ฟรันซ์ มาร์ค

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ฟรานซ์ มาร์ก
ชื่อเกิด ฟรันซ์ มาร์ค
เกิด 8 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1880(1880-02-08)
มิวนิก, เยอรมนี
เสียชีวิต 4 มีนาคม ค.ศ. 1916 (36 ปี)
สัญชาติ เยอรมัน
Training Academy of Fine Arts, มิวนิก
รูปแบบ ลัทธิสำแดงพลังอารมณ์แบบเยอรมัน
Works Tiger, The Yellow Cow, Fighting Forms

ฟรันซ์ มาร์ค (เยอรมัน: Franz Marc) เป็นศิลปินในกระแสลัทธิสำแดงพลังอารมณ์แบบเยอรมัน เกิดเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 1880 ในเมือง มิวนิก (Munich) พ่อของมาจากครอบครัวที่เป็นทาสรับใช้ที่อยู่ทางตอนบนของรัฐบาวาเรีย ก่อนพ่อของเขาจะเลือกประกอบอาชีพเป็นจิตรกร พ่อของเขาได้เป็นนักกฎหมาย แม่ของเขามาจากครอบครัวชาวฝรั่งเศสในแคว้นอาลซัส ถึงแม้ว่าพ่อของเขานับถือนิกายโรมันคาทอลิก แต่มาร์คนับถือนิกายโปรเตสแตนต์ เพราะเขาได้รับการเลี้ยงดูจากแม่ของเขา และได้รับอิทธิพลทางความคิดจากลัทธิคาลวินตั้งแต่เด็ก และแม่ของเขาตั้งใจให้เขาได้เป็นบาทหลวง แต่อย่างไรก็ตามเมื่อมาร์คโตขึ้น เขาได้เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งเมืองมิวนิก ในสาขาวิชา วรรณกรรม ในปี 1899 ต่อมาเมื่อเขาได้รับการฝึกเป็นทหารเกณฑ์ แต่เมื่อเขาฝึกเสร็จแล้วเขาได้ย้ายมหาวิทยาลัยที่เขาเรียนวรรณกรรม ไปเข้าโรงเรียนสอนศิลปะในเมืองมิวนิกเช่นกัน โดยได้รับการสอนจากวิลเฮล์ม ฟอน ดีส

ช่วงวัยแสวงหา[แก้]

ต่อมาเขาได้รับคำแนะนำจากฟรีดริซ เลาเออร์ (Friedrich Lauer) ซึ่งเป็นเพื่อนนักเรียนที่ดีของมาร์ก ให้ออกเดินทางหาความรู้ที่ประเทศอิตาลี กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และกลับมาเยอรมันในเดือนกันยายน 1903 แต่เมื่อเขากลับมาเขาไม่ได้เรียนต่อที่โรงเรียน แต่เขาไปเปิดสตูดิโอ และ ทำงานในสตูดิโอของเขาโดยไม่ได้บอกอย่างเป็นทางการกับโรงเรียนและเพื่อนนักเรียนของเขา เขาทำงานในมิวนิก ที่ Staffel-Alm และ Kochel และเลิกทำในปี 1906 เพื่อเดินทางไปยัง Mount Athos

ที่นั่นเขาได้เขียนภาพ วิวทิวทัศน์ วาดภาพเหมือน และวาดรูปสัตว์ เขาได้ยึดคติการวาดในรูปแบบศิลปะในศตวรรษที่ 19 ตามที่เขาได้เรียนมาจากโรงเรียนศิลปะที่ เมืองมิวนิก ในตอนที่เขาอยู่ที่เมือง Kochel ในปี1906 และที่ Staffel-Alm ในปี 1902 และ 1905 เขาอุทิศตัวเองให้กับภาพวาดแบบ Plein-air ในปี 1907 เขาได้ออกเดินทางไปยังกรุงปารีสเป็นครั้งที่ 2 เพื่อศึกษางานของฟินเซนต์ ฟัน โคค (Vincent Van Gogh) ที่ต่อมาจะส่งอิทธิพลให้แก่งานของมาร์กเป็นอย่างยิ่ง

การเข้าร่วมกลุ่ม เดอเบลาไรเทอร์[แก้]

