ฟุตบอลในประเทศญี่ปุ่น

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เจลีก 2 ที่สนามซัปโปะโระ

ฟุตบอลในประเทศญี่ปุ่น เป็นกีฬาที่นิยมอันดับสองรองลงมาจากเบสบอล ควบคุมและดูแลโดยสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่น มีการจัดการแข่งขันที่สำคัญหลายอย่างได้แก่ เจลีก เจเอฟแอล และถ้วยจักรพรรดิ นอกจากนี้แล้วฟุตบอลทีมชาติญี่ปุ่นยังเป็นทีมชาติทีมหนึ่งที่ประสบความสำเร็จสูงในระดับเอเชีย

ชื่อเรียก[แก้]

คำว่า "ฟุตบอล" ในภาษาญี่ปุ่นนั้นมีเรียกกันหลายชื่อ โดยชื่อที่นิยมมากที่สุดคือ "ซักกา" (ญี่ปุ่น: サッカー sakkā ?) ซึ่งเป็นคำยืมมาจากคำว่า "ซอกเกอร์" ในภาษาอังกฤษ ตามที่สหรัฐพยายามให้ยกเลิกความชาตินิยมในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แทนที่คำเดิมว่า "ชูคีว" (ญี่ปุ่น: 蹴球 shūkyū แปลว่า บอลเตะ ?) นอกจากนี้คำว่า "ฟุตโตะโบรุ" (ญี่ปุ่น: フットボール futtobōru ?) ยังมีให้เห็นถึงการใช้งานบ้าง

ประวัติ[แก้]

ฟุตบอลเริ่มมีการเล่นในญี่ปุ่นในยุคเมจิเช่นเดียวกับกีฬาประเภทอื่นที่มีการแนะนำโดยชาวต่างชาติ มีการเล่นทั่วไปในมหาวิทยาลัยและโรงเรียน ในปี พ.ศ. 2464 สมาคมฟุตบอลญี่ปุ่นได้ก่อตั้งขึ้นและต่อมาได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกฟีฟ่าในปี พ.ศ. 2472 และเอเอฟซีในปี พ.ศ. 2497

ในปี พ.ศ. 2536 เจลีก ลีกฟุตบอลอาชีพของญี่ปุ่นได้ก่อตั้งขึ้นแทนที่ลีกฟุตบอลสมัครเล่นเดิมคือ เจแปนซอกเกอร์ลีก ซึ่งทำให้เริ่มมีกระแสการนิยมฟุตบอลมากขึ้นในญี่ปุ่น

ในปี พ.ศ. 2541 ญี่ปุ่นได้ร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งแรกใน ฟุตบอลโลก 1998 ที่ถูกจัดขึ้นที่ประเทศฝรั่งเศส และต่อมาในปี พ.ศ. 2545 ญี่ปุ่นได้เป็นเจ้าภาพร่วมจัดการแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2002 ร่วมกับประเทศเกาหลีใต้

การแข่งขันและระบบลีก[แก้]

การแข่งขันฟุตบอลที่สำคัญในญี่ปุ่นได้แก่

  • เจลีก ลีกฟุตบอลอาชีพแบ่งเป็นสองดิวิชันได้แก่ เจลีกดิวิชัน 1 และ เจลีกดิวิชัน 2
  • เจเอฟแอล ลีกฟุตบอลสมัครเล่นระดับประเทศ
  • ถ้วยจักรพรรดิ ฟุตบอลชิงถ้วยสูงสุดของประเทศญี่ปุ่นประจำปี เริ่มครั้งแรก พ.ศ. 2464 การแข่งขันรอบสุดท้ายจะถูกจัดขึ้นทุกวันปีใหม่เฉลิมฉลองกษัตริย์ญี่ปุ่น

นอกจากนี้ทีมที่ชนะเลิศและรองชนะเลิศในเจลีกดิวิชัน 1 จะได้รับสิทธิไปแข่งขันใน เอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก นอกจากนี้ทีมที่ชนะเลิศของดิวิชัน 1 ยังได้รับสิทธิแข่งขันใน เอ3แชมเปียนส์คัพ ที่เป็นการแข่งขันระหว่างญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีนอีกด้วย

ระบบลีก[แก้]

