พระมเหสี เจ้าจอม พระราชโอรส และ พระราชธิดา ในรัชกาลที่ ๔

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชโอรส-ธิดา ทั้งหมด ๘๒ พระองค์ พระนามของพระราชโอรส-ธิดานั้น ทรงเลือกพระราชทานด้วยพระองค์เอง ทั้งยังทรงผูกดวงพระชะตากำกับคาถาพระราชทานพรไว้ด้วยทุกพระองค์ มักจะทรงตั้งพระนามพระราชโอรสธิดาที่ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาเดียวกัน คล้องจองเป็นชุด เช่น

  • จุฬาลงกรณ์-จันทรมณฑล-จาตุรนต์รัศมี-ภาณุรังษีสว่างวงศ์
  • อุณากรรณ-เทวัญ-สุนันทา-สว่างวัฒนา-เสาวภาผ่องศรี-สวัสดิโสภณ

เนื้อหา

[แก้] พระภรรยาเจ้า

[แก้] พระอัครมเหสี

รัชกาลที่ ๔ ทรงมีพระอัครมเหสีเพียงพระองค์เดียวคือ

[แก้] สมเด็จพระนางเจ้าโสมนัสวัฒนาวดี

สมเด็จพระนางเจ้าโสมนัสวัฒนาวดี ทรงเป็นพระราชนัดดาในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว และได้รับสถาปนาเป็น พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าโสมนัสวัฒนาวดี เมื่อมีพระชนมายุได้ ๑๘ พรรษา นับเป็นพระราชนัดดาที่ดำรงพระอิสริยยศเป็น พระเจ้าหลานเธอ เพียงพระองค์เดียวในรัชกาลที่ ๓

เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ขึ้นเสวยสิริราชสมบัติ ก็จึงทรงสถาปนาพระนางเป็น สมเด็จพระนางเธอโสมนัสวัฒนาวดี พระนางนาฎบรมอัครราชเทวี ตรงกับวันอาทิตย์ที่ ๒ มกราคม พ.ศ. ๒๓๙๔ นับเป็นสมเด็จพระอัครมเหสีพระองค์แรก แต่ก็ได้ทรงดำรงพระอิสริยยศอยู่เพียง ๙ เดือนเท่านั้น ก็สวรรคต

ทรงมีพระราชโอรส ๑ พระองค์ เรียกกันโดยทั่วไปว่า สมเด็จเจ้าฟ้าโสมนัส ซึ่งสิ้นพระชนม์ในวันประสูติ

ในรัชกาลที่ ๖ มีพระบรมราชโองการให้ออกพระนามาภิไธยว่า สมเด็จพระนางเจ้าโสมนัสวัฒนาวดี ตามที่ทรงเป็นสมเด็จพระอัครมเหสีในรัชกาลที่ ๔ หากแต่มิได้เป็นพระราชชนนีในพระมหากษัตริย์รัชกาลต่อๆ มา

[แก้] พระมเหสี

นอกจากนี้ยังทรงมีพระมเหสี (พระภรรยาเจ้า) อีก ๒ พระองค์คือ

[แก้] สมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี

สมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี

สมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี พระนามเดิม หม่อมเจ้ารำเพย ศิริวงศ์ ต่อมา คือ พระนางเธอ พระองค์เจ้ารำเพยภมราภิรมย์ พระธิดาในกรมหมื่นมาตยาพิทักษ์ ทรงเป็นพระราชนัดดาในรัชกาลที่ 3 ทรงเป็นอัครมเหสีพระองค์ที่สอง[1] ประสูติเมื่อวันพฤหัสบดีที่วันที่ ๑๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๓๗๗ แต่พระองค์ก็ทรงมีพระชนมายุสั้นมาก เริ่มรับราชการในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวตั้งแต่พระชนมายุได้เพียง ๑๘ พรรษา และเสด็จสวรรคตเมื่อวันจันทร์ ตรงกับวันที่ ๙ กันยายน พ.ศ. ๒๔๐๔ สิริรวมพระชนมายุได้ ๒๘ พรรษา [1]

สมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี ทรงมีพระราชโอรส-ธิดาทั้งหมด ๔ พระองค์เช่นเดียวกัน ดังนี้

[แก้] พระสัมพันธวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพรรณราย

พระสัมพันธวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพรรณราย (หม่อมเจ้าหญิงแฉ่ ศิริวงศ์) (พ.ศ. ๒๓๘๑-๒๔๕๗)ทรงเป็นพระกนิษฐาในสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี จึงทรงเป็นพระมาตุจฉาในรัชกาลที่ ๕ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระเจ้าน้องยาเธอ น้องนางเธอร่วมพระมารดาตรัสเรียกว่า "น้าแฉ่" ส่วนพระเจ้าลูกเธอในรัชกาลที่ ๔ ตรัสเรียกว่า "ท่านแม่" [2] หลังจากที่พระเชษฐภคินีของพระองค์เสด็จสวรรคตแล้ว พระองค์จึงทรงเป็นพระมเหสีเพียงพระองค์เดียวในขณะนั้น และได้ทรงปกครองฝ่ายในสืบมา สังเกตได้จากการเสด็จออกรับแขกเมืองในฐานะ "ควีน" (รัชกาลที่ ๔ ทรงใช้คำว่าเจ้าฝ่ายใน) แต่อย่างไรก็ตามไม่มีการเฉลิมพระอิสริยยศให้สูงขึ้นแต่อย่างใด ทรงได้รับสถาปนาเป็นพระองค์เจ้าในรัชกาลที่ ๕ และเสด็จสิ้นพระชนม์ในรัชกาลที่ ๖[2]

[แก้] เจ้าจอมมารดา

[แก้] สมเด็จพระปิยมาวดี ศรีพัชรินทรมาตา (เจ้าคุณจอมมารดาเปี่ยม)

สมเด็จพระปิยมาวดี ศรีพัชรินทรมาตา (เจ้าคุณจอมมารดาเปี่ยม) (พ.ศ. ๒๓๘๒-๒๔๔๗) ธิดาท้าวสุจริตธำรง (นาค สุจริตกุล)และหลวงอาสาสำแดง (แดง) [3]

[แก้] เจ้าคุณจอมมารดาสำลี

เจ้าคุณจอมมารดาสำลี (พ.ศ. ๒๓๗๘-๒๔๔๓) ธิดาสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ (ทัด บุนนาค) [4]

[แก้] เจ้าจอมมารดาหม่อมราชวงศ์แสง ปาลกะวงศ์

เจ้าจอมมารดาหม่อมราชวงศ์แสง ปาลกะวงศ์ ธิดาหม่อมเจ้านิ่ม และหม่อมฟัก ปาลกะวงศ์ (พระราชทานเพลิงศพ พ.ศ. ๒๔๗๓)[5]

[แก้] เจ้าจอมมารดาน้อย

เจ้าจอมมารดาน้อย (สิ้น พ.ศ. ๒๓๙๕) ธิดาพระอินทรอำไพ [6]

[แก้] เจ้าจอมมารดาแพ

เจ้าจอมมารดาแพ (สิ้น พ.ศ. ๒๔๐๔) ธิดาพระสำราญหฤทัย (อ้าว ธรรมสโรช) [7]

[แก้] เจ้าจอมมารดาพึ่ง(ผึ้ง)

เจ้าจอมมารดาพึ่ง ธิดาพระยาราชสงคราม (อิน อินทรวิมล) [8]

[แก้] เจ้าจอมมารดาจันทร์

เจ้าจอมมารดาจันทร์ (สิ้น พ.ศ. ๒๔๔๘) ธิดาพระยาพิพิธสมบัติ (สุข สุขสถิต) [9]

