พระราชบัญญัติว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ ค.ศ. 1701

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

พระราชบัญญัติว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พ.ศ. 2243 หรือ พระราชบัญญัติว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ ค.ศ. 1701 (อังกฤษ: Act of Settlement 1701) เป็นพระราชบัญญัติที่ประกาศใช้โดยรัฐสภาอังกฤษเพื่อแก้ปัญหาเกี่ยวกับการสืบราชบัลลังก์แห่งอังกฤษต่อจากสมเด็จพระราชินีนาถแอนน์ แห่งบริเตนใหญ่ โดยมีการบัญญัติให้เจ้าหญิงโซเฟียแห่งฮาโนเวอร์ พระราชนัดดาในสมเด็จพระเจ้าเจมส์ที่ 1 แห่งอังกฤษ และผู้สืบเชื้อสายต่อจากเจ้าหญิงโซเฟียโดยต้องเป็นศาสนิกชนชาวโปรเตสแทนต์ เป็นรัชทายาท

เดิมพระราชบัญญัติได้นำเสนอต่อรัฐสภาอังกฤษใน ค.ศ. 1700 และรัฐสภามีมติรับหลักการในปีถัดมา ต่อมาได้มีเสนอญัตติแก้ไขข้อความในพระราชบัญญัติครอบคลุมไปถึงราชบัลลงก์แห่งสกอตแลนด์ตามความในพระราชบัญญัติสหภาพ ค.ศ. 1707

เนื้อหา

[แก้] ที่มา

เนื่องในการปฏิวัติอันรุ่งโรจน์ ลำดับการสืบสันตติวงศ์ของราชบัลลังก์อังกฤษจึงเป็นไปตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติสิทธิ ค.ศ. 1689 ซึ่งบัญญัติให้ถือว่าการเสด็จลี้ภัยไปต่างแดนของพระเจ้าเจมส์ ที่ 2เป็นการสละราชสมบัติโดยปริยาย และให้พระราชธิดาในพระเจ้าเจมส์ที่ 2 พร้อมด้วยพระราชสวามีเสด็จขึ้นทรงราชย์แทนเป็นพระราชินีนาถแมรี ที่ 2 และพระเจ้าวิลเลียม ที่ 3 ตามลำดับ โดยให้ปกครองประเทศร่วมกัน

ในกรณีนี้ ผู้มีสิทธิสืบราชสันตติวงศ์ต่อจากพระมหากษัตริย์ทั้งสองคือพระราชบุตรของทั้งสองพระองค์เอง ลำดับต่อมาได้แก่เจ้าหญิงแอนน์ พระกนิษฐาของพระราชินีนาถแมรี ที่ 2 ต่อมาได้แก่พระทายาทของเจ้าหญิงแอนน์ จากนั้นจึงเป็นพระราชบุตรของพระเจ้าวิลเลียม ที่ 3 หากทรงเสกสมรสใหม่ภายหลังการสวรรคตของพระราชินีนาถแมรี ที่ 2

อย่างไรก็ดี พระราชินีนาถแมรีที่ 2 เสด็จสวรรคตเมื่อ ค.ศ. 1694 พระโอรสพระองค์สุดท้ายของเจ้าหญิงแอนน์สิ้นพระชนม์ใน ค.ศ. 1700 และพระเจ้าวิลเลียม ที่ 3 มิได้ทรงเสกสมรสใหม่ กับทั้งโอกาสที่เจ้าหญิงแอนน์จะมีพระราชบุตรอีกก็เป็นไปได้ยากเพราะมีพระชนมายุมากขึ้น จึงเกิดปัญหาว่าผู้ใดควรเป็นผู้สืบพระราชสันตติวงศ์นี้ต่อไป

รัฐบาลเห็นเป็นความจำเป็นที่จะต้องตราพระราชบัญญัตินี้เพื่อ

  1. กำหนดให้แน่นอนซึ่งตัวบุคคลผู้สมควรสืบพระราชบัลลังก์ต่อจากพระมหากษัตริย์ทั้งสองพระองค์ข้างต้น โดยในพระราชบัญญัตินี้บัญญัติให้เป็นเจ้าหญิงแอนน์
  2. กระทำให้มั่นใจว่าผู้สืบทอดพระราชบัลลังก์เป็นศาสนิกชนชาวโปรเตสแตนต์
  3. ป้องกันมิให้ผู้ไม่มีสิทธิในพระราชบัลลังก์อ้างสิทธิดังกล่าว ซึ่งได้แก่ เจมส์ ฟรานซิส เอ็ดเวิร์ด สจวต และ ลุยซา มาเรีย เทเรซา สจวต

พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับตั้งแต่เดือนมิถุนายน ค.ศ. 1701

[แก้] เนื้อหาของพระราชบัญญัติ

“โซเฟียแห่งพาเลไทน์” ผู้ต่อมาเป็นอีเล็คเทรสส์แห่งฮาโนเวอร์
ภาพเหมือนเขียนโดยน้องสาวหลุยส์ ฮอลแลนดีนราว ค.ศ. 1644

พระราชบัญญัติว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ระบุว่าราชบัลลังก์อังกฤษจะผ่านไปยังสายของโซเฟียแห่งฮาโนเวอร์ – พระราชนัดดาในสมเด็จพระเจ้าเจมส์ที่ 1 แห่งอังกฤษและสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 1 แห่งอังกฤษ – และผู้สืบเชื้อสายจากพระองค์ผู้เป็นโปรเตสแตนต์ผู้ที่ยังมิได้เสกสมรสกับผู้เป็นโรมันคาทอลิก; ผู้ที่เป็นโรมันคาทอลิกหรือเสกสมรสกับผู้เป็นโรมันคาทอลิกถูกห้ามจากการมีสิทธิในการครองราชบัลลังก์ “ตลอดกาล” อีกแปดมาตราของพระราชบัญญัติจะมีผลใช้ได้ก็เมื่อหลังจากการเสด็จสวรรคตของพระเจ้าวิลเลียมที่ 3 และพระราชินีนาถแอนน์:[1]