ระบบลีกในประเทศญี่ปุ่นเป็นการแข่งขันในลักษณะพีระมิดเช่นเดียวกับระบบลีกฟุตบอลอื่นทั่วโลก โดยมีระบบของการเลื่อนชั้นและตกชั้นเป็นสำคัญ อย่างไรก็ตามในการเลื่อนชั้นจากเจเอฟแอลขึ้นมาในเจลีกนั้น จะมีเงื่อนไขพิเศษที่ว่าสโมสรนั้นต้องได้รับการสนับสนุนจากเมืองและทางหน่วยงานรัฐบาลของเมือง นอกเหนือจากการสนับสนุนของหน่วยงานเอกชนเพียงอย่างเดียว และในขณะเดียวกันปัจจุบันไม่มีการตกชั้นจากเจลีกไปสู่เจเอฟแอล

สองระดับบนสุดของเจลีกประกอบด้วย เจลีกดิวิชัน 1 (เจ1) และ เจลีกดิวิชัน 2 (เจ2) โดยทีมทั้งหมดในเจลีกจะต้องเป็นทีมอาชีพเท่านั้น ในระดับ 3 รองมาคือเจเอฟแอลหรือชื่อเต็มว่าเจแปนฟุตบอลลีก ซึ่งดูแลและบริหารโดยสมาคมฟุตบอลญี่ปุ่น ลีกนี้จะเป็นลีกในลักษณะกึ่งอาชีพ ประกอบด้วยทีมสมัครเล่น ทีมอาชีพ และทีมจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศญี่ปุ่น

ในระดับ 4 และ 5 จะประกอบด้วยลีกทั้งหมด 9 ลีกซึ่งมีระดับเดียวกันโดยแบ่งตามแต่ละภูมิภาคและเขตการปกครองทั่วประเทศญี่ปุ่น ทั้งนี้ด้วยการประหยัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและการเดินทาง โดยชื่อลีกจะใช้ชื่อเดียวกับชื่อภูมิภาค ในแต่ละลีกจะมีระบบของตัวเอง โดยบางลีกจะมีระบบย่อยลงไป และในระดับ 6 จะประกอบไปด้วย 47 ลีก ซึ่งแบ่งตามจังหวัดของญี่ปุ่น และชื่อลีกจะใช้ชื่อจังหวัดเช่นเดียวกัน เช่นเดียวกันในแต่ละลีกจะมีระบบย่อยลงไปขึ้นอยู่กับการบริหารของแต่ละลีก ระดับลีกทั้งหมดแสดงในตารางด้านล่าง

ระดับ ลีก / ดิวิชัน
I เจลีก ดิวิชัน 1 (J1)
18 ทีม
II เจลีก ดิวิชัน 2 (J2)
22 ทีม
III เจเอฟแอล
18 ทีม
IV/V 9 ลีกภูมิภาค
?? ทีม

ฮกไกโด | โทโฮะกุ | คันโต | โทไก | โอกุชินเอตสึ | คันไซ | จูโงะกุ | ชิโกะกุ | คีวชู

VI+ 47 ลีกจังหวัด
??? ทีม

ฮอกไกโด - อะโอะโมะริ - อิวะเตะ - มิยะงิ - อะกิตะ - ยะมะงะตะ - ฟุกุชิมะ - อิบะระกิ - โทะจิงิ - กุนมะ - ไซตะมะ - จิบะ - โตเกียว - คะนะงะวะ - นิอิงะตะ - โทะยะมะ - อิชิกะวะ - ฟุกุอิ - ยะมะนะชิ - นะงะโนะ - กิฟุ - ชิซึโอะกะ - ไอจิ - มิเอะ - ชิงะ - เกียวโตะ - โอซะกะ - เฮียวโงะ - นะระ - วะกะยะมะ - โทตโตะริ - ชิมะเนะ - โอะกะยะมะ - ฮิโระชิมะ - ยะมะงุจิ - โทะกุชิมะ - คะงะวะ - เอะฮิเมะ - โคจิ - ฟุกุโอะกะ - ซะงะ - นะงะซะกิ - คุมะโมะโตะ - โออิตะ - มิยะซะกิ - คะโงะชิมะ - โอะกินะวะ -