[แก้] เจ้าจอมมารดาเทื่ยง

เจ้าจอมมารดาเที่ยง (พ.ศ. ๒๓๗๔-๒๔๕๖) ธิดาพระยาอัพภันตริกามาตย์ (ดิศ โรจนดิศ) [10]

[แก้] เจ้าจอมมารดาตลับ

เจ้าจอมมารดาตลับ ธิดาพระยาภูธราภัย(นุช บุณยรัตพันธุ์) [11]

[แก้] เจ้าจอมมารดาเอี่ยม

เจ้าจอมมารดาเอี่ยม (สิ้น พ.ศ. ๒๔๔๓) หลานพระยานุชิตชาญไชย (อ้น) [12]

[แก้] เจ้าจอมมารดาเกศ (เกษ)

เจ้าจอมมารดาเกศ

[แก้] เจ้าจอมมารดากลิ่น

เจ้าจอมมารดากลิ่น (ซ่อนกลิ่น) (พ.ศ. ๒๓๗๙-๒๔๖๘) ธิดาพระยาดำรงค์ราชพลขันธ์ (จุ้ย คชเสนี) [13]

[แก้] เจ้าจอมมารดาบัว

เจ้าจอมมารดาบัว (สิ้น ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๔๑) ธิดาเจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อย ณ นคร) [14]

[แก้] เจ้าจอมมารดามาไลย

เจ้าจอมมารดามาไลย หลานพระยาราชรองเมือง

[แก้] เจ้าจอมมารดาสังวาลย์

เจ้าจอมมารดาสังวาลย์ (พ.ศ. ๒๓๘๒-๒๔๕๖) ธิดานายศัลยวิชัย (ทองคำ ณ ราชสีมา) [15]

[แก้] เจ้าจอมมารดาเอม

เจ้าจอมมารดาเอม (พ.ศ. ๒๓๘๓-๒๔๕๖) ธิดาหลวงปราณีประชาชน [16]

[แก้] เจ้าจอมมารดาหรุ่น

เจ้าจอมมารดาหรุ่น (พ.ศ. ๒๓๘๔-๒๔๗๒) ธิดาพระยาอภัยพิพิธ (กระต่าย) [17]

[แก้] เจ้าจอมมารดาแก้ว

เจ้าจอมมารดาแก้ว (สิ้น พ.ศ. ๒๔๔๔) [18]

[แก้] เจ้าจอมมารดาโหมด

เจ้าจอมมารดาโหมด (พ.ศ. ๒๓๘๒-๒๔๖๒) ธิดาพระยาราชสงคราม(อิน อินทรวิมล) [19]

[แก้] เจ้าจอมมารดาหุ่น (ท้าวทรงกันดาล)

เจ้าจอมมารดาหุ่น ต่อมาได้ว่าราชการฝ่ายใน เป็น ท้าวทรงกันดาล เป็นผู้บังคับบัญชาพระคลังใน (พ.ศ. ๒๔๘๕ - ๑๖ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๖๖) [20]

[แก้] เจ้าจอมมารดาดวงคำ

เจ้าจอมมารดาดวงคำ (เจ้าหนูมาน แห่ง เวียงจันทน์) (สิ้น พ.ศ. ๒๔๔๙) [21]

