ฟุตบอลทีมชาติสาธารณรัฐเช็ก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ฟุตบอลทีมชาติสาธารณรัฐเช็ก
Shirt badge/Association crest
ฉายา Nároďák
สมาคม Fotbalová asociace České republiky (FAČR)
สมาพันธ์ ยูฟ่า (ยุโรป)
หัวหน้าผู้ฝึกสอน มิชาล บิเล็ค
กัปตัน โตมาช โรซิตสกี
ติดทีมชาติสูงสุด คาเรล พอบอร์สกาย (118)
ทำประตูสูงสุด ชาน คอลเลอร์ (55)
สนามเหย้า Various
รหัสฟีฟ่า CZE
อันดับฟีฟ่า 18 9
อันดับฟีฟ่าสูงสุด 2 (กันยายน 1999; มกราคม-พฤษภาคม 2000; เมษายน-พฤษภาคม 2005; มกราคม-พฤษภาคม 2006)
อันดับฟีฟ่าต่ำสุด 67 (มีนาคม 1994)
อันดับอีแอลโอ 22
อันดับอีแอลโอสูงสุด 1 (กรกฎาคม 2004, มิถุนายน 2005)
อันดับอีแอลโอต่ำสุด 37 (กันยายน 2010)
ทีมเหย้า สี
ทีมเยือน สี
เกมระดับนานาชาติครั้งแรก
ธงชาติตุรกี ตุรกี 1–4 Czech Republic Flag of the Czech Republic
(Istanbul, Turkey; 23 February 1994)
ชนะสูงสุด
Flag of the Czech Republic Czech Republic 8–1 อันดอร์รา ธงชาติอันดอร์รา
(Liberec, Czech Republic; 4 June 2005)
Flag of the Czech Republic Czech Republic 7–0 ซานมารีโน ธงชาติซานมารีโน
(Liberec, Czech Republic; 7 October 2006)
Flag of the Czech Republic Czech Republic 7–0 ซานมารีโน ธงชาติซานมารีโน
(Uherské Hradiště, สาธารณรัฐเช็ก; 9 Sep 2009)
แพ้สูงสุด

ธงชาติสวิตเซอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ 3–0 Czech Republic Flag of the Czech Republic
(ซูริก, Switzerland; 20 April 1994)
ธงชาตินอร์เวย์ นอร์เวย์ 3–0 Czech Republic Flag of the Czech Republic
(ออสโล, Norway; 10 August 2011)

ธงชาติรัสเซีย รัสเซีย 4-1 Czech Republic Flag of the Czech Republic
(Wroclaw, Poland; 8 June 2012)
ฟุตบอลโลก
เข้าร่วม 1 (ครั้งแรกใน 2006)
ผลงานดีที่สุด Round 1, 2006 as Czech Republic; Runners-up, 1934 and 1962 as Czechoslovakia
ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป
เข้าร่วม 5 (ครั้งแรกใน 1996)
ผลงานดีที่สุด Runners-up, 1996 as Czech Republic; Champions, 1976 as Czechoslovakia
Confederations Cup
เข้าร่วม 1 (ครั้งแรกใน 1997)
ผลงานดีที่สุด 3rd, 1997

ฟุตบอลทีมชาติสาธารณรัฐเช็ก เป็นทีมฟุตบอลประจำ สาธารณรัฐเช็ก โดยอยู่ภายใต้การควบคุมของสมาคมฟุตบอลแห่งสาธารณรัฐเช็ก โดยผลงานที่ดีที่สุดในฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปของเช็กคือ การเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศใน ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2004 แต่ก็แพ้ กรีซไป 1-0 หลังต่อเวลาพิเศษ ทั้งที่ทำผลงานทั้งในรอบแบ่งกลุ่มและรอบ 8 ทีมสุดท้ายได้ดีแล้ว และส่วนฟุตบอลโลกเช็กในปี 1996 เช็กเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ แต่ก็พ่ายแพ้ให้กับ "อินทรีเหล็ก" เยอรมนีไป 2-1 หลังต่อเวลาพิเศษ ปัจจุบันอยู่ภายใต้การคุมทีมของ มิชาล บิเล็ค

