พระเจ้าจานสิตา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
พระบรมราชานุสาวรีย์พระเจ้าจานสิตา ภายในอานันทวิหาร

พระเจ้าจานสิตา (อังกฤษ: Kyanzittha, พม่า: ကျန်စစ်သား; พ.ศ. 1627 - พ.ศ. 1656) เป็นกษัตริย์พม่าในราชวงศ์พุกาม ได้ชื่อว่าเป็นกษัตริย์อีกพระองค์ที่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์พม่าไม่แพ้พระเจ้าอโนรธา แห่งราชวงศ์พุกามเช่นเดียวกัน เนื่องด้วยพระองค์ทรงเป็นธรรมกษัตริย์ที่ทำนุบำรุงพุทธศาสนาจนเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด อีกทั้งพระองค์ยังได้รับการยอมรับจากทั้งชาวพม่าและชาวมอญ

พระเจ้าจานสิตา มิได้มีเชื้อสายกษัตริย์ แต่เป็นขุนนางชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่งในพระเจ้าอโนรธา เมื่อพระเจ้าซอลู พระโอรสของพระเจ้าอโนรธาขึ้นครองราชย์ พระองค์มิได้ประกอบภารกิจอันใดด้วยความสามารถพระองค์เอง แต่จะทรงใช้และปรึกษาเหล่าเสนา อำมาตย์อยู่บ่อย ๆ ในปลายรัชสมัยพระเจ้าซอลู งะรมัน เจ้าเมืองพะโค ซึ่งเป็นชาวมอญได้ก่อการกบฏขึ้นจับตัวพระเจ้าซอลูเป็นตัวประกัน จานสิตาซึ่งครองเมืองถิเลง อยู่ ไม่สามารถยกทัพกลับมาช่วยพระองค์ได้ทัน งะรมันได้สังหารพระเจ้าซอลูที่เมืองพวาสอ และพยายามเข้ายึดครองอาณาจักรพุกามแต่จานสิตาได้เข้าขัดขวาง เหล่าเสนาอำมาตย์ และพระชินอรหันต์ ที่ปรึกษาองค์สำคัญของพระเจ้าอโนรธา จึงได้อัญเชิญจานสิตาขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์

เมื่อขึ้นครองราชย์ พระเจ้าจานสิถามีพระนามว่า ศรีตรีภูวทิตย์ธรรมราชา ในภาษาสันสกฤต ในจารึกพม่าเรียกพระองค์ว่า "ถิลุงมัง" (T’iluin Man) แปลว่า "กษัตริย์แห่งถิเลง" แต่เนื่องจากพระเจ้าจานสิตามิได้มีเชื้อสายของกษัตริย์ พระองค์จึงอ้างสิทธิธรรมในการครองราชสมบัติว่าพระองค์ทรงเป็นภาคหนึ่งของพระโพธิสัตว์ และเป็นองค์อวตารของพระวิษณุของชาวพยูอีกด้วย สมัยนี้จึงถือเป็นรัชสมัยที่ศิลปศาสตร์แบบมอญเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุดในพุกาม

ในรัชสมัยของพระเจ้าจานสิตา ทรงติดต่อกับต่างประเทศเป็นอย่างมาก ในปี พ.ศ. 1638 พระองค์ทรงส่งคณะทูตและช่างฝีมือเดินทางไปพุทธคยา เพื่อไปซ่อมแซมวัดศรีพัชรัส หรือ วัดวัสชราสนะ ซึ่งวัดแห่งนี้เป็นสถานที่พระพุทธเจ้า ทรงตรัสรู้ที่ใต้ต้นมหาโพธิ์ พระเจ้าจานสิตาทรงซื้อที่ดินกัลปนาให้แก่วัด ขุดอ่างเก็บน้ำ สร้างเขื่อน เพื่อประโยชน์ในการปลูกข้าว ถวายตะเกียงเทียนจำนวนมาก และทรงกัลปนาข้าทาสให้กับวัดอีกด้วย ซึ่งได้ปรากฏความตอนนี้และปรากฏนามของพระองค์ในจารึกซ่อมแซ่มพุทธคยาด้วย

นอกจากนี้แล้วมีพระสงฆ์นิกายมหายานจากทางตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดียหลบหนีอิทธิพลของ ศาสนาอิสลาม เพื่อมาขอความช่วยเหลือจากพระองค์ พระองค์ทรงให้ความช่วยเหลือพระสงฆ์เหล่านี้ โดยการสร้างวัดเล็ก ๆ ถวายเป็นที่พำนัก อยู่ระหว่างเจดีย์ชเวสิกองกับหมู่บ้านมินดาตุ

ด้านความสัมพันธ์กับจีน ในปี พ.ศ. 1649 ทรงส่งคณะทูตไปยังเมืองไคเฟิง ซึ่งเป็นเมืองหลวงของจีนสมัยราชวงศ์ซ้อง ฮ่องเต้ราชวงศ์ซ้องทรงให้การต้อนรับคณะทูตจากอาณาจักรพุกามเทียบเท่ากับทูตของอาณาจักรเจนละ

ในรัชสมัยนี้จึงถือได้ว่าประสบความสำเร็จที่ทำให้พุกามเป็นที่รู้จักของดินแดนต่าง ๆ

พระเจ้าจานสิตาถึงแก่สวรรคตในปี พ.ศ. 1656 ผู้ที่ได้ครองราชย์เป็นลำดับถัดไป คือ พระเจ้าอลองสิธู ซึ่งมีฐานะเป็นพระราชนัดดา (หลานตา) ของพระองค์

ในกลางปี พ.ศ. 2551 ทางพม่าได้มีการสร้างภาพยนตร์ชีวประวัติของพระองค์ ในชื่อเรื่อง "Kyansit Min" นับเป็นภาพยนตร์ในแบบสากลเรื่องแรกของพม่าอีกด้วย

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

อ้างอิง[แก้]

ก่อนหน้า พระเจ้าจานสิตา ถัดไป
พระเจ้าซอลู
ราชวงศ์พุกาม
2leftarrow.png พระเจ้าจานสิตา
(อาณาจักรพุกาม)

(1627 - 1656)
2rightarrow.png พระเจ้าอลองสิธู
ราชวงศ์พุกาม