พระเจ้าซุนโจ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พระเจ้าซุนโจ
พระปรมาภิไธย พระเจ้าซุนโจ
พระอิสริยยศ พระราชาองค์ที่ 23 แห่ง ราชวงศ์โชซอน
ครองราชย์ ค.ศ. 1800 - ค.ศ. 1834
บรมราชาภิเษก ค.ศ. 1800
รัชกาลก่อนหน้า พระเจ้าจองโจ
รัชกาลถัดไป ฮอนจง
ผู้สำเร็จราชการ พระมเหสีจองซุน
ข้อมูลส่วนพระองค์
พระราชมารดา พระสนมซูบิน แห่งตระกูลปาร์ค
    
พระเจ้าซุนโจ
ฮันกึล 순조
ฮันจา 純祖
RR Sunjo
MR Sunjo
ชื่อเกิด
ฮันกึล 이공
ฮันจา 李蚣
RR I Gong
MR I Kong

พระเจ้าซุนโจ เกาหลี: 순조, ฮันจา: 純祖, MC: Sunjo, MR: Sunjo (พ.ศ. 2333-พ.ศ. 2377) ทรงเป็นกษัตริย์พระองค์ที่ 23 แห่ง ราชวงศ์โชซอน ของเกาหลี (ครองราชย์ พ.ศ. 2343-พ.ศ. 2377) ด้วยความที่พระเจ้าซุนโจครองราชย์แต่ยังพระเยาว์ ทำให้อำนาจการปกครองตกแก่พระปัยยิกาคิมและตระกูลคิมแห่งอันดง การทุจริตฉ้อราชย์บังหลวงและการกดขี่ชาวคริสต์ทำให้สมัยรุ่งเรืองของโชซอนตั้งแต่สมัย พระเจ้ายองโจ นั้นจบลง

ลี คง ประสูติเมื่อพ.ศ. 2333 เป็นพระโอรสของ พระเจ้าจองโจ กับสนมซูบิน ตระกูลปาร์ค องค์ชายลีคงเป็นความหวังของพระราชวงศ์พอสมควร เพราะก่อนหน้านั้นพระเจ้าจองโจมีพระโอรสอยู่แล้วคือ องค์ชายรัชทายาทมุนฮโย กับสนมอึยบิน ตระกูลซอง แต่สิ้นพระชนม์ไปในพ.ศ. 2329 เนื่องจากมเหสีฮโยอี มเหสีของพระเจ้าจองโจทรงยังไม่มีพระโอรส องค์ชายลี คง จึงได้เป็นพระโอรสบุญธรรมของมเหสีฮโยอี องค์ชายลีคง จึงได้เป็นวอนจา คือ พระโอรสองค์แรกที่ประสูติกับพระมเหสี และได้รับสถาปนาเป็นวังเซจาในพ.ศ.

พระเจ้าจองโจทรงมอบหมายให้ คิมโจซุน จากตระกูลคิมแห่งอันดง เป็นพระอาจารย์สอนหลักการปกครองให้องค์ชายรัชทายาท ในพ.ศ. 2343 พระเจ้าจองโจสิ้นพระชนม์ วังเซจาจึงได้ขึ้นครองราชย์เป็นพระเจ้าซุนโจ เมื่อพระชนมายุเพียง 10 พรรษา จึงต้องมีผู้สำเร็จราชการแทน พระปัยยิกาคิม มเหสีของพระเจ้ายองโจ ซึ่งเป็นสมาชิกพระราชวงศ์ที่อาวุโสที่สุด จึงได้เป็นผู้สำเร็จราชการแทนตามธรรมเนียม

พระปัยยิกาคิมทรงช่วยเหลือพระปนัดดาในการปกครองเป็นอย่างดี แต่ก็ทรงรักษาอำนาจการปกครองที่สำคัญไว้ในหัตถ์ของพระองค์เองด้วย และให้คิมโจซุนเป็นผู้ช่วยพระนางในการปกครองบ้านเมือง พระอภิเษกพระเจ้าซุนโจกับธิดาของคิมโจซุน คือ พระมเหสีซุนวอน ทำให้คิมโจซุนได้เป็นพูวอนกุน (พระสัสสุระ) การขึ้นมามีอำนาจของคิมโจซุนทำให้ขุนนางจากตระกูลคิมแห่งอันดงหลายคนขึ้นมามีตำแหน่งสำคัญ

