ฟีลิปโป ตอมมาโซ มารีเนตตี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี


ฟิลิปโป ทอมมาโซ มาริเนตติ
FilippoTommasoMarinetti.jpg
เกิด: 22 ธันวาคม ค.ศ. 1876(1876-12-22)
อะเล็กซานเดรีย, อียิปต์
ถึงแก่กรรม: 2 ธันวาคม ค.ศ. 1944 (67 ปี)
เบลลาโจ, อิตาลี
อาชีพ: นักเขียน, กวี
ความเคลื่อนไหวทางวรรณกรรม: ฟิวเจอริสม์

ฟิลิปโป ตอมมาโซ เอมิลิโอ มาริเนตติ (อิตาลี: Filippo Tommaso Emilio Marinetti) (22 ธันวาคม 1876 – 2 ธันวาคม 1944) เป็นนักเขียนและกวีชาวอิตาลี เขาเป็นที่จดจำในฐานะผู้ก่อตั้งกลุ่มเคลื่อนไหวทางศิลปะในกระแสฟิวเจอริสม์ในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 โดยการเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศอิตาลี

มาริเนตติ ได้รับการศึกษาจากนักบวชคณะเยซูอิตในอะเล็กซานเดรีย ก่อนที่จะย้ายมาศึกษาวิชากฎหมายที่ปารีส ในปี 1893 และสำเร็จการศึกษาในปี 1899 อย่างไรก็ตาม มาริเนตติตัดสินใจที่จะเป็นนักเขียนแทนที่จะเป็นทนายความ โดยงานเขียนของเขานั้นมีอิทธิพลต่อความคิดของศิลปินอิตาลีในช่วงเวลานั้นเป็นอย่างมาก และเขายังเป็นหนึ่งในผู้ที่ให้การสนับสนุนพรรคสันนิบาตการต่อสู้แห่งอิตาลี (Fasci Italiani di Combattimento) ของเบนิโต มุสโสลินีอีกด้วย

ผลงาน[แก้]

ผลงานชิ้นแรกๆ ที่ทำให้มาริเนตติเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง คือ "คำแถลงการณ์ฟิวเจอริสม์" (Manifeste de fondation du Futurisme) ตีพิมพ์บนหนังสือพิมพ์รายวัน "เลอ ฟิกาโร" (Le Figaro) ของฝรั่งเศส ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 1909 โดยแถลงการณ์นั้นได้แสดงถึงความไม่พอใจต่อรูปแบบทางการเมืองและศิลปะแบบเก่าๆ โดยแนวคิดแบบฟิวเจอริสม์นั้นให้คุณค่าและชื่นชมในเทคโนโลยี เครื่องยนต์ และความเป็นอุตสาหกรรม ซึ่งในทัศนะของเขา สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นตัวแทนแห่งชัยชนะทางด้านเทคโนโลยีของมนุษย์ที่มีเหนือธรรมชาติ

ในปี 1912 มาริเนตติได้ตีพิมพ์ "แถลงการณ์ว่าด้วยวิธีการประพันธ์แนวฟิวเจอริสม์" (Manifesto tecnico della letteratura Futurista) ซึ่งว่าด้วยวิธีการเขียนบทกวีและการประพันธ์ร้อยแก้วแบบร่วมสมัยด้วยการยกเลิกการใช้วากยสัมพันธ์ คำคุณศัพท์ และคำวิเศษณ์ แล้วแทนที่ด้วยการใช้คำนามแบบสุ่มขึ้นมา อีกทั้งยังใช้คำกริยาที่ไม่ผันตามประธาน (infinitive) และบอกเวลาของการกระทำนั้นๆ (tense) โดยวิธีการนี้เรียกว่า "ถ้อยคำในอิสรภาพ" (parole in libertà) เป็นการเขียนบทกวีที่ถ่ายทอดออกมาเป็นภาพ ตัวอย่างบทกวีภาพของมาริเนตติ เช่น "Une assemblée tumultueuse. Sensibilité numérique" และ "Zang Tumb Tumb" เป็นต้น


อิทธิพลของมาริเนตติ[แก้]

