognition by using conway's game of life. In ICDIM (pp. 104-109).
  • Pankhuenkhat, R. (1982). The Phonology of the Lanna Language:(a Northern Thai Dialect). Institute of Language and Culture for Rural Development, Mahidol University.
  • Rungroengsi, U. (1990). Photchananukrom lannathai chabab maefa Luang–Dictionary of the Lanna language, Mafaluang Version.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]