[แก้] เจ้าจอมมารดาเขียน

เจ้าจอมมารดาเขียน (พ.ศ. ๒๓๘๕-๒๔๘๔) ธิดาท่านอัน (หรืออ้น?) และท่านอิ่ม สิริวรรณ (หรือ สิริวันต์ ?)[22] มีนามเรียกขานทั่วไปว่า "เขียนอิเหนา" ด้วยขึ้นชื่อว่าเป็นละครหลวงที่รำเป็นตัว อิเหนา ได้งดงามไม่มีใครสู้ เหมาะสมกับบทบาท อิเหนา ซึ่งเป็นเรื่องราวของเจ้าชายชวารูปงาม มีฝีมือรบเก่งกล้า มีกริชวิเศษประจำองค์เป็นอาวุธเทวดาประทานให้ตั้งแต่เกิด เจ้าจอมมารดาเขียน เป็นหลานของ เจ้าจอมมารดางิ้ว (หม่อมงิ้ว ในพระองค์เจ้าลักขณานุคุณ พระเจ้าลูกยาเธอในรัชกาลที่ 3 ซึ่งเป็นพระมารดาของ สมเด็จพระนางนาฏโสมนัสวัฒนาวดี บรมอรรคราชเทวี ในรัชกาลที่ 4 โดย รัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเกียรติยศให้ออกนามว่า "เจ้าจอมมารดางิ้ว" เป็นกรณีพิเศษในฐานะที่จะเป็นขรัวยายของเจ้าฟ้าโสมนัส ที่จะประสูติแต่สมเด็จพระนางนาฏโสมนัสฯ นอกจากนี้ พระยาราชภักดี (ทองคำ) พี่ชายของเจ้าจอมมารดางิ้วเป็นต้นตระกูลสุวรรณทัต)

เจ้าจอมมารดาเขียนเป็นเจ้าจอมที่รัชกาลที่ 4 ทรงโปรดมากท่านหนึ่ง เมื่อพระราชโอรสคือพระองค์เจ้าวรวรรณากรประสูตินั้น รัชกาลที่ 4 พระราชทานกริชมาให้นอกเหนือจากพระแสงดาบที่พระราชทานพระราชโอรสทุกพระองค์ โดยมีรับสั่งว่า "เป็นลูกอิเหนา"

[แก้] เจ้าจอมมารดาชุ่ม

เจ้าจอมมารดาชุ่ม (พ.ศ. ๒๓๘๗-๒๔๔๖) ธิดาพระยาอัพภันตริกามาตย์ (ดิศ โรจนดิศ) [23]

[แก้] เจ้าจอมมารดาเพ็ง

เจ้าจอมมารดาเพ็ง ธิดาเจ้ากรมเกาเหลาจีน [24]

[แก้] เจ้าจอมมารดาเหม (ท้าวสมศักดิ)

เจ้าจอมมารดาเหม (พ.ศ. ๒๓๘๓-๒๔๖๕) ธิดาพระอัคนีสร(พิณ)และขรัวยายแย้ม ต่อมาเจ้าจอมมารดาเหม ได้ว่าราชการฝ่ายในเป็น ท้าวสุภัติการภักดี เลื่อนเป็นท้าวอินทรสุริยา ว่าห้องเครื่องวิเศษ แล้วเลื่อนเป็นท้าวสมศักดิ์ ว่าการพนักงานทั้งปวง ในรัชกาลที่ ๕ [25]

[แก้] เจ้าจอมมารดาวาด (ท้าววรจันทร์)

เจ้าจอมมารดาวาด (พ.ศ. ๒๓๘๔-๒๔๘๒) ธิดาท่านสมบุญและท่านถ้วย ต่อมาได้ว่าราชการฝ่ายใน เป็นท้าววรจันทร์ มีหน้าที่พิทักษ์รักษาบังคับบัญชาดูแลพระสนมกำนัลทุกชั้น ในสมัยรัชกาลที่ ๕ [26]

[แก้] เจ้าจอมมารดาห่วง

เจ้าจอมมารดาห่วง (สิ้น พ.ศ. ๒๔๖๑) ธิดาขุนเทพและท่านเกษ [27]

[แก้] เจ้าจอมมารดาแสง

เจ้าจอมมารดาแสง (พ.ศ. ๒๓๘๙-๒๔๖๙) [28]

[แก้] เจ้าจอมมารดาสุ่น (ท้าววนิดาพิจาริณี)

เจ้าจอมมารดาสุ่น ธิดาพระยาสุรินทรราชเสนี(จัน กุสุมลจันทร์) ต่อมาได้ว่าราชการฝ่ายใน เป็นท้าววนิดาพิจาริณี [29]

