ฟรองซัวส์ มิตแตร์รองด์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ฟรองซัวส์ มิตแตร์รองด์
François Mitterrand
ฟรองซัวส์ มิตแตร์รองด์

ดำรงตำแหน่ง
21 พฤษภาคม พ.ศ. 2524 – 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2538
นายกรัฐมนตรี ปีแอร์ โมรัว
โลรองต์ ฟาบิอูส์
ฌาคส์ ชีรัค
มิแชล โรการ์ด
เอดิต เครซซง
ปีแอร์ เบเรโกวัว
เอดูอาร์ด บัลลาดูร์
สมัยก่อนหน้า วาเลรี ชิสการ์ด เดส์แตง
สมัยถัดไป ฌาคส์ ชีรัค

ดำรงตำแหน่ง
31 มกราคม พ.ศ. 2499 – 12 มิถุนายน พ.ศ. 2500
นายกรัฐมนตรี กี มอล์เยต์
สมัยก่อนหน้า โรแบร์ต ชูมอง
สมัยถัดไป เอดูอาร์ด กอร์นิกลีอง-โมลีนีเอร์

ดำรงตำแหน่ง
19 มิถุนายน พ.ศ. 2497 – 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2498
นายกรัฐมนตรี ปีแอร์ มองแดส-ฟรองซ์
สมัยก่อนหน้า เลอง มาร์ตีโนด์-เดอปลาต์
สมัยถัดไป โมริส บูร์แชส-โมนูรี

ดำรงตำแหน่ง
12 กรกฎาคม พ.ศ. 2493 – 11 สิงหาคม พ.ศ. 2494
นายกรัฐมนตรี เรอเน เปลอเวิง และ อองรี เกออีลล์
สมัยก่อนหน้า ปอล กอสต์-ฟลอเรต์
สมัยถัดไป หลุยส์ ฌัคกีโนต์

เกิด 26 ตุลาคม พ.ศ. 2459
Flag of ฝรั่งเศส ฌาร์นัค ประเทศฝรั่งเศส
ถึงแก่อสัญกรรม 8 มกราคม พ.ศ. 2539 (อายุ 79 ปี)
Flag of ฝรั่งเศส ปารีส ประเทศฝรั่งเศส
สังกัดพรรค พรรคสังคมนิยม
สมรสกับ ดานีแยล มิตแตร์รองด์
ศาสนา โรมันคาทอลิก

ฟรองซัวส์ โมริส อาเดรียง มารี มิตแตร์รองด์ (François Maurice Adrien Marie Mitterrand)   IPA: [fʁɑ̃swa mɔʁis mitɛˈʁɑ̃] (26 ตุลาคม พ.ศ. 2459 - 8 มกราคม พ.ศ. 2539) อดีตประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงโพ้นทะเลฝรั่งเศส

ฟรองซัวส์ มิตแตร์รองด์เป็นประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศสตั้งแต่ปี พ.ศ. 2524 ถึง พ.ศ. 2538 โดยชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีในฐานะตัวแทนพรรคสังคมนิยม (PS) เขาชนะการเลือกตั้งครั้งแรกในการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส พ.ศ. 2524 กลายเป็นประธานาธิบดีสังคมนิยมคนแรกของสาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ 5และเป็นประมุขแห่งรัฐที่มาจากฝ่ายซ้ายคนแรกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2500 และในการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส พ.ศ. 2531นั้น เขาก็ชนะอีกครั้งหนึ่งและดำรงตำแหน่งจนถึงปี พ.ศ. 2538 ก่อนที่จะต้องทนทุกข์ทรมานจากโรคมะเร็งต่อมลูกหมากในปีเดียวกัน ในการดำรงตำแหน่งทั้งสองวาระนั้น เขาได้ยุบสภาเพื่อที่จะได้เสียงข้างมากในสภา แต่ทว่าพรรคสังคมนิยมก็ได้พ่ายแพ้ในการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรทั้งสองครั้ง และทำให้เกิด "การบริหารร่วมกัน" ในสองปีสุดท้ายของทั้งสองวาระ โดยมีฌาคส์ ชีรัคเป็นแกนนำตั้งแต่ปี พ.ศ. 2529 ถึง พ.ศ. 2531 และเอดูอาร์ด บัลลาดูร์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536 ถึง พ.ศ. 2538

