ฟ่านหลี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Fanli.gif

ฟ่านหลี (จีนตัวเต็ม: 范蠡; พินอิน: Fàn Lí) บุคคลในประวัติศาสตร์จีน เป็นกุนซือของเยว่อ๋องโกวเจี้ยนแห่งรัฐเยว่ (State of Yue) เกิดในช่วงปลายยุคชุนชิว ภายหลังรบชนะรัฐอู๋ ได้ออกจากราชการและได้เปลี่ยนชื่อเป็น เถาจูกง (จีน: 陶朱公; พินอิน: Táo Zhū gōng) และได้ทำธุรกิจจนประสบความสำเร็จ จนได้รับการขนานนามว่าเป็น เทพเจ้าแห่งการค้า ในเวลาต่อมา

ประวัติ[แก้]

เดิมฟ่านหลีเป็นชาวรัฐฉู่ (State of Chu) แต่เนื่องจากเมื่อขณะที่รับราชการอยู่ในรัฐฉู่นั้น ตนไม่มีโอกาสได้แสดงความสามารถ มารดาของฟ่านหลีจึงได้แนะนำให้พบกับขุนนางรัฐเยว่ ภายหลังได้ทำงานรับใช้เยว่อ๋องโกวเจี้ยน และได้มีโอกาสแสดงความสามารถในการวางแผนรบชนะรัฐอู๋ (State of Wu) ที่มารุกรานโดย อู๋อ๋องเหอหลี่ ที่มีกำลังพลมากกว่าทำให้ได้รับความไว้วางใจแต่งตั้งให้เป็นกุนซือใหญ่รัฐเยว่ ภายหลังอู๋อ๋องเหอหลี่สิ้นพระชนม์เนื่องจากได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบ ก่อนสิ้นพระชนม์ได้มอบอำนาจให้อู๋จื่อซีแต่งตั้งอู๋อ๋องคนต่อไปทำให้เกิดศึกสายเลือดภายในรัฐอู๋ โดยผลสุดท้ายอู๋จื่อซีอำมาตย์รัฐอู๋ได้แต่งตั้งอู๋อ๋องฟูไชเป็นจ้าวรัฐ เยว่อ๋องโกวเจี้ยนจึงคิดทำศึกเนื่องจากคิดว่าหากปล่อยรัฐอู๋ต่อไปจะเป็นภัยแก่รัฐเยว่ในภายภาคหน้า โดยไม่ฟังคำทัดทานของฟ่านหลี จนพบกับความพ่ายแพ้ เยว่อ๋องโกวเจี้ยนต้องตกไปเป็นทาสของอู๋อ๋องฟูไช 3 ปีถัดมา เยว่อ๋องโกวเจี้ยนได้รับการปล่อยตัวเนื่องจากโกวเจี้ยนได้ออกอุบายแสร้งยอมจงรักภักดีให้อู๋อ๋องฟูไชพอใจ เมื่อกลับสู่รัฐเยว่ เยว่อ๋องโกวเจี้ยนก็วางแผนที่จะกู้ชาติทันที โดยมีฟ่านหลีเป็นกุนซือคอยให้คำปรึกษา จนสามารถเอาชนะรัฐอู๋ได้ในเวลาต่อมา

และ

ผลงาน[แก้]

ฟ่านหลีได้เขียนหนังสือที่เป็นที่รู้จักในภาษา English เรื่อง "Golden Rules of Business Success" (จีนตัวเต็ม: 經商寶典; จีนตัวย่อ: 经商宝典; พินอิน: Jīng Shāng Băo Diăn) โดยภายในหนังสือมีเนื้อหารวบรวมหลักของการค้าขายเป็นกฎทอง 12อย่างที่พึงกระทำ และ กฎทอง 12อย่างที่ควรเลี่ยง ดังนี้

กฎทอง 12อย่างที่พึงกระทำ:

  • Ability to know people's character. You must perceive evidence of characteristics from experience.

ทักษะในการดูคน. ต้องรู้จักนิสัยใจคอของบุคคลจากประสบการณ์

  • Ability to handle people. Never prejudge a prospect.

ทักษะในการจัดการคน. ไม่ควรสร้างโอกาสที่จะทำให้เกิดอคติ

  • Ability to stay focused on the business. Have a definite focus in life and business and avoid jumping around.

ทักษะในการมุ่งเน้นธุรกิจ. มีจุดมุ่งหมายในชีวิตและธุรกิจ ไม่ตามผู้อื่น

  • Ability to be organized. A disorganized presentation is unappealing.

ทักษะในการจัดการ. การนำเสนอสินค้าที่ไม่เป็นระเบียบไม่ดึงดูดลูกค้า

  • Ability to be adaptable. Make sure you are organized enough to respond quickly.

ทักษะในการประยุกต์. จงแน่ใจว่าคุณตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว การลังเลจะทำให้เสียโอกาสทางธุรกิจ

  • Ability to control credit. Do not allow nonpayment. Make sure you collect what is owed.

