พระยาห์เวห์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก พระเยโฮวาห์)
บทความที่เกี่ยวข้องกับ

Cross Christianity.jpg

 
พระเจ้า
ตรีเอกภาพ :
พระบิดา (พระยาห์เวห์) • พระบุตร (พระเยซู) • พระวิญญาณบริสุทธิ์
ความเชื่อ
เทววิทยาการตกในบาปความรอดการพิพากษาครั้งสุดท้ายหลักข้อเชื่อของอัครทูตบัญญัติ 10 ประการ
คัมภีร์
คัมภีร์ไบเบิล :
ภาคพันธสัญญาเดิมภาคพันธสัญญาใหม่พระวรสาร
นิกาย
ตะวันตก
คาทอลิกโปรเตสแตนต์ (แองกลิคันลูเทอแรนเพรสไบทีเรียนเมทอดิสต์แบ๊บติสต์แอดเวนติสต์)
ตะวันออก
อีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์ออเรียนทัลออร์ทอดอกซ์
อตรีเอกภาพนิยม
พยานพระยะโฮวามอรมอน
ประวัติ
ประวัติศาสนาคริสต์เปาโลอัครทูตยุคแรกสภาสังคายนาสากลมหาศาสนเภทสงครามครูเสดการปฏิรูปศาสนา
อื่น ๆ
สถานที่สำคัญทางศาสนาวันสำคัญสัญลักษณ์ธงบุคคลนักบุญศิลปะอภิธานศัพท์ศาสนาคริสต์
Category ดูหมวดหมู่

จัดการ: แม่แบบ  พูดคุย  แก้ไข

พระยาห์เวห์[1][2] (ฮีบรู: יהוהอังกฤษ: Yahweh (YHWH) ไทย: ยฮวฮ) หรือ พระเยโฮวาห์ (Jehovah) หรือ พระยะโฮวา (Yahova) เป็นพระนามของพระเป็นเจ้าที่ปรากฏในคัมภีร์ไบเบิลภาคพันธสัญญาเดิมหรือที่เรียกว่าทานัค ในคัมภีร์ไบเบิลฉบับภาษาไทยเล่มเก่านั้นปรากฏพระนามนี้อยู่มากทีเดียว ในคัมภีร์ดั้งเดิมเขียนด้วยอักษร 4 ตัว แต่เนื่องจากอักษร 4 ตัว (ยฮวฮ|YHWH) นั้นผู้เขียนไม่ได้ใส่สระไว้ทำให้การออกเสียงที่ถูกต้องจึงถูกถ่ายทอดต่อกันมาโดยการพูด

คัมภีร์ดั้งเดิมหรือต้นฉบับนั้น ปรากฏพระนามนี้หลายพันครั้งหรือแม้แต่ในฉบับภาษาไทยเล่มเก่า ๆ ยังปรากฏพระนามนี้อยู่ การแปลในยุคต่อ ๆ มาได้เปลี่ยนพระนามมา 3 ครั้ง ปัจจุบันเราสะกดพระนามของพระเป็นเจ้าว่า ยาห์เวห์ ซึ่งตรงกับภาษาอังกฤษว่า Yahweh

การทับศัพท์ เยโฮวาห์ มีต้นกำเนิดมาจากการที่นักวิชาการชาวยุโรปถอดอักษรฮีบรู יהוה เป็นอักษรโรมัน 4 ตัวได้เป็น YHWH แล้วผสมสระจึงได้การออกเสียงเป็น "เยโฮวาห์"[1]ซึ่งตรงกับภาษาอังกฤษว่า Jehovah การทับศัพท์นี้แพร่หลายไปในภาษาต่าง ๆ รวมทั้งพระคัมภีร์ภาษาไทยฉบับเก่า ๆ เช่น ฉบับ 1971 ยังปรากฏพระนาม "เยโฮวาห์" นี้อยู่ นอกจากนี้ยังมีการทับศัพท์ว่า "ยะโฮวา" ซึ่งตรงกับภาษาอังกฤษว่า Yahovah ในคัมภีร์ไบเบิล ฉบับ 1940 อีกด้วย แต่ในปัจจุบันนักวิชาการนิยมทับศัพท์ใหม่ว่า ยาห์เวห์[1][3] ตามหลักฐานที่ค้นพบและเป็นที่ยอมรับมากที่สุด[4]

ยฮวฮ คือพระนามของพระเป็นเจ้าสูงสุด "ยะโฮวา" ซึ่งปรากฏในคัมภีร์ไบเบิลที่พิมพ์ ฉบับ 1940 หรือ "เยโฮวาห์" ซึ่งปรากฏในคัมภีร์ไบเบิลที่พิมพ์ ฉบับ 1971 หรือ "ยาห์เวห์" ซึ่งปรากฏในคัมภีร์ไบเบิลที่พิมพ์ ฉบับ 2011 แต่เพื่อให้เกิดความเป็นสากลในทุกนิกาย ทั้งใน โรมันคาทอลิก โปรเตสแตนต์ อีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์ เมื่อออกพระนามพระเป็นเจ้าจะออกเสียงว่า "พระเจ้า" แต่ถึงอย่างไรก็ตามในต้นฉบับดั้งเดิมนั้นปรากฏพระนามนี้ประมาณ 7 พันครั้ง