ในปัจจุบันฟรองซัวส์ มิตแตร์รองด์เป็นประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดด้วยระยะเวลา 14 ปี ทั้งยังเป็นประธานาธิบดีที่อาวุโสที่สุดอีกด้วย (สิ้นสุดการดำรงตำแหน่งเมื่ออายุ 78 ปี) ฟรองซัวส์ มิตแตร์รองด์ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2539 หลังจากเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสที่ประเทศอียิปต์

เนื้อหา

[แก้] ประวัติ

ฟรองซัวส์ มิตแตร์รองด์เกิดเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2459 ที่เมืองฌาร์นัค จังหวัดชารองต์ แคว้นปัวตู-ชารองต์ ในครอบครัวจารีตนิยมและเลื่อมใสในนิกายโรมันคาทอลิก ชิลแบร์ต เฟลิกซ์ โฌเซฟ บิดาของเขาทำงานเป็นนายสถานีรถไฟ ต่อมาประกอบอาชีพที่โรงผลิตน้ำส้มสายชูจนเป็นประธานสมาคมสันนิบาตของผู้ผลิตน้ำส้มสายชู โดยที่ยายของเขานั้นเป็นชนชั้นสูง สืบเชื้อสายมาจากพระเจ้าเฟอร์นันโดที่ 3 แห่งกาสตีลและพระเจ้าจอห์นแห่งบรีแอนน์ กษัตริย์เยรูซาเลม ส่วนทางด้านมารดาของเขานั้นมีนามว่ามารี กาบรีเอลล์ อีวอนน์ ลอร์แรน ซึ่งสืบเชื้อสายมาจากหลานสาวของสมเด็จพระสันตะปาปาจอห์นที่ 22 ฟรองซัวส์ มิตแตร์รองด์มีพี่น้อง 7 คน (ชาย 3 : โรแบร์ต, ฌากส์, ฟิลิป / หญิง 4) ภรรยาของเขา ดานีเอล มิตแตร์รองด์ แต่งงานกันในปี พ.ศ. 2487 มีลูกชาย 3 คนได้แก่ ปาสกาล (10 มิถุนายน พ.ศ. 2488 - 17 กันยายน พ.ศ. 2488) , ฌอง-คริสตอฟ (19 ธันวาคม พ.ศ. 2489 — ) และกิลแบร์ต มิตแตร์รองด์ (4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2492 — ) และยังมีลูกสาวอีกหนึ่งคนคือ มาซารีน ปีโญต์ เขามีหลานชายคือ เฟรเดริค มิตแตร์รองด์ ซึ่งเป็นนักแสดงและนักหนังสือพิมพ์ (และซ้ำยังสนับสนุนฝ่ายขวา ฌาคส์ ชีรัคอีกด้วย) และยังมีลูกเขยคือ โรแบร์ต อาแน็ง ซึ่งเป็นนักแสดงและผู้กำกับชื่อดัง

มิตแตร์รองด์เข้าศึกษาที่อองกูแล็มตั้งแต่ พ.ศ. 2468 ถึง พ.ศ. 2477 ซึ่งเขาเป็นสมาชิกเชเออเซ (JEC) คือองค์กรสนับสนุนและกระตุ้นความสนใจในการเป็นคาทอลิกในสังคม (Action catholique) เขาได้เข้ากรุงปารีสในฤดูร้อนปี พ.ศ. 2477 และเข้าศึกษาที่โรงเรียนรัฐศาสตร์เอกชน (École Libre des Sciences Politiques) จนถึง พ.ศ. 2480