ทีมชาติก่อตั้งขึ้นในปี 1901 ที่มีอยู่ภายใต้ชื่อที่กล่าวมาแล้วก่อนที่จะแยกจาก เช็กสโลโกวาเนีย ในปี 1992 การแข่งขันระหว่างประเทศของพวกเขาเป็นครั้งแรกที่สาธารณรัฐเช็กคือยูโร 1996 ที่พวกเขาเสร็จสิ้นการวิ่งขึ้นเสร็จที่ดีที่สุดของพวกเขาในการแข่งขันระหว่างประเทศใด ๆ แม้จะมีความสำเร็จแรกของพวกเขาที่พวกเขาได้ให้ความสำคัญเฉพาะในฟุตบอลโลก 2006 ทัวร์นาเมนต์ที่พวกเขาถูกกำจัดในรอบแรกของการแข่งขัน พวกเขาเผชิญชะตากรรมเดียวกันที่ ยูโร 2008 ลักษณะที่ปรากฏล่าสุดของพวกเขาในขั้นตอนสุดท้ายของการแข่งขันที่สำคัญ

ล่าสุดผลงานในศึก ยูโร 2012 ที่โปแลนด์และยูเครนเป็นเจ้าภาพร่วมกัน เช็กสามารถผ่านรอบคัดเลือกและทะลุมาถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย ได้ โดยในกลุ่ม เช็กอยู่สายเดียวกับ รัสเซีย,กรีซ และ เจ้าภาพ โปแลนด์ โดยเช็กเป็นแชมป์กลุ่ม ซึ่ง ชนะ 2 เสมอ 0 แพ้ 1 และผ่านเข้าไปสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายไปเจอกับ รองแชมป์กลุ่ม B คือ โปรตุเกส ซึ่งเช็กเน้นในเกมส์รับมาตลอดและจะรุกเป็นบางครั้ง แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ให้กับ โปรตุเกส ไป 1-0 แต่ มิชาล บิเล็ค ผู้จัดการทีมของเช็ก ยอมรับว่าทีมของตนสู้เต็มที่แล้วและทำผลงานได้ดีกว่าความคาดหมาย

เนื้อหา

ประวัติของทีม [แก้]

ทีมชาติสาธารณรัฐเช็ก ปัจจุบันอยู่ภายใต้การคุมทีมของ มิชาล บิเล็ค โดยก่อนหน้าที่จะมีการแยกตัวเมื่อปี 1992 พวกเขาเข้าร่วมการแข่งขันในรายการของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) และสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ในชื่อของ โบฮีเมีย, ออสเตรีย-ฮังการี และ เช็กโกสโลวาเกีย ภายหลังการแยกตัวในปี 1992 สาธารณรัฐเช็ก ลงเล่นทัวร์นาเมนต์สำคัญแรกคือศึกยูโร 1996 และพวกเขาก็สร้างประวัติศาสตร์เป็นรองแชมป์ในรายการนั้น ซึ่งเป็นผลงานที่ดีที่สุดของทีมนับตั้งแต่ร่วมแข่งขันมา แต่ถึงแม้ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วตั้งแต่ต้น พวกเขากลับได้เล่นในศึกฟุตบอลโลกเพียงครั้งเดียวเท่านั้น คือทัวร์นาเมนต์ปี 2006 ซึ่งตกรอบแรก เช่นเดียวกับการเก็บกระเป๋ากลับบ้านก่อนกำหนดในศึกยูโร 2008 ในช่วงทศวรรษที่ 90 เช็กโกสโลวาเกีย ได้แตกประเทศ และกลายเป็น สาธารณรัฐเช็ก กับ สโลวาเกีย แทน โดย เช็ก ลงเล่นเกมอุ่นเครื่องนัดแรกในแมตช์เยือน ตุรกี และคว้าชัยชนะ 4-1 เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 1994 และเข้าร่วมทัวร์นาเมนต์แรกคือศึกยูโร 1996 ซึ่งในรอบคัดเลือกพวกเขาทำสถิติชนะ 6 เสมอ 3 และแพ้ 1 จบในอันดับ 1 ของกลุ่ม 5 ได้ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายที่ประเทศอังกฤษ ในศึกยูโร 1996 รอบสุดท้าย เช็ก แพ้ต่อ เยอรมัน 0-2 ในเกมแรก แต่พวกเขาก็ยังสามารถผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาท์ได้สำเร็จ และยังคงเดินหน้าโชว์ฟอร์มเก่งอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การนำทัพของยอดดาวเตะอย่าง พาเวล เนดเวด, แพทริก แบร์เกอร์ และ คาเรล โพดอลสกี้ จนทะลุเข้าไปชิงชนะเลิศกับ "อินทรีเหล็ก" แต่ก็ต้องอกหักชวดคว้าแชมป์จากประตูโกลเด้นโกล ของ โอลิเวอร์ เบียร์โฮฟฟ์ ที่ช่วยให้ทีมของพวกเขาชนะ 2-1 ในช่วงต่อเวลาพิเศษที่สนามเวมบลีย์

จากความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในศึกยูโร 1996 ทำให้ เช็ก ได้รับการคาดหมายว่าจะสามารถผ่านเข้าไปเล่นในศึกฟุตบอลโลก 1998 ที่ฝรั่งเศส อย่างไรก็ตาม พวกเขาจบเพียงอันดับ 3 ในรอบคัดเลือก ตามหลัง สเปน และ ยูโกสลาเวีย ทำให้ต้องพลาดเข้าไปเล่นในทัวร์นาเมนต์นั้น ในช่วงยุค 2000 เช็ก สามารถเข้าไปเล่นในศึกยูโร 2000 ที่ฮอลแลนด์และเบลเยี่ยม ได้สำเร็จ โดยในรอบคัดเลือก พวกเขามีเกมรับเหนียวแน่นเสียไปเพียง 5 ประตูเท่านั้นจาก 10 นัด แต่ในรอบสุดท้ายพวกเขาต้องโชคร้ายในการเจอกับ "อัศวินสีส้ม" เมื่อยิงชนเสาชนคานถึง 3 ครั้ง ก่อนจะแพ้ 0-1 จากลูกจุดโทษในนาทีสุดท้าย ก่อนที่จะแพ้ต่อ ฝรั่งเศส 1-2 และปิดท้ายด้วยการชนะ เดนมาร์ก 2-0 ซึ่งทำให้พวกเขาต้องตกรอบแรก เช็ก พลาดผ่านเข้าไปเล่นในศึกเวิลด์ คัพ 2002 ที่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ เมื่อพวกเขาจบอันดับ 2 ของกลุ่มในรอบคัดเลือก ตามหลัง เดนมาร์ก และแพ้ต่อ เบลเยียม ในเกมพลย์-ออฟ อย่างไรก็ตาม จากความล้มเหลวในครั้งนั้นทำให้พวกเขามีการฟอร์มทีมขึ้นมาใหม่ และนักเตะที่เป็นแกนหลักของทีมได้แก่ เนดเวด, ยาน โคลเลอร์, มิลาน บารอส, มาเร็ค ยานคูลอฟสกี้ และ โทมัส กาลาเซ็ค รวมทั้งผู้รักษาประตูดาวรุ่งของ ปีเตอร์ เช็ก เช็ก ยุคใหม่ทำสถิติสุดยอดระหว่างปี 2002-2003 จากการถล่มคู่แข่งถึง 53 ประตูจาก 19 นัด และไม่พ่ายแพ้ต่อทีมใดเลย รวมทั้งผ่านเข้าไปเล่นในศึกยูโร 2004 อย่างง่ายดาย ทว่าสถิติไร้ถ่าย 20 นัดของพวกเขาต้องสิ้นสุดลงจากการแพ้ต่อ ไอร์แลนด์ ในเกมอุ่นเครื่องวันที่ 31 มีนาคม 2004 และได้รับการยกย่องว่ามีโอกาสที่จะสอดแทรกคว้าแชมป์ที่ประเทศโปรตุเกสมาครองได้ เช็ก คว้าชัยชนะรวดทั้ง 3 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งรวมถึงการเอาชนะ ฮอลแลนด์ 2-0 และการเฉือน เยอรมัน 3-2 อย่างสุดเร้าใจ ก่อนที่จะเดินหน้าเอาชนะ เดนมาร์ก ในเกมรอบ 8 ทีมสุดท้าย และเข้าไปเจอกับ กรีซ ม้ามืดประจำทัวร์นาเมนต์ แต่พวกเขาก็ต้องหยุดเส้นทางเอาไว้เพียงรอบนี้เมื่อมาโดนดีจากลูกยิงซิลเวอร์โกลในช่วงต่อเวลาพิเศษ หลังจากที่มีโอกาสจะเป็นผู้ชนะในแมตช์นั้นอยู่หลายครั้ง ก่อนที่ขุนพลจากแดนเทพนิยายจะผ่านเข้าไปคว้าแชมป์ยูโร 2004 ได้อย่างสุดเหลือเชื่อ