ในภาษาฮีบรู ยาห์เวห์ แปลว่า เราเป็นผู้ซึ่งเราเป็น หรือแปลได้อีกว่า เราอยู่(ด้วย)[5] ซึ่งก็คือ พระองค์ทรงฤทธิ์ที่จะเป็นอะไรก็ได้ตามพระประสงค์ของพระองค์

พระลักษณะ[แก้]

พระองค์มีคุณลักษณะที่เด่นหลายประการ เช่น ความรัก, อำนาจ, ยุติธรรม, สติปัญญา ฯลฯ

พระราชกิจ[แก้]

ตามบันทึกคัมภีร์ไบเบิล ในหนังสือปฐมกาล กล่าวว่า ในปฐมกาล พระเจ้าทรงเนรมิตสร้างฟ้าและแผ่นดิน[6]

วันที่ 1

พระ‍เจ้า​ตรัส​ว่า "จง​เกิด​ความ​สว่าง" ความ​สว่าง​ก็​เกิด​ขึ้น[7]

วันที่ 2

พระ‍เจ้า​ตรัส​ว่า "จง​มี​ภาค‍พื้น​ใน​ระหว่าง​น้ำ แยก​น้ำ​ออก‍จาก​กัน"[8]

วันที่ 3

พระ‍เจ้า​ตรัส​ว่า "น้ำ​ที่​อยู่​ใต้​ฟ้า​จง​รวม​อยู่​แห่ง​เดียว​กัน ที่​แห้ง​จง​ปรา‌กฏ​ขึ้น" ก็​เป็น​ดัง‍นั้น[9]

พระเจ้าตรัสว่า "แผ่นดินจงเกิดพืช คือ ธัญพืชที่ให้เมล็ด และต้นไม้ผลที่ออกผลตามชนิดของมัน และมีเมล็ดในผลบนแผ่นดิน" และก็เป็นดังนั้น[10]

วันที่ 4

พระ‍เจ้า​ตรัส​ว่า "จง​มี​ดวง‍สว่าง​บน​ฟ้า เพื่อ​แยก​วัน​ออก‍จาก​คืน ให้​ดวง‍สว่าง​เป็น​หมาย​กำ‌หนด​ฤดู วัน ปี และ​ให้​เป็น​ดวง‍สว่าง​บน​ฟ้า เพื่อ​ส่อง‍สว่าง​บน​แผ่น‍ดิน" ก็​เป็น​ดัง‍นั้น[11]

วันที่ 5

พระ‍เจ้า​ตรัส​ว่า "น้ำ​จง​อุดม​ด้วย​ฝูง​สัตว์​ที่​มี​ชีวิต และ​นก​จง​บิน​ไป​มา​ข้าม​ฟ้า​เหนือ​แผ่น‍ดิน"[12]

วันที่ 6

พระ‍เจ้า​ตรัส​ว่า "แผ่น‍ดิน​จง​เกิด​สัตว์​ที่​มี​ชีวิต​ตาม​ชนิด​ของ​มัน คือ​สัตว์​ใช้​งาน สัตว์​เลื้อย‍คลาน​และ​สัตว์​ป่า​ตาม​ชนิด​ของ​มัน" ก็​เป็น​ดัง‍นั้น[13]

พระ‍เจ้า​ตรัส​ว่า "ให้​เรา​สร้าง​มนุษย์​ตาม​ฉายา​ตาม​อย่าง​ของ​เรา ให้​ครอบ‍ครอง​ฝูง​ปลา​ใน​ทะเล ฝูง​นก​ใน​อา‌กาศ​และ​ฝูง​สัตว์ ให้​ปก‍ครอง​แผ่น‍ดิน​ทั่ว‍ไป และ​สัตว์​ต่างๆ​ที่​เลื้อย‍คลาน​บน​แผ่น‍ดิน"[14]

วันที่ 7

พระ‍เจ้า​จึง​ทรง​อวย​พระ‍พร​แก่​วัน​ที่​เจ็ด ทรง​ตั้ง​ไว้​เป็น​วัน​บริ‌สุทธิ์​ศักดิ์‍สิทธิ์ เพราะ​ใน​วัน​นั้น​พระ‍องค์​ทรง​หยุด​พัก​จาก​การ​งาน​ทั้ง‍ปวง​ที่​พระ‍องค์​ทรง​กระ‌ทำ​ใน​การ​เนร‌มิต​สร้าง[15]

พระ‍เจ้า​ทรง​ปลูก​สวน​แห่ง​หนึ่ง​ไว้​ที่​เอเดน ทาง​ทิศ​ตะวัน‍ออก และ​ให้​มนุษย์​ที่​พระ‍องค์​ทรง​ปั้น​มา​นั้น​อยู่​ที่‍นั่น[16] (พระองค์ได้ทรงสร้างสวนเอเดน ให้เป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์คู่แรก คือ อาดัมและเอวา)