[แก้] สมัยดำรงตำแหน่ง

เมื่อสงครามโลกครั้งทมี่ 2 สิ้นสุดลง นายฟรองซัวส์ได้เข้าสู่เส้นทางการเมืองอย่างจริงจัง เริ่มจากการชนะการเลือกตั้งและได้เป็นส.ส. ในขณะที่อายุเพียง 30 ปี ต่อมาเขาดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกิจการทหารผ่านศึก ซึ่งในขณะนั้นเขาเป็นรัฐมนตรีที่มีอายุน้อยที่สุด

เขาเคยลงแข่งขันในการเลือกตั้งประธานาธิบดี แต่ต้องพ่ายแพ้แก่นายพลเดอโกลล์และวาเลรี ชิสการ์ด เดส์แตง เป็นระยะเวลา 16 ปีเต็มแห่งความพ่ายแพ้ แต่ในที่สุดเขาก็ประสบความสำเร็จในปี 1981 นายฟรองซัวเป็นนักการเมืองฝ่ายซ้ายคนแรกที่ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี และอีก 7 ปีต่อมาเขาได้ชัยชนะการเลือกตั้งอีกครั้ง จึงทำให้นายฟรองซัวได้เป็นประธานาธิบดีอีกครั้ง

[แก้] บทสุดท้ายของมิแตรรอง

วันที่ 8 มกราคม 1996 อดีตประธานาธิบดีฟรองซัว มิตแตรองด์ ถึงแก่อสัญกรรมด้วยวัย 79 ปี ขณะที่หลับอยู่ในอพาร์ทเมนต์ข้างๆสำนักงานของเขา หลังต่อสู้กับความเจ็บปวดจากโรคมะเร็งที่ต่อมลูกหมากมาเป็นระยะเวลาหลายปี และต้องได้รับการผ่าตัดถึง 3 ครั้ง

[แก้] เหตุการณ์สำคัญในสมัยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี

[แก้] การก่อการร้ายในฝรั่งเศส (เดือนกันยายน 1986

  • วันที่ 12 กันยายน 1986 ที่ย่านธุรกิจใจกลางกรุงปารีสเกิดระเบิดขึ้นที่ร้านขายอาหาร Cafétéria มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 42 คน
  • วันที่ 18 กันยายน ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารฝรั่งเศสชื่อ Christian Goutierre ถูกฆาตกรรมที่เมืองเบรุต เลบานอน

สาเหตุที่ผู้ก่อการร้ายวางระเบิดที่กรุงปารีส เนื่องมาจากต้องการให้รัฐบาลฝรั่งเศสปล่อยตัวนายจอร์จ อิบราฮิม อับดลเลาะห์ หัวหน้ากลุ่มกองกำลังติดอาวุธปฏิวัติเลบานอน หรือกลุ่มฟาร์ล Farl ก่อการร้ายในฝรั่งเศสและอิตาลีตั้งแต่ปี 1980 รวมทั้งสังหารนักการทูตอเมริกันและอิสราเอลในกรุงปารีส นายจอร์จ อิบราฮิมเป็นชาวคริสต์เลบานอน นิยมฝ่ายซ้าย ถูกตำรวจฝรั่งเศสจับกุมได้ที่เมืองลียงทางใต้ของฝรั่งเศส ศาลสั่งจำคุก 4 ปีด้วยความผิดที่มีเอกสารปลอมและพกพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตพร้อมทั้งคดีอื่นๆที่เคยทำ เช่น การสังหารนักการทูตในกรุงปารีส เป็นต้น