การสังหารหมู่ชาวคริสต์ปีชินยู[แก้]

ในพ.ศ. 2344 พระราชกำหนดแรกที่พระอัยยิกาคิมทรงออกคือการห้ามการเผยแพร่ศาสนาคริสต์[1] โดยกล่าวหาคริสต์ศาสนิกชนว่าเป็นคนที่ ไม่มีกษัตริย์ให้จงรักภักดี ไม่มีบิดาให้คำนับ เพราะคริสต์ศาสนาห้ามบูชาสิ่งอื่นใดนอกจากพระเจ้า และโทษของการไม่บูชาบรรพบุรุษในโชซอนนั้นรุนแรง และมีการกวาดล้างสังหารผู้ที่ไม่ยอมเลิกนับถือคริสต์ศาสนา เรียกว่า การสังหารหมู่ชาวคริสต์ปีชินยู ขุนนางฝ่ายใต้และฝ่ายโซนนที่เคยมีอำนาจในสมัยพระเจ้าจองโจ เช่น จองยัคยอง ต่างถูกเนรเทศด้วยข้อหาข้องแวะคริสต์ศาสนา รวมทั้งสมาชิกพระราชวงศ์หลายองค์ ก็หนีไม่พ้นเช่นกัน

การกดขี่ชาวคริสต์ที่จริงแล้วเป็นการกำจัดฝ่ายโซนนและฝ่ายใต้ออกจากอำนาจมากกว่าที่จะเป็นเรื่องความเชื่อจริงๆ แต่ก็ยังส่งผลต่อการพัฒนาประเทศ เพราะใครก็ตามที่ยึดหลักโซฮัก (서학、西學) รือสนใจวิทยาการตะวันตกจะถูกเนรเทศในข้อหานับถือคริสต์ศาสนา

กบฏชาวบ้าน[แก้]

ในสมัยพระเจ้าซุนโจขุนนางฉ้อราชย์บังหลวงอย่างกว้างขวาง ระบอบการสอบจอหงวนล่มสลายเพราะทางเดียวที่จะได้เข้ารับราชการคือต้องเส้นขุนนางตระกูลคิมแห่งอันดง ขุนนางเก็บภาษีจากชาวบ้านอย่างมากมาย ทำให้ชาวบ้านพากันสิ้นเนื้อประดาตัว แม้แต่พวกยังบันเองก็ตกต่ำ เพราะจะมีแต่ขุนนางฝ่ายโนนนเท่านั้นที่รุ่งเรือง ชีวิตของยังบันกับชาวบ้านธรรมดาจึงไม่แตกต่างกัน ทำให้พวกขุนนางเริ่มจะไม่สามารถเลี้ยงดูทาสที่มีอยู่ ประกอบกับนโยบายเลิกทาสของพระเจ้าจองโจที่มีมาก่อนหน้า ทำให้ในพ.ศ. 2344 ราชสำนักปลดปล่อยทาสในวังออกมาทั้งหมด เพราะในวังไม่มีงานให้ทาสทำและไม่มีเงินเลี้ยงดู[2]

โครงสร้างทางสังคมของโชซอนที่มีมาหลายร้อยปี จึงล่มสลายลงในสมัยพระเจ้าซุนโจ

พระปัยยิกาคิมสิ้นพระชนม์ไปในพ.ศ. 2349 มเหสีซุนวอนจึงก้าวขึ้นมามีอำนาจในการปกครองแทน ในพ.ศ. 2352 มเหสีซุนวอนก็ประสูติพระโอรส คือ องค์ชายรัชทายาทฮโยเมียง อภิเษกกับพระชายาจากตระกูลโจแห่งพุงยาง (มเหสีชินจอง)

ดูบทความหลักที่: กบฏฮงเคียงแน

ในพ.ศ. 2355 ยังบันตกอับที่ชื่อ ฮงเคียงแน ก่อกบฏในมณฑลเปียงอัน ยึดเมืองเปียงยางและเมืองสำคัญต่างๆ ปรากฏว่าชาวบ้านที่เดือดร้อนทั่งอาณาจักรพากันเข้าพวกฮงเคียงแน แต่กระนั้นทัพของทางการก็สามารถปราบกบฏได้ที่จองจู และสังหารฮงเคียงแนที่นั่น

แต่กบฏของฮงเคียงแนนั้นมีความสำคัญ เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของกบฏชาวบ้านที่ไม่พอใจทางการ ที่จะยืดเยื้อไปถึงสมัย พระเจ้าโคจง ในพ.ศ. 2356 ชาวบ้านบนเกาะเชจูก็กบฏ และพ.ศ. 2359 ภิกษุชื่อฮักซังก็ก่อกบฏ แม้กบฏทุกครั้งจะถูกปราบ แต่ก็แสดงให้เห็นว่าการปกครองสมัยปลายราชวงศ์โชซอนนั้นกดขี่เพียงใด[3]

ในพ.ศ. 2370 พระชายาตระกูลโจประสูติพระโอรส ได้รับแต่งตั้งเป็นวังเซซุน ในพ.ศ. 2373 องค์ชายรัชทายาทฮโยเมียงสิ้นพระชนม์ และพระเจ้าซุนโจก็สวรรคต เมื่อ พ.ศ. 2377 ขณะพระชนม์เพียง 44 พรรษา ทรงครองราชย์ได้ 34 ปี วังเซซุนจึงขึ้นครองราชย์เป็น พระเจ้าฮอนจง พระราชมารดาของพระเจ้าฮอนจง คือ พระพันปีโจ จึงขึ้นมามีอำนาจแทนมเหสีซุนวอน ทำการแก้แค้นตระกูลคิมในเวลาต่อมา

พระนามเต็ม[แก้]

สมเด็จพระราชา ซุนโจ ซองอัค ยอนด็อก ฮย็อนโด คยองอิน ซุนฮุย เชซอง อุงมยอง ฮุมวัง ซ็อกคยอง คเยชอน แบกุก ยุงวอน ดนฮยู อึยแฮง โซยุน อึยฮวา จุนรยอล แดจุง จิจอง ฮงฮุน ชอลโม คอนซิ แทฮยอง ชางอุน ฮงกิ โกมยอง แบกฮู คังคอน ซูจอง คเยต็อง ซูรยอก คงยู บอมมุน อันมู จองรยอง คยองซองฮโย แห่งเกาหลี

พระบรมวงศานุวงศ์[แก้]

  • พระราชบิดา: พระเจ้าจองโจ (정조)
  • พระราชมารดา: พระสนมซูบิน ตระกูลปาร์ค (수빈 박씨, 1770–1822)

พระมเหสี

พระสนม

  • พระสนมซุกอึย ตระกูลปาร์ค (숙의 박씨)

พระโอรส

  • เจ้าชายฮโยมยอง มกุฎราชกุมาร (효명세자, 1809 - 1830) มกุฎราชกุมาร พระราชโอรสของสมเด็จพระราชินีซุนวอน ตระกูลคิม แห่งอันดง
  • เจ้าชายไม่ทราบพระนาม (23 February 1820 - 26 May 1820) พระราชโอรสของสมเด็จพระราชินีซุนวอน ตระกูลคิม แห่งอันดง

พระธิดา

  • เจ้าหญิงมยองอน (명온공주 ,明溫公主, 1810 - 1821) พระราชธิดาของสมเด็จพระราชินีซุนวอน ตระกูลคิม แห่งอันดง
  • เจ้าหญิงพ๊อกอน (복온공주 ,福溫公主, 1818 - 1832) พระราชธิดาของสมเด็จพระราชินีซุนวอน ตระกูลคิม แห่งอันดง
  • เจ้าหญิงท็อกอน (덕온공주 ,德溫公主, 1822 - 1844) พระราชธิดาของสมเด็จพระราชินีซุนวอน ตระกูลคิม แห่งอันดง
  • เจ้าหญิงยองอน (영온옹주 ,永溫翁主, 1817 - 1829) พระราชธิดาของพระสนมซุกอึย ตระกูลปาร์ค

อ้างอิง[แก้]

ก่อนหน้า พระเจ้าซุนโจ ถัดไป
พระเจ้าจองโจ 2leftarrow.png พระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรโชซอน
(พ.ศ. 2343 - พ.ศ. 2377)
2rightarrow.png พระเจ้าฮอนจง