ฟุตบอลทีมชาติสาธารณรัฐเช็ก
| ฉายา | Nároďák | ||
|---|---|---|---|
| สมาคม | Fotbalová asociace České republiky (FAČR) | ||
| สมาพันธ์ | ยูฟ่า (ยุโรป) | ||
| หัวหน้าผู้ฝึกสอน | มิชาล บิเล็ค | ||
| กัปตัน | โตมาช โรซิตสกี | ||
| ติดทีมชาติสูงสุด | คาเรล พอบอร์สกาย (118) | ||
| ทำประตูสูงสุด | ชาน คอลเลอร์ (55) | ||
| สนามเหย้า | Various | ||
| รหัสฟีฟ่า | CZE | ||
| อันดับฟีฟ่า | 18 ▲9 | ||
| อันดับฟีฟ่าสูงสุด | 2 (กันยายน 1999; มกราคม-พฤษภาคม 2000; เมษายน-พฤษภาคม 2005; มกราคม-พฤษภาคม 2006) | ||
| อันดับฟีฟ่าต่ำสุด | 67 (มีนาคม 1994) | ||
| อันดับอีแอลโอ | 22 | ||
| อันดับอีแอลโอสูงสุด | 1 (กรกฎาคม 2004, มิถุนายน 2005) | ||
| อันดับอีแอลโอต่ำสุด | 37 (กันยายน 2010) | ||
|
|||
| เกมระดับนานาชาติครั้งแรก | |||
(Istanbul, Turkey; 23 February 1994) |
|||
| ชนะสูงสุด | |||
(Liberec, Czech Republic; 4 June 2005) (Liberec, Czech Republic; 7 October 2006) (Uherské Hradiště, สาธารณรัฐเช็ก; 9 Sep 2009) |
|||
| แพ้สูงสุด | |||
|
(Wroclaw, Poland; 8 June 2012) |
|||
| ฟุตบอลโลก | |||
| เข้าร่วม | 1 (ครั้งแรกใน 2006) | ||
| ผลงานดีที่สุด | Round 1, 2006 as Czech Republic; Runners-up, 1934 and 1962 as Czechoslovakia | ||
| ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป | |||
| เข้าร่วม | 5 (ครั้งแรกใน 1996) | ||
| ผลงานดีที่สุด | Runners-up, 1996 as Czech Republic; Champions, 1976 as Czechoslovakia | ||
| Confederations Cup | |||
| เข้าร่วม | 1 (ครั้งแรกใน 1997) | ||
| ผลงานดีที่สุด | 3rd, 1997 | ||
ฟุตบอลทีมชาติสาธารณรัฐเช็ก เป็นทีมฟุตบอลประจำ สาธารณรัฐเช็ก โดยอยู่ภายใต้การควบคุมของสมาคมฟุตบอลแห่งสาธารณรัฐเช็ก โดยผลงานที่ดีที่สุดในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปของเช็กคือ การเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศใน ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2004 แต่ก็แพ้ กรีซไป 1-0 หลังต่อเวลาพิเศษ ทั้งที่ทำผลงานทั้งในรอบแบ่งกลุ่มและรอบ 8 ทีมสุดท้ายได้ดีแล้ว และส่วนฟุตบอลโลกเช็กในปี 1996 เช็กเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ แต่ก็พ่ายแพ้ให้กับ "อินทรีเหล็ก" เยอรมนีไป 2-1 หลังต่อเวลาพิเศษ ปัจจุบันอยู่ภายใต้การคุมทีมของ มิชาล บิเล็ค
ทีมชาติก่อตั้งขึ้นในปี 1901 ที่มีอยู่ภายใต้ชื่อที่กล่าวมาแล้วก่อนที่จะแยกจาก เช็กสโลโกวาเนีย ในปี 1992 การแข่งขันระหว่างประเทศของพวกเขาเป็นครั้งแรกที่สาธารณรัฐเช็กคือยูโร 1996 ที่พวกเขาเสร็จสิ้นการวิ่งขึ้นเสร็จที่ดีที่สุดของพวกเขาในการแข่งขันระหว่างประเทศใด ๆ แม้จะมีความสำเร็จแรกของพวกเขาที่พวกเขาได้ให้ความสำคัญเฉพาะในฟุตบอลโลก 2006 ทัวร์นาเมนต์ที่พวกเขาถูกกำจัดในรอบแรกของการแข่งขัน พวกเขาเผชิญชะตากรรมเดียวกันที่ ยูโร 2008 ลักษณะที่ปรากฏล่าสุดของพวกเขาในขั้นตอนสุดท้ายของการแข่งขันที่สำคัญ
