ฟุจิวะระ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ฟุจิวะระ
FujiwaraKamon1.gif
ต้นราชสกุล ฟุจิวะระ โนะ คามาตาริ
ผู้ขอพระราชทานนามสกุล ฟุจิวะระ โนะ คามาตาริ
วันที่พระราชทานนามสกุล หลังการปฏิรูปไทอิกะ


ฟุจิวะระ คามาตาริ ต้นราชสกุลฟุจิวะระ

เครือฟุจิวะระ (ญี่ปุ่น: 藤原氏 Fujiwara ?) เป็นกลุ่มขุนนางที่เคยมีอำนาจและอิทธิพลอย่างยิ่งใหญ่ต่อราชสำนักญี่ปุ่น ในยุคเฮอัน โดย ฟุจิวะระ โนะ โมโตะทสึเนะ ได้รับการแต่งตั้งเป็นคัมปะกุ ซึ่งเป็นตำแหน่งขุนนางที่ทรงอิทธิพลที่สุด และคนของฟุจิวาระก็เข้ายึดครองอำนาจในราชสำนัก ทำให้กลายเป็นตระกูลทหารที่มีอำนาจสูงสุด ยาวนานกว่า 500 ปี โดยฟุจิวะระ ได้ผูกขาดตำแหน่งคัมปะกุ เซ็สโซ และไดโจไดจินตลอด 500 ปี และยังให้บุตรสาวของตระกูลอภิเษกสมรสกับจักรพรรดิ เพื่อให้เชื้อสายของตนเองเป็นจักรพรรดิอีกด้วย อย่างไรก็ตามจักรพรรดิเชื้อสายฟุจิวะระได้หมดไปในภายหลัง พร้อมๆกับการล่มสลายของตระกูลฟุจิวะระที่ครองอำนาจกว่า 500 ปี

ฟุจิวะระนั้นคือกลุ่มของขุนนางที่เป็นพระญาติกับจักรพรรดิ(姓, kabane) ไม่ใช่ ชื่อตระกูล(家名, kamyō) หรือ นามสกุล (苗字, Myōji)[1] จึงต้องเรียกว่า เครือฟุจิวะระ ไม่ใช่ ตระกูล[2]

เครือฟุจิวะระ ได้ล่มสลายลงไปปี ค.ศ. 1947 โดยสมาชิกในเครือทั้งหมดแห่งจักรวรรดิญี่ปุ่นพ่ายแพ้สงคราม ส่งผลให้การปกครองและระบบศักดินาสิ้นสุดลง

ที่มาของตระกูลฟุจิวะระ - ยุคสมัยนารา[แก้]

ตระกูลฟุจิวะระ เริ่มต้นโดย ฟุจิวะระ โนะ คามาตาริ ซึ่งได้ทำการปฏิรูปไทอิกะ จึงได้รับพระราชทานามสกุลว่า ฟุจิวะระ จากจักรพรรดิเทนจิ ฟุจิวะระ โนะ ฟุฮิโตะ บุตรชายของ คามาตาริ ได้ยกบุตรสาวให้ จักรพรรดิมัมมุ เป็นพระจักรพรรดินี โอรสของพระองค์คือ เจ้าชายโอบิโตะ ซึ่งภายหลังเป็น จักรพรรดิโชมุ ฟุฮิโตะได้ยกบุตรสาวอีกคนหนึ่งให้กับ จักรพรรดิโชมุ ฟุฮิโตะมีทายาทเป็นชาย 4 คน คือ ฟุจิวะระ โนะ มุชิมาโระ , ฟุจิวะระ โนะ ฟุซาซากิ , ฟุจิวะระ โนะ อุมาคาอิ และ ฟุจิวะระโนะ มาโระ ซึ่งแตกออกมาเป็น 4 ตระกูลย่อยคือ นานเกะ , ฮอกเกะ , ซิกิเกะ และ เคียวเกะ ตระกูลฮอกเกะ ได้ปกครองพื้นที่ทางเหนือและได้สืบทอดตระกูลฟุจิวะระต่อไป

ยุคเรื่องอำนาจ - สมัยเฮอันตอนต้น - ตอนกลาง[แก้]