การออกพระนามในคัมภีร์ไบเบิลภาษาไทย[แก้]

พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1883

พระเจ้าตรัสกับโมเสสด้วยว่า "จงบอกชนอิสราเอลว่า ยฮวฮ [17] พระเจ้าของบรรพบุรุษของท่าน พระเจ้าของอับราฮัม พระเจ้าของอิสอัค และพระเจ้าของยาโคบ ได้ส่งข้าพเจ้ามาหาพวกท่าน นี่เป็นนามของเราชั่วนิรันดร์ เป็นนามที่พวกเจ้าจะเรียกเราตลอดทุกชั่วอายุ

พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940

พระเจ้าตรัสกับโมเสสด้วยว่า "จงบอกชนอิสราเอลว่า พระยะโฮวา [18] พระเจ้าของบรรพบุรุษของท่าน พระเจ้าของอับราฮัม พระเจ้าของอิสอัค และพระเจ้าของยาโคบ ได้ส่งข้าพเจ้ามาหาพวกท่าน นี่เป็นนามของเราชั่วนิรันดร์ เป็นนามที่พวกเจ้าจะเรียกเราตลอดทุกชั่วอายุ

พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1971

พระเจ้าจึงตรัสกับโมเสสว่า "เจ้าจงกล่าวแก่ประชากรอิสราเอลว่าดังนี้ พระเยโฮวาห์[19] พระเจ้าแห่งบรรพบุรุษของท่าน คือพระเจ้าของอับราฮัม พระเจ้าของอิสอัค และพระเจ้าของยาโคป ทรงใช้ใหข้าพเจ้ามาหาท่าน นี่แหละเป็นนามของเราตลอดไปเป็นนิตย์ นี่แหละเป็นอนุสรณ์ของเราตลอดทุกชั่วชาติพันธุ์

พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน 2011 

พระเจ้าจึงตรัสกับโมเสสอีกว่า "เจ้าจงกล่าวแก่ชนชาติอิสราเอลดังนี้ว่า พระยาห์เวห์[20] พระเจ้าแห่งบรรพบุรุษของพวกท่าน คือพระเจ้าของอับราฮัม พระเจ้าของอิสอัค และพระเจ้าของยาโคป ทรงใช้ใหข้าพเจ้ามาหาพวกท่าน นี่เป็นนามของเราตลอดไปเป็นนิตย์ เป็นอนุสรณ์ของเราตลอดทุกชั่วชาติพันธุ์

พระยาห์เวห์ในกลุ่มศาสนาอับราฮัม[แก้]

ศาสนาอับราฮัม ประกอบด้วย 3 ศาสนา ได้แก่ ศาสนายูดาห์, ศาสนาคริสต์ และ ศาสนาอิสลาม

คัมภีร์ฮีบรู ของศาสนายูดาห์ เรียกพระยาห์เวห์ว่า "เอโลฮิม (Elohim)" หรือ "อะโดนาย (Adonai)" หรือ "เยโฮวาห์ (Jehovah)"

คัมภีร์ไบเบิล ของศาสนาคริสต์ เรียกพระยาห์เวห์ว่า "พระยาห์เวห์ (Yahweh)" หรือ "พระเยโฮวาห์ (Jehovah)" หรือ "พระยะโฮวา (Yahova)" หรือ "พระเป็นเจ้า (God)"

คัมภีร์อัลกุรอาน ของศาสนาอิสลาม เรียกพระยาห์เวห์ว่า "อัลลอฮ์ (Allah)"

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 ราชบัณฑิตยสถาน, พจนานุกรมศัพท์ศาสนาสากล อังกฤษ-ไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน, ราชบัณฑิตยสถาน, 2552, หน้า 647-8
  2. สมาคมพระคริสตธรรมไทย, พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน 2011
  3. สมาคมพระคริสตธรรมไทย, พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน 2011
  4. Miller, Patrick D (2000). The Religion of Ancient Israel. Westminster John Knox Press. ISBN 978-0664221454. 
  5. อพยพ 3:14 ,พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน 2011
  6. ปฐมกาล 1:1 ,พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน 2011
  7. ปฐมกาล 1:3 ,พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน 2011
  8. ปฐมกาล 1:6 ,พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน 2011
  9. ปฐมกาล 1:9 ,พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน 2011
  10. ปฐมกาล 1:11 ,พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน 2011
  11. ปฐมกาล 1:14-15 ,พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน 2011
  12. ปฐมกาล 1:20 ,พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน 2011
  13. ปฐมกาล 1:24 ,พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน 2011
  14. ปฐมกาล 1:26 ,พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน 2011
  15. ปฐมกาล 2:3 ,พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน 2011
  16. ปฐมกาล 2:8 ,พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน 2011
  17. เอ็กโซโด 3:15 ,พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1883
  18. เอ็กโซโด 3:15 ,พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1940
  19. อพยพ 3:15 ,พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับ 1971
  20. อพยพ 3:15 ,พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน 2011