ล่าสุดผลงานในศึก ยูโร 2012 ที่โปแลนด์และยูเครนเป็นเจ้าภาพร่วมกัน เช็กสามารถผ่านรอบคัดเลือกและทะลุมาถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย ได้ โดยในกลุ่ม เช็กอยู่สายเดียวกับ รัสเซีย,กรีซ และ เจ้าภาพ โปแลนด์ โดยเช็กเป็นแชมป์กลุ่ม ซึ่ง ชนะ 2 เสมอ 0 แพ้ 1 และผ่านเข้าไปสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายไปเจอกับ รองแชมป์กลุ่ม B คือ โปรตุเกส ซึ่งเช็กเน้นในเกมส์รับมาตลอดและจะรุกเป็นบางครั้ง แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ให้กับ โปรตุเกส ไป 1-0 แต่ มิชาล บิเล็ค ผู้จัดการทีมของเช็ก ยอมรับว่าทีมของตนสู้เต็มที่แล้วและทำผลงานได้ดีกว่าความคาดหมาย
เนื้อหา |
ประวัติของทีม [แก้]
ทีมชาติสาธารณรัฐเช็ก ปัจจุบันอยู่ภายใต้การคุมทีมของ มิชาล บิเล็ค โดยก่อนหน้าที่จะมีการแยกตัวเมื่อปี 1992 พวกเขาเข้าร่วมการแข่งขันในรายการของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) และสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ในชื่อของ โบฮีเมีย, ออสเตรีย-ฮังการี และ เช็กโกสโลวาเกีย ภายหลังการแยกตัวในปี 1992 สาธารณรัฐเช็ก ลงเล่นทัวร์นาเมนต์สำคัญแรกคือศึกยูโร 1996 และพวกเขาก็สร้างประวัติศาสตร์เป็นรองแชมป์ในรายการนั้น ซึ่งเป็นผลงานที่ดีที่สุดของทีมนับตั้งแต่ร่วมแข่งขันมา แต่ถึงแม้ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วตั้งแต่ต้น พวกเขากลับได้เล่นในศึกฟุตบอลโลกเพียงครั้งเดียวเท่านั้น คือทัวร์นาเมนต์ปี 2006 ซึ่งตกรอบแรก เช่นเดียวกับการเก็บกระเป๋ากลับบ้านก่อนกำหนดในศึกยูโร 2008 ในช่วงทศวรรษที่ 90 เช็กโกสโลวาเกีย ได้แตกประเทศ และกลายเป็น สาธารณรัฐเช็ก กับ สโลวาเกีย แทน โดย เช็ก ลงเล่นเกมอุ่นเครื่องนัดแรกในแมตช์เยือน ตุรกี และคว้าชัยชนะ 4-1 เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 1994 และเข้าร่วมทัวร์นาเมนต์แรกคือศึกยูโร 1996 ซึ่งในรอบคัดเลือกพวกเขาทำสถิติชนะ 6 เสมอ 3 และแพ้ 1 จบในอันดับ 1 ของกลุ่ม 5 ได้ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายที่ประเทศอังกฤษ ในศึกยูโร 1996 รอบสุดท้าย เช็ก แพ้ต่อ เยอรมัน 0-2 ในเกมแรก แต่พวกเขาก็ยังสามารถผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ได้สำเร็จ และยังคงเดินหน้าโชว์ฟอร์มเก่งอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การนำทัพของยอดดาวเตะอย่าง พาเวล เนดเวด, แพทริก แบร์เกอร์ และ คาเรล โพดอลสกี้ จนทะลุเข้าไปชิงชนะเลิศกับ "อินทรีเหล็ก" แต่ก็ต้องอกหักชวดคว้าแชมป์จากประตูโกลเด้นโกล ของ โอลิเวอร์ เบียร์โฮฟฟ์ ที่ช่วยให้ทีมของพวกเขาชนะ 2-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษที่สนามเวมบลีย์
จากความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในศึกยูโร 1996 ทำให้ เช็ก ได้รับการคาดหมายว่าจะสามารถผ่านเข้าไปเล่นในศึกฟุตบอลโลก 1998 ที่ฝรั่งเศส อย่างไรก็ตาม พวกเขาจบเพียงอันดับ 3 ในรอบคัดเลือก ตามหลัง สเปน และ ยูโกสลาเวีย ทำให้ต้องพลาดเข้าไปเล่นในทัวร์นาเมนต์นั้น ในช่วงยุค 2000 เช็ก สามารถเข้าไปเล่นในศึกยูโร 2000 ที่ฮอลแลนด์และเบลเยี่ยม ได้สำเร็จ โดยในรอบคัดเลือก พวกเขามีเกมรับเหนียวแน่นเสียไปเพียง 5 ประตูเท่านั้นจาก 10 นัด แต่ในรอบสุดท้ายพวกเขาต้องโชคร้ายในการเจอกับ "อัศวินสีส้ม" เมื่อยิงชนเสาชนคานถึง 3 ครั้ง ก่อนจะแพ้ 0-1 จากลูกจุดโทษในนาทีสุดท้าย ก่อนที่จะแพ้ต่อ ฝรั่งเศส 1-2 และปิดท้ายด้วยการชนะ เดนมาร์ก 2-0 ซึ่งทำให้พวกเขาต้องตกรอบแรก เช็ก พลาดผ่านเข้าไปเล่นในศึกเวิลด์ คัพ 2002 ที่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ เมื่อพวกเขาจบอันดับ 2 ของกลุ่มในรอบคัดเลือก ตามหลัง เดนมาร์ก และแพ้ต่อ เบลเยียม ในเกมพลย์-ออฟ อย่างไรก็ตาม จากความล้มเหลวในครั้งนั้นทำให้พวกเขามีการฟอร์มทีมขึ้นมาใหม่ และนักเตะที่เป็นแกนหลักของทีมได้แก่ เนดเวด, ยาน โคลเลอร์, มิลาน บารอส, มาเร็ค ยานคูลอฟสกี้ และ โทมัส กาลาเซ็ค รวมทั้งผู้รักษาประตูดาวรุ่งของ ปีเตอร์ เช็ก เช็ก ยุคใหม่ทำสถิติสุดยอดระหว่างปี 2002-2003 จากการถล่มคู่แข่งถึง 53 ประตูจาก 19 นัด และไม่พ่ายแพ้ต่อทีมใดเลย รวมทั้งผ่านเข้าไปเล่นในศึกยูโร 2004 อย่างง่ายดาย ทว่าสถิติไร้ถ่าย 20 นัดของพวกเขาต้องสิ้นสุดลงจากการแพ้ต่อ ไอร์แลนด์ ในเกมอุ่นเครื่องวันที่ 31 มีนาคม 2004 และได้รับการยกย่องว่ามีโอกาสที่จะสอดแทรกคว้าแชมป์ที่ประเทศโปรตุเกสมาครองได้ เช็ก คว้าชัยชนะรวดทั้ง 3 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งรวมถึงการเอาชนะ ฮอลแลนด์ 2-0 และการเฉือน เยอรมัน 3-2 อย่างสุดเร้าใจ ก่อนที่จะเดินหน้าเอาชนะ เดนมาร์ก ในเกมรอบ 8 ทีมสุดท้าย และเข้าไปเจอกับ กรีซ ม้ามืดประจำทัวร์นาเมนต์ แต่พวกเขาก็ต้องหยุดเส้นทางเอาไว้เพียงรอบนี้เมื่อมาโดนดีจากลูกยิงซิลเวอร์โกลในช่วงต่อเวลาพิเศษ หลังจากที่มีโอกาสจะเป็นผู้ชนะในแมตช์นั้นอยู่หลายครั้ง ก่อนที่ขุนพลจากแดนเทพนิยายจะผ่านเข้าไปคว้าแชมป์ยูโร 2004 ได้อย่างสุดเหลือเชื่อ
เช็ก ทำสถิติของตัวเองขึ้นใหม่ในระหว่างทำศึกฟุตบอลโลก 2006 รอบคัดเลือก เมื่อพวกเขาถล่ม อันดอร์ร่า 8-1 และในแมตช์เดียวกันนั้น โคลเลอร์ ก็กลายเป็นดาวซัลโวสูงสุสดตลอดกาลของทีมชาติ ด้วยจำนวน 35 ประตู และพวกเขาก็จบลงด้วยการเป็นอันดับ 2 ของกลุ่ม ก่อนที่จะเอาชนะ นอร์เวย์ ในรอบเพลย์-ออฟ ทำให้ทีมได้ผ่านเข้าไปเล่นในศึกเวิลด์ คัพ เป็นครั้งแรก เช็ก ได้รับข่าวดีเมื่อ เนดเวด ตัดสินใจกลับมาเล่นให้ทีมชาติอีกครั้ง หลังเคยประกาศเลิกเล่นเมื่อจบศึกยูโร 2004 และสมาชิกชุดสู้ศึกเวิลด์ คัพ 2006 ก็มาจากชุดปี 2004 ถึง 18 คนเลยทีเดียว ทว่าพวกเขาก็ต้องตกรอบแรกที่เยอรมันอย่างสุดเหลือเชื่อ ทั้งที่ชนะ สหรัฐฯ 3-0 ในเกมแรก แต่ก็แพ้ต่อ กาน่า และ อิตาลี ในอีก 2 นัดต่อจากนั้น และหลังจบทัวร์นาเมนต์ เนดเวด, โพดอลสกี้ และ วราติสลาฟ ล็อคเวนซ์ ต่างประกาศเลิกเล่นให้ทีมชาติ หลังความผิดหวังในศึกฟุตบอลโลก เช็ก กลับมาทำได้ดีอีกครั้งในศึกยูโร 2008 รอบคัดเลือก จากการคว้าแชมป์กลุ่ม จบในอันดับที่เหนือกว่า เยอรมัน และในการแข่งขันรอบสุดท้าย พวกเขาเอาชนะ สวิตเซอร์แลนด์ เจ้าภาพร่วม 1-0 ในรอบแบ่งกลุ่ม นัดแรก ก่อนจะแพ้ต่อ โปรตุเกส 1-3 และถูก ตุรกี อัด 3-2 ส่งผลให้ต้องตกรอบแรกไปอย่างเหลือเชื่อ และเป็นแมตช์สุดท้ายที่ คาเรล บรูคเนอร์ คุมทีม
ในศึกฟุตบอลโลก 2010 รอบคัดเลือก เช็ก ภายใต้การคุมทีมของ ปีเตอร์ ราด้า ทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ จนทำให้เขาต้องถูกปลดจากตำแหน่ง และนักเตะอีก 6 คนของโทษถูกแบนจากทีมชาติ และถึงแม้มีการแต่งตั้ง อิวาน ฮาเซ็ค เข้ามาคุมทีมแทน แต่ก็ไม่สามารถนำทีมทำผลงานที่ดีได้ ส่งผลให้ทีมจบรอบคัดเลือกเพียงอันดับ 3 ของกลุ่ม อดไปเล่นรอบสุดท้ายที่แอฟริกาใต้ ก่อนที่ ฮาเซ็ค จะประกาศลาออก เช็ก เข้าสู่การเปลี่ยนแปลงทีมอีกครั้งภายใต้การคุมของ มิชาล บิเล็ค โดยในศึกยูโร 2012 รอบคัดเลือก ทีมเริ่มต้นด้วยการแพ้ต่อ ลิทัวเนีย แต่พวกเขาก็คว้าชัยชนะนัดสำคัญได้ในการเจอ สกอตแลนด์ ตามด้วยชนะ ลิกเตนสไตน์ และถึงแม้แพ้ต่อ สเปน แชมป์โลก พวกเขาก็ยังคว้าสิทธิ์ไปเล่นเพลย์-ออฟได้สำเร็จ และได้ผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายที่โปแลนด์และยูเครน จากการเอาชนะ มอนเตเนโกร ด้วยประตูรวม 2 นัด 3-0
เกียรติประวัติ [แก้]
ฟุตบอลโลก [แก้]
| ฟุตบอลโลก | FIFA World Cup Qualification record | ผู้จัดการทีม(s) | |||||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| Year | Round | Position | Pld | W | D * | L | GF | GA | Pld | W | D | L | GF | GA | |||
| ไม่ผ่านเข้ารอบ | 10 | 5 | 1 | 4 | 16 | 6 | ดูซาน ยูฮาริน | ||||||||||
| 12 | 6 | 2 | 4 | 20 | 10 | โจเซฟ โชวาเน็ก | |||||||||||
| รอบแรก | 20th | 3 | 1 | 0 | 2 | 3 | 4 | 14 | 11 | 0 | 3 | 37 | 12 | คาเรล บรูซเนอร์ | |||
| ไม่ผ่านเข้ารอบ | 10 | 4 | 4 | 2 | 17 | 6 | Rada, อีวาน ฮาเซ็ก Note 1 | ||||||||||
| - | |||||||||||||||||
| Total | 0 Titles | 1/4 | 3 | 1 | 0 | 2 | 3 | 4 | 46 | 26 | 7 | 13 | 90 | 34 | |||
ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป [แก้]
| ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป | ||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ปี | รอบ | อันดับ | GP | W | D* | L | GS | GA |
| รองชนะเลิศ | 2nd | 6 | 2 | 2 | 2 | 7 | 8 | |
| รอบแบ่งกลุ่ม | 10th | 3 | 1 | 0 | 2 | 3 | 3 | |
| รอบรองชนะเลิศ | 3rd | 5 | 4 | 0 | 1 | 10 | 5 | |
| รอบแบ่งกลุ่ม | 11th | 3 | 1 | 0 | 2 | 4 | 6 | |
| รอบ 8 ทีมสุดท้าย | 6th | 4 | 2 | 0 | 2 | 4 | 6 | |
| รวม | 5/14 | 29 | 13 | 5 | 11 | 40 | 38 | |
ผู้เล่นปัจจุบัน [แก้]
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||