  • พระมหากษัตริย์ต้องทรงผู้นับถือ “นิกายเชิร์ชออฟอิงแลนด์” ซึ่งเป็นอีกมาตราหนึ่งที่เลี่ยงการมีพระมหากษัตริย์ผู้เป็นโรมันคาทอลิก ซึ่งเป็นการป้องกันจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าเจมส์ที่ 2 ผู้ทรงเปลี่ยนไปเป็นโรมันคาทอลิกที่ทำให้เกิดความขัดแย้งภายในประเทศที่ในที่สุดก็นำมาสู่การปฏิวัติอันรุ่งโรจน์ในปี ค.ศ.1688 ที่ได้มาซึ่งกษัตริย์ร่วมบัลลังก์ระหว่างพระเจ้าวิลเลียมที่ 3 และพระราชินีนาถแมรีที่ 2
  • ถ้าผู้ขึ้นครองราชย์มิใช่ชาวอังกฤษโดยกำเนิด อังกฤษจะไม่เข้าร่วมสงครามเพื่อยึดครองอาณาบริเวณที่มิได้เป็นของราชบัลลังก์อังกฤษโดยมิได้รับอนุญาตจากรัฐสภา ข้อนี้เป็นข้อที่มองการณ์ไกล เพราะเมื่อราชวงศ์ฮาโนเวอร์จากเยอรมนีขึ้นครองราชบัลลังก์อังกฤษ ผู้ที่ขึ้นครองก็ยังเป็นเจ้าผู้ครองของอาณาบริเวณที่เป็นราชอาณาจักรฮาโนเวอร์ที่ปัจจุบันอยู่ในบริเวณโลเวอร์แซ็กโซนีประเทศเยอรมนี มาตรานี้สิ้นสุดลงเมื่อสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียเสด็จขึ้นครองราชย์เพราะพระองค์ไม่สามารถเป็นผู้ครองราชอาณาจักรฮาโนเวอร์ได้ตามกฏบัตรซาลลิคที่ใช้กันในเยอรมนีขณะนั้น แต่มาตรานี้ก็อาจจะยังเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในอนาคต
  • พระมหากษัตริย์ไม่สามารถออกจากอังกฤษ, สกอตแลนด์ หรือไอร์แลนด์ได้โดยมิได้รับการอนุมัติจากรัฐสภา[1] มาตรานี้ถูกยกเลิกในปี ค.ศ. 1716 โดยการขอของพระเจ้าจอร์จที่ 1 ผู้ทรงเป็นเจ้าชายอีเล็คเตอร์แห่งฮาโนเวอร์และดยุคแห่งบรันสวิค-ลืนเนอร์เบิร์กแห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ผู้ทรงมีความจำเป็นที่จะต้องเดินทางหรือทรงมีพระประสงค์ที่จะไปพำนักที่ฮาโนเวอร์บ่อยๆ[2]
  • กิจการของรัฐบาลทุกเรื่องที่อยู่ภายไต้อำนาจของสภาองค์มนตรีต้องปฏิบัติต่อหน้าสภาองค์มนตรี และข้อตกลงทุกข้อของสภาองค์มนตรีต้องได้รับการลงชื่อโดยผู้เห็นพ้องกับข้อตกลง ทั้งนี้ก็เพื่อให้รัฐสภาทราบว่าผู้ใดมีความรับผิดชอบต่อนโยบายใด แต่ข้อนี้ถูกยุบเลิกเมื่อต้นรัชสมัยของพระราชินีนาถแอนน์ เพราะองค์มนตรียุติการเสนอความคิดเห็นหรือไม่ยอมเข้าประชุมเอาเลย[2]
  • ชาวต่างประเทศรวมทั้งผู้ที่เปลี่ยนสัญชาตินอกจากว่าบิดามารดาจะเป็นชาวอังกฤษไม่มีสิทธิในการเป็นสมาชิกสภาองค์มนตรีหรือเป็นสมาชิกทั้งสภาสามัญชนและสภาขุนนาง หรือมีตำแหน่งในกรมการทั้งทางทหารและพลเรือนที่สำคัญๆ หรือมีสิทธิในการเป็นเจ้าของที่ดินที่ได้รับจากพระมหากษัตริย์ แต่กฎหมายการเปลี่ยนสัญชาติต่อมาข้อนี้ไม่มีผลบังคับใช้ต่อผู้เปลี่ยนสัญชาติไม่ว่าจะในประเทศใด
  • ผู้ที่รับราชการในพระมหากษัตริย์หรือได้รับเบี้ยบำนาญจากพระมหากษัตริย์ไม่มีสิทธิในการเป็นสมาชิกรัฐสภา มาตรานี้ระบุไว้เพื่อป้องกันการมีสมาชิกที่มีอิทธิพลจากพระมหากษัตริย์ในรัฐสภา และยังคงใช้อยู่แต่มีข้อยกเว้นหลายประการ
  • ผู้พิพากษาเป็นผู้ดำรงตำแหน่งขณะที่ “quamdiu se bene gesserint” (มีความประพฤติดี) และถ้ามีปัญหาจะถูกปลดได้ก็ต่อเมื่อได้รับการอนุมัติจากทั้งสองรัฐสภาหรือเพียงรัฐสภาเดียวขึ้นอยู่กับโครงร่างของกฎหมาย มาตรานี้เป็นผลมาจากการที่พระมหากษัตริย์ทรงมีอิทธิพลในการตัดสินของผู้พิพากษาและเป็นการทำให้การตัดสินของผู้พิพากษาปราศจากอิทธิพลใดๆ
  • การพระราชทานอภัยโทษไม่เป็นการป้องกันการถูกไล่ออกจากสภาสามัญชน

[แก้] อ้างอิง

  1. ^ 1.0 1.1 http://www.worldfreeinternet.net/parliament/settlement.htm. Text of the Act of Settlement
  2. ^ 2.0 2.1 I. Naamani Tarkow, 'The Significance of the Act of Settlement in the Evolution of English Democracy', Political Science Quarterly, Vol. 58, No. 4. (Dec., 1943), p. 547.

[แก้] ดูเพิ่ม

[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น

ประวัติศาสตร์ พระราชบัญญัติว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ ค.ศ. 1701 เป็นบทความเกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ ที่ยังไม่สมบูรณ์ ต้องการตรวจสอบ เพิ่มเนื้อหาหรือเพิ่มแหล่งอ้างอิง คุณสามารถช่วยเพิ่มเติมหรือแก้ไข เพื่อให้สมบูรณ์มากขึ้น
ข้อมูลเกี่ยวกับ พระราชบัญญัติว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ ค.ศ. 1701 ในภาษาอื่น อาจสามารถหาอ่านได้จากเมนู ภาษาอื่น ด้านซ้ายมือ หรือ ดูเพิ่มที่ สถานีย่อย:ประวัติศาสตร์
เครื่องมือส่วนตัว