ในยุคสมัยเฮอัน ตระกูลฟุจิวะระสายฮอกเกะ สืบทอดอำนาจต่อมา โดยได้รับตำแหน่งเป็น เซ็สโซ (ผู้สำเร็จราชการเมื่อจักรพรรดิทรงพระเยาวน์) คัมปะกุ (ผู้สำเร็จราชการเมื่อจักรพรรดิทรงเจริญพระชนม์พรรษาแล้ว) สมาชิกตระกูลฟุจิวะระผูกขาดสองตำแหน่งนี้ตลอดยุคเฮอัน เชื้อสายของฟุจิวะระถูกจับให้อภิเษกสมรสกับ จักรพรรดิ ส่งผลให้จักรพรรดิส่วนใหญ่ในสมัยเฮอัน เป็นเชื้อสายของตระกูลฟุจิวะระ ส่งผลให้อำนาจของตระกูลนี้มากขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะเป็นผู้ปกครองประเทศ โชเอ็งแทบทั้งหมดเป็นของตระกูลฟุจิวะระ อย่างไรก็ตามอำนาจของตระกูลฟุจิวะระเสื่อมลงเมื่อมีตระกูลซามูไร เข้ามามีอำนาจจนกระทั่ง มินาโมโตะ โยริโมโมโตะ สถาปนาตนเองเป็นโชกุนแห่งคามากุระ ส่งผลให้อำนาจของราชสำนักและตระกูลฟุจิวะระลดลงไป อย่างไรก็ตามตระกูลฟุจิวะระยังคงสืบทอดตำแหน่งต่อไป และมีเชื้อสายกับจักรพรรดิอยู่

สู่จุดแตกหัก และ การเสื่อมของอำนาจ[แก้]

หลังจากตระกูลฟุจิวะระผูกขาดตำแหน่งเซ็สโซ กับ คัมปะกุ แล้ว ยังได้เป็นเจ้าของที่ดินเกือบทั้งญี่ปุ่น ว่าได้ว่าเป็นตระกูลที่มีอำนาจมากที่สุดในญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ ตระกูลฟุจิวะระสามารถเปลี่ยนองค์รัชทายาท และจักรพรรดิได้ตามอำเภอใจ ส่งผลให้พวกเขามีอำนาจมากขึ้น ส่งผลให้พระราชบัญญัติของพระจักรพรรดิพังทลาย การเมืองมีแต่การฉ้อราชบังหลวงของตระกูลฟุจิวะระ อีกทั้งตระกูลฟุจิวะระยังซื้อขายตำแหน่งขุนนางโดยการติดสินบนพวกเขา ส่งผลให้พวกเขารวยมากขึ้นๆ จนกระทั่งมีทรัพย์สินมากกว่าท้องพระคลังของประเทศ และทำตัวดั่งเป็นจักรพรรดิ พวกเขาควบคุมจักรพรรดิเป็นเวลานานจนกระทั่ง ถึงการขึ้นครองราชย์ของจักรพรรดิโกซันโจ ได้เกิดการแก่งแย่งอำนาจกันระหว่าง จักรพรรดิโกซันโจ และ ขุนนางตระกูลฟุจิวะระ โดยจักรพรรดิโกซันโจมีพระประสงค์จะฟื้นฟู อำนาจของจักรพรรดิอีกครั้ง จักรพรรดิโกซันโจ ร่วมมือกับ ตระกูลไทระ และตระกูลมินาโมโตะ ได้เกิดสงครามขึ้นในสมัยของ ฟุจิวะระ โนะ โยรินากะ ซึ่งเกิดการแตกแยกทั้งในราชสำนัก และตระฟูลฟุจิวะระเอง รวมถึงตระกูลมินาโมโตะ และ ตระกูลไทระเองด้วย จนท้ายที่สุด ตระกูลฟุจิวะระแพ้สงคราม อำนาจของตระกูลเสื่อมลงมาก จนในที่สุดทายาทรุ่นหลังของตระกูลฟุจิวะระ ได้เปลี่ยนจากการฝักใฝ่การเมืองเป็นการเน้นที่ศิลปะ การแต่งกลอน และการวาดภาพแทน

ล่มสลาย[แก้]