[แก้] เจ้าจอมมารดาหว้า

เจ้าจอมมารดาหว้า ธิดาปลัดโรงทานอิ่ม [30]

[แก้] เจ้าจอมมารดาเชย

เจ้าจอมมารดาเชย (สิ้น พ.ศ. ๒๔๕๑) [31]

  • พระองค์เจ้าหญิง ประสูติวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๑๐ สิ้นพระชนม์ในวันที่ประสูติ

[แก้] เจ้าจอมมารดาพุ่ม

เจ้าจอมมารดาพุ่ม ธิดานายศัลยวิชัย (ทองคำ ณ นครราชสีมา) (พระราชทานเพลิงศพ พ.ศ. ๒๔๖๙) [32]

  • พระองค์เจ้าหญิงพุทธประดิษฐา (พ.ศ. ๒๔๑๐ พระชันษา ๔ ปี)

[แก้] เจ้าจอมมารดาอิ่ม (ท้าวศรีสัจจา)

เจ้าจอมมารดาอิ่ม รัชกาลที่ ๕ โปรดฯ ให้ว่าราชการฝ่ายใน เป็นท้าวโสภานิเวศน์ แล้วเลื่อนเป็นท้าวศรีสัจจา (พระราชทานเพลิงศพ พ.ศ. ๒๔๕๐) [33]

  • พระองค์เจ้าหญิง ประสูติเมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๑๑ สิ้นพระชนม์ในวันประสูติ

[แก้] เจ้าจอม

[แก้] พระเจ้าลูกเธอในรัชกาลที่ ๔ ซึ่งได้เสด็จเถลิงราชย์สมบัติ

พระราชโอรสพระราชธิดาในรัชกาลที่ ๔ ซึ่งได้เสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชย์สมบัติ ไม่ว่าจะโดยพระฐานะพระมหากษัตริย์หรือพระอัครมเหสี มี ๕ พระองค์ดังนี้

  1. สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ์ กรมขุนพินิตประชานารถ เสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ แห่งพระราชวงศ์จักรี
  2. พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ เสด็จขึ้นดำรงพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี สมเด็จพระอัครมเหสีในรัชกาลที่ ๕
  3. พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุขุมาลมารศรี เสด็จขึ้นดำรงพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี สมเด็จพระอัครมเหสีในรัชกาลที่ ๕
  4. พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสว่างวัฒนา เสด็จขึ้นดำรงพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี สมเด็จพระอัครมเหสีในรัชกาลที่ ๕ และทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นพระบรมอัยยิกาในรัชกาลที่ ๘ และ รัชกาลที่ ๙
  5. พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเสาวภาผ่องศรี เสด็จขึ้นดำรงพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระอัครมเหสีในรัชกาลที่ ๕ และทรงดำรงพระอิสริยยศเป็น พระบรมราชชนนี พระพันปีหลวงในรัชกาลที่ ๖ และรัชกาลที่ ๗

[แก้] พระนามกรมพระเจ้าลูกเธอในรัชกาลที่ ๔

พระเจ้าลูกเธอในรัชกาลที่ ๔ นั้น มี ๒๗ พระองค์ที่[3]ทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นเจ้าต่างกรม โดยทั้ง ๒๗ พระองค์นี้มีทั้งพระองค์ชาย และพระองค์หญิง และสถาปนาต่างๆ กันในหลายรัชกาลตั้งแต่พระองค์แรกในรัชกาลที่ ๔ จนถึงพระองค์สุดท้ายซึ่งสถาปนาในรัชกาลที่ ๗ อย่างไรก็ตามพระนามกรมเหล่านั้นก็เรียงร้อยกันไปตามลำดับพระชนมายุได้ทุกพระองค์ พระนามกรมนั้นมีดังนี้