[แก้] การประท้วงครั้งใหญ่ของนักศึกษาฝรั่งเศส

วันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2529 นักเรียน นักศึกษา นักวิชาการและผู้ปกครองรวมตัวกันทำการประท้วง เนื่องจากความไม่พอใจที่รัฐบาลประกาศเปลี่ยนแปลงพระราชบัญญัติปฏิรูปการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งจัดทำโดยนายอแลง เดอวาเกต์ (Alain Devaquet) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาระดับสูงหรือทบวงมหาวิทยาลัย เป็นผู้ร่างพระราชบัญญัติฉบับใหม่ขึ้นมา พระราชบัญญัติฉบับใหม่นี้ต้องการเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษามหาวิทยาลัยใหม่ เพื่อให้มหาวิทยาลัยมีการคัดเลือก แข่งขันและเลือกเฟ้นเฉพาะผู้ที่เก่งเฉพาะด้าน โดยเพิ่มค่าเข้าเรียนให้สูงขึ้นและออกประกาศนียบัตรใบปริญญาที่ระบุชื่อสถาบันแก่ผู้ที่ศึกษาจบปริญญาจากมหาวิทยาลัยนั้นๆ แต่นักศึกษาทำการประท้วงไม่เห็นด้วยกับพระราชบัญญัติฉบับใหม่ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะนำมาซึ่งความแตกต่างด้านคุณภาพ ชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย เกิดความไม่เสมอภาคทางการศึกษาและการมีอิสระในการเก็บค่าเล่าเรียน ทำให้ค่าเข้าเรียนสูงกว่าจำนวนที่กำหนดเดิม การประท้วงเริ่มขึ้นเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2529 มีการเจรจาระหว่างกลุ่มผู้ประท้วงและนายเดอวาเกต์ให้ยกเลิกพระราขบัญญัติฉบับใหม่นี้ แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จทำให้มีผู้คนบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก ในที่สุดรัฐบาลก็ประกาศยกเลิกการปฏิรูปการศึกษาในระดับมัธยมและระดับมหาวิทยาลัย การประท้วงยุติลงในวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2529

[แก้] สภาวะทางเศรษฐกิจ

การวางแผนการจัดระเบียบทางเศรษฐกิจ หลังจากที่นายฟรองซัวเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศส เขาได้วางแผนที่จะเปลี่ยนแปลงการจัดระเบียบทางเศรษฐกิจของฝรั่งเศสใหม่ คือ เริ่มระบบการโอนกิจการอุตสาหกรรมมาเป็นของรัฐ การโอนกิจการนี้ทำให้ระบบการให้สินเชื่อของประเทศตกอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐ และการให้ค่าชดเชยแก่บรรดาผู้ถึอหุ้นในกิจการที่ถูกยึดมาเป็นของรัฐจะกระทำในลักษณะพันธบัตรรัฐบาล แต่นโยบายนี้ไม่ได้ทำให้ประเทศฝรั่งเศสขยายตัวทางเศรษฐกิจมากนั อีกทั้งรัฐบาลมีนโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจโดยเริ่มจากการกระตุ้นการใช้จ่ายของผู้บริโภคในอัตราที่สูงขึ้น เป็นผลให้งบประมาณแผ่นดินขาดดุล เกิดภาวะเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น และปริมาณเงินหมุนเวียนในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากภาวะการเงินในอัตราสูง ทำให้เกิดภาวะกดดันแก่เงินฟรังค์ ก่อให้เกิดปัญหาต่อค่าเงินฟรังค์ในระบบการเงินยุโรป คือเกิดช่องว่างของอัตราดอกเบี้ยในยุโรปขึ้น

ในปี พ.ศ. 2529 (ค.ศ. 1986) สภาวะเศรษฐกิจของฝรั่งเศสขยายตัวอยู่ในระดับปานกลางร้อยละ1.9 การว่างงานที่เป็นปัญหาสำคัญในขณะนั้นลดลง อัตราเงินเฟ้อลดลงร้อยละ2 เป็นผลจากการลดลงของระดับราคาพลังงานที่นำเข้าการบริโภคอยู่ในระดับปานกลาง ขณะที่การลงทุนขยายตัวสูงขึ้น

[แก้] ผลงานที่สำคัญ

ในเวลา 14 ปีที่ดำรงตำแหน่งภายใต้ความคิดสังคมนิยม และมีผลงานที่สนับสนุนแนวคิดนี้มากมาย อาทิ