เช็ก ทำสถิติของตัวเองขึ้นใหม่ในระหว่างทำศึกฟุตบอลโลก 2006 รอบคัดเลือก เมื่อพวกเขาถล่ม อันดอร์ร่า 8-1 และในแมตช์เดียวกันนั้น โคลเลอร์ ก็กลายเป็นดาวซัลโวสูงสุสดตลอดกาลของทีมชาติ ด้วยจำนวน 35 ประตู และพวกเขาก็จบลงด้วยการเป็นอันดับ 2 ของกลุ่ม ก่อนที่จะเอาชนะ นอร์เวย์ ในรอบเพลย์-ออฟ ทำให้ทีมได้ผ่านเข้าไปเล่นในศึกเวิลด์ คัพ เป็นครั้งแรก เช็ก ได้รับข่าวดีเมื่อ เนดเวด ตัดสินใจกลับมาเล่นให้ทีมชาติอีกครั้ง หลังเคยประกาศเลิกเล่นเมื่อจบศึกยูโร 2004 และสมาชิกชุดสู้ศึกเวิลด์ คัพ 2006 ก็มาจากชุดปี 2004 ถึง 18 คนเลยทีเดียว ทว่าพวกเขาก็ต้องตกรอบแรกที่เยอรมันอย่างสุดเหลือเชื่อ ทั้งที่ชนะ สหรัฐฯ 3-0 ในเกมแรก แต่ก็แพ้ต่อ กาน่า และ อิตาลี ในอีก 2 นัดต่อจากนั้น และหลังจบทัวร์นาเมนต์ เนดเวด, โพดอลสกี้ และ วราติสลาฟ ล็อคเวนซ์ ต่างประกาศเลิกเล่นให้ทีมชาติ หลังความผิดหวังในศึกฟุตบอลโลก เช็ก กลับมาทำได้ดีอีกครั้งในศึกยูโร 2008 รอบคัดเลือก จากการคว้าแชมป์กลุ่ม จบในอันดับที่เหนือกว่า เยอรมัน และในการแข่งขันรอบสุดท้าย พวกเขาเอาชนะ สวิตเซอร์แลนด์ เจ้าภาพร่วม 1-0 ในรอบแบ่งกลุ่ม นัดแรก ก่อนจะแพ้ต่อ โปรตุเกส 1-3 และถูก ตุรกี อัด 3-2 ส่งผลให้ต้องตกรอบแรกไปอย่างเหลือเชื่อ และเป็นแมตช์สุดท้ายที่ คาเรล บรูคเนอร์ คุมทีม