สี่สิบปีหลังจากการเสียชีวิตของ ฟุจิวะระ โนะ มิชินากะ บุตรชายของเขาไม่สามารถควบคุมอำนาจไว้ได้ รวมทั้งจักรพรรดิโกซันโจ ซึ่งเป็นจักรพรรดิองค์แรกที่ไม่ได้สืบทอดมาจากตระกูลฟุจิวะระนับจากจักรพรรดิยุดะ ได้ขึ้นครองราชย์ อำนาจของตระกูลฟุจิวะระอ่อนแอลงอย่างมาก จักรพรรดิโกซันโจได้ร่วมมือกันขุนนางหลายๆฝ่าย เมื่อพยายามกำจัดตระกูลฟุจิวะระให้หมดไป จากราชสำนัก และตำแหน่งผู้สำเร็จราชการอีกด้วย จนในที่สุดอำนาจของตระกูลฟุจิวะระได้หมดไป และได้มีตระกูลนักรบใหม่เข้ามาแทนที่คือ ตระกูลไทระ ส่งผลให้ตระกูลฟุจิวะระที่เรื่องอำนาจมากว่า 500 ปี ล่มสลายลงในเวลาเพียง 40 ปี หลังจากการล่มสลายของอำนาจพวกเขาได้หันมาใส่ใจด้านศิลปะการแต่งกลอนแทนการเมือง

หลังการล่มสลาย[แก้]

ตระกูลฟุจิวะระได้หันมาใส่ใจในเรื่องศิลปะ โดยยังคงความเป็นตระกูลขุนนางอยู่ แต่อย่างไรก็ตามอำนาจของตระกูลฟุจิวะระได้หมดไปแล้ว เจ้าหญิงของราชวงศ์จักรพรรดิโดยส่วนใหญ่ได้รับการอภิเษกสมรสกับ ทายาทตระกูลฟุจิวะระเรื่อยมาจนถึง สมัยเฮเซ โดยเจ้าหญิงคนสุดท้ายที่อภิเษกสมรสกับตระกูลฟุจิวะระคือ อดีตเจ้าฟ้าหญิงทากะ ทาคะสึคะสะ ธิดาองค์ที่ 3 ในจักรพรรดิโชวะ

ตระกูลฟุจิวะระในยุคใหม่ - ปัจจุบัน[แก้]

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ระบบศักดินาของตระกูลฟุจิวะระได้หมดไป โดยยังเหลือไว้เพียงยศ "ฟุจิวะระ โนะ" เท่านั้น ภายหลังนี้ตระกูลฟุจิวะระมีศักดิ์เป็นเพียงพระญาติของจักรพรรดิธรรมดา ไม่ได้มีอำนาจใดๆอีก โดย เชื้อสายตระกูล ฟุจิวะระ คนสุดท้ายที่ดำรงตำแหน่งเซ็สโซและคัมปะกุ คือ นิโจ นะริยุกิ เซ็สโซ และ คัมปะกุ คนสุดท้ายของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้สืบทอดของตระกูลฟุจิวะระในสายย่อยนั่นเอง หลังการปฏิรูปเมจิ เชื้อสายของตระกูลนี้ทั้งหมดได้รับยศเป็นเจ้าชาย และสิ้นสุดยศเจ้าชายเมื่อทหารอเมริกันปกครองญี่ปุ่น ในปัจจุบันตระกูลฟุจิวะระบางส่วนเป็นยากูซ่า และมีบางส่วนเป็นผู้มีอำนาจและอิทธิพลทางธุรกิจ ซึ่งมีแตกไปกว่า 20 สายย่อย โดยมีสายใหญ่ๆดังนี้

แม้จะแยกออกมาเป็นตระกูลเล็กๆมากมาย แต่พวกเขาก็ยังคงความเป็นเครือญาติกัน เนื่องจากมีการสมรสระหว่างแต่ละตระกูลอยู่ตลอดเวลา และแต่ละตระกูลก็ล้วนอภิเษกสมรสกับจักรพรรดิหรือเจ้าชาย เจ้าหญิง ตลอดด้วยเช่นกัน

ผู้สืบทอดของฟุจิวะระในปัจจุบันมีอยู่มาก อาทิเช่น ฟุจิวะระ ทัตสึยะ, ริวซุเกะ ฟุจิวะระ, แฮร์รี่ ฟุจิวะระ, เคอิจิ ฟุจิวะระ, มะซะฮิโกะ ฟุจิวะระ, โนะริกะ ฟุจิวะระ, โยะชิอะกิ ฟุจิวะระ และผู้ที่ถือนามสกุลดังกล่าว และ นามสกุลฟุจิวะระ

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. {{http://ja.wikipedia.org/wiki/藤原四家
  2. คือสาเหตุที่บทความนี้ไม่ใช้ชื่อว่าตระกูลฟุจิวะระ แต่เป็นเครือฟุจิวะระ