ทักษะการควบคุมเงิน. ห้ามให้ลูกหนี้ค้างชำระ จงแน่ใจว่าคุณสามารถเก็บหนี้ที่เป็นของคุณได้

  • Ability to use and deploy people. Use employees in ways which bring out their potential (s).

ทักษะการใช้คนให้ถูกงาน. การจัดสรรงานโดยให้ดูตามความสามารถของบุคคล จะก่อให้เกิดประโยชน์ตอบแทนมากที่สุด

  • Ability to articulate and market. You must be able to educate customers on the value of goods.

ทักษะในการสื่อสารและการตลาด. คุณต้องสามารถทำให้ลูกค้ารู้ถึงคุณค่าของสินค้า

  • Ability to excel in purchasing. Use your best judgement in acquiring stock.

ทักษะในการเลือกสินค้าอย่างชาญฉลาด. ใช้วิจารณญาณที่ดีที่สุดของคุณในการแสวงหาสินค้า

  • Ability to analyze market opportunities and threats. Know what is selling according to areas and trends.

ทักษะในการวิเคราะห์โอกาสและภัยคุกคามทางการตลาด. จงรู้จักวิจัยตลาดก่อนซื้อและขายสินค้าทุกครั้ง

  • Ability to lead by example. Have definite rules and standards. Make sure they are followed to ensure good relations.

ทักษะในการประพฤติตัวเป็นแบบอย่าง. จงทำตัวตามกฎและมาตรฐาน เพื่อให้เกิดความเป็นหนึ่งและความน่าเชื่อถือ

  • Ability to have business foresight. Know market trends and cycles.

ทักษะในการสร้างวิสัยทัศน์ในการลงทุน. รู้จักแนวโน้มและวงจรของตลาด วิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงและผลตอบแทนก่อนจะลงทุน


กฎทอง 12อย่างที่ควรเลี่ยง :

  • Don't be stingy. Never confuse efficiency with inhumanity.

ห้ามตระหนี่ถี่เหนียว. ไม่ปฏิเสธความช่วยเหลือด้วยความไร้มนุษยธรรม

  • Don't be wishy-washy. Be confident in pursuing opportunities. Time is of the essence.

ห้ามลังเล. จงมั่นใจที่จะตามล่าหาโอกาส และเวลาเป็นสิ่งสำคัญ

  • Don't be ostentatious. Do not overspend in order to make an impression.

ห้ามมือใหญ่ใจโต. ไม่จำเป็นที่จะต้องสิ้นเปลืองเพื่อสร้างความประทับใจ

  • Don't be dishonest. Truth is the only basis for business. Without it someone will get hurt.

ห้ามคดโกง. ความซื่อสัตย์เท่านั้นคือพื้นฐานของธุรกิจ ที่จะไม่ทำให้ใครต้องเจ็บปวด

  • Don't be slow in debt collection. Without collections, liquidity is affected.

ห้ามช้าในการจัดเก็บหนี้. การไม่ใส่ใจเก็บหนี้จะทำให้ธุรกิจขาดสภาพคล่อง

  • Don't slash prices arbitrarily. This will only trigger a price war in which everyone will lose.

ห้ามลดราคาอย่างไม่มีเหตุผล. มันจะกลายเป็นแค่สงครามราคาที่ทุกฝ่ายจะเป็นผู้พ่ายแพ้

  • Don't give in to herd instinct. Make sure the opportunities are real and not part of a craze.

ห้ามตามผู้อื่น. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าจริงไม่ใช่แค่เป็นส่วนหนึ่งของกระแสนิยม

  • Don't work against the business cycle. When things fall in price, they will then rise and vice versa.

ห้ามสวนกระแสธุรกิจ. ทุกสิ่งมีขึ้นก็ต้องมีลงเป็นวัฏจักร

  • Don't be a stick-in-the-mud. Keep up with things and make progress. Examine new things objectively.

ห้ามยึดติดหัวโบราณ. ทำตัวให้ทันกับทุกสถานการณ์ ตรวจสอบสิ่งใหม่ๆเสมอ

  • Don't overbuy on credit. Credit is not license to spend wildly.

ห้ามซื้อเกินวงเงิน. เครดิตไม่ใช่ใบอนุญาตที่จะทำให้ใช้จ่ายได้อย่างบ้าคลั่ง

  • Don't under-save (keep reserve funds strong). When business is slow, one with money can expand while others close.

ห้ามเก็บทุนสำรองไว้น้อยเกินไป (เก็บเงินทุนสำรองให้มั่นคง). เมื่อธุรกิจชะงัก ธุรกิจของคุณจะยังขยายตัวต่อได้ในขณะที่ธุริกจอื่นปิดตัวลง

  • Don't blindly endorse a product. Make sure your vendors are still following standard operating procedure.

ห้ามรับรองสินค้าสุ่มสี่สุ่มห้า. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคู่ค้ายังผลิตสินค้าได้ตามมาตรฐานอยู่เสมอ

ดูเพิ่ม[แก้]