ในศึกฟุตบอลโลก 2010 รอบคัดเลือก เช็ก ภายใต้การคุมทีมของ ปีเตอร์ ราด้า ทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ จนทำให้เขาต้องถูกปลดจากตำแหน่ง และนักเตะอีก 6 คนของโทษถูกแบนจากทีมชาติ และถึงแม้มีการแต่งตั้ง อิวาน ฮาเซ็ค เข้ามาคุมทีมแทน แต่ก็ไม่สามารถนำทีมทำผลงานที่ดีได้ ส่งผลให้ทีมจบรอบคัดเลือกเพียงอันดับ 3 ของกลุ่ม อดไปเล่นรอบสุดท้ายที่แอฟริกาใต้ ก่อนที่ ฮาเซ็ค จะประกาศลาออก เช็ก เข้าสู่การเปลี่ยนแปลงทีมอีกครั้งภายใต้การคุมของ มิชาล บิเล็ค โดยในศึกยูโร 2012 รอบคัดเลือก ทีมเริ่มต้นด้วยการแพ้ต่อ ลิทัวเนีย แต่พวกเขาก็คว้าชัยชนะนัดสำคัญได้ในการเจอ สกอตแลนด์ ตามด้วยชนะ ลิกเตนสไตน์ และถึงแม้แพ้ต่อ สเปน แชมป์โลก พวกเขาก็ยังคว้าสิทธิ์ไปเล่นเพลย์-ออฟได้สำเร็จ และได้ผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายที่โปแลนด์และยูเครน จากการเอาชนะ มอนเตเนโกร ด้วยประตูรวม 2 นัด 3-0

ทีมชาติเช็กในปี ค.ศ. 2009

เกียรติประวัติ [แก้]

ฟุตบอลโลก [แก้]

ฟุตบอลโลก FIFA World Cup Qualification record ผู้จัดการทีม(s)
Year Round Position Pld W D * L GF GA Pld W D L GF GA
ธงชาติของฝรั่งเศส 1998 ไม่ผ่านเข้ารอบ 10 5 1 4 16 6 ดูซาน ยูฮาริน
ธงชาติของเกาหลีใต้ ธงชาติของญี่ปุ่น 2002 12 6 2 4 20 10 โจเซฟ โชวาเน็ก
ธงชาติของเยอรมนี 2006 รอบแรก 20th 3 1 0 2 3 4 14 11 0 3 37 12 คาเรล บรูซเนอร์
ธงชาติของแอฟริกาใต้ 2010 ไม่ผ่านเข้ารอบ 10 4 4 2 17 6 Rada, อีวาน ฮาเซ็ก Note 1
ธงชาติของบราซิล 2014 -
ธงชาติของรัสเซีย 2018
ธงชาติของกาตาร์ 2022
Total 0 Titles 1/4 3 1 0 2 3 4 46 26 7 13 90 34

ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป [แก้]

ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป
ปี รอบ อันดับ GP W D* L GS GA
ธงชาติของอังกฤษ 1996 รองชนะเลิศ 2nd 6 2 2 2 7 8
ธงชาติของเบลเยียม Flag of the Netherlands 2000 รอบแบ่งกลุ่ม 10th 3 1 0 2 3 3
ธงชาติของโปรตุเกส 2004 รอบรองชนะเลิศ 3rd 5 4 0 1 10 5
ธงชาติของออสเตรีย ธงชาติของสวิตเซอร์แลนด์ 2008 รอบแบ่งกลุ่ม 11th 3 1 0 2 4 6
ธงชาติของโปแลนด์ ธงชาติของยูเครน 2012 รอบ 8 ทีมสุดท้าย 6th 4 2 0 2 4 6
รวม 5/14 29 13 5 11 40 38

ผู้เล่นปัจจุบัน [แก้]