  • ยกเลิกการประหารชีวิต
  • ให้เสรีภาพแก่สถานีวิทยุโทรทัศน์
  • ออกกฎหมายที่อยู่อาศัย (Loi Quilliot)
  • ออกกฎหมายแรงงาน (Loi Auroux) ซึ่งเป็นกฎหมายที่กำหนดให้มีการทำงาน 39 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และลูกจ้างสามารถลาหยุดงานได้ โดยที่นายจ้างต้องจ่ายเงินให้ และกำหนดให้มีการเกษียณอายุเมื่ออายุครบ 60 ปี
  • ออกกฎหมายการศึกษาขั้นสูง (Loi Savary)
  • ออกกฎหมายกระจายอำนาจทางการเมืองจากส่วนกลางสู่ภูมิภาค
  • ปี 1992 การออกเสียงประชามติของสหภาพยุโรปทำให้นายฟรองซัวได้เป็นคนวางรากฐานการจัดตั้งเงินสกุลเดียวกันของยุโรป ที่เรียกว่า "ยูโร"
  • การสั่งให้ประเทศฝรั่งเศสหยุดแผนทดลองนิวเคลียร์ใต้ดินในปี 1992
  • ประธานาธิบดีฟรองซัวและนางมาร์กาเร็ต แธตเชอร์นายกรัฐมนตรีอังกฤษร่วมลงนามในสัญญาสร้างอุโมงค์คู่ลอดช่องแคบอังกฤษเพื่อเชื่อมระหว่างสองประเทศ เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 1986 ณ มหาวิหารแคนเทอเบอรี่ ประเทศอังกฤษ
  • ริเริ่มให้สร้าง L'Arche de la défense ,La Pyramide du Louvre , La Bibliothèque Nationale
  • ในสมัยประธานาธิบดีฟรองซัวมีการทำ cohabitation ที่ประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีไม่ได้มาจากฝ่ายเดียวกัน ในสมัยนั้นเกิดขึ้น 2 ครั้ง
    • ครั้งที่ 1 เกิดขึ้นในปี 1986-1988 เป็นสมัยที่นายฟรองซัวแห่งพรรคฝ่ายซ้ายเป็นประธานาธิบดี แต่งตั้งนายชาก ชีรักแห่งพรรคฝ่ายขวาเป็นนายกรัฐมนตี
    • ครั้งที่ 2 เกิดขึ้นในปี 1993-1995 เป็นสมัยที่นาย Edouard Balladur เป็นนายกรัฐมนตรีมาจากพรรคฝ่ายขวา


สมัยก่อนหน้า ฟรองซัวส์ มิตแตร์รองด์ สมัยถัดไป
วาเลรี ชิสการ์ด เดส์แตง
ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส
พ.ศ. 2524 - พ.ศ. 2538
ฌาคส์ ชีรัค
วาเลรี ชิสการ์ด เดส์แตง
ผู้ปกครองร่วมแห่งอันดอร์รา
ร่วมกับ ฮวน มาร์ติ อี อลานิส และ
ฮวน เอ็นริก วิเวส อี ซิซิเลีย

พ.ศ. 2524 - พ.ศ. 2538
ฌาคส์ ชีรัค
เฟลิเป กอนซาเลส
ประธานคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรป
30 มิถุนายน พ.ศ. 2532 - 31 ธันวาคม พ.ศ. 2532
ชาร์ลส์ เจมส์ ฮอเฮย์
โรแบร์ต ชูมอง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
รัฐบาลกี มอเยต์

31 มกราคม พ.ศ. 249912 มิถุนายน พ.ศ. 2500
เอดูอาร์ด กอร์นิกลีอง-โมลินีเยร์
เลอง มาร์ติโนด์-เดอปลาต์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
รัฐบาลปีแอร์ มองแดส-ฟรองซ์

19 มิถุนายน พ.ศ. 249723 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2498
โมริส บูร์แชส-โมนูรี
ปอล กอสต์-ฟลอเรต์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงโพ้นทะเลและอาณานิคม
รัฐบาลเรอเน เปลอวอง 1 และ อองรี เกออีลล์ 3

12 กรกฎาคม พ.ศ. 249311 สิงหาคม พ.ศ. 2494
หลุยส์ ฌากีโนต์


Commons
คอมมอนส์ มีภาพและสื่ออื่นๆ เกี่ยวกับ:
ฟรองซัวส์ มิตแตร์รองด์
เครื่องมือส่วนตัว