มเหศวรศิววิลาส...วิษณุนาถนิภาธร...สมรรัตนสิริเชษฐ...นเรศวรราชวรฤทธิ์...พิชิตปรีชากร...อดิศรอุดมเดช...ภูธเรศธำรงศักดิ์...ประจักษ์ศิลปาคม...พรหมวรานุรักษ์...ราชศักดิ์สโมสร...ทิวากรวงศ์ประวัติ...ศิริธัชสังกาศ...สรรพศาสตร์ศุภกิจ...สรรพสิทธิประสงค์...เทวะวงศ์วโรปการ...วชิรญาณวโรรส...สมมติอมรพันธ์...วิวิธวรรณปรีชา...พงศาดิศรมหิป...นราธิปประพันธ์พงศ์...ดำรงราชานุภาพ...พิทยลาภพฤฒิธาดา...นริศรานุวัดติวงศ์...มรุพงศ์สิริพัฒน์...ทิพยรัตน์กิริกฎกุลินี...สวัสดิวัตน์วิศิษฎ์...มหิศรราชหฤทัย

[แก้] ดูเพิ่ม

[แก้] เชิงอรรถ

  1. ^ ในความเป็นจริงแล้ว ในรัชกาลที่ ๔ สมเด็จพระเทพศรินทราบรมราชินีทรงดำรงพระอิสริยยศเป็น พระนางเธอ พระองค์เจ้ารำเพยฯ เท่านั้น มิได้ทรงเป็นสมเด็จพระนางเธอฯ ดั่งที่สมเด็จพระนางเจ้าโสมนัสฯ ทรงเป็น พระองค์ทรงเป็นพระมเหสีที่มีพระอิสริยยศสูงสุด หากแต่มิใช่พระอัครมเหสีในรัชกาลที่ ๔ สังเกตได้จากพระราชโอรสพระราชธิดาประสูติแต่พระองค์เป็นสมเด็จเจ้าฟ้าชั้นโท มิใช่ชั้นเอก การเปลี่ยนพระนามาภิไธยเป็น กรมสมเด็จพระเทพศิรินทรามาตย์ นั้นรัชกาลที่ ๕ ทรงยึดแบบอย่างกรมสมเด็จพระศรีสุลาลัย พระราชชนนีในรัชกาลที่ ๓ และในรัชกาลที่ ๖ เมื่อทรงเป็นสมเด็จย่าของพระองค์ จึงทรงเปลี่ยนให้ออกพระนามาภิไธยว่า สมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี อ้างอิงจาก http://topicstock.pantip.com/library/topicstock/K2768730/K2768730.html
  2. ^ ตามธรรมเนียมที่ต้องทรงพระดำรัสตรัสเรียกพระมเหสีในพระราชบิดาว่า แม่ ทุกพระองค์ตามแต่พระอิสริยศักดิ์ของพระมเหสีพระองค์นั้น เช่นพระเจ้าลูกเธอในรัชกาลที่ ๕ ตรัสเรียกสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรีฯ ว่าสมเด็จแม่ที่บน เป็นต้น สำหรับการเรียกพระองค์เจ้าหญิงพรรณรายว่าท่านแม่นั้น ปรากฏในสาส์นสมเด็จ ซึ่งกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงพระดำรัสเรียก และในพระราชหัตถเลขาสมเด็จพระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี ถึงสมเด็จเจ้าฟ้าบริพัตรฯ
  3. ^ ไม่รวมพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระจักรพรรดิพงศ์ สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้ากรมพระยาภาณุพันธ์วงศ์วรเดช สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าหญิงกรมหลวงวิสุทธิกษัตรีย์ และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าหญิงกรมขุนขัติยกัลยา เพราะ ๔ พระองค์นี้ทรงรับสถาปนาทรงกรมขณะทรงดำรงพระอิสริยยศเป็น เจ้าฟ้า ในขณะที่สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์นั้น ทรงรับสถาปนาเป็นกรมขุนขณะเป็นพระเจ้าน้องยาเธอ พระองค์เจ้า จึงนับรวมในที่นี้ด้วย
เครื่องมือส่วนตัว