แนวคิดฟิวเจอริสม์ของมาริเนตตินั้น ได้กลายมาเป็นที่ยอมรับของศิลปินอิตาลีรุ่นใหม่ เช่น อุมแบร์โต บอชโชนี, คาร์โร คารา, จีโน เซเวรินี โดยพวกเขาได้ร่วมกันออกแถลงการณ์เกี่ยวกับจิตรกรฟิวเจอริสม์ (Manifesto dei pittori futurist) ในปี 1910 พร้อมกันนั้นในช่วงระหว่างปี 1910 - 1913 มาริเนตติยังได้มีโอกาสเดินทางไปบรรยายแนวคิดฟิวเจอริสม์ทั้งในรัสเซียและอังกฤษ ซึ่งถือว่ามีอิทธิพลอย่างมากต่อการทำงานของศิลปินในกระแสฟิวเจอริสม์ของทั้งสองประเทศในเวลาต่อมา เช่น รูปแบบศิลปะแบบคูโบ-ฟิวเจอริสม์ (Cubo-Futurism) ในรัสเซีย และกระแสแบบคติวัฏฏารมณ์ (Vorticism) ในอังกฤษ เป็นต้น

ในช่วง"สงครามโลกครั้งที่หนึ่ง" มาริเนตติถูกจับกุมในปี 1915 พร้อมกันนั้นเขายังได้ส่งเสริมให้ศิลปินในกระแสฟิวเจอริสม์สร้างสรรค์งานศิลปะที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับสงคราม ตัวอย่างเช่น "Canon en action" ของจีโน เซเวรินี นอกจากนี้ บทกวีของมาริเนตติยังเป็นแรงบันดาลใจให้นักแต่งเพลงอย่าง ลุยจี รุสโซโล ได้เริ่มทดลองประพันธ์เพลงแนวใหม่ที่เรียกว่า "นอยส์มิวสิค" (noise music) พร้อมกับออกแถลงการณ์ " L'Arte dei Rumori" ในปี 1913 และตีพิมพ์ครั้งแรกโดยกลุ่มศิลปินดาด้า (Dada) ในปี 1916

อาจกล่าวได้ว่าแนวคิดฟิวเจอริสม์ของมาริเนตตินั้น เป็นกระแสความเคลื่อนไหวหนึ่งที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อวงการศิลปะสมัยใหม่และวัฒนธรรมตะวันตกในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 ทั้งยังคงปรากฏให้เห็นในวัฒนธรรมร่วมสมัยในปัจจุบัน เช่น งานวรรณกรรมแนวไซเบอร์พังก์ เป็นต้น

ความสัมพันธ์กับฟาสซิสม์[แก้]

ในระหว่างที่มาริเนตติถูกจับกุมนั้น เขาได้พบกับมุสโสลินีเป็นครั้งแรก ภายหลังจากได้อิสรภาพแล้ว เขาได้ก่อตั้งพรรคการเมืองฟิวเจอริสม์ (Partito Politico Futurista) ขึ้นในปี 1918 โดยสนับสนุนแนวคิดแบบชาตินิยม และต่อต้านแนวคิดแบบราชาธิปไตย ซึ่งมุสโสลินีได้ใช้เป็นเครื่องมือและสนับสนุนตัวเขาให้ขึ้นสู่อำนาจในปี 1922 ในช่วงเวลานี้มาริเนตติพยายามสนับสนุนให้ศิลปะฟิวเจอริสม์ให้เป็นศิลปะของรัฐอย่างเป็นทางการ แต่ก็ประสบความล้มเหลว โดยมุสโสลินีนั้นให้การสนับสนุนศิลปะในหลากหลายรูปแบบเพื่อให้ศิลปินนั้นสนับสนุนแนวคิดทางการเมืองของเขาและยังคงทำงานให้กับรัฐ

ผลงานของมาริเนตติ[แก้]

Il Vestito Antineutrale. Manifesto Futurista (1914)
Vive la France (1914 - 1915)
Zang Tumb Tumb: Adrianopoli Ottobre 1912: Parole in Libertà Filippo (1914)
The Riot in Milan (1914)
The Dirigible (1915)
Elegant Speed - Liberated Words (1st Record) (1918 - 1919)
Une assemblée tumultueuse. Sensibilité numérique (1919)
In the Evening, Lying on Her Bed, She Reread the Letter from Her Artilleryman at the Front (1919)
Les mots en liberté futuristes (1919)
Osvobozená slova (1922)

อ้างอิง[แก้]

  • Sylvia Martin; Uta Grosenick (ed.), Futurism, Taschen, Germany, 2005. (ISBN 3-8228-2966-8)
  • Marianne W. Martin, Futurist Art and Theory, 1909-15, Hacker art books, New York, 1978, c1968. (ISBN 0-87817-192-4)

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]