พลับ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พลับ
ลูกพลับ
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Plantae
หมวด: Magnoliophyta
ชั้น: Magnoliopsida
อันดับ: Ericales
วงศ์: Ebenaceae
สกุล: Diospyros
Species

D. kaki (พลับจีนหรือพลับญี่ปุ่น)
D. digyna (black sapote)
D. discolor (velvet apple)
D. lotus (date plum)
D. texana (พลับเทกซัส)
D. virginiana (พลับอเมริกา)

บทความนี้เกี่ยวกับผลไม้จากต่างประเทศที่เรียก persimmon สำหรับD. malabarica ดูที่ มะพลับ

พลับ (Persimmon) เป็นพืชในสกุล Diospyros ซึ่งมีอยู่หลายสปีชีส์ด้วยกัน สปีชีส์ที่นิยมปลูกในประเทศไทยมากที่สุดคือ D.kaki ญี่ปุ่นเรียกว่าคาขิ ถิ่นกำเนิดอยู่ในภาคเหนือของจีน มีการรับประทานพลับตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฮั่นและถือเป็นผลไม้ที่มีคุณค่า ต่อมาได้กระจายพันธุ์เข้าไปในญี่ปุ่น [1] และกลายเป็นผลไม้ยอดนิยม พลับพันธุ์ที่นิยมปลูกในยุโรปเป็นสปีชีส์ D. virginia ซึ่งนำพันธุ์มาจากสหรัฐอเมริกา

ลักษณะ[แก้]

พลับเป็นไม้ผลยืนต้นขนาดใหญ่ ใบรูปหัวใจ สีเขียว ดอกสีเหลือง ทรงดอกคล้ายระฆัง ผลมีรูปทรงได้หลายแบบ ทั้ง ทรงกรวย ทรงกลม ทรงกลมแบน ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีเหลือง เนื้อสีส้ม เนื้อแข็ง ภายในมีเมล็ด 8 เมล็ด สีน้ำตาล สามารถจำแนกประเภทได้ตามรสชาติของผล แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่คือ

  • พลับหวาน ผลสุกสีส้มอมเหลือง รสหวาน รับประทานสดได้ เช่น พันธฺ์ฟูยุ
  • พลับฝาด ผลสุกเนื้อสีส้มอมแดง เนื้อนิ่ม รสฝาด ต้องนำมาผ่านกระบวนการลดความฝาดจึงจะรับประทานได้ เช่น พันธุ์ซิชู พันธุ์ฮาชิยา

การใช้ประโยชน์[แก้]

干し柿 Hoshigaki พลับญี่ปุ่นแห้ง
พลับแห้ง (shibing, 柿餅) ในตลาด Xi'an

พลับใช้รับประทานสด และนำไปแปรรูปเป็นพลับแห้ง แยม พลับเชื่อมและน้ำลูกพลับ ผลแห้งใช้เป็นยาบรรเทาอาการร้อนใน เจ็บคอ ผลสด แก้ไอ แก้พิษสุรา ท้องเดิน[1]

พลับ
คุณค่าทางโภชนาการต่อ 100 กรัม (3.5 ออนซ์)
พลังงาน 293 kJ (70 kcal)
18.59 g
น้ำตาล 12.53 g
ใยอาหาร 3.6 g
.19 g
อิ่มตัว .02 g
.58 g
วิตามิน
ไรโบเฟลวิน (บี2)
(208%)
2.5 mg
โฟเลต (บี9)
(2%)
8 μg
วิตามินซี
(9%)
7.5 mg
โลหะรอง
แคลเซียม
(1%)
8 mg
เหล็ก
(1%)
.15 mg
โซเดียม
(0%)
1 mg


Diospyros kaki, raw
ประมาณร้อยละคร่าว ๆ โดยใช้การแนะนำของสหรัฐอเมริกาสำหรับผู้ใหญ่
แหล่งที่มา: USDA Nutrient Database

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 นิดดา หงส์วิวัฒน์ และทวีทอง หงส์วิวัฒน์. พลับ ใน ผลไม้ 111 ชนิด: คุณค่าอาหารและการกิน. กทม. แสงแดด. 2550 หน้า 115 - 117