การเลื่อนชั้นและตกชั้นเมื่อจบฤดูกาล

  • เจ1 และ เจ2 - 2 ทีมลำดับสุดท้ายจาก เจ1 จะตกชั้นไปยังเจ2 เช่นเดียวกับผู้ชนะเลิศและรองชนะเลิศจากเจ2 จะขึ้นชั้นมาเล่นในเจ1 และทีมสุดท้ายอันดับสามจากเจ1 จะต้องแข่งเพลย์ออฟกับทีมอันดับสามจากเจ2 เป็นจำนวนสองนัดเพื่อตัดสินว่าจะมีการเลื่อนชั้นหรือตกชั้นหรือไม่
  • เจ2 และ เจเอฟแอล - ปัจจุบันยังไม่มีการตกชั้นจากเจ2 ไปยังเจเอฟแอล ส่วนทีมจากเจเอฟแอลที่ต้องการเล่นในเจ2 สโมสรจะต้องได้รับการสนับสนุนจากเมืองและทางหน่วยงานรัฐบาลของเมือง นอกเหนือจากการสนับสนุนของหน่วยงานเอกชนเพียงอย่างเดียว ขณะเดียวกันต้องได้รับการรองรับจากสมาคมเจลีกก่อนและต้องได้อันดับไม่ต่ำกว่าที่ 4 ในเจเอฟแอล ซึ่งในบางปีอาจไม่มีทีมเลื่อนชั้นจากเจเอฟแอล
  • เจเอฟแอล และ ลีกภูมิภาค - จะมีการเตะเพลย์ออฟเมื่อสิ้นสุดฤดูกาลระหว่างสองทีมสุดท้ายในเจเอฟแอลและทีมชนะเลิศจากลีกภูมิภาค (บางฤดูกาลจะมีทีมรองชนะเลิศบางทีมร่วม) โดยทีมชนะเลิศและรองชนะเลิศในเพลย์ออฟจะได้เล่นในเจเอฟแอล ส่วนทีมตกชั้นจะถูกจัดไปยังภูมิภาคที่มาของทีม
  • ลีกภูมิภาค และ ลีกจังหวัด - ทีมระหว่างลีกภูมิภาคและลีกจังหวัดจะมีระบบการเลื่อนชั้นและตกชั้นของตัวเองแตกต่างกันไป

การแข่งขันฟุตบอลนัดสำคัญที่จัดในญี่ปุ่น[แก้]

สัญญาผู้เล่นในเจลีก[แก้]

ฟุตบอลญี่ปุ่นในระบบเจลีกจะมีระบบการเซ็นสัญญากับผู้เล่น 3 ชนิด [1] ได้แก่

โปรเอ (Pro A) 
สัญญาหลักสำหรับผู้เล่นอาชีพ โดยผู้เล่นจะต้องได้ค่าเล่นต่อปีอย่างน้อย 4.8 ล้านเยน โดยในแต่ละสโมสรจะมีผู้เล่นที่มีสัญญาโปรเอได้ไม่เกิน 25 คนต่อสโมสร และขณะเดียวกันสโมสรในลีกเจ1 ต้องมีผู้เล่นในระดับโปรเออย่างน้อย 15 คน และสโมสรในลีกเจ2 ต้องมีอย่างน้อย 5 คน
โปรบี (Pro B) 
สัญญาสำหรับผู้เล่นระดับรองลงมา โดยผู้เล่นจะได้ค่าตัวไม่เกิน 4.8 ล้านเยนต่อปี ในแต่ละสโมสรสามารถมีผู้เล่นในระดับโปรบีได้ไม่จำกัด
โปรซี (Pro C) 
สัญญาชั่วคราวสำหรับในช่วงร่างสัญญา โดยผู้เล่นจะได้ค่าตัวไม่เกิน 4.8 ล้านเยนต่อปี โดยผู้เล่นจำเป็นต้องเปลี่ยนเป็นสัญญาโปรเอหรือโปรบีในช่วงเวลา 450 นาทีสำหรับสโมสรในเจ1 และ 900 นาทีสำหรับสโมสรในเจ2

ฟุตบอลในวัฒนธรรมสมัยนิยม[แก้]

ในวัฒนธรรมสมัยนิยมได้มีการกล่าวถึงฟุตบอลหลายด้าน โดยเริ่มจากการ์ตูนเรื่องกัปตันสึบาสะ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2524 โดยการ์ตูนนี้มีอิทธิพลต่อการ์ตูนเรื่องอื่นตามมา โดยนอกจากนี้ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับ ฮิเดะโตะชิ นะกะตะ [2] และ โยะชิคัตสึ คาวางุจิ ในการเริ่มเล่นฟุตบอล

นอกจากนี้ยังมีการ์ตูนอื่นที่กล่าวถึงฟุตบอลในญี่ปุ่นได้แก่ อิตโต้ นักเตะเลือดกังฟู ชู๊ต!! เจ-ดรีม ยิงประตูสู่ฝัน ไอ้หนูแข้งทอง มหัศจรรย์สิงห์นักเตะ ราชันย์ลูกหนัง ฮามิสตีนระเบิด

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]