หมายเลข ตำแหน่ง ผู้เล่น วันเกิด (อายุ) ลงเล่น ประตู สโมสร
1 GK ปีเตอร์ เช็ก 20 พฤษภาคม ค.ศ. 1982 (30 ปี) 94 0 ธงชาติของอังกฤษ เชลซี
16 GK แยน ลาสตุฟกา 7 กรกฎาคม ค.ศ. 1982 (30 ปี) 1 0 ธงชาติของยูเครน เอฟซี ดนิโปร ดนิโปรเปฟโฟร์บัว
23 GK ยาโรสลาฟ ดร็อบนี 18 ตุลาคม ค.ศ. 1979 (33 ปี) 6 0 ธงชาติของเยอรมนี ฮัมบรูก เอสวี
2 DF เธโอ เกเบร เซลัสซี 24 ธันวาคม ค.ศ. 1986 (26 ปี) 14 0 ธงชาติของเยอรมนี เอสเฟาแวร์เดอร์เบรเมิน
3 DF มิคาล คัดเล็ก 13 ธันวาคม ค.ศ. 1984 (28 ปี) 38 8 ธงชาติของเยอรมนี บาเยอร์ เลเวอร์คูเซนต์
4 DF มาเร็ก ซูชี 29 มีนาคม ค.ศ. 1988 (25 ปี) 4 0 ธงชาติของรัสเซีย ซปาร์ทาร์ค มอสโก
5 DF โรมัน ฮุบนิค 6 มิถุนายน ค.ศ. 1984 (28 ปี) 23 2 ธงชาติของเยอรมนี แฮร์ทาเบอร์ลิน
6 DF โทมัส ซิว็อก 15 กันยายน ค.ศ. 1983 (29 ปี) 30 3 ธงชาติของตุรกี เบสิคทาส
8 DF ดาวิด ลิมเบอร์สกี 6 ตุลาคม ค.ศ. 1983 (29 ปี) 12 0 Flag of the Czech Republic วิดตอเรีย พัลเซน
12 DF ฟรานติเช็ก รายโตราล 12 มีนาคม ค.ศ. 1986 (27 ปี) 5 0 Flag of the Czech Republic วิดตอเรีย พัลเซน
9 MF แยน รีเซ็ก 5 พฤษภาคม ค.ศ. 1982 (31 ปี) 16 3 ธงชาติของไซปรัส อนอร์โทซิส ฟามกัสตาร์
10 MF โทมัส โรชิคกี้ (กัปตันทีม) 4 ตุลาคม ค.ศ. 1980 (32 ปี) 87 20 ธงชาติของอังกฤษ อาร์เซนอล
11 MF มิลาน เพ็ตเตอร์ชิลาร์ 19 มิถุนายน ค.ศ. 1983 (29 ปี) 11 0 Flag of the Czech Republic วิดตอเรีย พัลเซน
13 MF ยาโรสลาฟ พลาชิล 5 มกราคม ค.ศ. 1982 (31 ปี) 75 6 ธงชาติของฝรั่งเศส บอร์เดียอักซ์
14 MF วาคลาฟ พิลาร์ 13 ตุลาคม ค.ศ. 1988 (24 ปี) 13 3 ธงชาติของเยอรมนี วูลฟ์บรูก
17 MF โทมัส ฮุบซ์มัน 4 กันยายน ค.ศ. 1981 (31 ปี) 47 0 ธงชาติของยูเครน ชาคห์ตาร์โดเนตสค์
18 MF ดาเนียล โคลาร์ 27 ตุลาคม ค.ศ. 1985 (27 ปี) 13 1 Flag of the Czech Republic วิดตอเรีย พัลเซน
19 MF ปีเตอร์ จิราเช็ก 2 มีนาคม ค.ศ. 1986 (27 ปี) 12 3 ธงชาติของเยอรมนี วูลฟ์บรูก
22 MF วลาดิเมียร์ ดาริดา 8 สิงหาคม ค.ศ. 1990 (22 ปี) 3 0 Flag of the Czech Republic วิดตอเรีย พัลเซน
7 FW โทมัส เนซิด 13 สิงหาคม ค.ศ. 1989 (23 ปี) 26 7 ธงชาติของรัสเซีย ซีเอสเคเอ มอสโก
15 FW มิลาน บารอส 28 ตุลาคม ค.ศ. 1981 (31 ปี) 93 41 ธงชาติของตุรกี กาลาตาซาเรย์
20 FW โทมัส เป็คฮาร์ท 26 พฤษภาคม ค.ศ. 1989 (23 ปี) 13 0 ธงชาติของเยอรมนี เนิร์นเบิร์ก
21 FW ดาวิด ลาฟาตา 18 กันยายน ค.ศ. 1981 (31 ปี) 19 3 Flag of the Czech Republic บัวร์มิด จาบโลเนซ

แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]