แต่ด้วยฐานะทางการเงินของมาร์กไม่ค่อยจะสู้ดีนัก เขาจึงพยายามเปิดสอนพิเศษ และพยายามผลิตงานประเภทรูปปั้นสัตว์ เพื่อเป็นงานในการหาเลี้ยงชีพ แต่ต่อมาชีวิตเขาได้ดีขึ้นเมื่อเขาได้พบกับบุคคล 3 คนที่เขาเรียกว่า”Very young and rather elegant gentleman”ในช่วงต้นปี 1910 นั่นก็คือจิตรกรที่มีชื่อว่า เฮลมุนท์ (Helmunt) และออกัสท์ แมกค์ (August Macke) กับ เบอร์นาร์ด คอยซ์เลอร์ จูเนียร์ (Bernhard Koehler Jr.) เป็นนักสะสมของกรุงเบอร์ลิน พวกเขาเหล่านี้เป็นผู้สนับสนุนทางการเงินให้แก่ มาร์ก และเดอะ บลู ไรเดอร์ "Der Blaue Reiter"

ในปีเดียวกัน มาร์กได้เห็นงานนิทรรศการของ”Neue Künstlervereingung München” ที่ห้องภาพแทนฮาวเซอร์ (Tannhauser Gallery) ทำให้เขาได้พบหนทางที่จะติดต่อกับคาเนาท์ (Kanoldt),อเล็กซ์ จาวเลียสกี (Alexej Jawlensky), มารีน วอน วีรีฟคิน (Marianne von Werefkin),กาเบรียล มิวเทอร์ (Gabriele Münter), บีชเจฟ (Bechtejeff),พอล คลี Paul Klee,คูบิน (Kubin) และ วาสสิลี แคนดินสกี (Wassily Kadinsky) ส่วน Helmunth Macke นั้นเขาได้มาอยู่และช่วยงานเป็นบางครั้งที่บ้านเช่าของมาร์กในซินเดลส์ดอล์ฟ (Sindelsdolf) อยู่ทางใต้ของ Starnberger See ใกล้ Maurnua ที่ซึ่ง Kandinsky และ Garbriele Münter ได้อาศัยอยู่ตั้งแต่ปี 1908 และต่อมาในช่วงหลังปี 1911 มาร์กและแคนดินสกี ได้ออกจาก”Neue Künstlervereingung München”เพื่อไปเป็นบรรณาธิการแก้ไขปฏิทินเวลาของกลุ่มเดอะ บลู ไรเดอร์”Der Blaue Reiter” หรือ "The Blue Rider"

เข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1[แก้]

ในปีต่อมามาร์กได้เดินทางไปหา Krichner และ Pechstein ที่กรุงเบอร์ลิน และได้เชิญชวนพวกเขาไปร่วมงานประชุมเชิงศิลปะแห่งเมืองโคโลนจ์ ที่นิทรรศการซันเดอร์บอนด์”Sonderbond”ในปี 1912 ที่งานนิทรรศการนี้เขาได้เห็นงานแสดงของศิลปินกลุ่มฟิวเจอริสม์(Futurist) ซึ่งเขาได้ประทับใจในงานเหล่านั้นเป็นอย่างยิ่ง

ต่อมาเมื่อสงครามโลกได้เกิดขึ้น เขาได้เป็นอาสาสมัครในสงคราม คาดหวังว่าจะมีหน้าที่ในสงครามช่วง”a cleansing of Europe” เขาเสียชีวิตในนสงครามที่ Gusaainville Castle (Verdun) เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 1916 อิทธิพลผลงานของฟินเซนต์ ฟัน โคค (Vincent van Gogh) เป็นส่วนสำคัญที่ส่งผลให้งานในช่วงอายุ 30 ของมาร์กมีความแตกต่างออกไปจากคนอื่น ตั้งแต่ปี 1910 เป็นต้นไป มาร์กได้รับอิทธิพลทางความคิดมาจาก Kadinsky และ Macke เหมือนกันกับ Delaunay และกลุ่มศิลปิน Futurist โดยที่มาร์กได้เอาแนวคิดเหล่านี้มาพัฒนาผลงานของตนให้เป็นงาน Monumental และต่อไปจะกลายเป็น Abstract โดยงานของเขาจะให้ความสำคัญทางกับสัตว์เป็นนส่วนใหญ่ หลังกจากช่วงปี 1914 เขาอาจพัฒนางานของตัวเองกลายเป็นจิตรกรในศิลปะแนว Romantic-Transcendental abstraction แต่ก็ไม่แน่เหมือนกันว่าจะเป็นจริงหรือไม่ เราได้แต่เพียงสันนิษฐานจากสมุด Sketch ภาพที่เขาได้วาดเอาไว้ในช่วงสงครามแค่นั้นเอง

ผลงานภาพเขียนของฟรันซ์ มาร์ค[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  • Stephanie Barron. German expressionism (Munich : Prestel),1988.
  • Dietmar Elger. Expressionism (Koln : Taschen),2002.
  • โวล์ฟ, นอร์แบร์ท. เอกซ์เพรสชั่นนิสม์ (กรุงเทพฯ : เดอะเกรทไฟน์อาร์ท),2552.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]